ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




คดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา

 

 

 

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

8 พ.ย.2555

 

 

 

 

 

 

ครับรายล่าสุดคดีฆ่านายกเทศมนตรี เทศบาลนครสงขลา ถล่มด้วยอาวุธสงครามแบบไม่ต้องเช็คว่าตายหรือไม่ เรื่องอื่น ๆ ไม่มีหรอก ครับ นอก

จากการเมือง ผลประโยชน์ และความตาย ล่าสุดการเลือกตั้ง สจ.ลพบุรี ก็เพิ่งเสร็จสิ้นไป คนได้ก็ดีใจ คนไม่ได้ก็หมดหวัง หมดเงินทองไปมากมาย แทนที่จะเอาไว้เลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ไปปันผลแจกจ่ายประชาชน เงินสะพัดดี วงข้าราชการก็ต้องวิ่งซื้อตำแหน่ง วงการเมืองก็ซื้อเสียง จนเป็นมะเร็งร้าย ไม่หายขาดหรอก ครับ นอกจากความตายเท่านั้น

 

 

.............................. นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า เทศบาลนครสงขลากำหนดจัดงานเปิดตัวรถรางชมเมือง “Singora Tram Tour” โครงการเที่ยวทั่วเมือง "นั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องสงขลา" ณ ลานพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ถ.จะนะ อ.เมือง จ.สงขลา ในวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีนายกฤษฏา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี
... จังหวัดสงขลามีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารและแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และระบบนิเวศน์โดยรอบเมืองสงขลา

 

 
เทศบาลนครสงขลาจึงจัดเส้นทางการท่องเที่ยวรอบเมืองสงขลา โดยใช้รถรางนำเที่ยวจำนวน 3 คัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาได้ง่าย มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวมีความน่าสนใจ ขณะเดียวกันเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวของเทศบาลนครสงขลา กับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอนาคต.

Songkhla (Thai: สงขลา, pronounced [sǒŋ.kʰlǎː]), also known as Singgora or Singora (City on the Mountain), is a city (thesaban nakhon) in the Songkhla Province of southern Thailand, near the border with Malaysia. As of 2006 it had a population of 75,048. The city is a part of Greater Hatyai-Songkhla Metropolitan Area.




 

ยิง'พีระ'นายกฯ  นครสงขลาดับ

คนร้ายซิ่งปิกอัพประกบยิง "พีระ ตันติเศรณี" นายกเล็กนครสงขลาเสียชีวิต คาดปมขัดแย้งในเทศบาล

เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มนายพีระ ตันติเศรณี อายุ 53 ปี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม เลขที่ 97 ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเปิดเป็นศูนย์ประสานงานโครงการพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา

จากการตรวจสอบพบว่า นายพีระถูกยิงเสียชีวิตอยู่หน้าร้านดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และคาร์บิน เข้าลำตัวและศีรษะจนพรุน ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนทั้งสองชนิดตกอยู่เกือบ 50 ปลอก

 

 



สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพีระได้เข้าไปร่วมประชุมกับกลุ่มเอ็นจีโอเรื่องปัญหาสารกัมมันตรังสี หลังได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่ลงพื้นที่ติดตามปัญหาในวันดังกล่าว หลังประชุมเสร็จได้เดินออกมาขึ้นรถตู้ประจำตำแหน่ง ยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข 3336 สงขลา ที่จอดเยื้องออกไปหน้าร้าน ได้มีกลุ่มคนร้าย 3 คนขับรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับมาจอดด้านหน้าร้านดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงจนเสียชีวิตคาที่ ทั้งยังกราดยิงรถตู้ของนายพีระจนพรุนทั้งด้านหน้าและหลัง ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าฯ สงขลา เดินทางมาร่วมตรวจสอบร่วมกับตำรวจ พร้อมสั่งการให้สกัดจับรถยนต์ของคนร้ายตามเส้นทางขาออกตัวเมืองสงขลาทุกเส้นทาง รวมทั้งวิทยุประสานตำรวจทุกสถานีที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่คนร้ายจะหลบหนีแต่ยังไร้วี่แวว

สำหรับสาเหตุของการสังหารนายพีระที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งนี้ในสมัยแรกนั้น ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการบริหารงานภายในของเทศบาลนครสงขลา ซึ่งก่อนหน้านี้รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ขอลาออกยกชุด 4 คน เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของนายพีระ ต่อมานายพีระได้สั่งพักราชการข้าราชการประจำของเทศบาลนครสงขลาอีก 8 คน และได้มีการยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าฯ สงขลา ส่วนประเด็นการเคลื่อนไหวให้มีการขนย้ายสารกัมมันตรังสีของบริษัทหนึ่งนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นส่วนตัวทิ้งเช่นกัน

ขณะที่นายไกรเลิศ เรืองสงฆ์ ประธานสภาเทศบาลนครสงขลา เปิดเผยว่า เป็นเหตุที่อุกอาจมาก เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่กลางเมือง อีกทั้งอาวุธที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธสงคราม สาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่ามาจากเรื่องขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่

"ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการบริหารเกี่ยวกับงานการเมืองท้องถิ่นในระดับพื้นที่มีหลายเรื่อง หลายประเด็นที่เกิดขึ้นและนำมาสู่ประเด็นความขัดแย้งในการบริหารงานภายใน ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นปมการสังหาร เบื้องต้นผมทราบรายละเอียดเป็นอย่างดีและพร้อมจะเข้าให้การต่อตำรวจ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้" นายไกรเลิศกล่าว

มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงประเด็นสังหาร ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักเรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น แม้ช่วงนี้จะมีเรื่องการตรวจสอบเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสีก็ตาม แต่ไม่น่าเป็นประเด็นรุนแรงถึงขั้นลอบสังหาร

 

 

 

 

เมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ (7 พ.ย.) ร.ต.ต.ธีระพัฒน์ วงศ์สิงห์ สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่หน้าร้านสงขลาฟอรั่ม เลขที่ 97 ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก. กำลังฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่สายตรวจจำนวนหนึ่ง ที่เกิดเหตุเปิดเป็นศูนย์ประสานงานโครงการพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา บริเวณด้านหน้าสำนักงานพบศพ นายพีระ ตันติเศรณี อายุ 54 ปี ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา สภาพนอนจมกองเลือด มีบาดแผลจากการถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธสงครามทั้งปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บิน ยิงถล่มใส่อย่างไม่นับ กระสุนถูกเข้าตามลำตัว และศีรษะจนพรุน โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนทั้งสองชนิดตกอยู่เกลื่อนกว่า 50 ปลอก


สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายพีระ ได้เข้าไปร่วมประชุมกับกลุ่มเอ็นจีโอ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาสารกัมมันตรังสีในพื้นที่ ภายหลังประชุมเสร็จจึงเดินออกมาเพื่อขึ้นรถตู้ประจำตำแหน่ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข3336 สงขลา ที่จอดเยื้องออกไปจากหน้าสำนักงาน ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบทะเบียน ขับมาจอดประกบ และใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่ จนนายพีระ ล้มลงเสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนร้ายยังได้ยิงถล่มใส่รถตู้ประจำตำแหน่งของนายพีระ จนพรุนไปทั้งคัน ก่อนจะขับรถหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 


ต่อมา นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุสกัดจับคนร้ายและติดตามรถต้องสงสัย ตามเส้นทางในเขตเทศบาลนครสงขลา และขาออกตัวเมืองสงขลาทุกเส้นทาง รวมทั้งประสานตำรวจใกล้เคียงที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี แต่ยังไร้วี่แวว ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่มุ่งสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้ ไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก โดยเฉพาะการบริหารงานภายในของเทศบาลนครสงขลา ที่ก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งกัน จนทำให้รองนายกเทศมนตรีนครสงขลาพร้อมคณะ ขอลาออกยกชุด 4 คน เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของผู้เสียชีวิต กระทั่งต่อมาผู้ตายได้สั่งพักงานข้าราชการประจำของเทศบาลนครสงขลาอีก 8 คน


นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่ผู้ตายเป็นแกนนำเคลื่อนไหวการขนย้ายสารกัมมันตรังสี ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่กำลังมีปัญหาข้อพิพาทกัน และยังไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ออกนอกเขตตัวเมืองสงขลา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวน ว่าจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการลอบสังหารในครั้งนี้หรือไม่ ส่วนเรื่องตัวอื่นๆของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดทิ้งเช่นกัน

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามทั้งเอ็ม16 และคาร์บินยิงถล่ม นายพีระ ตันติเศรณี อายุ 54 ปี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิตอย่างอุกอาจเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ถนนนครในเขตเทศบาลนครสงขลา ขณะเดินทางไปร่วมประชุมติดตามปัญหาเรื่องการย้ายที่ตั้งสารกัมมันตรังสีออกจากตัวเมืองสงขลานั้น

 

 

 

ล่าสุด วันที่ 8 พ.ย.เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สว.สส.สภ.เมืองสงขลา ได้ติดตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางที่คนร้ายขับรถหลบหนี และพบรถยนต์กระบะของคนร้ายไปจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เลขที่ 497/22 ถนนสงขลาพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา

โดยเป็นรถปิกอัพโตโยต้าไฮลักซ์ สี่ประตู สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ฌณ 6900 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ 1 ปลอก รวมทั้งหมวกไหมพรมสีเทา 1 ใบและถุงมืออีก 1 ข้าง ซึ่งตกอยู่ในบริเวณโรงรถ เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอย่างแน่นอน และขับมาจอดไว้ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ขับหลบหนีไป โดยคนร้ายคาดว่ามี 3-4 คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่วิทยาการ จ.สงขลาได้เก็บลายนิ้วมือแฝงทั้งภายในและภายนอกตัวรถไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมกับกันพื้นที่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอเป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานภายในรถ โดยจัดกำลังตำรวจพร้อมไฟส่องสว่างเฝ้าตลอดทั้งคืน แต่คาดว่าป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นป้ายปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครอง

สำหรับสถานีวิทยาสมิหลาเรดิโอแห่งนี้เป็นของ นายกิตติ ชูช่วย น้องชาย นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และเป็นอดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา คู่แข่งของนายพีระ ในการเลือกตั้งเทศบาลนครสงขลาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2552 ซึ่งนายพีระ ที่เป็นหัวหน้าทีมสงขลาใหม่และชนะการเลือกตั้ง ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวนต่อไป.

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามทั้งเอ็ม16 และคาร์บินยิงถล่ม นายพีระ ตันติเศรณี อายุ54 ปีนายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิตอย่างอุกอาจเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ถนนนครในเขตเทศบาลนครสงขลาขณะเดินทางไปร่วมประชุมติดตามปัญหาเรื่องการย้ายที่ตั้งสารกัมมันตรังสีออกจากตัวเมืองสงขลา ล่าสุดเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้ติดตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางที่คนร้ายขับรถหลบหนี และพบรถยนต์กระบะของคนร้ายไปจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เลขที่497/22 ถนนสงขลาพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา

 

 

 

 



โดยเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลัก สี่ประตู สีบรอนเงิน จากการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ที่กระชังหน้ารถ1 ปลอก รวมทั้งหมวกไหมพรมสีเทาอีก1ใบและถุงมืออีก1 ข้างซึ่งตกอยู่ในบริเวณโรงรถ เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่ารถยนต์กระบะคันนี้เป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอย่างแน่นอน และขับมาจอดไว้ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ขับหลบหนีไป โดยคนร้ายคาดว่ามี3-4คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่วิทยาการจ.สงขลาได้เก็บลายนิ้วมือแฝงทั้งภายในและภายนอกตัวรถไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปสู่การหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมกับกันพื้นที่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานภายในรถโดยจัดกำลังตำรวจพร้อมไฟส่องสว่างเฝ้าตลอดทั้งคืน แต่คาดว่าป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นป้ายปลอมซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครอง

สำหรับสถานีวิทยาสมิหลาเรดิโอแห่งนี้เป็นของอดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา คู่แข่งของนายพีระ ในการเลือกตั้งเทศบาลนครสงขลาเมื่อวันที่1 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งนายพีระ ที่เป็นหัวหน้าทีมสงขลาใหม่และชนะการเลือกตั้ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวน

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พบรถยนต์กระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิงถล่ม “พีระ ตันติเศรณี” นายกเทศมนตรีนครสงขลาแล้ว โดยจอดอยู่ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอของ “กิตติ ชูช่วย” อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลาคู่แข่งของนายพีระ และเป็นน้องชายของ “อุทิศ ชูช่วย” นายก อบจ.สงขลาคนปัจจุบัน
        
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามทั้ง เอ็ม 16 และคาร์บินยิงถล่มนายพีระ ตันติเศรณี อายุ 54 ปีนายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิตอย่างอุกอาจ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (7 พ.ย.) บริเวณหน้าร้านสงขลา ฟอรั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะเดินทางไปร่วมประชุมติดตามปัญหาเรื่องการย้ายที่ตั้งสารกัมมันตรังสีออกจากตัวเมืองสงขลา
        
       เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้ติดตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางที่คนร้ายขับรถหลบหนี และพบรถยนต์กระบะของคนร้ายไปจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เลขที่ 497/22 ถนนสงขลาพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา
        
       โดยเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ สี่ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌณ 6900 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ที่กระจังหน้ารถ 1 ปลอก รวมทั้งหมวกไหมพรมสีเทาอีก 1 ใบ และถุงมืออีก 1 ข้าง ซึ่งตกอยู่ในบริเวณโรงรถ เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่ารถยนต์กระบะคันนี้เป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอย่างแน่นอน และขับมาจอดไว้ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ขับหลบหนีไป โดยคนร้ายคาดว่ามี 3-4 คน
        
       เบื้องต้น เจ้าหน้าที่วิทยาการ จ.สงขลา ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงทั้งภายใน และภายนอกตัวรถไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การหาเบาะแสของคนร้ายต่อไป พร้อมกับกันพื้นที่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอเป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานภายในรถ โดยจัดกำลังตำรวจพร้อมไฟส่องสว่างเฝ้าตลอดทั้งคืน แต่คาดว่าป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นป้ายปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครอง
        
       สำหรับสถานีวิทยาสมิหลาเรดิโอแห่งนี้ เป็นของ นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา และเป็นอดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา คู่แข่งของนายพีระในการเลือกตั้งเทศบาลนครสงขลาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2552 แต่นายพีระที่เป็นหัวหน้าทีมสงขลาใหม่ได้ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งในวันนี้ (8 พ.ย.) เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวน

 

"ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา"เผยรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นรถมาจากประเทศมาเลเซีย

                          พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา   เปิดเผยว่า ในคดีคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายพีระ ตันติเศรณี อายุ 54 ปี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เสียชีวิต ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี พร้อมกับเปิดเผยว่าจากตรวจสอบรถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฎณ 6900 กรุงเทพฯ  ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งถูกนำไปจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอในเขตเทศบาลนครสงขลา พบว่าสวมป้ายทะเบียนปลอมและรถยนต์คันดังกล่าวไม่มีในฐานข้อมูลของรถ และจากการตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนพบว่ามีรหัสคล้ายกับรถในฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบที่มาอย่างละเอียดอีกครั้ง

                           ส่วนความคืบหน้าของคดีขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าคนร้ายที่มีก่อเหตุมี3 คนและเป็นมือปืนอาชีพใช้อาวุธปืน2 กระบอก ทั้งเอ็ม16 และคาร์บินโดยพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุกระบอกละ16 ปลอก ส่วนประเด็นการสังหารเจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่นทั้งปัญหาการบริหารงานภายในเทศบาลนครสงขลาและความขัดแย้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งในพื้นที่จ.สงขลา




 

"น้องชาย" ฟันธงปมสังหารขัดแย้งการเมืองในพื้นที่

          ทางด้าน นายจารึก ตันติเศรณี สท.เทศบาลนครสงขลา น้องชาย นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ที่ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ตอนนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวถึงผู้บงการให้ได้ เนื่องจากเชื่อว่ามีผู้บงการสังหารพี่ชายอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุการสังหารครั้งนี้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่เท่านั้น
 
          "ประเด็นความขัดแย้งภายในเทศบาลนครสงขลา แม้จะมีความเห็นต่างกันแต่ไม่ถึงขนาดถึงขั้นเอาชีวิต ส่วนประเด็นขัดแย้งส่วนตัว พี่พีระ เป็นคนเรียบร้อย และคนในครอบครัวทุกคนก็เป็นแบบนั้น ไม่มีปัญหากับใคร แต่ประเด็นขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่รุนแรงมากในช่วงนี้ ผมเคยเตือนให้ระมัดระวังตัว อย่าประมาท แต่ท่านก็ยืนยันว่าไม่คิดทำร้ายใคร แล้วจะมาทำร้ายท่าน"
 
          ฉะนั้นผมอยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ด้วยว่า "ทั้งประเด็นความขัดแย้งภายในองค์กรและขัดแย้งส่วนตัวตัดทิ้งไปได้เลย ไม่มีแน่นอน"  คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ เป็นคดีอุกอาจ สำหรับคนร้ายที่ใช้อาวุธสงคราม

 

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พ.ย. พล.ต.ท. พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสอบสวนจ.สงขลา ชุดสืบสวนบช.ภ.9 ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด จากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุมีค่อนข้างมาก อย่างปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ภายในที่เกิดเหตุ จะสามารถเชื่อมไปถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ได้อย่างแน่นอน ส่วนประเด็นที่ใช้ที่ตั้งว่าคาดว่าน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ตายเสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดจากความขัดแย้งเรื่องของการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก นอกจากขัดกันระหว่างหน่วยงานเอกชนหรือหน่วยงานอื่นในพื้นที่ รวมถึงเรื่องส่วนตัว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายกลุ่มนี้หลบหนีอยู่ที่ใด อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พยายามติดตามหาร่องรอยของคนร้ายโดยเร็ว และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว คาดว่าจะสามารถจะจับกุมกลุ่มตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่าขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าคนร้ายที่มีก่อเหตุมี 3 คน และเป็นมือปืนอาชีพใช้อาวุธปืน 2 กระบอก ทั้งเอ็ม 16 และคาร์บิน โดยพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุกระบอกละ 16 ปลอก ส่วนประเด็นการสังหาร เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น ทั้งปัญหาการบริหารงานภายในเทศบาลนครสงขลาและความขัดแย้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอผลสรุปความคืบหน้าคดีของทีมสืบสวนสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้ติดตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางที่คนร้ายขับรถหลบหนี และเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุ จอดอยู่ในบริเวณสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เลขที่ 497/22 ถนนสงขลาพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา จากการตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญเป็นปลอกกระสุนปืนคาร์บินตกอยู่ที่กระจังหน้ารถ 1 ปลอก หมวกไหมพรมสีเทาอีก 1 ใบ และถุงมืออีก 1 ข้าง ซึ่งตกอยู่ในบริเวณโรงรถ เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขับมาจอดไว้ภายในบริเวณสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ขับหลบหนีไป และได้เก็บลายนิ้วมือแฝงทั้งภายในและภายนอกตัวรถไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกันพื้นที่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานภายในรถ และจะเชิญตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวน



รายงานข่าวจากกองวิทยาการตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรถต้องสงสัย ว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อคดีแล้ว พบว่าเป็นรถจากประเทศเพื่อนบ้าน เลขตัวถังไม่มีในสารบบของกรมการขนส่งไทย แผ่นป้ายทะเบียนเป็นป้ายทะเบียนปลอม

ต่อมาเวลา 06.00 น. กำลังตำรวจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 สนธิกำลังกับชุดสืบสวนภูธร จ.สงขลา ชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา และอส.จังหวัดสงขลาประมาณ 50 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายสามจุดในพื้นเขตเทศบาลนครสงขลา ประกอบด้วยภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ที่พบรถยนต์ต้องสงสัย, แมนชั่น นายกิตติ ชูช่วย ผู้บริหารสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ซึ่งเป็นน้องชายของนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา และบ้านต้องสงสัยอีก 1 หลัง ซึ่งทั้งสามจุดอยู่บริเวณเดียวกัน เพื่อติดตามคนร้ายที่คาดว่าคนร้ายน่าจะยังคงซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองสงขลา รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจเส้นทางเข้าออกตัวเมืองสงขลาทุกเส้นทาง และจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเพิ่มเติมเป็นกรอบแผ่นป้ายทะเบียนถูกทิ้งไว้ในพงหญ้าใกล้กับสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ คาดว่าน่าจะมีการสับเปลี่ยนป้ายรถที่นำไปก่อเหตุ และจากการสอบถามพยานแวดล้อมทราบว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุมีชายแปลกหน้า 3-4 คน ขับรถยนต์เข้ามาภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชูรังสฤษฎ์ ผกก.สส.บก.ภ.จว.สงขลา และพ.ต.ท.ดุสิต พรหมสิน รองผกก.สส.บก.ภ.จว.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้สี่ประตูรถต้องสงสัยของคนร้าย รวมทั้งรถต้องสงสัยอีก 5 คัน ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถและภายในโรงจอดรถของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ เพื่อหาวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยพบเอกสารบางอย่างอยู่ในรถยนต์กระบะวีโก้ของคนร้ายรวมทั้งใบกระท่อม 11 ใบ และเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปตรวจสอบและตรวจลายนิ้วมือแฝง และดูจากสภาพรถมีการเตรียมการมาเพื่อใช้ก่อเหตุโดยเฉพาะ

จากการตรวจค้นพบแม็กกาซีน 1 อัน พร้อมกระสุนขนาด 9 ม.ม. 14 นัด และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ในรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติส ป้ายแดง ส่วนรถคันอื่นๆ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวผู้ครอบครองรถมาทำการสอบสวนและนำคู่มือรถมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่



รายงานข่าวจากทีมติดตามร่องรอยของมือปืนชุดนี้ ระบุว่า มือปืนผู้ลงมือยิงนายพีระไม่ใช่ซุ้มมือปืนใน จ.สงขลา ชุดติดตามมือปืนจึงพุ่งเป้าไปที่ จ.พัทลุง และจ.นครศรีธรรมราช เพราะทั้ง 2 จังหวัด มีมือปืนที่ใช้ปืนคาร์บิน และเอ็ม 16 สังหารเหยื่อ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุระทึกขวัญครั้งนี้ นายพีระได้จดบันทึกส่วนตัวหรือการทำงานในพื้นที่ และปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน และได้พูดคุยกับเพื่อนถึงปัญหาที่หนักใจสองเรื่องหลักๆ คือ 1.ป่าสนชายหาดที่บริเวณแหลมสนอ่อน ที่มีปัญหาขัดแย้งกับ อบจ.สงขลา 2.เรื่องการขุดเจาะน้ำมันที่มีฐานขุดเจาะห่างจากชายฝั่งสงขลาประมาณ 10 ก.ม.เท่านั้น โดยพูดคุยกันคนใกล้ชิดว่า เรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง ยอมให้ขุดเจาะน้ำมันไม่ได้



นายสมชาย เมฆาอภิรักษ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับการเสียชีวิตของนายพีระเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยในกลางเมืองสงขลา และเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับการลาออกของรองนายกฯ ที่ปรึกษาและเลขานุการนายกฯ เพราะเหตุที่ฝ่ายบริหารลาออกเนื่องจากอุดมการณ์ต่างกัน ไม่สามารถทำงานให้ประชาชนได้เท่านั้น โดยไม่ได้ขัดแย้งเรื่องของผลประโยชน์เลย ความเป็นเพื่อนยังอยู่เหมือนเดิม ส่วนการสั่งพักงานข้าราชการระดับสูงในเทศบาล ก็ฟ้องร้องไปตามขั้นตอนของระบบราชการอยู่ ไม่ถึงขั้นที่จะมาป้องร้ายด้วยอาวุธสงคราม

นายไกรเลิศ เรืองสงฆ์ ประธานสภาเทศบาลนครสงขลา กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายยิงนายพีระ ว่าปมที่เป็นสาเหตุของการสังหารครั้งนี้น่าจะเกิดจากความขัดแย้งในหลายประเด็น แต่คงไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งภายในเทศบาลที่แม้ว่าจะมีความเห็นในการทำงานที่แตกต่างกันบ้างแต่คงไม่ถึงขนาดต้องจ้างวานฆ่า และจากการทำงานร่วมกันนายพีระเป็นคนดี มีความตั้งใจที่จะพัฒนาท้องถิ่น และต่อสู้กับอิทธิพลมืดต่างๆ ซึ่งเท่าที่ทราบนายพีระไม่มีปัญหาส่วนตัวกับใคร เพราะเป็นคนโอบอ้อมอารี ติดดิน ทำให้คนชื่นชมรักใคร่



เมื่อถามว่านายพีระเคยเล่าถึงปัญหาหรือเคยถูกข่มขู่หรือไม่ นายไกรเลิศกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฏชัดว่ามีการข่มขู่ แต่ตนก็รู้อยู่ลึกๆ แต่คงไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ เพราะจะทำให้เสียรูปคดี

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา กล่าวว่า ได้ให้ตำรวจเร่งทำคดี เพื่อหาตัวคนร้ายและผู้บงการให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ ใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในกลางย่านเศรษฐกิจด้วย ตนได้รับรายงานในเบื้องต้น คดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อาจจะทำให้เสียรูปคดี ตอนบ่ายตนจะไปเป็นประธานรดน้ำศพอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา ที่วัดแหลมทราย คาดว่าน่าจะได้รับรายงานความคืบหน้าของคดี

เวลา 16.00 น. ที่วัดแหลมทราย อ.เมือง จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพนายพีระ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า มีญาติ ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่นเข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มอดีตรองนายก ที่ปรึกษาและเลขานุการนายก ที่เคยทำงานร่วมกับนายพีระ และลาออกยกชุดก็เดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพด้วย ทั้งนี้ประชาชนที่มาร่วมพิธีต่างยกย่องและเสียดายต่อการจากไปของนาย พีระ ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพจะมีในวันที่ 15 พ.ย.



ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระกระทู้ถามสด เรื่องการครอบครองสารกัมมันตรังสี ที่จ.สงขลา ของนายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่าได้รับร้องเรียนจากประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลา ว่า เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมากรณีบริษัทเอกชน ได้รับสัมปทานสำรวจแหล่งแร่ ก๊าซ น้ำมันฝั่งอ่าวไทย ได้เก็บสารกัมมันตรังสีเอาไว้ในบริษัทตัวเอง ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ตั้งในเขตชุมชน ใกล้ศาลากลางจังหวัดสงขลา ทำให้ประชาชนตกใจ เกรงว่าสารดังกล่าวจะรั่วไหลและมีอันตรายต่อชีวิต รัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร การอนุญาตได้ฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลสุขภาพประชาชนในละแวกดังกล่าวหรือไม่ และขอเรียกร้องให้นำสารกัมมันตรังสีย้ายจากพื้นที่ด้วย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า สารดังกล่าวไม่ได้มีความร้ายแรง โดยทั่วประเทศมีโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้เก็บสารกัมมันตรังสี 819 แห่ง ใน 50 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการรั่วไหลและทำให้เกิดอันตราย โดยสารกัมมันตรังสีฟังเหมือนอันตราย ในส่วนของสงขลามี 29 แห่ง ไม่ได้มีอันตราย เมื่อเกิดเหตุได้ส่งทีมงานไปตรวจสอบแล้ว ที่อยู่ในสงขลาอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ที่ให้ย้ายออกจากพื้นที่จะดำเนินการให้ แต่ยกเว้นในโรงพยาบาลที่จะต้องใช้ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามรังสีดังกล่าวมีความปลอดภัย แต่เพื่อความสบายใจ ผมจะเร่งดำเนินการให้ย้ายสารดังกล่าวออกจากพื้นที่อย่างแน่



ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข ชี้แจงว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจวัดรังสี พบว่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งได้ส่งทีมสุขภาพสำรวจสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต และได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาว่าไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการจากกัมมันตรังสี และมีทีมสุขภาพจิตก็คอยเฝ้าระวัง ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มอบเครื่องตรวจวัดกัมมันตรังสีมอบให้ชุมชนเพื่อระวังว่าจะมีสารกัมมันตภาพรังสีเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ในเรื่องสุขภาพได้เตรียมการดูแลอย่างดีแล้ว



 

 

 

 

 

 

 

ภาพกล้องวงจรปิดมัดมือยิงนายกเล็กสงขลาใช้รถ2คัน ลุยค้นอ.ระโนด จ่อออกหมายจับ

 ความคืบหน้าคดี นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนคร(ทน.) สงขลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ล่าสุดจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพรถยนต์ต้องสงสัยของคนร้าย ขณะขับเข้ามาเตรียมก่อเหตุและเส้นทางที่ใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่พบว่ารถต้องสงสัยที่ใช้ในการก่อเหตุมี 2 คัน คือ รถยนต์กระบะวีโก้ สี่ประตู สีบรอนซ์ รถยนต์กระบะวีโก้ สี่ประตู สีดำ ที่จอดทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งสงขลา ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือแฝงและวัตถุพยานในรถทั้งสองคันไว้แล้ว

 

 รายงานข่าวว่าภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าในเวลา 17.15 น. คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะวีโก้ สี่ประตู สีบรอนซ์ ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยผ่านสามแยกถนนนครใน เข้ามาจอดเตรียมก่อเหตุในเวลา 18.29 น. หลังจากทำงานเสร็จคนร้ายได้ขับรถหลบหนี ผ่านสี่แยกสะพานเหล็กในเวลา 19.32 น. มุ่งหน้าผ่านสามแยกถนนนครนอกไปประมงใหม่ในเวลา 19.33 น. ก่อนที่จะเลี้ยวรถต้องสงสัยเข้าไปในบริเวณสถานีวิทยุ สมิหลาเรดิโอ มีรถยนต์ต้องสงสัยกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ขับออกมา ตำรวจเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนรถเพื่อหลบหนี

 

 พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่านายพีระว่า จากการสอบสวนพยานแวดล้อมรวมทั้งวัตถุพยาน มีความคืบหน้าไปมากและค่อนข้างชัดเจน รอเพียงผลการตรวจวัตถุพยาน และการสอบสวนพยานแวดล้อมให้แล้วเสร็จ เชื่อว่าจะสามารถออกหมายจับคนร้ายได้


 รายงานจากกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลาเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวน เพราะพบรถเชื่อมโยงก่อเหตุสองคันซึ่งเคยอยู่ในพื้นที่ อ.ระโนด



เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ห้องประชุมกองบังคับการบก.ภ.จว.สงขลา พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา(สบ.10) ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดคดี นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ช่วงค่ำวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญสิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์และพ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา พร้อมด้วยตำรวจที่กองปราบปรามเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

จากนั้น พล.ต.อ.รชต พร้อมคณะนายตำรวจ ได้เดินเข้าพบนายรฐชัย สงประสพ รองปลัดเทศบาลนครสงขลา รักษาการนายกเทศมนตรีนครสงขลา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจแก่พนักงานเทศบาลนครสงขลา พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่ จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ และหากพยานหลักฐานสาวไปถึงใคร จะจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ โดยไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพลและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีก 60 วัน จึงมาให้กำลังใจ

 

พล.ต.อ.รชต เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้ง สอบสวนสืบสวน และเจ้าหน้าที่วิทยาการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาที่กระทำผิด และขณะนี้ถือว่ามีความคืบหน้าไปมากแล้ว และคาดว่าจะชัดเจนเร็วที่สุดในอีกวันสองวันนี้ เนื่องจากต้องรอผลตรวจหลักฐานต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่วิทยาการ ขณะที่พอจะรู้ตัวผู้ต้องสงสัยมาบ้างแล้ว ส่วนสาเหตุยังคงมุ่งประเด็นหลักไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น และให้น้ำหนักมากที่สุด ขณะที่ทุกฝ่ายพยายามทุ่มเทคลี่คลายคดีกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและมีประชาชนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลี่คลายคดีได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพรถยนต์ของคนร้ายในขณะขับเข้ามาจอดรอเตรียมลงมือก่อเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี เบื้องต้นพบว่ามีรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ 2 คันคือรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แบบ 4 ประตูสีบรอนซ์ จอดทิ้งอยู่ในลานจอดรถของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอและรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แบบ 4 ประตูสีดำจอดทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งสงขลา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าในเวลา 17.15 น.คนร้ายได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ผ่านสามแยกถนนนครใน ตัดกับธนาคารออมสินเข้ามาจอดเตรียมก่อเหตุ จากนั้นขับเข้ามาจอดที่จุดเกิดเหตุในเวลา 18.29 น. และหลังลงมือแล้วได้ขับรถหลบหนีผ่านสี่แยกสะพานเหล็ก ในเวลา19.32 น. มุ่งหน้าผ่านสามแยกถนนนครนอกไปประมงใหม่ในเวลา 19.33 น.ก่อนเลี้ยวรถไปจอดทิ้งไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอและใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที ได้มีรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำขับออกมาจากสถานที่ดังกล่าว จึงเชื่อว่าเป็นการสับเปลี่ยนรถหลบหนี แล้วนำไปจอดทิ้งไว้ที่ สถานีขนส่งสงขลา

 

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่นายพีระ ถูกลอบสังหารอย่างโหดเหี้ยมนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงเน้นไปเรื่องขัดแย้งการเมือง ใน จ.สงขลา ขณะที่ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์เรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นจะเสนอขอหมายจับคนร้าย 4 คน เป็นผู้บงการหรือจ้างวาน 1 คน และมือปืนอีก 3 คน และในส่วนของมือปืนเจ้าหน้าที่มีชื่อทั้งหมดแล้ว รวมทั้งได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษประกบตัวไว้แล้วทั้ง 3 คน โดยยังกบดานในพื้นที่ ส่วนผู้จ้างวานจากการตรวจสอบพบว่าได้หลบหนีไปยังประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว.

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เสนอศาล จ.สงขลา ออกหมายหมายจับมือปืนยิงนายกนครสงขลาแล้ว 1 คนคือ "ไพศาล หนูพันธ์" สังกัดซุ้มระโนด เผยจ่อหมายจับเพิ่มผู้บงการและมือปืนอีกรวม 6 คน
       
       ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ย่างเข้าสู่วันที่ 4 ของการสืบสวนคลี่คลายคดี ล่าสุดในช่วงเช้าของวันนี้ (10 พ.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้เสนอขออนุมัติศาล จ.สงขลา เพื่อออกหมายจับคนร้ายแล้ว 1 คน คือ นายไพศาล หนูพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 2/10 ถ.แหล่งพระราม อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนสังกัดซุ้มมือปืนใน อ.ระโนด จ.สงขลา โดยคาดว่าศาลจะอนุมัติออกหมายจับได้ในก่อนเที่ยงของวันนี้
       
       และจากการสืบสวนสอบพบว่าคดีนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้บงการและมือปืนทั้งหมด 6 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับทั้งหมด สำหรับการออกหมายจับนายไพศาลซึ่งเป็นหนึ่งในมือปืนนั้น เจ้าหน้าที่มีหลักฐานสำคัญจากปลอกกระสุนปืนคาร์บินที่ตกอยู่ในรถกระบะ วีโก้ สี่ประตู สีบรอนซ์ ของคนร้าย ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ตรงกับปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งเอกสารคู่มือรถยนต์และภาพถ่ายของหัวหน้าซุ้มมือปืนที่ตกอยู่ภายในรถ
       
       ในส่วนของคดีนี้ได้มีการเชิญผู้เห็นเหตุการณ์มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้วจำนวน 10 คน แต่ปัญหาขณะนี้ไม่มีใครกล้าที่จะมาเป็นพยาน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ประกบตัวและติดตามความเคลื่อนไหวไว้ทุกคนแล้ วโดยเฉพาะมือซึ่งทราบว่ายังอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา เพียงแต่รอการอนุมัติหมายจับจากศาล จ.สงขลา เท่านั้น

         พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมือง จ.สงขลา ขออำนาจศาลจังหวัดสงขลา ให้อนุมัติออกหมายจับ นายไพศาล หนูพันธ์ ชาวสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุยิง นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
         เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงผู้ต้องหาคือ ปลอกกระสุนปืนคาร์บินที่พบในที่เกิดเหตุ ตรงกับกระสุนปืนที่พบในรถกระบะ ที่จอดทิ้งไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ รวมถึงบัตรประจำ ตัวนายไพศาลที่ตกอยู่ภายในรถ จากการสืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่า นายไพศาลสังกัดซุ้มมือปืนใน อ.ระโนด และเป็นผู้ดูแลรีสอร์ทให้ นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วน จ.สงขลา รวมถึงเป็นคนใกล้ชิด นายกิตติ ชูช่วย เจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ
        พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับตำรวจภูธร จ.สงขลา ระบุว่า หลังออกหมายจับได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ ติดตามตัวกลุ่มมือปืน และผู้ร่วมขบวนการ ส่วนผู้บงการหรือผู้จ้างวานนั้น กำลังอยู่ระหว่างประมวลผลการสอบสวนเพื่อความชัดเจน ตำรวจเชื่อว่า สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาโครงการกระเช้าลอยฟ้าที่แหลมสนอ่อน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
        ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากพยานที่เห็นเหตุการณ์กว่า 10 คน ไม่กล้าให้ข้อมูลกับตำรวจ
        ขณะที่ชาว จ.สงขลา ได้ติดตั้งป้ายแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายพีระ เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายสานต่อเจตนารมณ์ เนื่องจากนายพีระเป็นนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม
        ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติหมายจับ นายไพศาลคนใกล้ชิดเจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ค้นบ้านนายกอบจ. มือปืนโร่ มอบตัวยิงนายกเล็ก

ชิงเข้าพบตร.สงขลา! หลังศาลออกหมายจับ เร่งล่าตัวที่เหลืออีก6 "น้องพีระ"ไม่ล้างแค้น



เด็กนายก- นายไพศาล หนูพันธ์ (นั่งกลาง) 1 ในผู้ต้อง หาคดีสังหารนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศ มนตรีนครสงขลา ชิงเข้ามอบตัวหลังถูกออกหมายจับ เมื่อ 10 พ.ย. พบเป็นคนในบ้าน นายกอบจ.สงขลา

เด็กในบ้านนายกอบจ.สงขลาชิงมอบตัวตร. หลังศาลอนุมัติหมายจับคดีร่วมกันฆ่า"พีระ ตันติเศรณี"นายกเทศมนตรีนครสงขลา ยังปฏิเสธความผิดหลังเจอตั้งหลายข้อหา สอบพบอยู่ซุ้มมือปืนระโนด เคยต้องคดีฆ่าคนตายมาแล้ว ตร.คุมตัวใส่เสื้อเกราะไปค้นบ้านนายกอบจ.ต่อทันที พร้อมกับเร่งรวบ รวมพยานหลักฐานออกหมายจับมือปืนที่เหลือและผู้บงการ

ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งถูกคนร้ายยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เมื่อวันที่ 10 พ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เสนอขอศาลจังหวัดสงขลาเพื่อออกหมายจับคนร้ายแล้ว 1 คน คือนายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/10 ถ.แหล่งพระราม อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งมีประวัติสังกัดซุ้มมือปืนในอ.ระโนด จ.สงขลา โดยศาลอนุมัติออกหมายจับทันที ขณะเดียวกันยังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้บงการและมือปืนทั้งสิ้น 6 คน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายไพศาลชิงเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา โดยมาพร้อมกับญาติด้วยรถยนต์ 6 คัน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตามหมายจับ พร้อมแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธและเครื่องกระสุนปืนเข้ามาในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร เบื้องต้นนายไพศาลปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายไพศาล พร้อมหมายค้นไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 55/1 ถ.นาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา ของนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา พี่ชายนายกิตติ ชูช่วย เจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ จุดที่พบรถปิกอัพของกลุ่มมือปืนนำไปจอดทิ้งไว้ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เหตุที่ต้องเข้าตรวจค้นบ้านนายอุทิศ เนื่องจากนายไพศาลเป็นคนสนิทและอาศัยอยู่ในบ้านของนายอุทิศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการควบคุมนายไพศาลไปตรวจค้นบ้านนายกอบจ.สงขลา เจ้าหน้าที่สวมเสื้อเกราะให้กับนายไพศาลเพื่อความปลอดภัย และมีกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร ภาค 9 ตรึงกำลังอย่างแน่นหนา ภายหลังเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายไพศาลกลับไปสอบสวนอีกครั้ง และคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายไพศาลเคยต้องคดีฆ่าคนตายในพื้นที่อ.ระโนด จ.สงขลา เมื่อปี 2550 และเป็นเด็กในบ้านของกลุ่มผู้บงการ ทำหน้าที่ทั้งมือปืนและดูแลกิจการรีสอร์ตด้านหลังสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ โดยเจ้าหน้าที่พบบัตรที่ออกให้โดยส่วนราชการบางหน่วยแขวนอยู่ภายในรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี หมายเลขทะเบียน กพ 226 สงขลา ซึ่งจอดอยู่ภายในสมิหลาเรดิโอเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขอหมายค้นรถคันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนว่าชนวนสังหารนั้น มาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง 2 ขั้วที่มีมานานแล้ว โดยเฉพาะล่าสุดนายพีระสั่งรื้อถอนป้ายโครงการกระเช้าลอยฟ้าของอบจ.สงขลา เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และมีแนวทางชัดเจนไม่ให้เดินหน้าโครงการบริเวณแหลมสนอ่อน โดยพูดมาตลอดว่า ?ใครจะสร้างกระเช้าลอยฟ้า ต้องข้ามศพผมไปก่อน? อย่างไรก็ตาม นายพีระเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นมัธยมกับฝ่ายตรงข้าม ทำให้ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเองจนถึงชีวิต

ด้านนายจารึก ตันติเศรณี สมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา น้องชายนายพีระ กล่าวว่า ครอบครัวของตนมีความสุขสงบและเรียบร้อย หากเกรงว่าการเสียชีวิตของนาย พีระจะเป็นชนวนเหตุของความรุนแรงหรือการแก้แค้นนั้น ยืนยันไม่มีเด็ดขาด จะปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการ แม้ทราบดีว่าชนวนสังหารคือเรื่องใด และพยายามเตือนพี่ชายอยู่ตลอด สำหรับในทางการเมืองนั้นจะเดินหน้ากันต่อไปในนามทีมสงขลาใหม่ที่เคยมีนายพีระเป็นหัวหน้าทีม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บงการซึ่งถือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะข่าวที่รั่วถึงฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา สำหรับน้องชายนักการเมืองชื่อดังที่อยู่ในกลุ่มผู้บงการได้เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านก่อนหน้าเกิดเหตุแล้ว ขณะที่นักการเมืองคนดังที่เป็นพี่ชายยังคงอยู่ในพื้นที่และทำตัวตามปกติ

สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนทราบตัวละครหมดแล้วทั้งในส่วนรถมือปืนที่มีอย่างน้อย 3 คน รถคุ้มกันอีก 2 คน รวมถึงผู้บงการอีก 1-2 คน รวม 6-7 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลขอออกหมายจับ ทั้งนี้ยังกังวลว่าอาจมีตัวละครบางตัวที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่ผู้บงการจะถูกฆ่าตัดตอนได้ ส่วนเส้นทางที่ใช้หลบหนีอาจเป็นทางเรือ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ท่าเทียบเรือประมง

 

'รองผบช.ภ.9'ยันคดียิง'พีระ'ไม่มีกลั่นแกล้ง

'รองผบช.ภ.9'ยันคดียิง'พีระ'ไม่มีกลั่นแกล้ง ลั่นดำเนินตามหลักฐาน เตรียมออกหมายจับทีมฆ่าเพิ่มอีก 2 คน

                    11 พ.ย.55 หลังจากที่มีการจับนายไพศาล หนูพันธ์ หนึ่งในทีมสังหารนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และได้นำตัวไปทำการค้นบ้านนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่ บ้านเลขที่ 55/1 ถ.นาสาร อ.เมือง จ.สงขลา หลังจากนั้นได้นำ ตัวนายไพศาล กลับมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เพื่อทำการสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ และมีทนายความนั่งรับฟังการสอบสวนอยู่ด้วย

                    พล.ต.ต.พิเชษฐ ปิติเศรษฐพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า ตำรวจทำงานกับประชาชน ประชาชนให้ความร่วมมือ มีคนดีอีกเยอะที่แจ้งเบาะแสเข้ามา ในส่วนที่เข้าไปตรวจค้นบ้านนายก อบจ.สงขลา มีการเชื่อมโยงหรือเปล่านั้น อันนี้ก็กำลังสอบสวนเพิ่มเติมอยู่คิดว่าคงไม่ช้าคงจะรู้เรื่อง สำหรับที่ถามว่ามีความหนักใจหรือไม่กับคดีนี้เนื่องจากเป็นความขัดแย้งการเมือง 2 ฝ่ายในพื้นที่ อันนี้ตำรวจไม่หนักใจ เพราะตำรวจไม่มีความขัดแย้งกับใคร ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพราะตำรวจนั้นต้องติดตามจับกุมคนร้าย จะเป็นใครก็แล้วแต่เมื่อทำความผิด เราเป็นกลางเสมอ จะไม่มีการกลั่นแกล้ง จะดำเนินการตามหลักฐาน

                    ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ทราบข่าวตำรวจจับผู้ต้องหาทีมสังหารนายพีระ ตันติเศรณี ได้ในระยะเวลาเพียง 3 วันหลังเกิดเหตุได้นำดอกไม้มามอบให้กับพล.ต.ต.พิเชษฐ ปิติเศรษฐพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจชุดจับกุม เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจตำรวจที่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

 

 

ตร.เตรียมออกหมายจับทีมฆ่า"พีระ"เพิ่ม2คน

 

                 ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งล่าสุดตำรวจได้จับกุม นายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมฆ่าได้แล้วหนึ่งคน แต่การสอบสวนได้ให้การปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาและเจ้าหน้าได้คัดค้านการประกันตัว โดยนายไพศาล เป็นคนสนิทที่ทำหน้าที่คุ้มกัน นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พี่ชายของ นายกิตติ ชูช่วย เจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอที่คนร้ายนำรถไปจอดทิ้งไว้หลังก่อเหตุ และหลังจากนายไพศาล ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายอุทิศ เนื่องจากพบว่าเข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในบ้านก่อนที่จะเกิดเหตุยิง นายพีระ

                 ล่าสุด วันนี้ นายไพศาล ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังของ สภ.เมืองสงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน หลังจากที่เมื่อคืนนี้ได้ทำการสอบสวนนานกว่า3 ชั่วโมงและเสร็จในเวลาประมาณ4ทุ่ม โดยมีรายงานการสอบสวนว่า นายไพศาล ได้ให้การปฏิเสธทุกกล่าวหาโดยระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายพีระ และเป็นการกลั่นแกล้งและใส่ร้ายจากฝ่ายการเมืองฝั่งตรงข้าม และยังไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่วิทยาการตรวจดีเอ็นเอโดยอ้างว่าจะถูกตำรวจใส่ร้ายและเกรงกลัวอิทธิพล ของฝ่ายตรงข้าม

                 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังมั่นใจในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ทั้งรอยลายนิ้วแฝงของ นายไพศาล ที่ติดอยู่ที่ขวดน้ำและเอกสารที่พบในรถของคนร้ายรวมทั้งพยานแวดล้อมอื่นๆว่าเป็นการจับไม่ผิดตัวโดย นายไพศาล ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับมือปืน และในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนอาจจะนำตัว นายไพศาล มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งแต่ทางทนายของนายไพศาล ขอเข้ารับฟังผลการสอบสวนด้วย และในวันพรุ่งนี้ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินทางมาสอบสวน นายไพศาล และติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง

                 ขณะที่ การสืบสวนไล่ล่าทีมสังหาร พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก2 คนซึ่งเป็นมือปืน และเตรียมเข้าค้นเป้าหมายซุ้มมือปืนใหญ่ในจังหวัดใกล้เคียงอีก1 จุดเนื่องจากพบว่ามือปืนที่รับงานนี้ไม่ใช่มือปืนใน จ.สงขลา

                 ส่วนบรรยากาศหน้าที่ทำการสงขลาฟอรั่ม จุดที่นายพีระ ถูกยิงและยังคงปิดทำการมีชาวสงขลาและองค์กรต่างได้นำป้ายข้อความแสดงความอาลัยและช่อดอกไม้มาติดและไว้ด้านหน้าเพื่อเชิดชูและยกย่องนายพีระ และในช่วงค่ำของวันนี้จะมีการจัดพิธีจุดเทียนที่หน้าสำนักงานสงขลาฟอรั่มเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของนายพีระด้วย

 

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตร.สงขลาเตรียมหลักฐานพร้อมออกหมายจับผู้ต้องหาฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลาอีก 1 คนวันนี้ เผยมีการวิ่งเต้นนำมือปืนมามอบตัว เพื่อตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงผู้บงการใหญ่
       
       ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ย่างเข้าสู่วันที่ 6 ของการสืบสวนคลี่คลายคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุหลังจากที่มีการจับกุม นายไพศาล หนูพันธ์ ไปแล้ว 1 คน
       
       ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เรียกประชุมสืบสวนสอบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และวัตถุพยาน เพื่อให้สำนวนรัดกุมที่สุด และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับทั้งมือปืน และผู้จ้างวานที่เหลือ
       
       โดยในส่วนของกลุ่มมือปืนนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอขออนุมัติศาล จ.สงขลา ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 คนภายในวันนี้ ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุที่นำไปจอดทิ้งไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ขณะที่ นายไพศาล หนูพันธ์ ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมตำรวจจะนำไปฝากขังที่ศาล จ.สงขลาผลัดแรกในช่วงบ่ายของวันนี้
       
       อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในคดีนี้ได้มีการวิ่งเต้นเพื่อที่จะตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการ โดยมีการเตรียมนำตัวมือปืนที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ และรับสารภาพว่าไม่มีผู้บงการ และวางแผนลงมือทำกันเอง เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณเท่านั้น ขณะเดียวกัน ได้มีการกดดันจากทางฝ่ายของผู้ตายเพื่อให้ตำรวจจับกุมมือปืนทั้งหมดโดยเฉพาะผู้บงการใหญ่
       
       และล่าสุด มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า มือปืนที่ก่อเหตุยิงนายพีระนั้นมีทั้งหมด 3 คน คือ นายไพศาล หนูพันธ์ ที่ถูกจับกุมแล้ว ส่วนอีก 2 คนเป็นมือปืนจาก อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ชื่อเล่นว่า “จ้วน” และมือปืนจาก อ.ระโนด ชื่อเล่นว่า “ผอม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คมชัดลึก

 

ปม'แฉทุจริต'ปลิดชีพ'พีระ ตันติเศรณี'

ปม'แฉทุจริต'ปลิดชีพ 'พีระ ตันติเศรณี' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

              การคลี่คลายคดีฆาตกรรม "พีระ ตันติเศรณี" ชุดสืบสวนใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังเกิดเหตุพบรถยนต์กระบะคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เมื่อไล่เรียงจากกล้องวงจรปิดนำไปสู่การทยอยออกหมายจับทีมสังหาร โดยเชื่อว่ามูลเหตุจูงใจเกิดจากปัญหาการเมืองท้องถิ่น!!
 
              คืนวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผานมา "พีระ ตันติเศรณี" เสร็จประชุมกับกลุ่มเอ็นจีโอเรื่องการเคลื่อนย้ายที่ตั้งสารกัมมันตรังสีออกไปจากเขตตัวเมืองสงขลา แล้วเดินมาขึ้นรถบริเวณหน้าร้าน สงขลาฟอรั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา วินาทีนั่นเอง ห่ากระสุนกว่า 20 นัด พุ่งใส่ร่างของเขาเสียชีวิตทันที ประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมหลายปากให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณคนร้าย รวมถึงยานพาหนะที่คนร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวแรกติดตั้งห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบเห็นรถยนต์ของคนร้ายขับด้วยความเร็วสูงผ่านไป
 
              เมื่อไล่เรียงภาพจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครสงขลา พบว่า เวลา 17.15 น.คนร้ายขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ผ่านสามแยกถนนนครใน ตัดธนาคารออมสินเข้ามายังจุดเกิดเหตุในเวลา 18.29 น. หลังคนร้ายก่อเหตุเสร็จได้ขับรถหลบหนีผ่านสี่แยกสะพานเหล็กในเวลา 19.32 น. มุ่งหน้าผ่านสามแยกถนนนครนอก ไปประมงใหม่ในเวลา 19.33 น. ก่อนจะเลี้ยวรถด้วยความเร็วสูง โดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเข้าไปในซอย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ
 
              ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ชุดสืบสวนนำกำลังปิดล้อมพื้นที่ จนกระทั่งพบเห็นรถยนต์กระบะตามภาพจากกล้องวงจรปิด จอดทิ้งไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ถนนสงขลาพลาซ่า ของนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา และเป็นอดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา คู่แข่งของนายพีระ ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาครั้งที่ผ่านมา
 
              "หลังเกิดเหตุไม่นานนัก ชุดสืบสวนพบเบาะแสสำคัญ แล้วพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยติดป้ายทะเบียนปลอม อีกทั้งกระโปรงหน้ารถบริเวณที่ปัดน้ำฝนพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ติดค้างอยู่ อีกทั้งบริเวณทางเชื่อมไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่ง พบถุงมือ 1 ข้าง และพบหมวกไหมพรมตกอยู่" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว
 
              หลักฐานที่พบทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่า คนร้ายอาจอยู่ในบริเวณใกล้เคียง หรืออาจอยู่ในรีสอร์ทดังกล่าว ผู้ดูแลอ้างว่า มีเพียงห้องหมายเลข 16 ผู้เช่านำกุญแจไปด้วย ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง พบว่ามีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีดำ ติดทะเบียนป้ายแดง ขับออกไปจากบริเวณดังกล่าวก่อนที่ชุดสืบสวนมาถึงเพียงแค่ 3 นาที โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเลี้ยวไปทางสวน 72 พรรษา และตรวจพบว่าจอดอยู่ภายในสถานีขนส่งจังหวัดสงขลา ตรวจสอบภายนอกรถพบว่าติดทะเบียนป้ายแดง แต่บริเวณกระจกหน้ารถยนต์มีป้ายแสดงการจดทะเบียนเสียภาษีติดอยู่
 
              หลังจากได้ข้อมูลรถยนต์กระบะต้องสงสัยทั้ง 2 คัน พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญสิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, ชุดสืบสวนของภูธรภาค และภูธรจังหวัด พร้อมทั้งชุดสืบสวนของกองปราบปราม ประชุมสรุปประเด็นการสืบสวนสอบสวน
 
              โดยมีข้อสรุปตรงกันว่า ผลตรวจลายนิ้วมือแฝงบริเวณตำแหน่งผู้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ผู้ครองครองคือ นายนิวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) แต่ผลนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่า พบลายนิ้วมือของ นายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/9 ถนนเตาอิฐ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเคยมีประวัติกระทำความผิดเกี่ยวกับชีวิต และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน เมื่อปี 2550 แต่ศาลยกฟ้องเพราะพยานหลักฐานอ่อน
 
              เมื่อได้ข้อสรุปพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมสำนวนการสอบสวนเสนอต่อศาลจังหวัดสงขลา พิจารณาอนุมัติหมายจับที่ 539/2555 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ในข้อกล่าวหาร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และทำให้เสียทรัพย์
 
              "นายไพศาลอ้างว่าเดินทางเข้ามอบตัว แต่ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับก่อน ต่อมาได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นจุดต่างๆ ที่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้อง ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงผลนิติวิทยาศาสตร์ แล้วจะพิจารณาอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 คน" พล.ต.อ.รชต กล่าว
 
              คดีนี้ชุดสืบสวนมั่นใจว่า มีมูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาการเมืองท้องถิ่น ในอดีตที่ผ่านมานายพีระอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับผู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ภายหลังเกิดความระหองระแหงกัน หลังจากนายพีระดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลา พบความผิดปกติเกี่ยวกับงบประมาณแล้วกำลังรวบรวมข้อมูลส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ อีกทั้งบางโครงการที่กำลังสร้างมูลค่าหลายร้อยล้านก็เกิดปัญหา มีการแจ้งความกันไปมา จนกระทั่งเกิดคดีฆาตกรรมนายพีระ!!

      
 
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8021 ข่าวสดรายวัน


สั่งจับเพิ่มฆ่านายกพีระ มือปืนผอม


ร่วมกับ"ไอ้จ้วน"-ทีมยิงถล่ม! บิ๊กตร.มั่นใจสาวถึงผู้บงการ



ล่ามือปืน- พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา(สบ10) โชว์หมายจับนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว มือปืนซุ้มระโนด ซึ่งเป็นทีมสังหารนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา โดยมั่นใจว่าจะตามจับได้ถึงผู้บงการ เมื่อ 13 พ.ย.

ออกหมายจับเพิ่มอีกคนทีมฆ่านายกเล็กสงขลา "ไอ้ผอม"มือปืนจากระโนด คนบ้านเดียวกับผู้ต้องหารายแรกที่ถูกจับ ทำหน้าที่ลั่นไกสังหาร ด้าน "พล.ต.อ.รชต" ประชุมชุดสืบสวนสอบสวนวางแนวทางการทำงาน ตามล่ามือปืนและสาวถึงผู้บงการ ด้านชาวสงขลาและญาตินายกเล็กมอบดอกไม้ให้กำลังใจชุดทำงาน และขอบคุณผบ.ตร.ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

กรณีนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลาถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเสียชีวิต ที่หน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลเมืองสงขลา เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ตำรวจได้มุ่งประเด็นไปยังเรื่องของการเมืองท้องถิ่นและปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่นายพีระพยายามปกป้อง โดยเฉพาะปมการสร้างกระเช้าลอยฟ้าโครงการของอบจ.สงขลา ต่อมาตำรวจออกหมายจับนายไพศาล หนูพันธุ์ อายุ 47 ปี คนในบ้านนายอุทิศ ชูช่วย นายกอบจ.สงขลา พบว่าทำหน้าที่ขับรถพา 2 มือปืน ทราบชื่อคือ นายจ้วน และนายผอม ไปก่อเหตุ โดยนายไพศาลเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ ขณะเดียวกัน นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ และผู้บริหารสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ที่คนร้ายนำรถคันก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ส่งทนายเข้าพบตำรวจยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องและพร้อมให้ความร่วมมือ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่กองบัญชา การตำรวจภูธร ภาค 9 พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งฝ่ายสอบสวน สืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมประชุมเพื่อสรุปผลความคืบหน้า มีพล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง รองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล รองผบก.สส.ภาค 9 พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชูรังสฤษฎิ์ ผกก.สส.ภ.จ.สงขลา เข้าประชุม ใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.รชตกล่าวว่า จากการเร่งสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถออกหมายจับผู้ต้องหารายที่ 2 ศาลจ.สงขลา ออกหมายจับเลขที่ 540/2555 ผู้ต้องหาคือ นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว หรือ ผอม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.9 ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นหนึ่งในซุ้มมือปืน อ.ระโนด ทีมฆ่านายพีระ

"กำชับตำรวจชุดคลี่คลายคดีเร่งสืบสวนหาเบาะแสผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสาวไปให้ถึงมือปืนและผู้บงการอยู่เบื้องหลังด้วย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายกระทำการอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง และคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน" ที่ปรึกษา สบ 10 กล่าว

พร้อมกันนี้ มีกลุ่มมวลชนและญาตินนายพีระประมาณ 300 คนนำดอกไม้มามอบและกล่าวขอบคุณพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีพล.ต.อ.รชตเป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ยังมอบดอกไม้ให้กับพล.ต.อ.รชต และพล.ต.ท.พิสิฎฐ์เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจที่สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงให้กำลังใจแก่ตำรวจทุกๆ คนที่ทำงานในครั้งนี้
 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งออกไล่ล่าติดตามตัว นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว 1 ในผู้ต้องหาทีมยิงนายกเทศมนตรีนครสงขลา โดย จนท.ได้กระจายลงทั้งพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง
       
       ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะนี้ ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้ว คดีมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 2 คน คือ นายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี ที่ได้เข้ามอบตัวไปแล้ว และนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว อายุ 46 ปี ซึ่งถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ โดยทั้ง 2 คนเป็นทีมมือปืน
       
       ล่าสุด วันนี้ (14 พ.ย.) นายนิวัฒน์ หรือผอม ยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัวต่อตำรวจแต่อย่างใด โดยทางชุดสืบสวน 3 หน่วย ทั้งจากกองกำกับการสืบสวนภาค 9 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสงขลา และชุดสืบสวนของ สภ.เมืองสงขลา ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ไล่ล่าทั้งในพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของนายนิวัฒน์ รวมทั้งในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งเป็นซุ้มมือปืนที่รับงานยิงนายพีระ เพื่อหาเบาะแส และจับกุมแต่ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด
       
       โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงลงพื้นที่หาเบาะแสอีกอย่างน้อย 10 จุด ทั้งใน อ.ระโนด และ อ.เมืองสงขลา รวมทั้ง จ.พัทลุง จนกว่าจะได้ตัว หรือติดต่อเข้ามอบตัวต่อตำรวจ เนื่องจาก นายนิวัฒน์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่ตัวมือปืนที่เหลือ รวมทั้งผู้บงการ
       
       ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนนั้น พนักงานสอบสวนทั้ง 17 นาย ที่ได้มีการระดมทำคดีนี้กำลังเร่งสอบสวนพยานที่มีอยู่จำนวน 60 ปาก และแล้วเสร็จไปกว่า 20 ปาก ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งในจุดเกิดเหตุ และจุดต่างๆ ที่รถยนต์ของคนร้ายขับหลบหนี และนำไปซ่อนไว้ในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่จะมัดตัวทีมฆ่า และผู้บงการ

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เจ้าหน้าที่ยังคงไล่ล่า นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ยังคงหลบหนี เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายทีมสังหาร และผู้บงการฆ่านายกเทศมนตรีหมดแล้ว มีทั้งหมด 7 คน ทีมฆ่า 6 คน และผู้บงการอีก 1 คน ใช้รถยนต์ก่อเหตุ 5 คัน ยึดมาได้แล้ว 3 คัน รอรวบรวมพยานหลักฐานทยอยออกหมายจับ บ่ายวันนี้จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพโดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน
       
       ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งครบหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ถูกคนร้ายลอบสังหารเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่หน้าสำนักงานสงขลาฟอรั่ม เขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งได้มีการออกหมายจับทีมมือปืนไปแล้ว 2 คน คือนายไพศาล หนูพันธ์ ซึ่งได้มอบตัวไปแล้ว และนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ซึ่งยังคงหลบหนี
       
       ล่าสุด ในส่วนของความคืบหน้าการสืบสวนติดตาม นายนิวัฒน์ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมได้ และยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัวต่อตำรวจ และจากการเข้าตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 65 ม.3 ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และที่ภูมิลำเดิมที่ อ.ระโนด ก็ไม่พบตัว และจากเบาะแสที่ได้ทราบว่าได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปก่อน 2 วัน ก่อนที่จะถูกออกหมายจับ และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่น่าจะเข้ามอบตัว ทางชุดสืบสวนจึงยังคงเร่งไล่ล่าเพื่อติดตามจับกุม
       
       ส่วนความคืบหน้าด้านคดีในวันนี้ (15 พ.ย.) ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 จะนำหลักฐานบางส่วนที่ตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝง และวัตถุพยานที่เก็บจากจุดต่างๆ เช่น รถยนต์ของคนร้ายนำมาส่งให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีมัดตัวทั้งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ถูกออกหมายจับ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลือ และในวันนี้เจ้าหน้าที่อาจจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาล จ.สงขลา ออกหมายจับคนร้ายอีก 1 คน ซึ่งเป็นทีมมือปืน
       
       ขณะที่ในช่วงบ่ายของวันนี้ เวลา 15.30 น. จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายพีระ ที่วัดแหลมทราย โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินทางมาเป็นประธาน
       
       สรุปเครือข่ายทีมสังหารมีทั้งหมด 7 คน ทีมฆ่า 6 และ 1 ผู้บงการ ทยอยออกหมายจับ
       
       เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายทีมสังหาร และผู้บงการฆ่านายกเทศมนตรีหมดแล้ว มีทั้งหมด 7 คน ทีมฆ่า 6 คน และผู้บงการอีก 1 คน ใช้รถยนต์ 5 คัน ในการก่อเหตุ ขณะนี้ยึดมาได้แล้ว 3 คัน รอรวบรวมพยานหลักฐานทยอยออกหมายจับ
       
       มีรายงานจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายทีมสังหาร และผู้บงการฆ่านายพีระ หมดแล้วโดยคดีนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 คน เป็นทีมฆ่า 6 คน และผู้บงการอีก 1 คน ใช้รถยนต์ในการลงมือก่อเหตุ 5 คัน เจ้าหน้าที่ติดตามคืนมาได้แล้ว 3 คัน และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้รวมทั้งรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ล้วนเชื่อมโยงกับนักการเมืองใหญ่ท้องถิ่นคนหนึ่งในพื้นที่ จ.สงขลา ขณะนี้รอเพียงการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทยอยออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคนที่ 3 ซึ่งอยู่ในทีมมือปืนในวันสองวันนี้
       
       นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามจับกุม นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ที่ถูกออกหมายจับ และยังคงหลบหนีการจับกุม พร้อมทั้งยังคงกระจายกำลังพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งในวันนี้ได้ลงพื้นที่ใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 และคาร์บินที่ใช้ก่อเหตุ

 
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8022 ข่าวสดรายวัน


เจอมือถือ ค้น 9 จุดล่าทีมฆ่าพีระ


หมวกกับซองปืน ทิ้งรีสอร์ตคนดัง อีกชุดลุยระโนด ควานตัว"ไอ้ผอม"



งมคลอง - จนท.งมหาหลักฐานในคลองใกล้รีสอร์ตของนายกอบจ.สงขลา พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซองปืนพก และหมวกไอ้โม่ง คาดเป็นของมือปืนที่ก่อเหตุยิงนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีสงขลาเสียชีวิต เมื่อ 14 พ.ย.

ตร.สงขลาแบ่งกำลัง 9 ชุดตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมคดีสังหารนายกพีระ หนึ่งในนั้นเป็นบ้านของนายกอบต.คนหนึ่งในอ.ระโนด จ.สงขลา หลังพบอาจมีส่วนเชื่อมโยงถึง อีกชุดเข้าค้นรีสอร์ตหลังสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ค้นพบซองปืน หมวกไอ้โม่ง และเจอมือถือสภาพใหม่ 2 เครื่องจมอยู่ในบ่อน้ำ จึงนำไปตรวจสอบหาที่มาที่ไป ยังไม่เจอปืนที่ใช้ยิงถล่มเหยื่อแต่อย่างใด

จากกรณีนายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเสียชีวิต ที่หน้าร้านสงขลาฟอรั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลเมืองสงขลา เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ตำรวจมุ่งประเด็นไปยังเรื่องของการเมืองท้องถิ่น และปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่นายพีระพยายามปกป้อง โดยเฉพาะปมการสร้างกระเช้าลอยฟ้าโครงการของอบจ.สงขลา ต่อมาตำรวจออกหมายจับนายไพศาล หนูพันธุ์ อายุ 47 ปี คนในบ้านนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา พบว่าทำหน้าที่ขับรถพา 2 มือปืน ทราบชื่อคือนายจ้วนและนายผอมไปก่อเหตุ โดยนายไพศาลเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ ขณะเดียวกัน นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ และผู้บริหารสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ที่คนร้ายนำรถคันก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ ส่งทนายเข้าพบตำรวจยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง และพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งต่อมาตำรวจออกหมายจับนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว หรือ "ไอ้ผอม" มือปืนจากระโนด คนบ้านเดียวกับผู้ต้องหารายแรกที่ถูกจับได้ ทำหน้าที่ลั่นไกสังหารอีก 1 คน ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเวลา 06.00 น. วันที่ 14 พ.ย. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล รอง ผบก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชูรังสฤษฎ์ ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ท.ดุสิต พรมสิน รอง ผกก. และพ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สว.สส.สภ.เมืองสงขลา พร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กระจายกำลังค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม 9 จุด แบ่งเป็นพื้นที่อ.เมือง 5 จุด และอ.ระโนด 4 จุด ขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่งเข้าค้นในพื้นที่อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง และยังค้นบ้านพักของนายก อบต.คนหนึ่งในอ.ระโนด จ.สงขลา หลังพบว่ามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มมือปืนและอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน พล.ต.ต. สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา และพ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบก. ประสานเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครสงขลา นำรถดับเพลิงและเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำในคลองข้างรีสอร์ต ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ จุดที่คนร้ายนำรถยนต์กระบะไปจอดทิ้งไว้ เพื่อหาอาวุธปืนเอ็ม 16 และคาร์บิน ที่ใช้ยิงนายพีระ หลังได้เบาะแสว่าอาจนำมาซ่อนไว้

จากการตรวจสอบ พบซองปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ในพงหญ้า และหมวกไหมพรมตกอยู่ในบ่อหลังห้องพักจึงมอบให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจลายนิ้วมือแฝง ว่าตรงกับ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปแล้วหรือไม่ รวมทั้งผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ด้วย ส่วนการค้นหาอาวุธปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บิน ขณะนี้ยังไม่พบแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจสอบคูน้ำครั้งนี้เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย สภาพใหม่ 2 เครื่องจมอยู่ในโคลน พ.ต.ท.สุพล คู่นพคุณ สวป.สภ.เมืองสงขลา จึงส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ด้านพล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภาค 9 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามค้นหาหลักฐานให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอาวุธปืน 2 กระบอกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เพื่อนำมาเชื่อมโยงและมัดตัว ผู้ก่อเหตุ ส่วนโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่พบในคลองเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อมูลภายในเครื่อง ว่าเป็นของใคร และเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ ขณะที่นายนิวัฒน์ผู้ต้องหาคนที่ 2 ที่ถูกออกหมายจับจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด
 
 
 
 
 
 
 

ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งครบหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ถูกคนร้ายลอบสังหารเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่หน้าสำนักงานสงขลาฟอร์รั่มเขตเทศบาลนครสงขลา โดยได้มีการออกหมายจับทีมมือปืนไปแล้ว 2 คนคือนายไพศาล หนูพันธ์ ซึ่งได้มอบตัวไปแล้ว  และนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ที่ยังคงหลบหนีอยู่นั้น
 

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ในส่วนของการสืบสวนติดตามนายนิวัฒน์ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมได้ และยังไม่ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ จากการเข้าตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และที่ภูมิลำเดิมที่ อ.ระโนด ก็ไม่ตัว ซึ่งจากเบาะแสที่ได้มา ทราบว่าได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปก่อน 2 วันที่จะถูกออกหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่านายนิวัฒน์ไม่น่าจะเข้ามอบตัว ทางชุดสืบสวนจึงต้องเร่งไล่ล่าเพื่อติดตามจับกุม
 

ส่วนความคืบหน้าด้านคดี ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้นำหลักฐานบางส่วนที่ตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝงและวัตถุพยานที่เก็บจากจุดต่างๆ เช่นรถยนต์ของคนร้าย นำมาส่งให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีมัดตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ถูกออกหมายจับและผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลือ นอกจากนี้เตรียมเสนอศาลจังหวัดสงขลาเพื่อขอออกหมายจับคนร้ายอีก 1 คนซึ่งเป็นทีมมือปืน
 

มีรายงานจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายทีมสังหารและผู้บงการฆ่านายพีระ หมดแล้ว โดยคดีนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด7 คน เป็นทีมมือปืนสังหาร 6 คน และผู้บงการอีก 1 คน ใช้รถยนต์ในการลงมือก่อเหตุ 5 คัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ติดตามมาได้แล้ว 3 คัน รวมทั้งรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขณะนี้รอเพียงการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อทยอยออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเตรียมจะออกหมายจับผู้ต้องหาคนที่ 3 ซึ่งอยู่ในทีมมือปืน
 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามจับกุมนายนิวัฒน์ ที่ถูกออกหมายจับและยังคงหลบหนีการจับกุม พร้อมทั้งยังคงกระจายกำลังพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุ ทั้งใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อหาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บินที่ใช้ก่อเหตุ
 

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง รอง ผบช.ภาค 9 ได้ประชุมหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี ทั้งในส่วนของการสอบพยานการรวบรวมหลักฐาน และการติดตามจับกุมนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหาคนที่สองที่ถูกออกหมายจับ รวมถึงการเตรียมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 คนซึ่งอยู่ในทีมฆ่า
 

ขณะที่การขยายผลเชื่อมโยงไปยังผู้บงการนั้น แม้จะยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาเข้าให้การ แต่มีรายงานว่าได้มีการสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยบางคน ที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.สงขลา เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ หากมีหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถเสนอศาลออกหมายจับได้ เนื่องจากขณะนี้แนวทางการสอบสวนขยายผลเริ่มเข้าใกล้ตัวกลุ่มผู้บงการมากขึ้น และอาจจะมีการหลบหนีออกนอกประเทศก่อนที่จะมีการออกหมายจับ โดยได้มีการสั่งการให้เฝ้าระวังทุกทาง ทั้งเครื่องบิน ทางเรือ และทางรถยนต์ผ่านชายแดนสงขลา
 

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 15.30 น. ที่วัดแหลมทราย เขตเทศบาลนครสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายพีระ โดยมีญาติ และ สส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายถาวร เสนเนียม และนิพนธ์ บุญญามณี รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นและประชาชน เข้าร่วมพิธีนับพันคน เพื่อแสดงความไว้อาลัยให้กับนายพีระเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่ภายในบริเวณวัดและทั่วตัวเมืองสงขลา ได้มีการขึ้นป้ายยกย่องเชิดชูเกียรตินายพีระ ว่าเป็นนักการเมืองและนักพัฒนาที่ดีคนหนึ่งใน จ.สงขลา

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโออีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ผลการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ยึดอาวุธปืนได้ 7 กระบอก จากบ้านผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งใน อ.สทิงพระ ซึ่งอยู่ในเครือข่ายทีมมือปืน ส่วนนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ยังไม่พบตัว รวมถึงปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บิน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญก็ยังหาไม่เจอเช่นกัน

ความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.15 น. วันนี้ (16 พ.ย.) พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา หัวหน้าชุดสอบสวน พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน นำหมายค้นของศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโออีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นจุดที่คนร้ายนำรถยนต์กระบะที่ใช้ก่อเหตุยิงนายพีระไปจอดทิ้งไว้ก่อนหลบหนี ซึ่งสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอตั้งอยู่ด้านหน้าขนส่งรีสอร์ต เป้าหมายอีกจุดที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นไปแล้ว โดยทั้ง 2 จุดนั้น สามารถเดินทะลุกันได้ รวมทั้งจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่คนร้ายลงมือก่อเหตุยิงนายพีระ หน้าสำนักงานสงขลาฟอรั่ม และขับรถยนต์มาจอดทิ้งไว้ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี เพื่อนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอยังคงปิดทำการ

และผลจากการลงพื้นที่ของชุดสืบสวนตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามจับกุมนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว หรือผอม ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคนที่ 2 รวมทั้งหาหลักฐานสำคัญซึ่งเป็นปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บิน โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป็นบ้านพักของผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งใน ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับมือปืนกลุ่มนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาดต่างๆ ได้อีก 7 กระบอก และนำมาตรวจสอบว่าเป็นปืนที่เคยใช่ก่อเหตุใดคดีใดบ้าง

ส่วนนายนิวัฒน์ รวมทั้งปืนเอ็ม 16 และปืนคาร์บิน ยังไม่พบแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น ล่าสุด ในวันนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากยังขาดหลักฐานสำคัญบางอย่าง

 


 

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่ ยังติดตาม ไล่ล่าผู้ต้องหาคนที่ 2 ยิง นายกเทศมนตรีนครสงขลา คาด หลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอวด และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช  ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียังคงเดินหน้าหาเบาะแส เพื่อติดตามจับกุม นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว หรือ ผอม ผู้ต้องหาคนที่ 2 ซึ่งยังคงหลบหนี และล่าสุดทราบเบาะแสว่า น่าจะหลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอวด และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทั้ง 2 อำเภอ มีสวนปาล์มน้ำมันของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งใน จ.สงขลา ซึ่งนายนิวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนใกล้ชิด คอยทำหน้าที่เป็นชุดคุ้มกันให้ ส่วนความคืบหน้าอาวุธปืน 2 กระบอก ทั้งเอ็ม 16 และคาร์บิน หลักฐานสำคัญใช้ยิง
นายพีระ นั้น เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า น่าจะนำไปซุกซ่อนไว้ในนากุ้งแห่งใดแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของซุ้มมือปืนที่เป็นทีมฆ่านายพีระ และกำลังเตรียมเข้าค้นอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน ส่วนความคืบหน้าด้านคดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้หนาแน่นและรัดกุมที่สุด ก่อนที่จะเสนอศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับ
 
 
 
 

ตร.จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก1คดีฆ่า'พีระ'

จนท.เร่งตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน คดีฆ่า "พีระ ตันติเศรณี" นายกเทศมนตรีนครสงขลา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง

          วันที่ 20 พ.ย.55 ความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 2 คน คือนายไพศาล หนูพันธ์ และนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว และเจ้าหน้าที่ยังคงเข้าค้นตามจุดต่างๆ เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีนี้อย่างต่อเนื่องและหาเบาะแสติดตามจับกุมนายนิวัฒน์ ที่ยังคงหลบหนี
 
          สำหรับความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายและออกหมายจับผู้ต้องที่เกี่ยวข้อง ทางพนักงานสอบสวนที่ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา กว่า17 นายจากสถานีตำรวจต่างๆ ในจ.สงขลา ยังคงเร่งทำสำนวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากการสอบปากคำพยานรวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยึดมาได้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ และหลักฐานที่ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ตรวจสอบเสร็จแล้วและทยอยส่งมามอบให้ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี สำหรับการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องและใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสองคน ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานสำคัญหลายชิ้นที่จะมัดตัวคนร้ายและออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีกอย่างน้อย 1 คน
 
          ทางด้านชุดสืบสวน3 ชุดทั้งจากภูธรภาค9 ภูธรจังหวัดสงขลาและสภ.เมืองสงขลา ที่ได้มีการตั้งเป็นชุดเฉพาะกิจสำหรับคดีนี้ยังคงเดินหน้าตรวจค้นเป้าหมายทั้งในพื้นที่จ.สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ที่เป็นเครือข่ายซุ้มมือปืนและเชื่อมโยงกับ นายไพศาล และนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสองคนและเป็นเครือข่ายมือปืนซุ้มใหญ่ของภาคใต้
 
          ขณะที่การเข้าตรวจค้นบ้านพักและแมนชั่นของนายกิตติ ชูช่วย และห้องทำงานของ นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเมื่อวานนี้นั้น เจ้าหน้าที่เผยว่าเพื่อต้องการหาเบาะแสของนายนิวัฒน์ เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ นายกิตติและนายอุทิศ แต่อย่างใด

 
 
 
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8027 ข่าวสดรายวัน


บุกค้นอบจ.สงขลา


ห้องทำงานอุทิศ กับบ้านน้องชาย หาข้อมูลคดีพีระ



ค้นบ้าน - ตร.ภาค 9 ชุดคลี่คดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศบาลนครสงขลา เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายกิตติ ชูช่วย ขณะที่อีกชุดเข้าค้นห้องทำงานนายอุทิศ ชูช่วย นายกอบจ.สงขลา พี่ชายนายกิตติด้วย เมื่อวันที่ 19 พ.ย.

ตร.ภาค 9 รุกหนักคดีฆ่านายกพีระ บุกค้นห้องทำ งาน?อุทิศ ชูช่วย? นายกอบจ.สงขลา ส่วนอีกทีมบุกบ้าน-แมนชั่น น้องชายซึ่งเป็นเจ้า ของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ที่คนร้ายนำรถพาหนะฆ่านายกพีระไปจอดทิ้ง ยึดของกลางบางส่วน พบจุดน่ากังขากล้องวงจรปิดในแมนชั่นถูกถอดทิ้งทั้งหมด ผบช.ภาค 9 ยันคดีคืบหน้าไปมากไม่มีปัญหา หากสาวถึงใครจะออกหมายจับทันที เร่งตรวจสอบปืนเอ็ม 16 ที่ยึดได้จากบ้านกำนันสทิงพระ และมือถือ 2 เครื่องที่คาดว่าเป็นของคนร้ายทิ้งไว้ อาจเป็นกุญแจไขคดี

ความคืบหน้าคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต. ชินทัต มีศุข รองผบช.ภาค 9 เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนและตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อกำหนดจุดเป้าหมายและวางแผนการเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครสงขลา 3 จุด ล้วนเป็นสถานที่ของบุคคลสำคัญ คือบ้านเลขที่ 509 และอาคารเอ็มเอ็นแมนชั่น เลขที่ 509/1 ตั้งอยู่ถนนนครนอก บ้านพักและแมนชั่นของนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา เจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ จุดที่คนร้ายนำรถที่ใช้ก่อเหตุไปจอดทิ้ง ส่วนอีกจุดเป็นห้องทำงานของนายอุทิศ ภายในสำนักงานอบจ.สงขลา

พ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รองผบก.สส.ภาค 9 เข้าตรวจค้นที่บ้านพักและแมนชั่นของนายกิตติ ที่อยู่ติดกันพบนางสุกัญญา ชูช่วย ภรรยาของนายกิตติ อยู่ภายในบ้าน และให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่หาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในแมนชั่น ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดถูกถอดออกไปทั้งหมด เบื้องต้นตำรวจได้ยึดสมุดบัญชีธนาคาร กล้องถ่ายรูป และเอกสารบางอย่างภายในบ้านพักและแมนชั่นของนายกิตติไป ตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ชินทัต นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และฝ่ายสืบสวนไปยังสำนักงานอบจ.สงขลา ตรวจค้นภายในห้องทำงานของนายอุทิศ แต่ไม่พบตัวจึงยึดเอกสารโครงการต่างๆ ของอบจ.สงขลา ไปตรวจสอบ



ด้านพล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภาค 9 กล่าวว่า การคลี่คลายคดีนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนไม่ชนตอหรือเจอทางตัน ชุดสืบสวนยังคงลงพื้นที่ติดตามจับกุมนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว มือปืนซุ้มอ.ระโนด ที่ก่อเหตุยิงนายพีระ ซึ่งคาดว่าน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เน้นเป้าหมายที่เป็นเครือข่ายของซุ้มมือปืนซุ้มนี้หรือเพื่อนของนายนิวัฒน์ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีคดีฆ่าติดตัวและเจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ตำรวจยังไม่ตั้งค่าหัวนายนิวัฒน์ เนื่องจากเชื่อว่าจะสามารถจับกุมได้ เพราะประชาชนและญาติของนายพีระ ช่วยแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าคดีนี้จะสามารถสาวไปถึงผู้บงการได้อย่างแน่นอน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งมือปืน ผู้จ้างวาน และผู้บงการ หากสาวไปถึงใครและมีหลักฐานชัดเจนจะออกหมายจับทันที หลักฐานสำคัญอีกอย่างที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในคดีนี้คืออาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ยึดได้จากบ้านกำนันในต.บ่อแดง อ.สทิงพระ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือสองเครื่องซึ่งพบในคูระบายน้ำข้างขนส่งรีสอร์ต อ.เมืองสงขลา ซึ่งขณะนี้กำลังรอผลการตรวจพิสูจน์ หากเป็นของคนร้ายและตรงกับคดีนี้ก็จะสามารถสาวไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ วันนี้ออกหมายจับเครือข่ายทีมมือปืนฆ่านายกเทศมนตรีนครสงขลาอีก 1 คน แต่เป็นข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง

รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนออกหมายจับนายฉ้วน หมวดมี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.1 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่บ้านพักในอ.ป่าพะยอม ได้ยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้จำนวนหนึ่ง จึงได้แจ้งข้อหาและออกหมายจับ เพราะอยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับมือปืนที่ได้ออกหมายจับไปแล้ว 2 คน แต่ ยังไม่พบหลักฐานว่าร่วมก่อเหตุฆ่านายพีระด้วย หรือไม่

 
 
 
 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ออกหมายจับ “นายชยันต์ หนูพันธ์” น้องชายไพศาล หนูพันธ์ เหตุพัวพันคดีลอบฆ่านายกเทศมนตรีนครสงขลา เนื่องจากพบหลักฐานบางอย่างในรถยนต์ของนายชยันต์ขณะจอดทิ้งไว้ที่สถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ

ความคืบหน้าคดีลอบฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ไปแล้ว 2 คนคือ นายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี โดยนายไพศาลได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว และนายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว อายุ 46 ปี ซึ่งยังคงหลบหนีอยู่ รวมทั้งนายฉ้วน หมวดมี อายุ 50 ปี ซึ่งถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (22 พ.ย.) พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ทั้งในส่วนของการสอบสวนพยาน การรวบรวมหลักฐาน และการไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้าย

โดยหลังการประชุม พล.ต.อ.รชต เปิดเผยว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยล่าสุดได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 คนคือ นายชยันต์ หนูพันธ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/10 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นน้องชายของนายไพศาล หนูพันธ์ ทีมมือปืนที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่นายชยันต์ถูกออกหมายจับในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่เจ้าหน้าที่พบแม็กกาซีน 1 อันพร้อมกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัดในรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส ป้ายแดงทะเบียน ฐ 5984 กรุงเทพฯ ของนายชยันต์ ซึ่งจอดอยู่ภายในสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอในวันเกิดเหตุ

พล.ต.อ.รชต เปิดเผยว่า ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ นั้น ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย.) คาดว่าจะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นทีมฆ่าได้อีก 1 คน ส่วนตัวผู้บงการนั้นยังไม่สาวไปไม่ถึงตัว ต้องรอผลการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ขณะที่ผลการตรวจสอบอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ยึดได้จากบ้านนายทวีรัตน์ จันทจิตร กำนัน ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา นั้นปรากฏว่าไม่ใช่อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในคดีนี้ แต่ต้องรอผลการตรวจสอบว่าเคยใช้ก่อเหตุในคดีใดบ้าง

ส่วนในด้านการสอบพยาน ขณะนี้เสร็จไปแล้วกว่า 50 ปาก และยังต้องสอบอีกบางส่วน เช่นเดียวกับการตรวจค้นเป้าหมายที่อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับคดีนี้ ได้ตรวจค้นไปแล้ว 20 จุด ทั้งใน จ.สงขลา จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช และมีเป้าหมายที่จะตรวจค้นอีกหลายแห่ง

 

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 27 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รับมอบตัว นายนิวัฒน์หรือผอม รัตน์แก้ว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา โดยเดินทางเข้ามามอบตัวพร้อมกับทนายความ โดยผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารนายพีระแต่อย่างใด

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์กล่าวว่า การเข้ามอบตัวของผู้ต้องหาหลังจากที่หลบหนีการจับกุม น่าจะเตรียมตัวสำหรับการสู้คดีเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามทางตำรวจ มีความมั่นใจในหลักฐานและพยานต่างๆ และจะทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล และคดีนี้เชื่อว่าจะสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นผู้บงการได้อย่างแน่นนอน และจากการตรวจสอบประวัติ นายนิวัฒน์พบว่าเคยต้องคดีพัวพันฆ่าสองคดีซึ่งทั้งสองคดีศาลยกฟ้อง

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์กล่าวว่า คดีฆ่านายกพีระตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันฆ่าไปแล้ว 2 คนคือ นายไพศาล หนูพันธ์ อายุ 47 ปี ได้เข้ามอบตัวแล้ว และนายนิวัฒน์ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวคนล่าสุด และยังได้ออกหมายจับ นายฉ้วน หมวดมี และนายชยันต์ หนูพันธ์ ในข้อหามีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

 


เจ้าพนักสอบสวนเตรียมนำตัว นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว ผู้ต้องหาในคดีสังหาร นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ที่เข้ามอบตัว ไปขออำนาจศาล จ.สงขลาฝากขัง ที่เรือนจำ จ.สงขลา ซึ่งหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น และสิ้นสุดอำนาจในการควบคุมตัว นายนิวัฒน์ยังคงให้การปฏิเสธ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามจับกุมตัวนายฉ้วน หมวดมี ผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 3 ซึ่งคาดว่า ยังคงกบดานอยู่ในพื้น จ.สงขลา พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง


ส่วนบรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทมนตรีนครสงลา แทนนายพีระที่ถูกยิงเสียชีวิตวันนี้ ว่าที่ ร.ต.ประสิทธิ์ บัวงาม จากทีมชุมชนก้าวหน้า ได้ยื่นหลักฐานการสมัครเพิ่มอีก 1 คน โดยมีผู้สนับสนุนไปมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ทำให้ขณะนี้มีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลาแล้ว 3 คนคือ นายจรัญ บิลพัฒน์ จากทีมพลังสมัคร นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี จากทีมสงขลาใหม่ และ ร.ต.ประสิทธิ์ บัวงาม
สำหรับการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา จะมีจนถึงวันพรุงนี้ (30 พ.ย.) และมีการเลือกตั้งในวันที่ 6 มกราคมปีหน้า

 

 

 

11 ธันวาคม 2555

 


ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา แทนนายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีที่ถูกยิงเสียชีวิต เป็นไปอย่างเข้มข้น บรรดาผู้สมัครทั้ง 4 ทีมเริ่มเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ และลงพื้นที่หาเสียงเพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในวันเลือกตั้ง 6 มกราคมปีหน้า
       
       บรรยากาศการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 6 มกราคมปีหน้า เริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจากชาวเทศบาลนครสงขลาเป็นอย่างมาก โดยผู้สมัครจากทั้ง 4 ทีมเริ่มลงพื้นที่ และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงตามชุมชนต่างๆ เพื่อเรียกคะแนนเสียง และประกาศนโยบายการทำงาน แม้บรรยากาศการหาเสียงแม้จะเข้มข้นแต่ยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยต่างฝ่ายต่างช่วงชิงความได้เปรียบในกลุ่มฐานเสียงของตัวเอง
       
       สำหรับผู้สมัครทั้ง 4 ทีม ประกอบด้วย ทีมพลังสังคมของ นายจรัญ บิลพัฒน์ เบอร์ 1 ทีมสงขลาใหม่ ของนายสมศักดิ์ ตันติเศรณี เบอร์ 2 ทีมชุมชนก้าวหน้าของว่าที่ ร.ต.ประสิทธิ์ บัวงาม หมายเลข 3 และกลุ่มรักษ์นครสงขลาของ นายจารึก ตันติเศรณี หมายเลข 4 ซึ่งเป็นน้องชายของนายพีระ
       
       ขณะที่ความคืบหน้าคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ผ่านมา 1 เดือน เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสาวถึงตัวผู้บงการ และผู้จ้างวานได้ โดยจับได้เพียงทีมมือปืน 3 คนคือ นายไพศาล หนูพันธ์ นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว และนายฉ้วน หมวดมี แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งคดีโดยยืนยันว่า ยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตำรวจ จ.สงขลา ออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฆ่า “นายกฯ พีระ” เพิ่มอีก 1 คนคือ นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วน จ.สงขลา โดยเจ้าตัวได้ชิงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
       
       วันนี้ (21 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ล่าสุด ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ นายกิตติ ชูช่วย น้องชายของนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และแจ้งสองข้อหาคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเป็นผู้จ้างวานฆ่า
       
        "กิตติ ชูช่วย"ผู้ต้องหาตามหมายจับจ้างวานฆ่า "พีระ ตันติเศรณี" นายกเทศมนตรีนครสงขลา  มอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว ปัดทุกข้อกล่าวหา

 

วันนี้(21 ธ.ค.)นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และเจ้าของสถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ พร้อมทนายความ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เพื่อขอมอบตัวสู้คดี หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา(20 ธ.ค.) ศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติออกหมายจับนายกิตติ ใน 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าและเป็นผู้จ้างวานฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา หลังจากพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนมีความชัดเจนว่านายกิตติ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายพีระ
                 

เบื้องต้น นายกิตติ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้น ขณะที่ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งลงมาติดตามคดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการประชุมหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนและจะแถลงข่าวในรายละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “อุทิศ” ยังดิ้นไม่หยุด!! เผยให้ อบจ.สงขลาทำป้ายประกาศขนาดใหญ่ติดตั้งไปทุกพื้นที่ใน 16 อำเภอของ จ.สงขลา เน้นจุดที่ผู้คนจำนวนมากสัญจรไปมา หรือริมถนนสายหลัก เพื่อชี้แจง 8 ข้อดีโครงการกระเช้าลอยฟ้า ชี้เป็นการเปิดเกมรุกกลับหลังถูกต่อต้านหนัก และศาลปกครองเพิ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดก่อสร้างไม่ถึง 24 ชม.
        
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ที่มี นายอุทิศ ชูช่วย นั่งเป็นนายก อบจ.สงขลา ได้ทำป้ายขนาดใหญ่กระจายติดตั้งไปทั่วทั้ง 16 อำเภอของ จ.สงขลา ตั้งแต่วานนี้ (21 ธ.ค.) เพื่อต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า โครงการที่นายอุทิศต้องการเร่งเครื่องเดินหน้าผลักดันให้เกิดอยู่ในขณะนี้ อันเป็นโครงการข้ามผืนน้ำที่เป็นปากทางเชื่อมระหว่างทะเลสาบสงขลา กับทะเลอ่าวไทย หรือเชื่อมระหว่างพื้นที่แหลมสนอ่อน ในเขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขา กับหัวเขาแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา
        
       เป็นที่น่าสังเกตว่า ป้ายประกาศขนาดใหญ่ของ อบจ.สงขลาดังกล่าว ถูกผลิตและนำไปติดตั้งอย่างเร่งด่วนเพียงวันเดียว หลังจากที่ศาลปกครองสงขลามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ อบจ.สงขลาเดินหน้าก่อสร้างใดๆ ต่อไปเมื่อค่ำวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากถูกนายนวพล บุญญามณี ร่วมกับพวกรวม 8 คน ซึ่งเป็นกลุ่มขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามของนายอุทิศได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีกลุ่มภาคประชาชน ประชาสังคม และนักวิชาการในพื้นที่หลายเครือข่ายได้ออกมาต่อต้านโครงการนี้ โดยมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องมา และเข้มข้นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งคดีนี้พัวพันถึงนายอุทิศและนายกิตติ ชูช่วย ผู้เป็นน้องชาย ซึ่งนายกิตติก็เพิ่งถูกออกหมายจับ และชิงเขามอบตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับการขึ้นป้ายเมื่อวานนี้
        
       สำหรับป้ายประกาศของ อบจ.สงขลาที่ว่านี้ มีเพียงภาพตัวอย่างกระเช้าลอยฟ้าเป็นส่วนประกอบ ส่วนขอข้อมูลเนื้อหาที่ต้องการชี้แจงทำเป็นประกาศทั้งหมด 8 ข้อ อยู่ใต้โลโก้ อบจ.สงขลา โดยมีข้อความดังนี้
        
       ประกาศโครงการกระเช้าลอยฟ้า ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (1) เหตุผลความจำเป็น ขนส่งคนจากแหลมสนอ่อนไปยังหัวเขาแดง ศึกษาประวัติเมืองสงขลาเก่าหัวเขาแดง เจดีย์องค์ดำ เจดีย์องค์ขาว ชมวิวทิวทัศน์เมืองสองทะเล สามน้ำ วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดสงขลา 2.เพิ่มแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแก่เยาวชน 3.เพิ่มรายได้ภาคประชาชน 4.สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน 5.เป็นสัญลักษณ์เมืองระดับประชาคมอาเซียน
        
       (2) สาระสำคัญของโครงการประกอบด้วย 1.สถานี จำนวน 2 แห่ง 2.ระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร 3.กระเช้า จำนวน 17 กระเช้า (3) ผู้ดำเนินการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (4) สถานที่ที่จะดำเนินการ 1.ที่ดินราชพัสดุแปลงที่ สข.553 บริเวณแหลมสนอ่อน 2.บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 2 บนหัวเขาแดง (5) ขั้นตอน และระยะเวลาดำเนินการ ขออนุมัติโครงการ ขอความเห็นชอบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาดำเนินการจัดจ้าง ดำเนินการก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 700 วัน
        
       (6) ผลผลิตของโครงการ จังหวัดสงขลามีกระเช้าลอยฟ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ผลลัพธ์ของโครงการ 1.ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.เยาวชนคนทั่วไปเข้าถึงแหล่งวัฒนธรรมมากขึ้น 3.ประชาชนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.พัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม 5.สงขลาเป็นตัวแบบ (Mode) การท่องเที่ยวระดับอาเซียน
        
       (7) กระเช้าลอยฟ้าไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง ไม่มีควัน ไม่มีมลพิษใดๆ ไม่ต้องทำ EIA ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัย หรือประกอบอาชีพอยู่ในสถานที่ที่ก่อสร้าง และพื้นที่ใกล้เคียง (8) ใช้งบประมาณก่อสร้างจำนวนประมาณ 459 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณจากรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
        
       อย่างไรก็ตาม การขึ้นป้ายครั้งนี้เป็นที่ฉงนสนเท่ห์ของชาวสงขลาจำนวนมาก ซึ่งอยู่ดีๆ ก็มีป้ายขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอันเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมากไปผุดขึ้นในจุดสำคัญตามอำเภอต่างๆ โดยมีการตั้งคำถามกันด้วยว่า ป้ายเหล่านี้ใช้งบประมาณจากไหน

 

 


 

7 มกราคม 2556

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาอย่างไม่เป็นทางการ นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี จากทีมสงขลาใหม่ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายพีระ ตันติเศรณี ได้คะแนนมาเป็นที่ 1
       
       วันนี้ (6 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา หลังจากที่ปิดหีบในเวลา 15.00 น. และมีการนับคะแนนกันที่หน่วยเลือกตั้ง ปรากฏว่า ผู้สมัคร หมายเลข 2 นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี จากทีมสงขลาใหม่ หรือรองบ่าว ลูกพี่ลูกต้องของนายพีระ มีคะแนนนำโด่งมาเป็นอันดับ 1 ทั้ง 94 หน่วยเลือกตั้ง ทิ้งห่างคู่แข่งเกือบเท่าตัว
       
       และค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า น่าจะได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครสงขลาคนใหม่ โดยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายสมศักดิ์ ได้ 17,106 คะแนน ตามมาด้วย หมายเลข 1 นายจรัญ บิลพัฒน์ จากทีมพลังสังคม ได้ 11,406 คะแนน

 

 

 

รองผบช.ภ.9 บุกจับ "อุทิศ ชูช่วย" นายกอบจ.สงขลา คดีฆ่า "พีระ ตันติเศรณี"

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ได้นำหมายจับของศาล จ.สงขลา พร้อมกำลังหน่วยสวาทแอดวานซ์ เข้าจับกุมนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยเข้าจับกุมที่บ้านพักเลขที่ 55/1 ถนนนาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา

ทั้งนี้ นายอุทิศ ถูกจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่านายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา  พร้อมได้ให้กำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอุทิศ ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสงขลา โดยมีรายงานว่า นายอุทิศ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  ซึ่งในวันพรุ่งนี้(23 ม.ค.56) ทาง พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง  ที่ปรึกษา สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินทางลงมาแถลงข่าวในรายละเอียดด้วยตัวเอง  

สำหรับคดีนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้วก่อนหน้านี้รวม 4 คน คือ นายไพศาล หนูพันธุ์, นายนิวัฒน์  รัตน์แก้ว ,นายฉ้วน หมวดมี ซึ่งเป็นทีมมือปืน และนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ซึ่งเป็นผู้บงการ และทั้งสี่คนได้เข้ามอบตัว โดยนายกิตติ ได้รับการประกันตัว ส่วนอีก 3 คนถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลาง จ.สงขลา

 

 

  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี  อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อวันที่7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อช่วงเย็น พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัมพล  บัวรับพร  รอง ผบก.สส.ภ.9 ได้นำหมายจับของศาลจ.สงขลา พร้อมกำลังหน่วยสวาทแอดวานด์ เข้าจับกุม นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่บ้านพักเลขที่ 55/1 ถนนนาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา ขณะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่กับครอบครัวภายในบ้านพัก ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสงขลา ซึ่งเบื้องต้น นายอุทิศ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ล่าสุด มีรายงานอีกว่า นอกจากเจ้าหน้าที่จะจับกุม นายอุทิศ แล้ว  ยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้พร้อมกับนายอุทิศอีก 5 คน คือ นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ในข้อหาจ้างวานฆ่า   ส่วนอีก 4 คนคือ นายชยันต์ หนูพันธุ์  นายอธิป ด้วงมาก  นายณัฐพล นัคเล และนายสุดขีด จันทร์แก้ว ถูกออกหมายจับในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ทำให้ล่าสุดมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้แล้วทั้งหมด 10 คนด้วยกัน..

 

 

 

 

 

 

ตำรวจสอบเข้ม นายก อบจ.สงขลา ผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า "พีระ ตันติเศรณี" ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ผบก.ภ.จว.สงขลา เผย คุมตัวฝากขังศาลวันนี้พร้อมค้านประกัน ออกหมายจับหมดแล้ว 10 ราย หนีอยู่ 5 เร่งล่าตัว

พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รองผบช.ภ.9 เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีตำรวจได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา พร้อมกำลังหน่วยสวาทแอดวานซ์ เข้าจับกุม นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในข้อหาจ้างวานฆ่า ในคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ทางตำรวจได้สอบปากคำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตลอดทั้งคืน โดยมีทาง พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง รองผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน ส่วนตนเองนั้น เป็นหัวหน้าชุดจับกุมตามหมายศาล และเป็นส่วนสืบสวนในพื้นที่เท่านั้น

โดยในวันนี้ ทาง พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาแถลงข่าวอีกครั้งในเวลาประมาณ 08.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

 

นายกอบจ.สงขลานอนบนโรงพัก-ยังปฏิเสธ

ความคืบหน้าหลังตำรวจได้จับกุม นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในข้อหาจ้างวานฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ และออกหมายจับคนใกล้ชิดอีก 5 คน ล่าสุด นายอุทิศ ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.เมืองสงขลา หลังจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวน แต่ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่ให้ นายอุทิศ นอนอยู่ในห้องของ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และมีการเฝ้าดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดบริเวณโดยรอบสถานีตำรวจ

ขณะที่ในช่วงเช้าของวันนี้ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะลงพื้นที่แถลงข่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุม นายอุทิศ และความคืบหน้าของคดีนี้อีกครั้ง ที่ สภ.เมืองสงขลา

 

ตร.คุมนายกอบจ.สงขลาฝากขังต่อศาลวันนี้ค้านประกัน

พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา เปิดเผย ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า กรณีการจับกุมตัว นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในข้อหาจ้างวานฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ในวันนี้ หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลจังหวัดสงขลา โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญและอัตราโทษสูง ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาจะใช้สิทธิ์ในการนยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ส่วนหมายจับในคีดนี้ พนักงานสอบสวน ได้ออกทั้งหมดแล้ว 10 ราย และยังหลบหนีอยู่ 5 ราย ซึ่งตำรวจกำลังเร่งล่าตัวอยู่

 

ค้านประกันตัวนายกอบจ.สงขลาฝากขังบ่ายนี้

ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวการจับกุม นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วน จ.สงขลา หลังถูกจับกุมเมื่อวานนี้ ในข้อหาร่วมกันโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยการใช้จ้างวาน คดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา โดยระบุว่า คดีนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 10 คน เป็นผู้จ้างวานฆ่า 3 คน และรวมกันฆ่า 7 คน และการจับกุม นายอุทิศ เป็นการปิดคดีนี้ แม้ว่า ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็ตาม และเจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ จึงนำไปสู่การออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแม้ว่า นายอุทิศ จะให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปฝากขังและคัดค้านการประกันตัวในช่วงบ่ายของวันนี้ที่ศาลจังหวัดสงขลา

 

'รชต'ยันไม่ได้กลั่นแกล้งนายกอบจ.สงขลา

พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการจับกุมตัว นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หลังตกเป็นผู้ต้องหาการจ้างวานฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอและเชื่อมโยงชัดเจน ดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ใจ และขอยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุ คาดว่ามาจากบริหารงานขัดแย้งกัน ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด กับทางเทศบาลนครสงขลา ซึ่งจะนำตัว นายอุทิศ ฝากขังในช่วงบ่าย พร้อมกับการคัดค้านการประกันตัว

นอกจากนี้ ที่ปรึกษา สบ10 ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามผู้ต้องหาอีก 5 ราย โดยทั้งหมดออกหมายจับ 10 ราย จับกุมตัวได้แล้ว 5 ราย ทั้งนี้ สภาพร่างกายและจิตใจของ นายก อบจ.สงขลา เป็นปกติ และขอให้การในชั้นศาล

 

ตร.คุมตัวนายกอบจ.สงขลาหาหลักฐานเพิ่ม

ความคืบหน้าหลังการจับกุม นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในข้อหาร่วมกันโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยการใช้จ้างวาน คดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ล่าสุด พ.ต.อ.อัมพล บัวรับพร รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมกำลังหน่วยสวาทแอดวานซ์ ควบคุมตัว นายอุทิศ เดินทางด้วยรถตู้ออกจาก สภ.เมืองสงขลา ไปยังบ้านพักเลขที่ 55/1 ถนนนาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมภายในบ้านพัก เพื่อนำมาประกอบคดี พร้อมกับให้ นายอุทิศ ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะนำตัวส่งไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลา ในช่วงบ่ายของวันนี้

โดยการเข้าตรวจค้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพทำข่าวแต่อย่างใด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะที่บรรยากาศภายในบ้านพักของ นายอุทิศ  มีบรรดานักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งญาติ และคนใกล้ชิด เดินทางมาติดตามข่าวเป็นจำนวนมาก

 

 

 

เดลินิวส์ สรุป

 

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือน กับการคลี่คลายคดีมือปืนบุกสังหารโหด นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 พ.ย.55 บริเวณด้านหน้าสำนักงานสงขลาฟอร์รั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา จ.สงขลา ต่อมาตำรวจ บช.ภ.9 นำโดย พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 นำทีมตำรวจค่อย ๆ แกะรอยคลี่คลายคดีจนสามารถออกหมายจับและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้จ้างวานและทีมมือปืนได้ทั้งหมด 10 คน ปรากฏว่ามีบรรดาคนในแวดวงการเมืองท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย

คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
  ถือเป็นเหตุการณ์ค่อนข้างอุกอาจสะเทือนขวัญอย่างมาก ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นอกจากจะสร้างความสนใจให้กับคนในพื้นที่จ.สงขลา และประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความรักใคร่ เพราะได้ทำงานการเมืองท้องถิ่นและงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่จ.สงขลา ดังนั้นเมื่อต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกคนร้ายสังหารอย่างเหี้ยมโหดถึงหน้าบ้านพักจึงสร้างความสะเทือนใจให้กับทั้งครอบครัวและญาติพี่น้องรวมไปถึงชาวสงขลาเป็นอย่างมาก 


ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้ความสนใจเป็นอย่างมากมอบหมายให้ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา(สบ 10) ลงไปเกาะติดคดีเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมี พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ ผบช.ภาค 9 เจ้าของพื้นที่ พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา จัดตั้งทีมชุดเฉพาะกิจ ทั้งฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนมือดี ทั้งของตำรวจภูธรภาค 9 และภ.จว.สงขลา มาร่วมกันทำคดีนี้ ซึ่งอาจจะเป็นชุดทำงานที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเข้ามาทำคดีในจ.สงขลา

นับจากวินาทีที่กระสุนปืนออกจากปากกระบอกปืนเอ็ม 16 และปืนอาก้า กว่า 30 นัด ที่ระดมยิงใส่ร่างของนายพีระ นักการเมืองแนวอนุรักษ์ที่ครองตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลามา 3 ปี ได้มีกระแสของพลังมวลชนชาวนครสงขลา กลุ่มเอ็นจีโอ ญาติพี่น้องของนายพีระ และชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการติดตามจับกุมมือปืนและผู้บงการไปทั่วทั้งเมือง เพราะเชื่อมั่นว่าการเสียชีวิตของนายพีระ ไม่ได้มาจากการขัดผลประโยชน์ธุรกิจการเมืองเหมือนกับนักการเมืองคนอื่น ๆ

ทุกคนมั่นใจว่าปมสังหารโหดครั้งนี้ มาจากการทำงานที่เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการคัดค้านโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลาจากฝั่งอ.เมืองสงขลา ไปยังฝั่งอ.สิงหนคร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ ผบช.ภาค 9 และ พล.ต.ต.สุวิทย์ ผบก.ภ.จว.สงขลา เมื่อสามารถระดมนายตำรวจฝีมือดีมาร่วมกันทำงานแบบเป็นระบบ กระจายกำลังออกควานหาหลักฐานทุกชิ้นที่พบในพื้นที่เพื่อนำมาใช้เป็นเบาะแสในการคลี่คลายคดี จุดเริ่มต้นของ
“กุญแจสำคัญ” ที่ช่วยไขปริศนานำไปสู่การแกะรอยจับกุมคนร้ายชุดแรก ซึ่งดูเหมือนว่าจะมาจากความผิดพลาดชะล่าใจของแก๊งมือปืน เพราะหลังก่อเหตุได้นำรถปิกอัพมาจอดไว้ที่สถานีวิทยุสมิหลาเรดิโอ ย่านสถานีขนส่งสงขลา ซึ่งเป็นของ นายกิตติ ชูช่วย น้องชาย นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

สำหรับบริเวณดังกล่าวหลังจากตำรวจชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบได้เบาะแสจึงไปดักเฝ้าซุ่มโป่งตรวจสอบ พบว่าเป็นบริเวณจอดรถมีรั้วรอบขอบชิดยากที่คนภายนอกจะเข้าไปได้ การเริ่มต้นของการคลี่คลายคดีนี้จึงเกิดขึ้น เริ่มจากการขอหมายค้นเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่จอดรถปิกอัพ และบ้านพักของนายกิตติ จนพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มากมายของแก๊งมือปืน เป็นหลักฐานที่ขยายผลนำไปใช้ออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรก คือ นายไพศาล หนูพันธ์ุ นายนิวัฒน์
 
รัตน์แก้ว และ นายฉ้วน หมวดมี (ทั้ง 3 คนเป็นกลุ่มมือปืนที่ลงมือก่อเหตุ) ตามด้วยการออกหมายจับ นายกิตติ ซึ่งเป็นผู้บงการ หลังจากถูกออกหมายจับทั้ง 4 คน ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยนายกิตติ ได้รับการประกันตัว ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ในเรือนจำ

กระทั่งล่าสุดช่วงเย็นวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการออกหมายจับ นายอุทิศ ชูช่วย
  อายุ 55 ปี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  หลังจากนายอุทิศ ได้เก็บตัวเงียบมาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ อย่างไรก็ดีเพื่อความไม่ประมาท พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ 
ผบช.ภาค 9 และ พล.ต.ต.สุวิทย์ ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.อัมพล บัวรับพร รอง ผบก.สส. บช.ภ.9 ได้จัดกำลังตำรวจคอมมานโดของ บช.ภ.9 พร้อมอาวุธครบมือเข้าจับกุมนายอุทิศ ภายในบ้านพัก ถนนนาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา แจ้งข้อหาในฐานะเป็นผู้จ้างวาน นอกจากนี้ยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 5 คน เป็นบุคคลใกล้ชิดกับนายอุทิศ ทั้งสิ้น แต่นายอุทิศ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวเดลินิวส์ว่า แนวทางการสอบสวนคดีนี้ตำรวจได้ตามแกะรอยจากประเด็นความขัดแย้งของนายพีระ กับผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งพบว่ามาจากการเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้า ไม่มีประเด็นส่วนตัวหรือผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ประกอบกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิด ทั้งกับนายกิตติ และนายอุทิศ เจ้าหน้าที่จึงเร่งสอบสวนพยานและรวบรวมหลักฐานทั้งพยานบุคคลและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ล้วนเชื่อมโยงไปถึง ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งหรือทำไปตามกระแสกดดันของสังคม

ขณะเดียวกันเพื่อความโปร่งใสให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทาง พล.ต.อ.อดุลย์ ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รชต ที่ปรึกษา
  (
สบ 10) ลงมากำกับดูแลคดีนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ภายหลังจับกุมนายอุทิศ ทางพล.ต.อ.รชต ก็ได้ลงพื้นที่จ.สงขลา เข้าไปดูคดีด้วยตัวเอง ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่นำดอกไม้มาให้กำลังใจตำรวจชุดจับกุมอย่างล้นหลาม

พล.ต.อ.รชต เปิดเผยว่า กระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุดขณะนี้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้วทั้งหมด 10 คน แยกเป็นข้อหา ใช้จ้างวานฆ่า 3 คน คือ นายอุทิศ
, นายกิตติ และนายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ป่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ในส่วนของข้อหาร่วม ร่วมกันฆ่า 7 คน คือ นายไพศาล หนูพันธุ์
นาย
นิวัฒน์
  รัตน์แก้ว, นายฉ้วน หมวดมี, นายชยันต์ หนูพันธุ์, นายอธิป ด้วงมาก, นายณัฐพล นัคเล และนายสุดขีด จันทร์เขียว  (ผู้ต้องหาที่ยังไม่เข้ามอบตัว 
5 คน คือ นายปราโมทย์ นายชยันต์ นายอธิป นายณัฐพล และนายสุดขีด)

หลังจากนี้ไปการสู้คดีเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมในชั้นศาล คงต้องจับตาดูว่าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของจังหวัดสงขลา ที่สามารถคลี่คลายคดีไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่บทสรุปสุดท้ายจะลงเอยรูปแบบใด
??.

เสนอสร้างรูปปั้น

สำหรับคดีสังหาร นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา แม้ในทางกระบวนการยุติธรรม จะยังไม่ถึงที่สุดเพราะยังคงต่อสู้กันในชั้นศาลอีกหลายปี แต่สำหรับ นายพีระ อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ถึงแม้ชีวิตจะจบลงแล้วแต่ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวนครสงขลา โดยจะมีการเสนอสร้างรูปปั้นครึ่งตัวแล้วนำไปตั้งไว้ที่บริเวณแหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา สถานที่ที่นายพีระ ได้พยายามอนุรักษ์ไว้ให้อยู่ควบคู่กับเมืองสงขลา

จนต้องเอาชีวิตเข้าแลก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดอาจจะตั้งชื่อชายหาดว่า “หาดพีระ ตันติเศรณี”

ก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2552 นายพีระ ได้เคยเขียนบทกลอนขึ้นมาซึ่งสามารถสะท้อนถึงแนวคิดและความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจนว่า
’นครสงขลา เป็นของ คนสงขลา บรรพบุรุษ พลิกป่า แลสิงขร ร่วมสร้างบ้าน สร้างเมือง เรื่องนาคร เป็นบทตอน ประวัติศาสตร์ ชาติ-เมือง-คน อันใดเล่า จำล้ำค่า กว่ามนุษย์ บรรพบุรุษ สร้างบ้าน แล้วผ่านพ้น เกิดลูกหลาน คือสงขลา ประชาชนคือตัวตน คนสืบสาน ตำนานเมือง เจดีย์วัด มัสยิด โบสถ์คริสเตียน โรงเรียน ร้านค้า จะฟูเฟื่อง เศรษฐกิจ ศิลปะ จะรุ่งเรือง ก็ด้วยคน ทั้งเมือง ร่วมมือกัน“.

ศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนล่าง รายงาน

 

 วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8093 ข่าวสดรายวัน


นัดมอบตัว-ฆ่าพีระ


อีก5คนที่ยังหนี ติดต่อ-ขอสู้คดี! "สงขลา"ขึ้นป้าย ขอบคุณ"ผบช.9"



ขอบคุณ - ชาวสงขลาขึ้นป้ายขอบคุณผบช.ภาค 9 และตำรวจชุดคลี่คลาย คดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเล็กสงขลา จนนำไปสู่การจับกุมนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลาในข้อหาจ้างวานฆ่า และทีมสังหารทั้งหมด

ชาวสงขลาขึ้นป้ายขอบคุณผบช.ภาค 9 และตำรวจชุดทำคดีฆ่า"นายกพีระ"ที่สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย พร้อมนำของเซ่นไหว้วางหน้ารูปนายกพีระตรงจุดที่ถูกสังหารเป็นการไว้อาลัย ด้านเมียนายกพีระเผยการจับกุม"อุทิศ ชูช่วย" นายกอบจ.สงขลา ทำให้ความจริงชัดเจนมากขึ้น ด้านผบช.ภาค 9 สั่งเร่งล่าตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 5 คน พบแต่ละคนประวัติโชกโชนเคยต้องคดีฆ่ามาแล้ว แต่ส่วนใหญ่สู้คดีหลุดชั้นศาล ฮึ่มหากขัดขืนให้ใช้มาตรการเด็ดขาดได้ทันที ขณะที่ผู้ต้องหาโดนกดดันหนักประสานขอเข้ามอบตัว

จากกรณีตำรวจเข้าจับกุมนายอุทิศ ชูช่วย นายกอบจ.สงขลา ในบ้านพักตามหมายจับคดีร่วมกันฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา เหตุเกิดเมื่อเดือนพ.ย. 2555 โดยนายอุทิศให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก่อนวางหลักทรัพย์ 3 ล้านบาท ประกันตัวออกไปในชั้นศาล โดยก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก 4 ราย คือ นายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ, นายไพศาล หนูพันธ์, นายนิวัฒน์ รัตน์แก้ว และนายฉ้วน หมวดมี ทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้ประกันตัวออกไปทั้งหมด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 5 ราย ประกอบด้วยนายปราโมทย์ แสงอรุณ, นายอธิป ด้วงมาก, นายสุดขีด จันทร์เขียว, นายณัฐพร นัคเร และนายชยันต์ หนูพันธ์ พร้อมกับมีข่าวว่าผู้ต้องหาที่เหลือติดต่อเข้ามอบตัวในเร็วๆ นี้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภาค 9 กล่าวถึงผู้ต้องหาที่ยังหลบ หนีอยู่ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามและจับกุมตัว เนื่องจากผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีทุกคนส่วนใหญ่มีประวัติโชกโชน เคยต้องคดีร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นและมีหมายจับหลายคดี ในท้องที่ จ.สงขลา ส่วนใหญ่เคยถูกตำรวจจับกุมมาดำเนินคดีแล้ว แต่ส่วนใหญ่สู้คดีหลุดมาได้ โดยเฉพาะนายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา เคยตกเป็นผู้ต้องหายิง อบต. และผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตในพื้นที่ อ.ระโนด ตำรวจจัดกำลังชุดทีมไล่ล่าทุกคน และให้สายสืบเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว บ้านที่ต้องสงสัยที่คาดว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับทั้ง 5 คนจะพักพิง หากมีการต่อสู้ขัดขืนให้ดำเนินการเฉียบขาดได้

พญ.พิชญา พรรคทองสุข ภรรยานายพีระกล่าวว่า เมื่อคดีมีความคืบหน้า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี นับว่ามีความก้าวหน้าของคดีเป็นอย่างมาก ทางญาติขอขอบคุณไปยังทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้อย่างมากเช่นกัน เพราะทำให้ประชาชนได้เห็นความเป็นจริงชัดเจนมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศใน จ.สงขลา หลังคดีมีความคืบหน้า ตามจุดสำคัญๆในตัวเมือง จ.สงขลา มีประชาชนชาวสงขลานำแผ่นป้ายขนาดใหญ่ติดตั้งตามจุดต่างๆ อาทิ ริมถนนทางแยกหน้าวัดแหลมทราย อ.เมืองสงขลา บริเวณก่อนเส้นทางนอกเมืองไปเกาะยอ จ.สงขลา มีข้อความเขียนไว้ว่า "ชาวสงขลาขอขอบคุณ พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีฆ่านายกพีระไว้เป็นอย่างสูง" ส่วนในจุดที่นายพีระถูกยิง มีประชาชนนำกาแฟกระป๋อง บุหรี่ ดอกไม้ไปวางไว้หน้ารูปถ่ายนายพีระ เพื่อไว้อาลัยด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่เหลือซึ่งตำรวจไล่ล่ากดดันอย่างหนัก ทั้งตามแหล่งกบดานต่างๆ บ้านเพื่อนและญาติสนิท ทำให้ผู้ต้องหาชุดนี้ ประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อเดินทางเข้ามอบตัวสู้คดีในวันที่ 25 ม.ค. นี้

 

 

 

 

 

 


3 ก.พ.2556

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้ต้องหาคดีฆ่า “นายกพีระ” เข้ามอบตัวเพิ่มอีก 2 คน คือนายอธิป ด้วงมาก ผู้ใหญ่บ้าน ต.ปากแตระ อ.ระโนด และนายสุดขีด จันทร์เขียว เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธโดยจะให้การในชั้นศาล ทั้งนี้ เหลือผู้ต้องหาที่ยังไม่มอบตัวอีก 3 คน ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุม

คดีลอบฆ่านายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน และได้เข้ามอบตัวรวมทั้งจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 5 คน ในจำนวนนี้ มีนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายกิตติ ชูช่วย น้องชายของนายอุทิศ รวมอยู่ด้วย

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (2 ก.พ.) ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายในข้อหาร่วมกันฆ่าได้เข้ามอบตัวอีก 2 คน โดยเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองสงขลา 1 คน คือ นายอธิป หรือยม ด้วงมาก อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมทนายความ แต่เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ และจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนอีก 1 คนคือ นายสุดขีด หรือตอก จันทร์เขียว อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 4 ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยให้การปฏิเสธเช่นกัน

และคดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังไม่มอบตัวอีก 3 คน คือ นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา นายชยันต์ หนูพันธุ์ และนายณัฐพล นัคเล ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุม

 

 

 

 

 

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - อัยการจังหวัดสงขลา สั่งไม่ฟ้อง 3 ผู้ต้องหาในคดีฆ่า นายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
       
       จากการที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้นำสำนวนการสอบสวนคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลาไปก่อนหน้านี้ และมีข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา ได้มีการนัดเรียกตัวบรรดาผู้ต้องหาในคดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี ทั้ง 7 คน มาพบรายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา
       
       ซึ่งต่อมาในวันเดียวกัน ทางพนักงานอัยการจังหวัดสงขลาได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 3 คน ที่ทางตำรวจออกหมายจับ และยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ คือ นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา โดนข้อหาผู้ใช้จ้างวาน นายณัฐพร นัคเร คนขับรถของนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา และนายชยันต์ หนูพันธุ์ โดนข้อหาร่วมกันฆ่า เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งข่าวดังกล่าวมีการปิดเงียบ
       
       จนเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.สภ.เมืองสงขลา ซึ่งได้รับการยืนยันว่า อัยการได้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จริง ซึ่งก็อยู่ในอำนาจของอัยการ ส่วนสำหรับการดำเนินการต่อไปก็มีวิธีปฏิบัติในกรณีที่คำสั่งของพนักงานสอบสวน และอัยการไม่พ้องตรงกัน ก็ต้องมีการรีบส่งสำนวนการสอบสวนให้แก่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติต่อไป



คมชัดลึก

 

 


 

ตร.มึน!อัยการสั่งไม่ฟ้อง3ทีมฆ่า'พีระ'

คดีสังหารโหด 'พีระ' ชักวุ่น อัยการเรียกดูตัวผู้ต้องหา ก่อนสั่งไม่ฟ้อง 3 คนที่กำลังหลบหนี เป็นคนใกล้ชิด 'อุทิศ ชูช่วย' แถมยังลอยนวล ชี้หลักฐานอ่อน ตร.มึน

ความคืบหน้าคดีสังหารโหดนายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา สรุปสำนวนการสอบสวนคดีไปแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา ได้นัดเรียกตัวบรรดาผู้ต้องหาในคดีฆ่านายพีระทั้ง 7 คน มารายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา จากนั้นพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 3 คน ที่ทางตำรวจออกหมายจับ และยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ คือ นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ในข้อหาผู้ใช้จ้างวาน นายณัฐพร นัคเร คนขับรถของนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายชยันต์ หนูพันธ์ โดนข้อหาร่วมกันฆ่า เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.สภ.เมืองสงขลา ได้รับการยืนยันว่าอัยการได้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจริง ถือเป็นอำนาจของอัยการ สำหรับการดำเนินการต่อไป มีวิธีปฏิบัติในกรณีที่คำสั่งของพนักงานสอบสวนและอัยการไม่พ้องตรงกัน ต้องมีการรีบส่งสำนวนการสอบสวนให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้พิจารณา ต้องดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติต่อไป

สำหรับคดีสังหารนายพีระเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 โดยกลุ่มมือปืนใช้อาวุธสงครามบุกยิงนายพีระอย่างอุกอาจที่หน้าสำนักงานสงขลา ฟอรั่ม เลขที่ 97 ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา หลังจากเสร็จสิ้นจากการประชุมหารือกับกลุ่มเอ็นจีโอในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาที่บริษัท ชลัมเบอร์เจอร์ โอเวอร์ซีส์ เอส.เอ. จำกัด เก็บสารกัมมันตรังสีไว้ในโกดังย่านเมืองเก่าสงขลา เหตุเกิดระหว่างนายพีระเดินออกจากสำนักงานเพื่อไปขึ้นรถตู้ประจำตำแหน่ง ระหว่างนั้นมือปืนที่ดักซุ่มอยู่ใช้ทั้งเอ็ม 16 และคาร์บิน กระหน่ำยิงใส่ไม่ยั้งมือ ทำให้นายพีระเสียชีวิตคาที่

เหตูการณ์ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญเพียง 2 วัน ตำรวจ สภ.สงขลา ได้ทำเรื่องเสนอต่อศาลจังหวัดสงขลาเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารนายพีระทั้งหมด 10 คน

กระทั่งเมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน โดยออกหมายจับคดีร่วมกันฆ่าและผู้ใช้จ้างวานฆ่านายพีระ 1 คน คือ นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน ส่วนอีก 4 คน โดนข้อหาร่วมกันฆ่า คือ นายอธิป ด้วงมาก นายสุดขีด จันทร์เขียว นายณัฐพร นัคเร และนายชยันต์ หนูพันธ์ ต่อมาอีก 3 วัน นายสุดขีด และนายอธิป ได้เข้ามอบตัวสู้คดี พร้อมทั้งควบคุมตัวนายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายกิตติ ชูช่วย น้องชายนายอุทิศ ในข้อหาเป็นผู้จ้างวานฆ่า แต่ทั้งสองให้การปฏิเสธ และอยู่ระหว่างขอประกันตัวสู้คดี

 


 

แกนนำสงขลาฟอรั่มน้อมรับอัยการไม่ฟ้อง

นางพรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการสงขลาฟอรั่มและภาคีกลุ่มเครือข่ายคนรักสงขลา กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่ว่าในทางคดีหรือกระบวนการยุติธรรมจะตัดสินออกมาในรูปแบบใด ย่อมเคารพในการตัดสินใจและเคารพในกระบวนการยุติธรรมเสมอ เนื่องจากเชื่อมั่นใจว่าวันนี้สังคมในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้เล็งเห็นและเข้าใจในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างเปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นในการต่อสู้ในทางกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น หลังจากนี้ยังต้องสู้คดีกันอีกหลายขั้นตอน กว่าจะได้ทราบข้อมูลและข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้บ่งการฆ่าตัวจริง







โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง