| คดีฆ่า เต่า ท่าทราย

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
ซ่าตบนักค้ายาในผับโดนบิ๊กไบค์ตามเก็บ
อุกอาจ!!! มือปืนพระกาฬ ซิ่งบิ๊กไบค์กระหน่ำยิง เต่า ท่าทราย ดับคารถกระบะ กลางถนนเมืองกรุง หลังออกจากผับย่านสุทธิสาร เผยคนร้ายฉายเดี่ยวตามมาจนถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน รัชดาภิเษก ห่างจากโรงพักสุทธิสารไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก่อนสบโอกาสใช้ 10 มม.ยิงไม่ยั้ง ทำเอา เพื่อนคนขับเจ็บไปด้วย ด้านรอง ผบช.น.บอกชนวนมาจากคนตายเมากร่างไปตบหน้านักค้ายาในผับ สั่งนักสืบเมืองหลวงเร่งหาเบาะแส โดยเฉพาะปลอกกระสุน 10 มม.ที่มีใช้กันเฉพาะกลุ่ม
โดย พล.ต.ต.คำรณวิทย์กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาลลงไปพร้อมชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เร่งสืบสวนเพราะคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกอาจและเกิดเหตุในช่วงเช้า เป็นเหตุต่อเนื่องจากสถานบันเทิง ที่เปิดให้บริการเกินเวลา เรื่องนี้จึงต้องทำอย่างเต็มที่ สาเหตุหลักในการก่อเหตุดังกล่าวตั้งประเด็นไว้ คือ เรื่องยาเสพติด เพราะจากการตรวจสอบประวัติของกลุ่มผู้ตายและกลุ่มผู้ต้องสงสัย พัวพันเกี่ยวกับยาเสพติด
ส่วนประเด็นที่สอง คือ ในเรื่องของการทะเลาะวิวาทกันในสถานบันเทิง และประเด็นสุดท้ายที่ตั้งไว้ คือ ผู้ตายมีมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดอนเมือง กลุ่มในจังหวัดนนทบุรี จากภาพภาพวงจรปิดก็ได้ประโยชน์ทางการสืบสวนอย่างมาก ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุเร็วนี้ๆ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เข้ามาช่วยราชการในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 30 วัน หลังปล่อยให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลาโดยจะมีผลตั้งแต่วันนี้และจะให้รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ไปรักษาราชการแทน
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เผยการติดตามคนร้ายก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบท์ ยิงรถกระบะโตโยต้า วีโก้ มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน บริเวณสี่แยกรัชดาภิเษก เมื่อวานนี้ ได้ระดมชุดสืบสวนติดตามคนร้าย เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจค้ายาเสพติด เนื่องจากพบประวัติของผู้ตาย มีฉายาว่า เต่าท่าทราย เคยมีความขัดแย้งกับกลุ่มค้ายาเสพติดหลายพื้นที่

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7914 ข่าวสดรายวัน
ซิ่งบิกไบค์ยิงสนั่นกรุง ดับหนุ่มวีโก้
ประกบฆ่ากลางถ.รัชดา เพิ่งกลับจากเที่ยวในผับ ตร.มุ่งขัดแย้งซื้อขายยา
 อุกอาจ - สน.สุทธิสารตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายขี่จยย.บิ๊กไบค์ประกบยิงนายวิรัส ดิลกศรี อายุ 37 ปี เสียชีวิตคารถยนต์กระบะวีโก้ บริเวณทางขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดาฯ ตัดถนนลาดพร้าว เมื่อวันที่ 29 ก.ค.
|
ซิ่งบิ๊กไบค์ประกบยิงหนุ่มวีโก้ดับคาถนนกลางกรุง เผยก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปเที่ยวกับเพื่อนที่ผับย่านเหม่งจ๋าย แล้วมาเที่ยวกันต่อในย่านสุทธิสาร ก่อนขับรถแยกย้ายกลับบ้าน โดยมีเพื่อนอีกคนขับรถตามหลังมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้ายสวมเสื้อหนัง ซิ่งจยย.บิ๊กไบค์ตามประกบ แล้วชักปืนออกมากระหน่ำยิง จากนั้นขี่รถหลบหนีไป ด้านตร.มุ่งปมขัดแย้งยาเสพติด จนอาจตามมาล้างแค้น
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 ก.ค. ร.ต.ต.ธีรพล หงษ์ศรี ร้อยเวร สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต บนถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออก ช่วงทางขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดาภิเษกตัดถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ พ.ต.อ. พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.วิบูลยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.สุทธิสาร แพทย์ ร.พ. รามาธิบดี และเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุบริเวณช่องจราจรด้านขวา ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีรัชดาภิเษก 30 เมตร บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดาภิเษกตัดถนนลาดพร้าว พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียน ถล 534 กทม. สภาพถูกยิงเข้าที่กระจกและประตูรถฝั่งซ้ายแตก ส่วนบริเวณพื้นถนนพบศพนายวิรัส ดิลกศรี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/330 ม.8 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณไห ปลาร้า แขนซ้าย ชายโครงด้านซ้ายและบริเวณหลัง ด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. รวม 3 นัด นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ในช่องทางขวา 1 ปลอก และริมถนนช่องทางซ้ายใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาฯ อีก 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อนายวิสันต์ สุริวงศ์ 37 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณไหปลาร้าด้านซ้ายอาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งร.พ. เปาโลเมโมเรียล
ด้านพ.ต.อ.วิบูลยุทธเปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพบเห็นรถคันเกิดเหตุขับอยู่ช่องทางขวา โดยมีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ขับตามมา เมื่อถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยคนขี่สวมเสื้อแจ๊กเกตแขนยาวสีดำ สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาว ขับตามประกบขึ้นมาด้านซ้าย และใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปบริเวณกระจกประตูด้านซ้าย ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานหลบหนีไป ส่วนรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเป็นรถของกลุ่มเพื่อนผู้ตาย คาดว่าจะขับตามรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไป แต่ตามไม่ทัน จึงกลับมาช่วยคนเจ็บ
ขณะที่พล.ต.ต.พิสิฏฐ์กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมกลุ่มเพื่อนชาย 2 คน และผู้หญิง 3 คน ได้ไปเที่ยวผับฟิวเจอร์ ใกล้แยกเหม่งจ๋ายจนร้านปิด ก่อนมาต่อกันที่ผับอีกแห่งย่านสุทธิสาร โดยระหว่างนั้นผู้ตายมีอาการเมาสุรา และพยายามเข้าไปขอซื้อยาเสพติดจากผู้ค้ารายหนึ่งแต่ผู้ค้าไม่ยอมขายให้ ทำให้ผู้ตายโมโหและตบไปที่ใบหน้าของผู้ค้ายาเสพติดคนดังกล่าว หลังจากนั้นคาดว่าผู้ค้ายาเสพติดน่าจะดักรอและขี่รถประกบตามผู้ตายมา ก่อนใช้อาวุธปืนยิง ผู้ตายและเพื่อน จากนั้นขี่รถหลบหนีไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ในพื้นที่ย้อนหลังไป พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง ซึ่งเคยถูกจับกุมในพื้นที่สน.สายไหม จากการตรวจค้น ครั้งนั้นภายในรถไม่พบยาเสพติด แต่พบกระ สุนปืน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวคนขี่รถมาดำเนินคดีและปล่อยตัวไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกันหรือไม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ครอบครองรถ ซึ่งเป็นผู้หญิงทราบชื่อ "หนิง" มาสอบสวนต่อไป
ผู้จัดการ
เกิดเหตุคนร้าย จยย.บิ๊กไบค์ ตามประกบหนุ่มกระบะก่อนถล่มด้วย 9 มม.9 นัด บริเวณสะพานข้ามแยกรัชดาฯ ตัดถนนลาดพร้าว ฝั่งขาออก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 1 ราย ผลการสอบสวนเบื้องต้นคาด กลุ่มผู้ตายได้ไปขอซื้อยาเสพติดจากผู้ค้าภายในผับย่านรัชดาฯ แต่ถูกปฏิเสธ จึงได้ใช้มือตบไปที่ใบหน้านักค้ายา จึงทำให้กลุ่มมือปืนตามมายิงทิ้งในที่สุด ที่เกิดเหตุ บนถนนช่องทางขวาห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีรัชดาภิเษก 30 เมตร พบรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ รุ่นพรีรันเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ถล 534 กทม. ถูกยิงเข้าที่กระจกข้างซ้ายแตกละเอียด ส่วนบริเวณพื้นถนนข้างรถ พบศพนายวิรัช ดิลกศรี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 / 330 ม.8 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณไหปลาร้า แขนซ้าย ชายโครงด้านซ้าย และบริเวณหลัง ด้วยอายุปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 9 นัด โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ ส่วนผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือนายวิสันต์ สุริวงศ์ 37 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย ถูกนำตัวส่ง รพ.เปาโลสะพานควาย เบื้องต้นยังไม่สามารถให้การได้ จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะคันเกิดเหตุขับอยู่ในช่องกลาง โดยมีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ็ซ สีขาวซึ่งเป็นรถของกลุ่มผู้ตายขับตามหลังมา เมื่อถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ได้มีรถจักรยานยนต์ แบบบิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยคนขับสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาว สวมแจ็กเกตแขนยาวสีดำ ขับตามประกบขึ้นมาก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปบริเวณฝั่งของผู้ตาย ก่อนจะขับขึ้นสะพานหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนรถยนต์ฮอนด้าแจ็ซ หลังเกิดเหตุคาดว่าจะขับตามรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไป พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ เปิดเผยว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมเพื่อน รวม 5 คนเป็นชาย 2คน ผู้หญิง 3 คน ได้ไปเที่ยวผับชื่อดังแห่งหนึ่งใกล้แยกเหม่งจ๋าย ก่อนจะมาดื่มกินต่อที่ผับอีกแห่งย่านสุทธิสาร โดยระหว่างที่อยู่ในร้าน ผู้ตายมีอาการเมา และพยายามจะเข้าไปขอซื้อยาเสพติดจากผู้ค้ารายหนึ่ง แต่ผู้ค้าไม่ยอมขายให้ ทำให้ผู้ตายโมโหจึงตบไปที่ใบหน้าของผู้ค้ายาเสพติดคนดังกล่าว หลังจากนั้น คาดว่าผู้ค้ายาเสพติดน่าจะออกดักรอจนกระทั่งผู้ตายออกจากร้านจึงขี่ จยย.ประกบตามผู้ตายก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และไปถูกเพื่อนได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนีไป

จากกรณีเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบบิ๊กไบค์สีดำ สวมแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับตามประกบ รถกระบะโตโยต้า วีโก้ พรีแลนด์เนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 534 กรุงเทพ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่หลายนัด กระสุนถูก นายวิรัส ดิลกศรี อายุ 37 ปี ที่นั่งโดยสารมาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดาภิเษกตัดถนนลาดพร้าว เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (29 ก.ค.) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยในช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท.เสน่ห์ วันทอง สว.สส.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้แบ่งงานกันทำ ทางฝ่ายสืบสวนของสน. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ กล้องวงจรปิด บริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ จนได้ภาพวงจรปิดในขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุ ตรงจุดรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีรัชดาภิเษก ซึ่งจากภาพวงจรปิดจะเห็นได้ชัดว่า คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์มาเพียงลำพัง โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ตีคู่ขึ้นมา ก่อนจะลงมือลั่นไก สังเกตจากจังหวะการยิงนั้นจะเห็นได้ว่า คนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน เพราะมีท่าทางในการยิงอย่างเชี่ยวชาญ เหมือนกับฝึกมาอย่างดี
พ.ต.ท.เสน่ห์ กล่าวต่อไปอีกว่า จากการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิต ให้การยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเที่ยวด้วยกัน ภายในสถานที่ท่องเที่ยวโดยผู้ตายได้ตบหน้า ชายคนหนึ่งทราบชื่อต่อมาว่าชื่อ นายจ้อน อายุ 26 ปี ทางญาติจึงคาดว่านายจ้อนอาจจะแค้น จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เพราะจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายนั้น มีอาชีพขายเสื้อผ้าเด็ก แต่ว่าเที่ยวราตรีทุกคืน นอกจากนั้นเวลาไปเที่ยวผู้ตายมักจะไปกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ ประมาณ 10 กว่าคน เมื่อดื่มกินจนเมา ก็มักจะมีเหตุทะเลาะวิวาทเป็นประจำ สำหรับในประเด็นเรื่องธุรกิจบางอย่างทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดทิ้งแต่อย่างใด
สำหรับภาพวงจรปิดนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้สื่อนำมาเผยแพร่ได้เพราะต้องการเก็บไว้เป็นหลักฐานในทางคดีก่อน ความคืบหน้าจะได้รายงานให้ทราบต่อไป.
จ้อน ลาดพร้าว กลัวถูกฆ่า ขอ ตร.คุ้มครอง ถูกตบหน้าก่อน เต่า ท่าทราย ถูกประกบยิง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.พิศิฏฐ์ พิสุทธศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร และชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า การติดตามจับกุมตัวคนร้าย ที่ขับรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ ประกบยิง นายวิรัตน์ ดิลกศรี อายุ 37 ปี หรือ เต่า ท่าทราย ภายในรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ถล 534 กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตที่บริเวณ ถนนรัชดาภิเษก หน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาประตู 2
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า วันนี้ มีการพูดคุย เกี่ยวกับเรื่องปมขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทกันในสถานบันเทิง เนื่องจากชุดสืบสวน ได้ภาพ จ้อน ลาดพร้าว โดนตบหน้า ในสถานบันเทิง ก่อนที่ นายวิรัตน์ ดิลกศรี เต่า ท่าทราย จะถูกยิงระหว่างขับรถบนถนนรัชดาภิเษก ทั้งนี้ จ้อน ลาดพร้าว ได้มีการประสานงานขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอความคุ้มครอง เนื่องจาก กลัวโดนฆ่า อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน จะได้ทำการสอบสวน จ้อน ลาดพร้าว เพิ่มเติม ถึงสาเหตุอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา11.00น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เปิดเผยเบื้องต้น จากคดีอุกอาจเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม เกิดเหตุการณ์ยิงเต่า ท่าทราย ดับคารถกระบะ กลางถนนใจกลางกรุงเชิงสะพานข้ามแยกรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว หลังออกจากผับย่านสุทธิสาร โดยกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายคนเดียวขับมาจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ตามมาจนถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน รัชดาภิเษก ก่อนลงมือยิงนายเต่า ท่าทราย โดยมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกับคนหลากหลายกลุ่ม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงได้เรียกนายตำรวจ สน.สุทธิสารและ สน.ห้วยขวาง มาประชุมด่วน และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง มาช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล30วัน เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลย ให้มีการเปิดสถานบริการเกินกว่าเวลากำหนดหลายแห่งในพื้นที่ สน.ห้วยขวางดูแล
ด้านพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เบื้องต้นตั้งเป้ายาเสพติดทั้งผู้ตายและคู่กรณี เหตุวิวาทในวันดังกล่าวและวันอื่นๆ ซึ่งคนตายมีเรื่องวิวาทกับหลายๆกลุ่ม ในวันเกิดเหตุผู้ตายขอซื้อยาไอซ์มาเสพ แต่คนที่พูดด้วยไม่ให้จนทะเลาะกัน ซึ่งเป็นคำพูดจากปากญาติผู้ตาย ซึ่งผู้ตายก็เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้าด้วย สำหรับรูปพรรณคนร้ายสูงใหญ่มัดผมออกมานอกหมวกกันน็อคไม่สามารถสเกตซ์ภาพได้ แต่พอมีแนวทาง อย่างไรก็ตามรูปพรรณไม่ตรงกับที่มีการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้ โดยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไม่ได้ติดทะเบียน มีการติดตามแต่ไม่ทัน โดยมีพยานในรถหลายปากก็สอบปากคำแล้ว ส่วนอาวุธปืนเป็นขนาด .40 หรือ 10 มม. เป็นอาวุธปืนที่มีราคา และค่อนข้างหาซื้อยาก โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายมีการกระทบกระทั่งกับหลายกลุ่มหลายครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารถกระบะคันเกิดเหตุที่ผู้ตายขับ เป็นของลูกน้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 ยึดไปตรวจสอบ ก่อนคืนมาในวันที่ 28 กรกฎาคม ก่อนเกิดเหตุ ถือว่าเป็นเรื่องการยิงผิดตัวหรือไม่ รอง ผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ถือว่ามีส่วน เพราะเป็นเรื่องของยาเสพติดและอาวุธปืนเหมือนกัน

ผบช.น.สั่งเด้งฟ้าผ่า ผกก.ห้วยขวาง ช่วยราชการ บช.น.30 วัน หลังปล่อยให้เปิดสถานบริการเกินเวลา จนเป็นเหตุให้มีคดีสังหารหนุ่มคาวีโก้ ส่วนความคืบหน้านั้นตำรวจตั้ง 3 ประเด็นนำสืบล่ามืดปืนสังหารโหด เผยปมชนวนเลือดโยงหักยาเสพติด หลังเพื่อนผู้ตายเปิดปากยอมรับ ก่อนป่วยเป็นไข้โป้งเพื่อนไปชนยาไอซ์กับขาใหญ่ แต่ขาใหญ่ไม่ปล่อยให้จึงมีเรื่องก่อนมาถูกซิวด้วยคมกระสุนดับกลางถนน ตร.แกะรอยกล้องวงจรปิด ชี้มือปืนชำนาญการ ใช้ปืนมีระดับราคาแพง ขับหลบหนีขึ้นสะพานข้ามแยกลาดพร้าว ก่อนมุ่งหน้าหน้าหลบหนีไปทางสะพานพระราม 7 นนทบุรี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิศิฏฐ์ พิสุทธศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และชุดสืบสวน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ประกบยิงนายวิรัตน์ ดิลกศรี เสียชีวิตคารถกระบะ ย่านรัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเรื่องปมขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันในสถานบันเทิง ซึ่งตำรวจได้นำภาพของนายจ้อน ลาดพร้าว ที่โดนตบหน้าในวันที่เกิดเหตุมาตรวจสอบแล้ว ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้ตั้งประเด็นการสังหารไว้ 2 ประเด็น คือ ปมขัดแย้งเรื่องยาเสพติด และเหตุทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เข้ามาช่วยราชการในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 30 วัน โทษฐานปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวอีกด้วย สืบเนื่องจากกรณีคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ สวมแจ็กเกตแขนยาวสีดำ หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาเพียงลำพัง แล้วขับประกบทางด้านซ้ายของรถกระบะโตโยต้า วีโก้ พรีแลนด์เนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 534 กทม. และใช้อาวุธปืนขนาด 10 มม.ยิงเข้าใส่จำนวนหลายนัด ทำให้นายวิรัส ดิลกศรี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/330 ม.8 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งนั่งโดยสารเสียชีวิตทันที ส่วนผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับ คือ นายวิสันต์ สุริวงศ์ อายุ 37 ปี ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.เปาโลเมโมเรียล เหตุเกิดบริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกรัชดาตัดถนนลาดพร้าว ขาออกมุ่งหน้าลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร ก่อนหลบหนีไป เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน เพราะมีท่าทางในการยิงอย่างเชี่ยวชาญเหมือนกับฝึกมาอย่างดี พล.ต.ต.พิสิฏฐ์เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นไปไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องยาเสพติด เพราะมีความเกี่ยวข้องกับหลายคน ทั้งตัวผู้ตายและคู่กรณีด้วย เรื่องที่ 2 การขัดแย้งกันที่ผับ ในวันเกิดเหตุ และเรื่องที่ 3 การทะเลาะวิวาทในวันอื่นๆ ซึ่งผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับคนหลายๆกลุ่ม ส่วนประเด็นที่มุ่งเป้าไปเป็นเรื่องยาเสพติดนั้น เพราะในวันเกิดเหตุผู้ตายได้ขอซื้อยาไอซ์เพื่อมาเสพ แต่ว่าบุคคลที่มาพูดคุยกับผู้ตายไม่ได้ให้ของจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น ซึ่งเป็นคำให้การของญาติผู้ตายเอง ทั้งนี้ คนตายยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอื่นๆ อีกด้วย พล.ต.ต.พิสิฏฐ์กล่าวว่า ส่วนรูปพรรณคนร้ายนั้น พบว่า รูปร่างสูงใหญ่ มีผมยาว และมัดผมออกมานอกหมวกกันน็อก ไม่สามารถจะสเก็ตซ์ภาพคนร้ายได้ แต่ทางการสอบสวนสามารถทำได้ ซึ่งรูปพรรณสัณฐานคนร้ายไม่ตรงกับคนที่มีเรื่องกับผู้ตายในห้องน้ำในสถานบันเทิง พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนรถบิ๊กไบค์ที่ก่อเหตุนั้นเป็นรถที่มีกันเฉพาะกลุ่มก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถคันก่อเหตุไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้วย แต่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าขณะเกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถขึ้นไปทางสะพานลอยข้ามแยกลาดพร้าวและกำลังมุ่งหน้าไปทางสะพานพระราม 7 จ.นนทบุรี พล.ต.ต.พิสิฏฐ์กล่าวว่า สำหรับปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นปืนแมกกาซีนแบบออโตเมติก ขนาด .40 หรือ 10 มม. เป็นปืนที่มีราคาสูง ซึ่งคนร้ายอาจจะมีฐานะด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการก่อคดีที่อุกอาจมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังประชุมเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยพบว่ามีการเปิดสถานบันเทิงกันเกินเวลาที่กำหนด ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการเกิดเหตุขึ้น จึงได้เรียก พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง มาช่วยราชการที่ บช.น.เป็นเวลา 30 วัน โดยวันนี้เป็นวันแรก (30 ก.ค.) พร้อมให้รอง ผกก.สน.ห้วยขวาง รักษาราชการแทนไปก่อน ทั้งนี้ เชื่อว่าคดีนี้ไม่น่าจะซับซ้อนอะไรมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบช.น.ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 มารักษาราชการแทน ผกก.สน.ห้วยขวาง หลังจากที่ก่อนหน้ามีกระแสข่าวว่าจะให้รอง ผกก.สน.ห้วยขวาง ขึ้นมารักษาราชการแทนไปพลางก่อนนั้น แต่เนื่องด้วยพื้นที่ ส.น.ห้วยขวาง ถือเป็นพื้นที่ธุรกิจยามราตรีมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องจำนวนมหาศาล จึงได้มอบหมายให้รอง ผบก.น.1 มาดูแลเเทน
พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามือปืนทมิฬซิ่งรถบิ๊กไบค์สังหารนายวิรัช ดิลกศรี หรือ เต่า ท่าทราย กลางถนนรัชดาภิเษก ว่า หลังจากที่ตำรวจ สน.มักกะสัน สามารถคุมตัวนายเบนซ์ ท่าทราย เพื่อนของ เต่า ท่าทราย ได้หลังเตรียมไปก่อเหตุยิงนายปั๊ม (ไม่ทราบชื่อจริง) หลังทราบว่าเป็นผู้สังหารเพื่อนรักตนเอง แต่ถูกตำรวจจับได้เสียก่อนที่บริเวณย่านอาร์ซีเอ และได้สอบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิง เต่า ท่าทราย คือนายปั๊ม นั่นเอง โดยทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะในผับย่านห้วยขวาง จนมีการตบศีรษะกันก่อน และยังมีหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่ผู้ตายส่งให้เพื่อนว่ามีเรื่องกับนายปั๊ม จนมาถูกสังหารดังกล่าว สำหรับแนวทางสอบสวนคดีนี้เป็นคดีของ สน.สุทธิสาร ซึ่งทาง ตร.ห้วยขวาง จะนำตัวนายเบนซ์ ไปให้พนักงานสอบสวนในคดีนี้ เพื่อสอบเพิ่มต่อไป เนื่องจากนายเบนซ์ มีคดีค้างเก่าติดตัวอยู่หลายคดี ส่วนนายปั๊ม ผู้ก่อเหตุนั้น จะประสาน สน.สุทธิสาร เพื่อออกหมายจับและเร่งล่าตัวต่อไป
จับเพื่อน'เต่า ท่าทราย'พกปืนล่ล่า'ไอ้ปั้ม'มือยิง
ตำรวจจับเพื่อน "เต่า ท่าทราย" พกปืน สารภาพเพื่อนในกลุ่มใช้ บีบี. ส่งข้อมูลรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ และรูปภาพของ "ไอ้ปั้ม" มือยิงเต่า ท่าทราย" ช่วยกันออกตามหาและไล่ล่ามือยิงเพื่อน
วันที่ 31 ก.ค.55 เมื่อเวลา 01.30 น. ขณะที่ พ.ต.อ. ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.มักกะสัน พร้อมด้วย พ.ต.อ. ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น. 1 ได้ออกตรวจสถานบันเทิง ย่าน อาร์ ซี เอ ถ.จตุรทิศ แขวง บางกะปิ เขต ห้วย ขวาง กรุงเทพ เพื่อให้สถานบริการปิดตามเวลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม สน.มักกะสันว่า ได้ทำการจับกุม นายธนวัฒน์ ดู่คำ หรือ เบนซ์ ท่าทราย อายุ 31 อยู่บ้าน เลขที่ 68/3 ซ.จันทร์เพ็ญ ถ.สีหบุรานุกิจ แขวง-เขต มีนบุรี กรุงเทพ พร้อมด้วย อาวุธปืนของกลาง เป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์พร้อมกระสุนปืน ลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 8 นัด ขณะเดินอยู่บริเวณหน้าร้านสลิม ที่อาร์ ซีเอ จึงได้นำตัวมาที่ สน.มักกะสัน เพื่อให้ พ.ต.อ.ไกรเลิศ ทำการสอบปากคำ จากการสอบปากคำ นายธนวัฒน์ ให้การวกวนเหมือนคนเสพยาโดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปงานศพ นายเต่า ท่าทราย ที่วัดกลางเกร็ด จ.นนทบุรี ที่มา อาร์ ซีเอ เพื่อมาดูแลแฟนพี่สาว ที่ร้านสลิม มาถึงร้าน เมื่อตอน 22.45 น. จากนั้นได้เข้าไปในร้าน และออกมาทางด้านนอก ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม พ.ต.อ.ไกรเลิศ ได้สอบถามนายธนวัฒน์ว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือ (บีบี) แล้วทำไมมีการส่งข้อความ บอกเรื่อง รถจักรยานยนต์คาวาซ่ากิ รุ่น เค เอ็น 650 สีดำ พร้อมทั้งมีรูปของ นายปั้ม มือปืนที่ยิง (เต่า ท่าทราย) ที่จะมาเที่ยว ที่ อาร์ ซี เอ เหมือนกับเตรียมจะมาก่อเหตุ นายธนวัฒน์ ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ว่า ตนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆของ เต่า ท่าทราย (ที่เสียชีวิต) กำลังไล่ล่า "ไอ้ปั้ม" อยู่ เพราะว่ามันยิงเพื่อนผม ดังนั้น พวกผมกำลังตามล่ามันอยู่ โดยใช้ บีบี. ในการติดต่อสื่อสารกัน ถ้าเจอ "ไอ้ปั้ม" ที่ไหนมันจบแน่ และวันนี้ ทราบว่าพบเห็นรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ รุ่น เค เอ็น 650 สี ดำ จอด อยู่ที่แถวร้านสลิม จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ ก็พบว่า ไม่ใช่รถสีดำ แต่เป็นรถสีแดง ของพนักงานในร้าน ทำให้ตนเองกำลังจะเดินทางกลับ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ต่อมาทางด้าน พ.ต.อ. ไกรเลิศ ได้สั่งการให้ สน.ในพื้นที่ ตำรวจนครบาล 1 โดยเฉพาะ สน.ห้วยขวาง และ สน.มักกะสัน ได้ตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยว่า จะพกพาอาวุธปืน เข้าไปในสถานบันเทิง เพราะน่าจะมีการล้างแค้นกันเกิดขึ้น ระหว่างกลุ่มเพื่อนของ เต่า ท่าทราย ที่เสียชีวิตไป เพราะกำลังตามล่า "ไอ้ปั้ม" มือปืนที่ยิง เต่า ท่าทราย เบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหามีอาวุธปินไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายธนวัฒน์ หรือ ชื่อเดิม ชื่อนาย กรกต ดู่คำ มีหมายจับของ สน.มีนบุรี เมื่อปี 45 ในข้อหา ร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันชิงทรัพย์

หลังจากที่ ตร.ได้จับกุม "เบ็นซ์ ท่าทราย" ที่ อาร์ ซีเอ เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ ตร.ได้สอบปากคำ "เบ็นซ์ ท่าทราย" เป็นเวลาหลายยชั่วโมง พบไม่มีส่วนเกี่ยวพันการเสียชีวิตของ "เต่า ท่าทราย" เตรียมส่งฟ้องพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ก่อนแจ้ง สน.มีนบุรี มาอายัดตัวดำเนินคดีร่วมกันชิงทรัพย์ ที่ศาลแขขวงพระนครเหนือ ส่วนหมายจับมือปืนรอผลประชุมที่ บช.น.เย็นนี้ วันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลา 01.30 น. ขณะที่ พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.มักกะสัน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 ออกตรวจสถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอ ถนนจตุรทิศ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เพื่อให้สถานบริการปิดตามเวลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม สน.มักกะสัน ว่าได้ทำการจับกุม นายธนวัฒน์ ดู่คำ อายุ 31 ปี หรือเบนซ์ ท่าทราย อยู่บ้านเลขที่ 68/3 ซ.จันทร์เพ็ญ ถ.สีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 8 นัด ขณะเดินอยู่บริเวณหน้าร้านสลิมที่อาร์ซีเอ จึงได้นำตัวมาที่ สน.มักกะสัน เพื่อให้ พ.ต.อ.ไกรเลิศทำการสอบปากคำ จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ให้การวกวนเหมือนคนเสพยาว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปงานศพนายเต่า ท่าทราย ที่วัดกลางเกร็ด จ.นนทบุรี ที่โดนยิงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในเขตพื้นที่ สน.สุทธิสาร และที่มาอาร์ซีเอเพื่อมาดูแลแฟนพี่สาวที่ร้านสลิม โดยมาถึงร้านเมื่อตอน 22.45 น. จากนั้นได้เข้าไปในร้าน และออกมาทางด้านนอกก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม พ.ต.อ.ไกรเลิศได้สอบถามนายธนวัฒน์ว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือ (บีบี) แล้วทำไมถึงมีการส่งข้อความบอกเรื่องจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่นเคเอ็น 650 สีดำ พร้อมทั้งมีรูป นายปั๊ม มือปืนที่ยิงเต่า ท่าทราย ที่จะมาเที่ยวที่อาร์ซีเอ เหมือนกับเตรียมจะมาก่อเหตุ โดยนายธนวัฒน์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ผมพร้อมกับกลุ่มเพื่อนเต่า ท่าทราย (ที่เสียชีวิต) กำลังไล่ล่าไอ้ปั๊ม เพราะว่ามันยิงเพื่อนพวกผม กำลังตามล่ามัน โดยใช้บีบีในการติดต่อสื่อสารกัน ถ้าเจอที่ไหนมันจบแน่ และวันนี้ทราบว่าพบเห็นจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่นเคเอ็น 650 สี ดำ จอดอยู่ที่แถวร้านสลิม จึงได้เดินทางมาดูก็พบว่าไม่ใช่รถสีดำ แต่เป็นรถสีแดงของพนักงานในร้านจึงจะเดินทางกลับก็มาถูกจับกุม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบอีกว่า นายธนวัฒน์ หรือชื่อเดิม นายกรกต ดู่คำ มีหมายจับของ สน.มีนบุรี เมื่อปี 2545 ในข้อหาร่วมกับพวกที่หลบหนีร่วมกันชิงทรัพย์อีกด้วย พ.ต.อ.ไกรเลิศ จึงได้สั่งการให้ สน.ในพื้นที่ตำรวจนครบาล 1 โดยเฉพาะ สน.ห้วยขวาง และมักกะสัน ได้ตรวจสอบบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะพกพาอาวุธปืนเข้าไปในสถานบันเทิง เพราะน่าจะมีการล้างแค้นกันเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเพื่อนของเต่า ท่าทราย ที่เสียชีวิตไป กับกลุ่มนายปั๊ม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่สน.สุทธิสาร พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีนี้โดยเปิดเผยภายหลังกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้า โดยคดีมีความคืบหน้าพอสมควร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวพยานในที่เกิดเหตุเพื่อนผู้ตาย และพยานแวดล้อมมาสอบปากคำบ้างแล้ว ซึ่งก็มีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังลงพื้นที่หาข่าวอยู่ และพอจะทราบแล้วว่าเป็นใครแต่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง และขณะนี้ก็ยังไม่ได้ออกหมายเรียกหรือออกหมายจับใคร ส่วนทางผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้กำชับอะไรมาเป็นพิเศษเพียงแต่ให้ทำงานให้เต็มที่ ซึ่งในวันนี้เวลาประมาณ 17.00 น.จะนำข้อมูลไปเข้าร่วมประชุมที่ (บช.น.)" พ.ต.อ.เจริญ ระบุ ด้าน พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 เปิดเผยว่า สำหรับ นายธนวัฒน์ ดู่คำ หรือ "เบนซ์ ท่าทราย" เพื่อนผู้ตาย ที่ถูกตำรวจสน.มักกะสัน จับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนเมื่อคืนนี้ ทางพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร ได้ประสานไปขอสอบปากคำที่ สน.มักกะสันแล้ว เบื้องต้นพบว่านายเบนซ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางสน.มักกะสัน จึงได้แจ้งเพียงข้อหา พกพาอาวุธปืน และเตรียมนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือในวันพรุ่งนี้ ส่วนคดีร่วมกันชิงทรัพย์ของ นายธนวัฒน์ ในพื้นที่ สน.มีนบุรี นั้นได้ประสาน สน.มีนบุรีไปแล้วว่าหากจะมาอายัดตัวไปดำเนินคดีก็สามารถมาอายัดตัวที่ศาลแขวงพระนครเหนือได้ ทางด้าน พ.ต.อ.วิบูลยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ในส่วนของการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น ทางฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวแล้ว สำหรับที่ นายธนวัฒน์ ดู่คำ หรือ "เบนซ์ ท่าทราย" ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย กล่าวอ้างว่า นายปั้ม เป็นคนลงมือก่อเหตุ เพราะ นายปั้ม เป็นคนเดียวที่ขับรถ จยย.คล้ายกับ รถ จยย.คนร้ายที่ใช้เกิดเหตุซึ่งในส่วนนี้ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถคันเดียวกันและเจ้าหน้ายังไม่มีหลักฐานว่า นายปั้ม เป็นคนก่อเหตุ จึงยังไม่สามารถออกหมายจับได้ ส่วน นายสมชาย หรือจ้อน จันทร์แจ้ง อายุ 27 ปี วานนี้ได้นำตัวมาสอบปากคำแล้ว ก็ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงและให้การปฏิเสธ จึงปล่อยตัวไป และขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังลงพื้นที่เฝ้าติดตามกลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเช่นกัน

รอง ผบก.น.1 เผยคืบหน้า ยิง "เต่า ท่าทราย" ดับ รู้แล้วมือปืนคือ "นายปั๊ม" หลังมีเหตุตบหน้ากลางผับ ก่อนซิ่งบิ๊กไบค์สังหารโหด เร่งล่าตัวแล้ว
พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามือปืนทมิฬซิ่งรถบิ๊กไบค์สังหาร นายวิรัช ดิลกศรี หรือ เต่า ท่าทราย กลางถนนรัชดาภิเษก ว่าหลังจากที่ ตร.สน.มักกะสัน สามารถคุมตัว นายเบนซ์ ท่าทราย เพื่อนของ เต่า ท่าทราย ได้หลังเตรียมไปก่อเหตุยิงนายปั๊ม (ไม่ทราบชื่อจริง) หลังทราบว่าเป็นผู้สังหารเพื่อนรักตนเอง แต่ถูกตำรวจจับได้เสียก่อนที่บริเวณย่านอาร์ซีเอ และได้สอบสวนทราบว่าคนร้ายที่ยิง เต่า ท่าทราย คือ นายปั๊ม นั่นเอง โดยทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะในผับย่านห้วยขวาง จนมีการตบศีรษะกันก่อน และยังมีหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่ผู้ตายส่งให้เพื่อนว่ามีเรื่องกับ นายปั๊ม จนมาถูกสังหารดังกล่าว
ซึ่งแนวทางสอบสวนคดีนี้เป็นคดีของ สน.สุทธิสาร ซึ่งทาง ตร.ห้วยขวางจะนำตัว นายเบนซ์ ไปให้ พงส.ในคดีนี้ เพื่อสอบเพิ่มต่อไป เพราะ นายเบนซ์ มีคดีค้างเก่าติดตัวอยู่หลายคดี ส่วนตัว นายปั๊ม ที่ก่อเหตุนั้นจะประสาน สน.สุทธิสาร เพื่อออกหมายจับและเร่งล่าตัวต่อไป
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (31 ก.ค.)ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีมือปืนขี่รถจยย.บิ๊กไบค์ตามประกบยิงนายวิรัส ดิลกศรี หรือเต่า ท่าทราย อายุ 37 ปี เสียชีวิตขณะนั่งมาในรถกระบะโตโยต้า พีรันเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ถล534 กรุงเทพมหานคร บนถนนรัชดาภิเษก ท้องที่สน.สุทธิสาร มีพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น.พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.สุทธิสาร เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคลี่คลายคดีเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสาเหตุการสังหารมาจากความขัดแย้งเรื่องยาเสพติดในผับที่ไปเที่ยวกัน เมื่อมีการทะเลาะวิวาทก็นำไปสู่การสังหาร การปล่อยให้เปิดสถานบริการเกินจนถึง 8 โมงเช้า ทำให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด ขณะนี้ได้สั่งปิดหมดแล้ว ส่วนแนวทางการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ทีมสืบสวนของบก.สส. กก.สส.บกน.2 และท้องที่ ทำงานกันเต็มที่ พอจะรู้ตัวมือปืนแล้ว เป็นกลุ่มที่ทะเลาะกัน ขอเวลาอีกระยะ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการจับกุม เบนซ์ ท่าทราย เพื่อนผู้ตาย ที่พาพวกมายิงแก้แค้นมือปืนโดยให้การว่า คนร้ายคือนายปั๊ม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ในวงการซื้อขายยาเสพติดของผู้ตายก็น่าจะรู้กันอยู่ เป็นการสงสัยกันในกลุ่มว่าคนชื่อปั๊มเป็นคนยิง แต่การสืบสวนของตำรวจต้องหาหลักฐานอื่นมาประกอบ ไม่ใช่เชื่อตามคำพูดหรือแหล่งข่าว แต่มีการตามมาแก้แค้นจริง ตำรวจได้เตรียมป้องกันไว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่านายปั๊มเป็นคนยิง ต้องมีหลักฐานอื่นที่ชัดเจนกว่านี้ ก่อนจะเชิญตัวมาหรือออกหมายจับ เพราะหลักฐานไม่ได้มีภาพวงจรปิดเฉพาะบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งสองกลุ่มมาเที่ยวกันประจำ แต่ละกลุ่มก็มีเกือบ 10คน ในวันพรุ่งนี้(1ส.ค.) น่าจะได้รายละเอียดที่ชัดเจน
เมื่อถามว่ามีรถคันอื่นขับตามประกบรถจยย.ของมือปืนด้วยหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ว่ารถคันที่พบในภาพวงจรปิดจะใช่รถที่มาคุ้มกันมือปืนหรือไม่ แต่แน่นอนว่าคนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนมากพอสมควร อีกทั้งปืนมีประสิทธิภาพมาก แต่มีการใช้กันค่อนข้างน้อย กำลังตรวจสอบอยู่ คนร้ายมีปืนดี ชำนาญด้านการใช้อาวุธปืน ขับขี่รถจยย.ยิงปืนมือเดียว ไม่ใช่ธรรมดา มีการวิเคราะห์กันละเอียดในจุดนี้ การทำงานของตำรวจก็อันตรายเหมือนกัน ถ้าเจอคนร้ายที่ชำนาญการใช้อาวุธปืนแบบนี้
จากการสืบสวนพบว่านายปั๊มอยู่ในผับย่านอาร์ซีเอเมื่อกลางดึกวันที่ 31 ก.ค. หรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า เขาอ้างว่าไม่ได้อยู่ แต่ไม่เป็นไร เพราะตำรวจมีหลักฐานอื่นที่เชื่อได้ว่าน่าจะอยู่ แต่จะเร่งสรุปไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า นายปั๊มอยู่กลุ่มเดียวกับที่ผู้ตายทะเลาะวิวาทด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สองกลุ่มนี้มีการทะเลาะกันอยู่แล้ว คนตายเคยไปตบนายปั๊มในผับย่านห้วยขวางเมื่อหลายเดือนก่อนด้วย หลังจากนั้นก็มาตบนายจ้อนอีก ตอนนี้สั่งชุดสืบสวนให้จับตาทุกกลุ่ม ส่วนปั๊มกับจ้อนจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่กำลังดูความสัมพันธ์กัน จากแนวทางการสืบสวนปั๊มเป็นกลุ่มแถวดอนเมือง
เมื่อถามว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาก่อนหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า มันมีมูลเหตุมาก่อน โดยเฉพาะปมขัดแย้งเรื่องยาเสพติด มีการหักยาไอซ์กันในผับ ตนถึงพูดเสมอว่าตำรวจถ้าปล่อยแล้วคุมไม่ได้ มือไม่ถึง อย่าไปทำ
เมื่อถามว่านายปั๊มอาจจะถูกตามฆ่าเพื่อแก้แค้นหรือไม่ เพราะมีการแชร์ภาพและข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้ตาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังหลบกันอยู่ แต่สั่งการให้ตามตัวแล้ว พรุ่งนี้คืบหน้าแน่นอน
รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พุ่งเป้าไปที่นายปั๊ม โดยนายสมชาย หรือจ้อน จันทร์แจ้งเป็นกลุ่มเดียวกันกับนายปั๊ม คือกลุ่มดอนเมือง ส่วนสาเหตุมาจากการที่นายปั๊มและนายจ้อนถูกผู้ตายตบหน้า และหักกันเรื่องยาไอซ์

รอง ผบช.น. เผยคืบคดียิง "เต่า ท่าทราย" ได้ข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว รอตรวจสอบพยานหลักฐาน คาด มีข่าวดีเร็วๆ นี้
พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่มือปืนขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ประกบยิง นายวิรัส ดิลกศรี หรือ เต่า ท่าทราย เสียชีวิตในรถกระบะ ย่านรัชดาภิเษก ว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งคงมีข่าวดีเร็วๆ นี้ บางคนมีรูปร่าง หน้าตา ตรงกับกลุ่มที่มีการทะเลาะวิวาทกันในผับ ซึ่งทางตำรวจ ได้เชิญตัวมาสอบสวนเป็นรายบุคคล แต่เมื่อไม่พบพิรุธ จึงปล่อยตัวไป
ส่วนกรณี นายปั๊ม ที่กลุ่มของผู้ตายสงสัยว่า น่าจะเป็นมือปืนนั้น มีความเป็นไปได้ แต่ต้องรวบรวมหลักฐานก่อน ขณะที่ตำรวจได้ติดตามกลุ่มอื่นๆ ด้วย แต่ยังไม่สามารถระบุได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมีรถที่ขับตามประกบมือปืน ทำหน้าที่ชี้เป้าและคุ้มกัน ส่วนเรื่องอาวุธปืนจากการตรวจสอบ พบว่า มีประมาณ 20 คดี ที่ใช้อาวุธปืนขนาด .40 แต่ไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้
1 กันยายน 2555
ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุยิง เต่า ท่าทราย อย่างอุกอาจบริเวณทางลอดอุโมงค์ถนนรัชดาฯ ที่เกิดเหตุช่วงเช้ามืด (29 ก.ค.) หลังเกิดเหตุเป็นเวลา 1 เดือน ล่าสุด ตร.ออกหมายจับ ไอ้ปั๊ม คนร้ายมือสังหารแล้ว ส่งตำรวจสายสืบพลิกแผ่นดินล่าสุดฤทธิ์! หลังผู้ต้องหาหลบซุกใต้บารมีนักการเมืองดังย่านดอนเมือง ต้นเหตุทำให้ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษล่าช้า วันนี้ (31 ส.ค.) พ.ต.อ.วิบูลยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยความคืบหน้าคดีมือปืนขี่จักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ตามประกบยิงนายวิรัส ดิลกศรี หรือเต่า ท่าทราย อายุ 37 ปี เสียชีวิตขณะนั่งมาในรถกระบะโตโยต้ารุ่นพรีรันเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ถล 534 กรุงเทพมหานคร บนถนนรัชดาภิเษก ท้องที่ สน.สุทธิสาร หลังจากเกิดเหตุเป็นเวลา 1 เดือนว่า ล่าสุดศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 1449/2555 ลงวันที่ 24 ส.ค. 2555 ผู้ต้องหาชื่อ นายภัศวรรษ หรือปั๊ม สุขสม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลยขที่ 19 ซอยโกสุมรวมใจ 14 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และครอบครองอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันคารแล้ว ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้ข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้วว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด คาดว่าน่าจะได้ตัวในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายปั๊ม พบว่าเคยถูกดำเนินคดีใดมาก่อนหรือไม่ พ.ต.อ.วิบูลยุทธกล่าวว่า คนร้ายเป็นสมาชิกแก๊ง เสียมิได้ มีหัวหน้าแก๊งชื่อว่านายคิว อายุ 29 ปี เป็นแก๊งยาเสพติดในพื้นที่ดอนเมือง มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่มาอย่างโชกโชน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เหตุใดคนร้ายรายนี้จึงหลบหนีการจับกุมได้เป็นเวลาร่วมเดือนทั้งที่เป็นคดีใหญ่โตและอุกอาจ อีกทั้ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้ออกมากำชับให้จับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ และบอกให้คนร้ายมอบตัวดีกว่าเพราะจะได้รับอันตรายจากการถูกกลุ่มคู่อริตามล้างแค้นได้ โดยนายปั๊มได้ออกมาประกาศพร้อมที่จะสู้ตายนั้น พ.ต.อ.วิบูลยุทธกล่าวว่า คนร้ายย่อมหลบหนีเป็นธรรมดา ส่วนคนร้ายที่ประกาศสู้ตำรวจก็ไม่เห็นจะรอดสักราย มันหนีไม่พ้นหรอกครับ เร็วๆ นี้จะมีข่าวดีแน่นอน รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้นายภัศวรรษ หรือปั๊ม สุขสม ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจได้ไปกบดานภายใต้บารมี ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 12 (ดอนเมือง) พรรคการเมืองใหญ่ อักษร ย่อ ว่า ก. ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางและมีอิทธพลในพื้นที่ดอนเมืองจนตำรวจไม่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาลงโทษตามกฎหมายได้
|