ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




ร.อ.หน่อคำ 13 ศพเรือจีน

 

 

 

 

 

ร.อ.หน่อคำ หรือจายหน่อ / 13 ศพเรือจีน

 

5 ต.ค.2554

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์ 

 

ครับ นโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายต่างเร่งรัดดำเนินการกันยกใหญ่ ทั้งที่ เป็นนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ ที่แก้ไขกันมานานนับ 20-25  ปี ก็ยังปราบปรามไม่หมด  เพราะมัวแต่ไปแก้ที่ปลายเหตุ ส่วนต้นเหตุที่แท้จริง คือแหล่งผลิตเพื่อนบ้านไทย สมัยก่อนก็มีแค่จากแดนพม่าเท่านั้น ได้ขยายเป็นลาว และเขมร ที่สำคัญขณะนี้ เหมือนกับจะมีประเทศจีนเข้ามาผสมโรงด้วย       เพราะใคร ๆ ก็ทราบว่า จีนเป็นเจ้าพ่อของการก็อป เลียนแบบ ที่จะมาก็อปยาบ้ากับเขาด้วย หากเป็นจริง ก็เป็นอันตรายมาก ที่ยาบ้าจะเพิ่มปริมาณขึ้น มาจากทุกทิศทางและสายพันธุ์  กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ว่าฝ่ายทหาร หรือตำรวจที่สามารถจับกุมยาเสพติดให้โทษได้จำนวนมาก ก็มักจะมีการแถลงข่าวให้ดู เพื่อให้เห็นว่า ได้ทำผลงานประสบความสำเร็จ สนองตอบนโยบายของรัฐ ออกข่าวสื่อสารต่าง ๆ ชักรูปกันถ้วนหน้า กรณี มีการยิงเรือสินค้าของประเทศจีนในลำน้ำโขง และมีคนตายจำนวนมาก พร้อมพบยาเสพติดให้โทษของกลางจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าว ในวันนั้นที่เกิดเหตุ กับวันนี้ แตกต่างกัน อะไร คือเรื่องจริง อะไรไม่จริง ก็ต้องติดตามกันต่อไป ครับ

 

 

 

 

 

 .........จากกรณีเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. 54 ที่ผ่านมา มีกัปตันและลูกเรือจีน 2 ลำ รวม 13 ราย ถูกปิดตามัดมือยิงทิ้งฆ่าโหด ขณะแล่นเรือขนส่งสินค้าเข้ามายังแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในเบื้องต้นทิศทางของคดี จนท.ฝ่ายไทยระบุว่าโยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติด แถลงข่าวกันใหญ่โต ผลงานปราบยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ .........ล่าสุดคดีพลิกปรากฎว่ามีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่า 13 ลูกเรือจีนดังกล่าว ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต้องเร่งสอบสวนที่มาของคดีโดยละเอียด ขณะที่รัฐบาลจีนกดดันให้ไทยคลี่คลายคดีนี้อย่างโปร่งใส ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวและเว็บบอร์ดชื่อดังของจีน ได้เผยแพร่ร่องรอยกระสุนบนเรือ และสภาพศพของลูกเรือจีนที่ถูกยิงและทิ้งศพในแม่น้ำโขง จนกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ที่สังคมจีนให้ความสนใจในขณะนี้

 


.................................

 

 

ข้อมูล / ก่อนเรื่องนี้  

เหตุการณ์การปล้นเรือขนส่งสินค้าสัญชาติจีนกลางแม่น้ำโขงของกองกำลังติดอาวุธในน่านน้ำพม่า และคาบเกี่ยวกับสปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปทางทิศเหนือ ประมาณ 15-20 กิโลเมตร ใกล้ ๆ แถวท่าเรือเมืองมอม – เมืองพง ในบ่ายวันนี้ (17 พฤษภาคม 2554) มิใช่เป็นครั้งแรก แต่หากเกิดขึ้นถี่มากเป็นลำดับตั้งแต่ต้นปี 2552 บางครั้งก็มีการเสียชีวิต-บาดเจ็บของลูกเรือ

เหตุการณ์ที่รุนแรงก่อนหน้านี้คือการยิงถล่มเรือสินค้าจีนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 จนทำให้กองเรือพาณิชยนาวีทั้งหมดต้องหยุดเดินเรือรวม 15 วัน ทำให้การค้าและการท่องเที่ยวชะงักงัน

กลุ่มกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้คือใคร?

 

เป็นความกล้าบ้าบิ่นที่ข้ามพรมแดนและหยามหน้ามหาอำนาจจึนที่ครองแม่น้ำแห่งนี้อย่างมาก และได้แสดงอิทธิพลเหนือรัฐบาลพม่าที่สวามิภักดิ์และจงรักกับมิตรจีนอย่างแน่นเหนียว ที่สำคัญคือเป็นการฉายภาพให้เห็นว่าสายน้ำโขงแห่งนี้มิได้ฉาบด้วยภาพที่สวยงาม เป็นแม่น้ำการค้า แหล่งพลังงาน และเป็นขุมทรัพย์ของประเทศใดเพียงอย่างเดียว แต่มีด้านมืดที่ไม่ต่างกับคลื่นใต้แม่น้ำโขงที่ไหลแรงลึก เชี่ยวกรากยิ่ง

 

แน่นอนเป็นที่ทราบดีว่าเรือสินค้าที่ครอบครองแม่น้ำโขงแห่งนี้หนีไม่พ้นจีน เนื่องจากความเชี่ยวชาญ และความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในการประหยัดพลังงานขาลง กับขาขึ้น จีนได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ และมีการการณ์การณ์ว่าคาดว่า จนถึงค.ศ.2015, ปริมาณการขนส่งสินค้าที่โดยเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง- แม่น้ำโขงจะถึง 1.5 ล้านตัน จำนวนการขนส่งผู้โดยสารจะเกินกว่า 2 หมื่นคน นั่นหมายรวมทั้งการค้าและการท่องเที่ยวที่จีนจะผูกขาด

 

และใน 2 ปีก่อนหน้านี้  ทางการจีนได้กำชับให้ทางการพม่าและลาวออกกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ  และได้ระบุว่ากองกำลังดังกล่าวของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งเมืองสามเหลี่ยมทองคำที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อค้น Profile ของ “หน่อคำ” ก็พบว่าอายุ 50 ปี เป็นอดีตนายทหารในกองทัพเมืองไตย MTA - Mong Tai Army ของขุนส่า หลังขุึนส่าวางอาวุธแก่ทางการพม่าในปี 2539 ได้รับอนุญาตจากทางการพม่าจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก มีความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของพม่าในฝั่งท่าขี้เหล็กยังหลบหนีลอยนวลอยู่

 

เมื่อปี 2549 นายหน่อคำ ได้ถูกตรวจค้นบ้านพักที่อยู่ในหมู่บ้านตองก้อ ฝั่งท่าขี้เหล็ก แล้วครั้งหนึ่ง ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่พม่าซึ่งได้รับข้อมูลจากทั้งจีนและไทย สามารถตรวจยึดยาบ้านับล้านเม็ด แต่นายหน่อคำ ได้หลบหนีเข้าไทยและเข้าไปกบดานอยู่ในฝั่งลาว จนกระทั่งข่าวคราวเงียบลง จึงกลับเข้าไปเคลื่อนอยู่ในฝั่งพม่าจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลุ่มของนายหน่อคำ มักจัดเก็บภาษีเรือขนส่งสินค้าที่แล่นในแม่น้ำโขงเป็นประจำ นอกนั้นยังคอยจัดเก็บภาษีกลุ่มผู้ค้าสิ่งผิดกฎหมายที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่ โดยภาษีที่เขาเก็บ หากเป็นเฮโรอีนจะเก็บกิโลกรัมละ 5,000 บาท และยาบ้าเม็ดละ 2.5 - 3 บาท

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา ก็มีรายงานข่าวว่ากองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมของพม่า มีบก.อยู่ที่เมืองเชียงตุง รัฐฉานภาคตะวันออก ได้ยื่นคำขาดพร้อมกำหนดทางเลือกให้กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับกองทัพพม่า หลังก่อเหตุเรียกเก็บภาษีเรือสินค้าในแม่โขงและจับตัวลูกเรือเรียกค่าไถ่ต่อเนื่อง

 

 

ทั้งนี้ กองทัพพม่าได้กำหนดทางเลือกและขีดเส้นตายให้กองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายหน่อคำ โดยให้วางอาวุธภายในวันที่ 18 เมษายน และว่าหากไม่วางอาวุธก็ให้นำกำลังไปเข้าร่วมกองกำลังว้า UWSA หรือ กองทัพรัฐฉาน SSA ของพล.ท.เจ้ายอดศึก ระบุ หากไม่เช่นนั้นจะถูกปราบปรามกวาดล้างอย่างหนัก

 

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน   มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุปล้นเรือบ่อนคาสิโน "คิงส์โรมัน" สัญชาติจีน ที่ตั้งอยู่บ้านต้นผึ้ง ในฝั่งลาว รวม 3 ลำ และได้จับตัวลูกเรือพร้อมด้วยนักพนันบนเรือจำนวน 19 คน ไปเรียกไถ่คนละ 6 หมื่นหยวน (ราว 2.7 แสนบาท) ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน นายจ่าวเว่ย เจ้าของบ่อนคาสิโนได้นำเงินจำนวน 25 ล้านบาท ไปไถ่ตัวนักพนันจำนวน 13 คน ขณะนี้ยังเหลือนักพนันรอจ่ายค่าไถ่อยู่อีกจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้กลุ่มของนายหน่อคำ ยังไม่ได้วางอาวุธให้กับกองทัพพม่าตามที่ถูกขีดเส้นตายไว้ในวันที่ 18 เมษายน ซึ่งกองกำลังของนายหน่อคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัฐฉาน SSA นายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางกลุ่มยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้าร่วมจากกลุ่มของนายหน่อคำ และว่าทางกองทัพรัฐฉาน SSA ไม่เคยมีการติดต่อกับกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับของกองทัพพม่า มักกระทำการเรียกเก็บภาษีเรือลำเลียงสินค้าในแม่น้ำโขง และจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อยครั้ง โดยทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการเก็บค่าคุ้มครองผ่านในพื้นที่

  

สำหรับกระบวนการแก้ไข ผมคิดว่าจะรอจีนอย่างเดียวไม่ได้ครับต้อง เพราะแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศหรือ International River ก่อนหน้านี้เราว่ากันเรื่องพลังงาน เขื่อน การค้า การลงทุน  ซึ่งการเดินเรือก็ต้องพึ่งพา กลไกคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (JCCCN : The Joint on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang-Mekong River among China,Laos,Myanmar and Thailand) ซึ่งดูแลเกี่ยวกับข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติคือไทย จีน ลาวและพม่า ตามข้อตกลงเมื่อปี 2544 ว่าเมืองท่าต่างๆ ในแม่น้ำโขงทั้ง 14 แห่งจะต้องช่วยเหลือกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ ขึ้น และต้องออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่นโดยการใช้เทคโนโลยี และความมั่นคงปลอดภัยระหว่างกันขึ้นมา

 

อย่างไรก็ตามผมคิดว่า 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนหรือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย ลาว จีน และพม่า ต้องมาประชุมกันด่วนแล้วครับ เพราะในรายงานข่าวระบุว่า นอกจากกลุ่ม “หน่อคำ” แล้วยังมีกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มมูเซอ กลุ่มเมืองลาเก่า กลุ่มปิตุชิด กลุ่มสานเป๊อะ ฯลฯ ที่มีอิทธิพลอยู่แถบหมู่บ้านตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีการแบ่งเขตอิทธิพลในน่านน้ำคล้ายกับโจรสลัดโซมาเลียเสียแล้ว

 

 

ต่อไปหากมีใครชวนผมไปท่องเที่ยวล่องแม่น้ำโขงไปจีนผมก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนตัดสินใจแล้วครับ และเส้นทาง R3A ย่อมเป็นทางเลือกสำรองที่น่าจะปลอดภัยจากโจรสลัดแม่น้ำโขงแน่นอนในช่วงนี้!

ข้อมูลจาก  akoms2001@yahoo.com

 

 

 

2 ธ.ค.2551

เชียงราย  สามเหลี่ยมทองคำอันตราย กลุ่มอิทธิพลใหม่ขยายตัว ตั้งโต๊ะรีดหัวคิวสารพัดสินค้าทั้งบนดิน ใต้ดิน แถมปฏิบัติการอุกอาจถึงขึ้นยิงถล่มเรือลาดตระเวนของจีน กลางน้ำโขงมาแล้ว
       
       รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดนด้าน จ.เชียงราย แจ้งว่า ปัจจุบันกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในฝั่งประเทศ เพื่อนบ้าน ด้านสามเหลี่ยมทองคำติดหมู่บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ได้พยายามนำเข้ายาบ้า และเฮโรอีนอย่างต่อเนื่อง อาศัยช่วงที่ไทยกำลังประสบกับวิกฤตทางการเมืองอย่างหนัก ด้วยหวังว่าเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนจะไม่สนใจเข้มงวดกวดขัน เพราะรอดูการเปลี่ยนแปลงของการเมืองในอนาคต
       
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนโดยเฉพาะฝ่ายทหารจากกองกำลังผาเมือง ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการในฝั่งประเทศ เพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด
       
       ทั้งนี้ พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการบริเวณสามเหลี่ยมทองคำว่า ยังคงมีนาย "หน่อคำ" หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธชาวไทใหญ่สัญชาติพม่า ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณดังกล่าวมานานนับสิบปี โดยเป็นกลุ่มติดอาวุธที่คอยตรวจสอบการขนลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตที่มาจากฝั่งตะวันตกของท่าขี้เหล็ก จากเขตอิทธิพลของว้าแดง แถบเมืองยอนจดทางทิศเหนือไปทางแม่น้ำโขง
       
       กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่จะใช้พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในการขนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยจะต้องจ่ายค่าผ่านทาง และค่าคุ้มครองให้กับกลุ่มของนายหน่อคำ กรณีของยาบ้าคิดค่าผ่านทางเม็ดละ 3 บาท หากไม่จ่ายก็จะถูกโจมตีด้วยกองกำลังที่เคยมีการระบุว่ามีอยู่ประมาณ 20-30 คน แต่แท้ที่จริงอาจจะมีอยู่มากกว่านี้
       
       ล่าสุดมีรายงานว่ากลุ่มของนายหน่อคำได้ขยายเขตอิทธิพลออกไปอีก โดยเดิมมีการวางอิทธิพลอยู่ในเขตเหนือสามเหลี่ยมทองคำในฝั่งพม่าหรือตั้งแต่โรงแรมโกลเด้นไทรแองเกิ้ลพาราไดร์รีสอร์ท จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในฝั่งไทย ขึ้นไปทางเมืองพง บ้านสามปู บ้านห้วยตั้ง ฯลฯ ส่วนใหญ่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงตรงกันข้ามกับ สปป.ลาว ก็ขยายข้ามมาทางฝั่งตะวันตกของโรงแรมโกลเด้นฯ ไปจนติดกับลำน้ำรวกชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเขตอิทธิพลดังกล่าวอาจขยายไปถึงใกล้ตัวเมืองท่าขี้เหล็กตรงกันข้าม อ.แม่สาย ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 30 กิโลเมตร
       
       กลุ่มนายหน่อคำ มีการปฏิบัติการที่อุกอาจหลายครั้ง ถึงขั้นโจมตีกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่ทหารพม่าหรือฝ่ายของตัวเองไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ได้โจมตีเรือของตำรวจเมืองจิ่งหง เขตปกครองตัวเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ ซึ่งอยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร ตามนโยบายการออกเรือลาดตระเวนไปตามลำน้ำโขงเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่จีนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 327 ต้องเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย

 


 

20 ก.พ.2552

 

จากกรณีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มเรือสินค้าของประเทศจีน กลางแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือเมืองพง ประเทศพม่า ชายแดนพม่า-ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปทางทิศเหนือ 15 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ลูกเรือชาวจีนถูกยิงเสียชีวิต และหลังเกิดเหตุเรือสินค้าของจีนทั้งหมดที่มีอยู่ในแม่น้ำโขงประมาณ 100 ลำหยุดการเดินเรือทั้งหมด รวมทั้งที่ท่าเทียบเรือเชียงแสน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ คำภิโล หัวหน้าขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้เรือสินค้าจีนหยุดวิ่งทั้งหมด ทำให้ไม่มีการขนส่งสินค้าชายแดน สาเหตุเพราะกลัวจะถูกซุ่มยิงอีก ทางกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีจะแจ้งไปยังคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลง ว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง 4 ชาติ คือ ไทย จีน ลาว และพม่า เนื่องจากมีข้อตกลงกันว่าเมืองท่าต่างๆ ในแม่น้ำโขงทั้ง 14 แห่งจะต้องช่วยเหลือกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อหาทางแก้ปัญหาความรุนแรง มิเช่นนั้นการค้าลุ่มแม่น้ำโขงจะหยุดชะงัก

 

ด้านนายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า การค้าในแม่น้ำโขงผ่านด่านศุลกากรเชียงแสน ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีน และใช้เรือขนส่งสินค้าจีน เมื่อหยุดการแล่นเรือทำให้การค้าต้องหยุดลงชั่วคราว โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นยางแผ่นรมควัน และสินค้านำเข้าเป็นพืชผักผลไม้ คาดว่าผลกระทบจะมีเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะทุกฝ่ายจะสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากจำเป็นต้องค้าขาย และผู้บริโภคก็ต้องการสินค้า

 

 พม่าปล่อยสมุน “หน่อคำ” เจ้าพ่อยาเสพติดที่ก่อเหตุถล่มเรือขนสิ้นค้าจีนกลางน้ำโขง
โดย : สำนักข่าวฉาน(14/05/2009 10:44 AM)

(SHAN 13/05/52) - แหล่งข่าวรายงานว่า ลูกน้องคนสนิทของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ที่ถูกทหารพม่าจับกุมได้นับสิบหลังก่อเหตุโจมตีเรือสินค้าจีนกลางแม่น้ำโขงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังใช้เงินนับสิบล้านจั๊ตแลกการปล่อยตัว

โดยลูกน้องคนสนิทนายหน่อคำ ที่ได้รับการปล่อยตัวล่าสุดคือ นายสีห้า ชาวพม่า อยู่บ้านบ่อครก ต.เชียงพอง จังหวัดท่าขี้เหล็ก และนายหม่องติ้น เป็นอดีตทหารพม่า มีบ้านอยู่ที่เขต 3 บ้านน้ำแค๊ก อยู่ในเขตจัดหวัดท่าขี้เหล็กเช่นเดียวกัน โดยทั้งสองคนได้ใช้เงินคนละ 20 ล้านจั๊ต (ประมาณ 6 แสนบาท) จ่ายให้เจ้าหน้าที่พม่าเพื่อเป็นค่าปรับแลกกับการปล่อยตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 52 ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกลุ่มของ นายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อดีตทหารในกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า ได้โจมตีเรือสินค้าของจีนกลางแม่น้ำโขง ขณะเข้าไปเพื่อหวังเก็บภาษี ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน

ต่อมาทางการจีนได้ประสานรัฐบาลทหารพม่าและลาว เพื่อไล่ล่าจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการกวาดล้างทางฝ่ายพม่าสามารถจับลูกน้องของนายหน่อคำ ได้กว่า 30 คน และยึดเงินสดได้กว่า 20 ล้านบาท รวมถึงเฮโรอีนอีกหลายกิโลกรัม ขณะเข้าตรวจค้นบ้านหลายหลัง ในตำบลเมืองโก ตำบลห้องลึก และตำบลเมืองพง จังหวัดท่าขี้เหล็ก

ส่วนนายหน่อคำ จนถึงขณะนี้ยังหลบหนีลอยนวลอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่ายังคงเคลื่อนไหวอยู่พื้นที่เมืองพง และเมืองโก จังหวัดท่าขี้เหล็ก หรือไม่ก็ข้ามไปกบดานอยู่ในฝั่งลาว เนื่องจากนายหน่อคำ มีความชำนาญและมีเพื่อนฝูงในพื้นที่ดังกล่าวมาก

แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุที่นายหน่อคำ สามารถหลุดพ้นจากการถูกจับกุมได้นั้น อาจเป็นเพราะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่า ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่า ในแต่ละเดือนนายหน่อคำ ได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่าทั้งในจังหวัดท่าขี้เหล็กและในกองทัพภาคเชียงตุง หลายรายๆ ละ 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการอลุ่มอล่วยในการประกอบธุรกิจ

 

 

 

 

 

 เชียงราย - ป.ป.ส.หมายหัว “หน่อคำ” ข่ายอิทธิพลใหม่คุมสามเหลี่ยมทองคำ ตำรวจเชียงรายเกาะติดเส้นทางเงิน 12 ขบวนการค้ายาบ้าใหญ่ ลอบโอนเงินข้ามแดนสั่งซื้อ-ขายยาบ้า ผ่านนายหน้าที่ตั้งโต๊ะหัก 10% ต่อเนื่อง คาดปีหน้าทลายเน็ตเวิร์คการเงินขบวนการนรกได้
       
       ปัจจุบันสถานการณ์การลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนยังคงไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากยังพบความพยายามลักลอบนำเข้าโดยเฉพาะยาบ้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มขบวนการนอกประเทศก็มีการเปลี่ยนแปลงและขยายอิทธิพลอย่างคึกคักทำให้เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เดินทางไปกำชับเจ้าหน้าที่ชายแดนด้วยตัวเอง
       
       โดยระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตและขนยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าในประเทศเพื่อนบ้านเดิมๆ หลายกลุ่มไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก และอยู่สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมได้ แต่มีบางกลุ่มที่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวางมากขึ้น คือกลุ่มของ “นายหน่อคำ” ซึ่งมีอิทธิพลอยู่แถบติดแม่น้ำโขงติดกับชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ป็นกองกำลังติดอาวุธที่คอยเก็บค่าผ่านทางยาบ้าจากกลุ่มอื่น บางครั้งก่อเหตุยิงถล่มเจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นหรือกลุ่มอื่นที่ไม่ยอมอยู่ใต้อิทธพล ดังนั้น ทาง ป.ป.ส.จึงเจะมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ดำเนินการต่อไป
       
       ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันตำรวจเชียงรายได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าแล้วพบว่าการซื้อขายจะใช้วิธีการ คือ ผู้ซื้อยาเสพติดในฝั่งไทยใช้นายหน้าหรือคนโอนเงินซึ่งมักเป็นชาวไทยใหญ่ตามแนวชายแดน ไปเปิดบัญชีธนาคารสาขาตามชายแดนเพียง 500-1,000 บาท จากนั้นผู้ซื้อจะโอนเงินเข้าบัญชีเต็มจำนวนที่ตกลงกัน และนายหน้าก็จะหักค่าจ้างจากยอดเงินที่โอนไปทั้งหมด 10% เช่น ยอดเงิน 1 ล้านบาทก็จะหักไป 100,000 บาท เป็นต้น
       

       
       จากนั้น เมื่อจะซื้อขายยาบ้านายหน้าก็จะรับหน้าที่นำบัตรเอทีเอ็มไปให้กับตัวแทนผู้ขาย ซึ่งมักเป็นคนไม่มีสัญชาติ เมื่อตัวแทนผู้ขายกดเงินออกไปจากเอทีเอ็มแล้ว ก็จะแจ้งไปยังคนขนยาบ้าให้ลักลอบขนไปส่งให้กับตัวแทนผู้ซื้อตามจุดต่างๆ ต่อไป ส่วนตัวเองก็จะนำเงินสดที่เบิกแล้วไปส่งให้ผู้ซื้อโดยบางครั้งนำไปส่งให้ที่บ่อนการพนันตามคาสิโนต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งตามแนวชายแดน
       
       “ปัจจุบันศูนย์ยึดเงินภูธรจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์แห่งแรกของประเทศไทยได้จัดทำเครือข่ายด้านการเงินของขบวนการต่างๆ ในลักษณะดังกล่าวเอาไว้แล้วกว่า 12 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประทักษ์ เจริญศิลป์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้ดูแล” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว
       
       ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวอีกว่า หลังจากรู้เส้นทางการเงินดังกล่าวแล้วศูนย์ยึดเงินได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ ทำการยึดเงินจากกลุ่มขบวนการมาตรวจสอบแล้วเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ทำให้สามารถยับยั้งการนำเข้ามาครั้งละมากๆ และทำให้กลุ่มผู้ค้าหันมาขนยาบ้ากันแบบรายย่อยหรือกองทัพมดแทน โดยแอบปะปนมากับนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านในฤดูหนาวด้วยการเดินทางมากับรถโดยสารแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งตำรวจก็จะพยายามตรวจจับต่อไป
       
       ล่าสุด ศูนย์ได้ยึดเงินสดได้ในพื้นที่ อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว ได้ประมาณ 4 ล้านบาท ได้ตัวผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งรับว่าจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดซึ่งศูนย์ตรวจยึดเงินได้ร่วมกับ ปปง.ในการยึดเงินเพื่อขยายผลแล้วรวมทั้งเตรียมยึดทรัพย์ผู้ต้องหาต่อไป เบื้องต้นทราบว่าจะนำเงินไปซื้อยาบ้าที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ต.แม่สลอกใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
       
       
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ก็ยังพบปัญหาเรื่องการควบคุมผู้ต้องหาเพราะต้องนำไปฝากขังได้เพียง 1-2 วัน ซึ่งตนได้เสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าขอให้เสนอให้มีการควบคุมได้ 7 วัน ก็ถูกกลุ่มสิทธิสมนุษยชนต่อต้านอีก ส่วนการยึดเงินเพื่อตรวจสอบก็สามารถทำได้นาน 30 วัน แต่สามารถขยายการยึดออกไปได้อีก 2 ครั้ง เพราะหลายกรณีต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ กระนั้นก็เชื่อว่าหลังจากช่วงปีใหม่ 2552 นี้จะสามารถทลายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ด้วยการทำลายเครือข่ายการเงินดังกล่าวได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

30 ก.ย.2552

 

 

“เทพเทือก” จับ “ปทีป-จุมพล” นั่งขนาบซ้ายขวาแถลงข่าวจับยาบ้า 6 แสนเม็ด สยบข่าว “2 บิ๊ก ตร.” ซดแต่เกาเหลา หลังเป็นคู่ชิงเก้าอี้เบอร์ 1 กรมปทุมวัน ระบุ ตั้งแต่นี้ไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นปึกแผ่น สมานฉันท์เดินหน้าทำงานเต็มสูบ
       
       วันนี้ (30 ก.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส.ร่วมกันแถลงการจับกุม นายเรวัตร ชัยสุรินทร์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 หมู่ 3 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายประสิทธิ์ชัย อุณหพัฒนา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่10 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด และรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 90-6975 นครสวรรค์ ที่มีการดัดแปลงทำช่องลับบริเวณหัวรถไว้สำหรับซุกซ่อนยาบ้า จำนวน 1 คัน
       
       นายสุเทพ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจ บช.ปส.ได้สืบสวนติดตามจับกุม ร.อ.หน่อคำ หรือ จายหน่อ ทหารว้า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 380/2547 ลงวันที่ 8 ก.ค.2547 ในข้อหาร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักร และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ที่หลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่า เจ้าตัวได้สั่งการให้ลูกน้องเครือข่ายในประเทศไทย นำรถบรรทุกที่ดัดแปลงทำช่องลับซุกซ่อนยาเสพติด ไปรับยาบ้าในพื้นที่ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำไปไปส่งให้ลูกค้าในกรุงเทพ และเขตปริมณฑล
       
       นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปดักซุ่ม จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็พบรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว บริเวณถนนสายบ้านม่วงคำ-บ้านสันนา ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนประมาณ 1 กม.จึงตั้งจุดสกัดเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งความเร็วพุ่งชนรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับความเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ปืนล้อหน้าจนยางรถระเบิดไม่สามารถวิ่งไปต่อไป แต่ผู้ต้องหาทั้งสองคนก็ยังเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี แต่นายเรวัตรหนีไม่พ้นถูกจับกุมได้ ส่วน นายประสิทธิ์ชัย หลบหนีไปได้
       
       นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว ก็พบลังใส่ขวดเบียร์เปล่าวางอยู่เต็มหลังรถ และไม่มีสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่เห็นบริเวณกระบะตอนหน้ารถนั้น มีช่องฝาเหล็ก ขนาด 40x40 ซม.อยู่ 1 ช่อง จึงเปิดออกดู ก็พบยาบ้าจำนวน 600,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพักและอู่รถที่ใช้เป็นอู่ดัดแปลงทำช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาบ้า พร้อมทั้งกระจายกำลังติดตามจับกุมนายประสิทธิ์ชัย จนกระทั่งในเวลา 14.00 น.วานนี้ (29 ก.ย.) ก็สามารถติดตามจับกุมได้ที่บริเวณด้านหลังปั้มน้ำมัน ปตท.บ้านม่วงคำ
       
       นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ว่า รับจ้างส่งยาบ้ามาแล้ว 2 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 บาท ซึ่งแต่ละครั้งจะมีคนโทร.มาสั่งว่าให้ไปส่งที่ไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมยาบ้าครั้งใหญ่ ตามนโยบาย 5 รั้วป้องกันภัยของรัฐบาล เพราะหากยาบ้าจำนวนนี้สามารถหลุดรอดเจ้าหน้าที่ไปได้จะมีมูลค่าสูงถึง 180 ล้านบาท จึงต้องขอชื่นชมตำรวจ บช.ปส.ที่ติดตามจับกุมเครือข่ายรายสำคัญนี้ไว้ได้
       
       หลังการแถลงข่าวเสร็จ ผู้สื่อข่าวถามนายสุเทพ ว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ ที่ตำรวจจะทำงานกันเป็นปึกแผ่น รองนายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตำรวจทำงานเป็นปึกแผ่น และเต็มที่อยู่แล้ว แต่ว่า ข่าว ที่เป็นข่าวดี ไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือเผยแพร่ วันนี้ จึงได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ตำรวจทำงานด้วยความเข้มแข็ง ร่วมมือกันทุกหน่วย จึงได้มีผลงานแบบนี้ออกมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้ จะขยายผลสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ นายสุเทพ ตอบคำถามสื่อมวลชนเสร็จ ได้เเดินไปขึ้นรถ โดยมี พล.ต.อ.ปทีป และ พล.ต.อ.จุมพล เดินไปส่ง และระหว่างที่นายสุเทพจะก้าวขึ้นรถ ได้หันไปพูดกระซิบกับ พล.ต.อ.ปทีป หน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะขึ้นรถเดินทางออกไป
       
       ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ซึ่งยืนคู่กับ พล.ต.อ.จุมพล ในการให้สัมภาษณ์กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) จะให้ฝ่ายเลขานุการกรม (เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เชิญรอง ผบ.ตร.ทุกคน มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อปรึกษาหารือข้อราชการ ว่า จะมีแนวทางบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไร คาดว่า พรุ่งนี้เที่ยง น่าจะได้คุยกับรอง ผบ.ตร.ทุกคน หลังจากนั้นจะเดินทางไปรายงานตัวกับรองนายกรัฐมนตรีต่อไป
       
       พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงปัญหาเรื่องการแต่งตั้งนายตำรวจว่า ยังตอบไม่ได้ จนกว่าจะได้คุยกับรอง ผบ.ตร.ทุกคนก่อน
       
       ผู้สื่อข่าวถามถึงการนั่งแถลงข่าวร่วมกับ พล.ต.อ.จุมพล ในวันนี้ แต่นั่งคนละมุมกัน พล.ต.อ.ปทีป ชิงตอบว่า ท่านสุเทพ นั่งกลาง จึงนั่งติดกันไม่ได้ แต่ตนกับ พล.ต.อ.จุมพล ยังเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร
       
       เมื่อถูกแย้งว่า ในระยะหลัง เห็นมีข่าวที่ออกมา เหมือนว่า พล.ต.อ.ปทีป กับ พล.ต.อ.จุมพล จะมีปัญหากัน เรื่องนี้จะให้ความมั่นใจกับประชาชนได้อย่างไร พล.ต.อ.ปทีป กล่าวพร้อมกับชี้ไปยัง พล.ต.อ.จุมพล ว่า นี่ไง พล.ต.อ.จุมพล ก็ยืนอยู่ตรงนี้ ให้ พล.ต.อ.จุมพล พูดก็ได้ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน
       
       ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมอบนโยบายให้กับผู้ปฏิบัติเลยหรือไม่ เพราะขณะนี้ ดูเหมือนระดับผู้ปฏิบัติยังสับสนอยู่ที่ไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริง พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า นโยบายของตำรวจทำตามกฏหมาย ทุกคนรู้อยู่แล้ว คือ หน้าที่รักษาความสงบให้สังคม และดูแลประชาชน ตำรวจทุกคนมีหน้าที่ต้องทำอยู่แล้ว เดินหน้าต่อไปได้เลย
       
       

 

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.53

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่า กำลังทหารพม่าภาคสามเหลี่ยมเชียงตุง ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.จ่อเพียว แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม ส่งกำลังสนับสนุนเข้าติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธกลุ่ม รอ.หน่อคำ มาเฟียยาเสพติดและหัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขง หลังมีการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า กันอย่างต่อเนื่องในรอบ 2 วันที่ผ่านมา โดยทหารพม่าที่มีถึง 3 กองพันพร้อมอาวุธครบมือในขณะนี้ ยังคงปิดพรมแดนยาวตลอดแนวลำน้ำโขง ตั้งแต่บริเวณโขงโค้ง เมืองพง เมืองเลน เมืองเชียงกก เขตอิทธิพลกลุ่มว้าแดงเดิม ไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ นอกจากนี้ทหารพม่า ยังคงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณโรงพักตำรวจบ้านโป่ง อ.เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ซึ่งถูกกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม รอ.หน่อคำ ยิงถล่มส่งผลให้ นายตำรวจ ยศ ร.ต.อ. ซึ่งเป็นหัวหน้าโรงพักบ้านโป่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ร่วมกับลูกน้องรวมจำนวน 5 นาย ทหารพม่าได้เข้าซ่อมแซมและเคลียร์พื้นที่ความเสียหายทั้งหมด โดยมีการเสริมกำลังจากหน่วยเหนือร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า จีน ลาว เข้าวางแผนเพื่อเปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ ทำให้สถานการณ์ชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ ระอุขึ้นมา ทำให้ผู้ประกอบการเรือเดินสินค้า นักท่องเที่ยว ไม่กล้าผ่านเส้นทางดังกล่าว เกรงจะถูกปล้นสดมภ์และได้รับความเสียหายจากการปะทะของทั้งสองฝ่ายอีก สำหรับ รอ.หน่อคำ เป็นราชายาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำคนใหม่ มีอิทธิพลแทนเหว่ยเซียะกัง ผู้นำกลุ่มว้าแดง ปัจจุบันหลบหนีหมายจับคดียาเสวพติดของ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย

 


ผู้นำ SPDC สั่งติดตามไล่ล่า ผู้กองหน่อคำ กำชับ พบเห็นให้ใช้ความรุนแรงทันที หลังปฏิบัติการยิงถล่ม เจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า ตายนับ 10 นาย

แหล่งข่าวชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดตาก เปิดเผยว่า พล.อ.หม่องเอ รองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐSPDC ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบกของพม่า ได้สั่งปิดชายแดน บริเวนชายแดนริมแม่น้ำโขงตลอดชายฝั่ง ด้านตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และสั่งการให้ ทหารและกองกำลังร่วม ตำรวจ และ ปปส.พม่า ตามแนวชายแดนทุกแห่ง จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธ กลุ่มผู้กองหน่อคำ และสั่งให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากพบเห็นที่ใดก็ตาม โดยสั่งการให้ ยิงทิ้งทันที โดยยังตั้งค่าหัวผู้กองหน่อคำ เป็นจำนวนเงินหลายล้านจ๊าต โดย ผู้นำ SPDC อาจจะปิดชายแดนในเขตที่ติดต่อกับประเทศไทย เพื่อป้องกันการหลบหนี เข้า-ออกนอกประเทศของกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ และเน้นย้ำให้ใช้ความรุนแรงได้อย่างเต็มที่ หากพบเห็นว่าหนีไป ณ ที่ใด นับเป็นคำสั่งขั้นแตกหักและเด็ดขาดในการปราบปรามกองกำลังของผู้กองหน่อคำ ให้สิ้นซาก โดยมีประกาศในคำสั่งออกไปให้ทหารพม่า ที่ประจำการชายแดนไทย-พม่า ทั่วทุกพื้นที่ ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางการหลบหนีของกองกำลัง ผู้กองหน่อคำ เนื่องจาก ผู้นำพม่า SPDC โกรธแค้นมากที่กลุ่มดังกล่าว ลอบยิง จนท.ปปส.พม่า เสียชีวิตและสูญหาย จำนวนนับ 10 นาย

รายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่งเด็ดขาดของผู้นำ SPDC มีขึ้นเนื่องจาก เมื่อ 2 วันก่อน ได้มี กองกำลังติดอาวุธที่คุ้มครองขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-พม่า กลุ่มผู้กองหน่อคำ ประมาณ 40-50 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้ใช้เรือยนต์เร็วเป็นพาหนะ ประมาณ 4-5 ลำ บุกโจมตีและระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ ปปส.ของรัฐบาลพม่า SPDC ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ บริเวนริมแม่น้ำโขง
ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า เสียชีวิตและสูญหาย กว่า 10 นาย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า น่าจะมาจากการล้างแค้นของกลุ่มติดอาวุธของผู้กองหน่อคำ ที่เคยถูก จนท.ปปส.พม่า จับกุมยาเสพติด จำนวนมากมูลค่านับร้อยล้านบาท และได้วิสามัญกองกำลังติดอาวุธของผู้กองหน่อคำ ในครั้งนั้นไปกว่า กว่า 40-50 นาย เมื่อช่วงปี 2552  

 


 

 

 

เมษายน 2554

 

 

กองทัพพม่าขู่กำจัดกองกำลังติดอาวุธกลุ่มของ นายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ หลังก่อเหตุจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อนคาสิโนจีนในฝั่งลาวมีรายงานจากแหล่งชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมของพม่า มีบก.อยู่ที่เมืองเชียงตุง รัฐฉานภาคตะวันออก ได้ยื่นคำขาดพร้อมกำหนดทางเลือกให้กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับกองทัพพม่า หลังก่อเหตุเรียกเก็บภาษีเรือสินค้าในแม่โขงและจับตัวลูกเรือเรียกค่าไถ่ต่อเนื่อง  ทั้งนี้ กองทัพพม่าได้กำหนดทางเลือกและขีดเส้นตายให้กองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายหน่อคำ โดยให้วางอาวุธภายในวันที่ 18 เมษายน และว่าหากไม่วางอาวุธก็ให้นำกำลังไปเข้าร่วมกองกำลังว้า UWSA หรือ กองทัพรัฐฉาน SSA กลุ่มพล.ท.เจ้ายอดศึก ระบุ หากไม่เช่นนั้นจะถูกปราบปรามกวาดล้างอย่างหนัก

 

 

คำขู่ของกองทัพพม่าดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุปล้นเรือบ่อนคาสิโน "คิงโรมัน" ที่ตั้งอยู่บ้านต้นผึ้ง ในฝั่งลาว รวม 3 ลำ และได้จับตัวลูกเรือพร้อมด้วยนักพนันบนเรือจำนวน 19 คน ไปเรียกไถ่คนละ 6 หมื่นหยวน (ราว 2.7 แสนบาท) ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน นายจ่าวเว่ย เจ้าของบ่อนคาสิโนได้นำเงินจำนวน 25 ล้านบาท ไปไถ่ตัวนักพนันจำนวน 13 คน ขณะนี้ยังเหลือนักพนันรอจ่ายค่าไถ่อยู่อีกจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้กลุ่มของนายหน่อคำ ยังไม่ได้วางอาวุธให้กับกองทัพพม่าตามที่ถูกขีดเส้นตายไว้ในวันที่ 18 เมษายน ซึ่งกองกำลังของนายหน่อคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัฐฉาน SSA นายหนึ่งเปิดเผยว่า         ทางกลุ่มยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้าร่วมจากกลุ่มของนายหน่อคำ และว่าทางกองทัพรัฐฉาน SSA ไม่เคยมีการติดต่อกับกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

 

 

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับของกองทัพพม่า มักกระทำการเรียกเก็บภาษีเรือลำเลียงสินค้าในแม่น้ำโขง และจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อยครั้ง โดยทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการเก็บค่าคุ้มครองผ่านในพื้นที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2552 กลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุโจมตีเรือสินค้าของจีนกลางแม่น้ำโขง ขณะเข้าไปเพื่อหวังเก็บภาษีครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน

 

 


 

  

 

 

เชียงราย - พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำส่อเค้าป่วนหนัก หลังกองกำลังติดอาวุธ “หน่อคำ” ออกอาละวาดปล้นเรือสินค้า-ท่องเที่ยว ในแม่น้ำโขงถี่ยิบ เปิดศึกงัดข้อกลุ่มทุนกาสิโนจีน ชิงอิทธิพลเหนือพื้นที่ช่องทางขนส่งสินค้า ทั้งบนดิน-ใต้ดิน ขณะที่ ฝ่ายความมั่นคงจับตาใกล้ชิด ผวา ทำยาเสพติดทะลักเข้าไทยเพิ่ม หลังเกิดเหตุยิงถล่ม-ผลักดันใบสั่งซื้ออาวุธโผล่
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ระหว่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เดินทางมาเชียงราย นอกจากจะพกแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนด้วยตนเอง กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบน คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ที่มีปัญหาการทะลักเข้ามาของยาเสพติดมากที่สุดเข้มงวดในการจับกุมแล้ว
       
       คณะของรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นายทหารระดับสูงจากกองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังผาเมือง และตำรวจภูธร จ.เชียงราย และตำรวจภูธรภาค 5 ยังให้ข้อมูลตรงกันว่า นอกจากขบวนการค้ายาเสพติดจะเกิดจากแหล่งผลิตในพื้นที่ของว้าแดง โกกั้ง มูเซอ จีนฮ่อ ม้ง และชนกลุ่มน้อยเหล่านี้มีการแบ่งหน้าที่กันลำเลียงไปยังตลาดเป้าหมายแล้ว พบว่า พื้นที่ทะลักเข้ามาของยาเสพติดที่สำคัญ คือ แม่น้ำโขง ที่กลุ่มขบวนการสามารถลักลอบนำเข้ามาได้ตลอดแนวชายแดนที่ติดกับ สปป.ลาว โดยมี 2 กลุ่มที่การข่าวเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจนอกกฎหมายนี้
       
       กลุ่มแรก คือ กลุ่มติดอาวุธของนาย “หน่อคำ” ชาวไทยใหญ่ที่เคยคลุกคลีกับชนกลุ่มน้อยว้าแดง และปัจจุบันกลายเป็นหัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียง หลังเกิดกรณีปล้นและยิงเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายปีก่อน คาดการณ์กันว่า กลุ่มของนายหน่อคำ มีกำลังเพียง 20-30 คน เป็นกองกำลังติดอาวุธสงครามที่เคลื่อนไหวตั้งแต่ชายแดนพม่า-สปป.ลาว ตั้งแต่แถบเมืองเชียงกก หรือป่าเลียว-เชียงลาบ เรื่อยมาจนถึงเกาะสีดอนเรือง เหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปเล็กน้อย ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร จนถึงตัว จ.ท่าขี้เหล็ก อาศัยป่าเขาที่อำนาจรัฐของทั้งสองประเทศเข้าไปไม่ถึงสะดวก และเรือยนต์เร็วเป็นพาหนะหลัก
       
       กลุ่มนี้วางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในแม่น้ำโขง โดยจะเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้าในแม่น้ำโขง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือสินค้าสัญชาติจีน ที่เดินทางมาจากท่าเรือเชียงรุ้ง และกวนเหล่ย มณฑลหยุนหนัน ประเทศจีน และท่าเรือสบหรวย ประเทศพม่า และเรือสัญชาติลาว โดยหากผ่านเขตอิทธิพลก็จะเก็บค่าผ่านทางเที่ยวละ 2,000-4,000 บาท/รถยนต์คันละ 25,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลถึงขั้นข่มขู่เอากับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ด้วยการเก็บค่าผ่านยาบ้าเม็ดละ 3 บาท หากว่ากลุ่มใดไม่ยินยอมก็จะใช้ความชำนาญและกำลังติดอาวุธเข้าโจมตี
       
       พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นติดต่อกันมานานหลายปี โดยแม้แต่เรือตำรวจเมืองเชียงรุ้งของจีนที่ลาดตระเวนดูแลเรือสินค้าของตน จนถึงบริเวณเขตอิทธิพลของนายหน่อคำ ยังถูกซุ่มโจมตีจนเรือเสียหาย และตำรวจจีนได้รับบาดเจ็บหลายนาย เมื่อปี 2551 และหลังจากนั้น ก็เกิดเหตุกรณียิงเรือสินค้าจีนที่ไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทาง จนทำให้คนเรือจีนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอยู่เสมอ
       
       ทำให้เมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน ทางการจีนได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่พม่า และ สปป.ลาว เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน รวมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ที่โครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ที่ดำเนินการกลุ่มดอกงิ้วคำของจีน โดย บ.จินมูเหมิน จำกัด ที่มี “จ้าวเหว่ย” เป็นประธานบริษัท ได้ไปก่อตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เนื้อที่กว่า 10,000 ไร่สัญญาสัมปทาน 99 ปีด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยกับกลุ่มอื่น และความชำนาญของกลุ่มนายหน่อคำ ประกอบกับอาจจะมีกลุ่มอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวนอกเหนือจากกลุ่มนายหน่อคำ อยู่ด้วย จึงทำให้ปัญหาเรือสินค้าในแม่น้ำโขงถูกโจมตียังคงเกิดขึ้นหลายครั้ง
       
       ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ก็สืบทราบการข่าวว่ ากลุ่มของนายหน่อคำ ยังได้ออกอาละวาดเก็บค่าผ่านทางอย่างหนักและต่อเนื่อง จึงได้เกิดความขัดแย้งกับทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ซึ่งก็ถือเป็นกลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงรายใหญ่และมีกิจการบ่อนกาสิโน รวมทั้งท่าเรือสินค้าและท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง
       
       พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.เชียงราย กล่าวว่า มีความพยายามจากทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ที่จะลดอิทธิพลของกลุ่มหน่อคำ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันในช่วงหลัง และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวจากเรือเร็วในแม่น้ำโขงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อ.เชียงแสน ของไทยด้วย โดยทาง "จ้าวเหว่ย" ได้ขอให้มีรถยนต์ประจำอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน เพื่อคอยช่วยเหลือกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับฝั่งไทยก็รับมาทำการรักษาตามหลักมนุษยธรรมและพยายามหาการข่าว เพื่อทราบเหตุผลและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับความมั่นคงรวมทั้งยาเสพติดด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
       
       เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยคนหนึ่ง ระบุว่า ทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ได้มีการว่าจ้างให้เจ้าหน้าที่พม่าและ สปป.ลาว ช่วยกันป้องกันและปราบปรามกลุ่มของนายหน่อคำ จนทำให้กลุ่มนายหน่อคำ เริ่มถูกโจมตี
       
       อย่างไรก็ตาม นอกจากกลุ่มหน่อคำ แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยเอง ก็ยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มดอกงิ้วคำด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีรายงานการข่าวถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยเกิดขึ้นภายในพื้นที่ของโครงการหลายครั้ง รวมทั้งข้อมูลทีมงานเฉพาะของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ถึงขั้นนำแผนที่ที่ตั้งของโรงงานและแหล่งพักยาเสพติดมาแฉกลางที่ประชุมและแจกจ่ายสื่อมวลชน เพื่อเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ภาคเหนือโดยเฉพาะผู้ว่าราชการ จ.เชียงรา และผู้บังคับการตำรวจภูธรได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
       
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะนำคณะไปตรวจสอบสถานการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน เพื่อดูด้วยตัวเอง แต่เราจะใช้หลักเมตตาธรรมในการปฏิบัติโดยแจ้งให้ทราบว่ารัฐทราบว่ามีการกระทำใดเกิดขึ้นที่ใดบ้าง และยืนยันว่าจะเอาจริงกับเรื่องนี้เพื่อลดปัญหายาเสพติดในบริเวณนี้ให้ได้มากที่สุด
       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ยิงกันในแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเรือเร็วนำชายจำนวน 4 คน ไปส่งที่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน และเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอ้างว่าเดินทางมากับเรือสินค้าจีน แต่จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดไม่ได้เป็นคนเรือจีน โดยมีชื่อว่านายอาต นายตี๋ และนายวันแสง ชาวไทยใหญ่ และนายจะเออ จะซอ ชาวเขาเผ่ามูเซอ ทั้งหมดอายุประมาณ 30 ปี จึงทำให้เจ้าหน้าไทยยังคงเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด
       
       พล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่าจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่พบเรือสินค้าจีนตามที่ทั้งหมดกล่าวอ้าง จึงกำลังเฝ้าจับตามองอยู่เพราะเราเกรงว่าจะมีกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสจากเหตุการณ์เข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยหลังจากได้เข้าไปก่อเหตุในแม่น้ำโขงและเกิดปะทะกับกลุ่มกองกำลังที่ดูแลบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ได้ดำเนินคดีกับ 1 ใน 4 คนว่าออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยส่วนอีก 3 คนเป็นชาวต่างด้าวอยู่แล้ว
       
       รายงานข่าวแจ้งต่ออีกว่า นอกจากกรณีชาย 4 คนจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างมีเงื่อนงำดังกล่าวแล้ว พบว่าทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ยังได้จับกุมชายจำนวน 4 คนชื่อนายแรง ไข่มิ้น อายุประมาณ 40 ปี ชาวบ้านเลขที่ 96 ม.1 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และนายน็อตและนายปั๋นชาวไทยใหญ่ได้บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมของกลางกระสุนปืนอาก้า ปลอกกระสุน และเอกสารภาษาไทยใหญ่จำนวน 4 เล่ม
       
       เบื้องต้นทราบว่า เป็นบัญชีซื้อขายอาวุธที่สั่งจากฝั่งไทยและอาจมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ไทยบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งทั้งหมดมีโทรศัพท์มือถือรวมกันจำนวน 7 เครื่องโดยหนึ่งในนั้นมีการโทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไทยคนหนึ่ง ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจ จ.เชียงราย ได้ดำเนินคดีในข้อหามีเครื่องกระสุนอาวุธในครอบครองไว้ก่อน และเฝ้าดูพฤติการณ์แล้ว ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ก็ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย

22 ก.ย.2554 ผู้จัดการ

 

 

โจรสลัดแม่น้ำโขงอาละวาดไม่หยุด ล่าสุดใช้อาวุธสงครามกราดยิงเรือบรรทุกสินค้าของจีนจนมีผู้บาดเจ็บถึง 4 คน เป็นชาวไทยใหญ่และมูเซอ ระบุโจรสลัดส่วนใหญ่จะคอยดักซุ่มโจมตีเรือสัญชาติจีนเฉพาะบริเวณตรงข้ามเมืองมอม สปป.ลาว โดยเรือแต่ละลำต้องจ่ายค่าผ่านทางให้กับกองกำลังฝ่ายต่างๆ ในแม่น้ำโขงเพื่อแลกกับความปลอดภัย 
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า (22 ก.ย.) ช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีเรือสินค้าในแม่น้ำโขงสัญชาติจีนชื่อเรือเหวียนชิง ได้เข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือ อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว และได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยว่าเรือได้ถูกระดมยิงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายและเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน
       
       โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอาต ไม่มีนามสกุล นายตี๋ ไม่มีนามสกุล นายวันแสง ไม่มีนามสกุล ชาวไทยใหญ่ และนายจะเออ จะซอ ชาวเขาเผ่ามูเซอ ทั้งหมดอายุประมาณ 30 ปีเป็นผู้โดยสารที่อาศัยนั่งมากับเรือจนได้รับบาดเจ็บ โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจึงให้การช่วยเหลือด้วยการนำตัวส่งมารักษายังโรงพยาบาลเชียงแสน แต่นายวันแสง อาการสาหัสกระสุนฝังในจึงต้องส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมือง อย่างเร่งด่วนในคืนเดียวกัน
       
       หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน ได้ไปตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้สอบถามข้อมูลจากบุคคลที่เข้ามารับการรักษาที่ไม่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ความว่า ทั้ง 4 คนได้เดินทางทางเรือในแม่น้ำโขงโดยอาศัยนั่งเรือบรรทุกสินค้าจีนชื่อเรือเหวียนชิงมาจากท่าเรือกวนเหล่ย ประเทศพม่า ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 200 กิโลเมตร เพื่อจะมาทำธุระที่ท่าเรือ อ.เชียงแสน ของไทย
       
       แต่เมื่อเรือแล่นผ่านบริเวณบ้านสามปู จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงกันข้ามเมืองมอม แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร ปรากฏว่าภูมิประเทศทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงเป็นป่าไม้หนาทึบได้มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายติดอาวุธครบมือ นั่งมากับเรือเร็วในแม่น้ำโขงประมาณ 2 ลำ
       
       จากนั้นกองกำลังบนเรือได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มเรือจีน ทำให้คนบนเรือต่างพากันหลบซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัย ช่วงนั้นกัปตันเรือจีนได้พยายามเร่งความเร็วเรือเพื่อหลบหนีเข้าเขตน่านน้ำของไทยซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากกองกำลังติดอาวุธมักไม่ค่อยเคลื่อนไหวหรือติดตามมาถึง เพราะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยดูแลลาดตระเวนอยู่หลายหน่วยรวมทั้งไม่มีป่าไม้หนาทึบ 
       
       กระทั่งเรือสามารถแล่นเข้าสู่น่านน้ำไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ตัวเรือก็ถูกยิงหลายจุดและคนบนเรือได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน ดังนั้นจึงได้พากันขอเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงแสนดังกล่าว
       
       พ.ต.อ.ภพกรกล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะได้ให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บที่พอให้ปากคำได้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นถึงสาเหตุและเบาะแสการถูกถล่มยิงรวมไปถึงกลุ่มคนกองกำลังอาวุธ พร้อมจะทำการตรวจสอบเรือบรรทุกสินค้าที่โดนยิงด้วย โดยได้สนธิกำลังกับตำรวจน้ำเชียงแสนและหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ซึ่งลาดตะเวนตลอดแนวชายแดนอย่างเข้มงวดอยู่แล้วต่อไป
       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์กราดยิงเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเกิดขึ้นในแม่น้ำโขงบริเวณเดียวคือแถวบ้านโป่ง-บ้านสามปู จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงกันข้ามเมืองมอม สปป.ลาว จนเป็นเหตุให้คนเรือจีนหรือลูกจ้างได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง และเป็นที่น่าสังเกตว่าเรือที่ถูกกราดยิงมักจะเป็นเรือสัญชาติจีนที่แล่นไปมาระหว่างท่าเรือสบหร่วย ประเทศพม่า กับท่าเรือเชียงแสนของไทย 
       
       ส่วนเรือที่เดินทางมาจากท่าเรืออื่นๆ เช่น ท่าเรือเชียงรุ้งหรือจิ่งหง เขตปกครองสิบสองปันนา ท่าเรือกวนเหล่ย มณฑลหยุนหนัน ประเทศจีน หรือท่าเรือต่างๆ ใน สปป.ลาว มักไม่ค่อยมีประวัติการถูกยิงถล่มเช่นนี้มากนัก กระนั้นก็มักมีกระแสข่าวว่าเรือแต่ละลำต้องจ่ายค่าผ่านทางให้กับกองกำลังฝ่ายต่างๆ ในแม่น้ำโขงเพื่อแลกกับความปลอดภัยด้วยเช่นกัน
       
       สำหรับกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวในแม่น้ำโขงและเป็นที่รู้จักกันดีมากที่สุด คือ กลุ่มของ “นายหน่อคำ” ชาวไทยใหญ่ที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือสามเหลี่ยมทองคำและมีอิทธิพลถึงขั้นเรียกเก็บค่าผ่านทางจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดทั่วเขตท่าขี้เหล็ก
       
       นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มมูเซอ กลุ่มเมืองลาเก่า กลุ่มปิตุชิด กลุ่มสานเป๊อะ ฯลฯ ที่เคลื่อนไหวอยู่แถบหมู่บ้านตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งนี้ นอกจากเรือสินค้าจีนแล้วพบว่าเมื่อหลายปีก่อนถึงขั้นมีการระดมยิงกองกำลังตำรวจจีนที่นำเรือเร็วลาดตระเวนคุ้มครองการค้าขายในแม่น้ำโขงจนทำให้ตำรวจจีนหลายนายได้รับบาดเจ็บด้วย ทำให้ทางการจีนได้ประสานกับพม่าและ สปป.ลาว ในการเข้มงวดจัดกำลังลาดตระเวนและเมื่อหลายเดือนก่อนเคยส่งนายทหารมาดูแลอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำในฝั่ง สปป.ลาวด้วย
 
นำเสนอโดย : เชียงรายโฟกัสดอทคอม

 

 


27 ก.ย.2554

 

 

 เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร จากเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศ ส.ปป.ลาว ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ กว่า 50 นาย กระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บริษัทคิงส์โรมัน ซึ่งเป็นคอมเพล็กซ์เอนเตอร์เทนเมนต์ขนาดใหญ่ ที่ลงทุนโดยกลุ่มงิ้วดำ ประเทศจีน มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท หลังสืบทราบว่ามีเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ หัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขง และหัวกองกำลังติดอาวุธคุ้มกันยาเสพติด นำยาเสพติดจำนวนมากเข้าซุกซ่อนไว้ในพื้นที่คอมเพล็กซ์แห่งนี้

       รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ส.ปป.ลาว ได้ทำการตรวจยึดยาเสพติด ที่บรรจุในกระสอบปุ๋ย ราว 20 กระสอบ ซึ่งภายในเป็นยาบ้า ประมาณ 2-3 ล้านเม็ด และยังมีการตรวจยึดแท่นปั๊มยาบ้า ได้ 1 เครื่อง และจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 3 คน และผู้ต้องหาชาวไทยอีก 1 คน นำตัวไปสอบสวน หลังจากควบคุมตัวได้จากที่เกิดเหตุ

       จากการตรวจค้นดังกล่าว ทางการลาวยังได้ประสานงานมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ให้ทำการตรวจค้นแหล่งต้องสงสัยใน อ.แม่สาย จ.เชียงราสย ซึ่งทางการลาว ขยายผลพบว่ามีส่วนในการช่วยคนร้าย สมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ ที่ถูกยิงบาดเจ็บ ขณะเข้าปล้นเรือสินค้าจีน มาส่งรักษาที่ อ.เชียงแสน โดยเจ้าหน้าทีทหารกองกำลังผาเมือง และตำรวจ สภ.แม่สาย ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่้สาย ที่ถูกระบุว่าเป็นผุ้็ต้องสงสัย แต่ไม่พบของกลางหรือสิ่งของผิดกฏหมาย ตำรวจจึงได้ทำบันทึกการตรวจค้นเอาไว้ และเ้ชิญตัวผู้เกี่ยวข้องไปสอบสวนปากคำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่ม

 

 

 

5 ต.ค.2554

 

 

วันที่ 05 ตุลาคม 2554 รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าวันนี้ (5 ต.ค.) พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนภาคเหนือสืบทราบว่าขบวนการาค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนเส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากทางบกมาทางเรือแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงแสน จึงสั่งการให้ พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทหารพราน 31 น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ให้ร่วมกันลาดตระเวณเพื่อป้องกันการลักลอบตามแนวฝั่งชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.เชียงแสน ไปจนถึง อ.เวียงแก่น อย่างเคร่งครัด

 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือสินค้าสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำชื่อเรือ Yu Xing 8 Hao เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ขนาด 300 ตัน และเรือ Hua Ping ขนาด 300 ตันซึ่งบรรทุกสินค้าประเภทกระเทียม แอปเปิ้ลและสาลี่เหมือนเรือสินค้าที่มาจากท่าว้า จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า แต่ตรงกับที่ได้รับแจ้งและท่าทางส่อพิรุธแล่นมากลางแม่น้ำโขงเข้าเขตน่านน้ำไทยด้านสามเหลี่ยมทองคำ จึงได้นำเรือออกตามประกับเรื่อยมากระทั่งก่อนออกนอกเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.รอบเวียง อ.เชียงแสน ตรงกันข้ามกับเกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว พบเรือทั้งสองลำได้ไหวตัวทันและเตรียมจะขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงนำเรือเร็วเข้าสกัดพร้อมให้สัญญานให้จอดประชิดฝั่งเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าคนบนเรือกลับติดอาวุธและยิงต่อสู้ใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่หลายหน่วยที่พยายามจะเข้าไปประชิด จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นด้วยอาวุธสงคราม แต่เจ้าหน้าที่อาศัยความชำนาญและเรือเร็วทำการหลบหลีกกระสุนปืนได้และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ติดอาวุธจนเรือถูกปืนยิงหลายจุด ก่อนที่คนร้ายบนเรือจะถูกยิงเสียชีวิตบนดาดฟ้าของเรือ Yi Xing 8 Hao และเจ้าหน้าที่สามารถบังคับให้คนเดินเรือนำเรือเข้าเทียบฝั่งได้สำเร็จ จากนั้นได้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบบนเรือปรากฎว่าคนเรือด้านบนเสียชีวิตเพราะการปะทะจำนวน 1 ศพโดยเป็นชายไม่ทราบชื่อพร้อมอาวุธปืนอาก้าจำนวน 1 กระบอก จากตรวจค้นภายในเรือพบกระสอบสินค้าประเภทกระเทียม และกล่องผลไม้ต่างๆ อยู่เต็ม แต่พบกระสอบต้องสงสัยวางอยู่ด้านหลังของเรือจำนวน 5 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบมียาบ้าซุกซ่อนอยู่เต็มรวมจำนวนทั้งหมด 950,000 เม็ด จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนที่จะควบคุมตัวคนบนเรือไปทำการสอบสวนเพื่อขยายผล

 

 

จากนั้นได้กันพื้นที่เอาไว้ไม่ให้บุคคลภายนอกลงไปบนเรือพร้อมทั้งปิดถนนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้รับอันตราย อย่างไรก็ตามปฏิบัติการครั้งนี้พบว่ามีการกันไม่ให้หน่วยอื่นรับทราบข้อมูล โดยแม้แต่หน่วยงานข้างเคียง เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบางหน่วยที่ปฏิบัติการ ฯลฯ ยังไม่ได้รับแจ้งให้ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวทั้งจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัว ผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ปะทะ หรือของกลางอื่นๆ บนเรือ ฯลฯ แต่ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปชันสูตรพลิกศพบนเรือ ก่อนนำเรือพร้อมของกลางไปยัง นรข.และมีรายงานว่าทาง พล.ต.ปราการ จะเดินทางไปแถลงข่าวด้วยตัวเองในวันที่ ุ6 ต.ค.นี้ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าก่อนหน้านี้ขบวนการค้ายาเสพติดได้พยายามใช้แม่น้ำโขงในการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เนื่องจากทางภาคพื้นดินมีการป้องกันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ มากขึ้น โดยกลุ่มที่มีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลังคือกลุ่มโจรสลัดแม่น้ำโขงของนายหน่อคำ กลุ่มม้ง และอื่นๆ ที่มีทั้งขนผ่านแม่น้ำโขงเข้า สปป.ลาว และมาทางเรือในแม่น้ำโขงจนหลายครั้งเกิดการปะทะและขัดแย้งกันเอง หรือต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารพม่าและ สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำทั้งในพม่าและเมืองต้นผึ้งหลายครั้ง.

 

 

 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ต.ค.54 พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ได้สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาบ้าจำนวนมาก มากับเรือบรรทุกสินค้าจีน ผ่านมาตามเส้นทางแม่น้ำโขง 3 เหลี่ยมทองคำ ด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงนำกำลังชุดปฏิบัติการกองกำลังผาเมือง อาวุธครบมือเข้าทำการสกัดกั้นจับกุม ขณะตรวจมาจนถึงริมฝั่งพรมแดนไทย-ลาว  ในเขตรับผิดชอบ กิโลเมตรที่ 7 บ้านห้วยเกี๋ยง-สบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน ได้พบเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติจีน จำนวน 2 ลำ ชื่อเรือหัวปิง และเรือยูปิงหัว จอดเทียบฝั่งเขตแดนไทย โดยมีเรือยนต์ 3 ลำ จอดขนาบข้าง ลักษณะเชิงคุ้มกัน จึงส่งสัญญาณขอตรวจค้น

 

 


       ทว่าชายฉกรรจ์ในเรือสินค้า และเรือยนต์ ได้ใช้อาวุธสงครามยิงกราดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จนเกิดการปะทะอย่างดุเดือด ริมฝั่งโขง ได้ยินทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว เสียงปืนกลมือ ดังแผดระรัวนานนับ 20 นาที ฝ่ายกองกำลังคุ้มกันคนร้าย ได้ขับเรือยนต์ล่าถอยหลบหนีไปยังตอนเหนือพรมแดนสามเหลี่ยมทองคำ กำลังทหารได้จู่โจมจากฝั่งเข้าถึงตัวเรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

 

 


       จากการเคลียร์พื้นที่บนเรือสินค้าหัวปิง พบศพคนร้ายเสียชีวิตจำนวน 1 ศพ เป็นชายชาวจีน ไม่ทราบชื่อ ข้างกายมีอาวุธปืนสงครามตกอยู่ 1 กระบอก ภายในเรือยังตรวจพบยาบ้า บรรจุกระสอบ 5 ถุง นับยาบ้าได้กว่า 1,300,000 เม็ด ถูกทับด้วยกระเทียม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ขอกำลังสนับสนุนจาก พ.ต.อ.ภพกร คูณ เจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน นำกำลังเข้าสมทบยังที่เกิดเหตุ ปิดถนนไม่ให้รถแล่นผ่าน เพื่ออำนวยการให้ทหาร เข้าเคลียร์พื้นที่ที่เกิดการปะทะ และ เก็บกู้วัตถุระเบิดของฝ่ายคนร้าย ที่โยนทิ้งไว้ แต่ระเบิดไม่ทำงาน 
      

ด้านเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยข่าว ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่ามีการขนยาเสพติดจำนวนมาก จากฐานผลิตกลุ่ม U.W.S.A ว้าแดง ซุกซ่อนมากับเรือสินค้าที่มุ่งหน้ามาจากประเทศจีน ผ่านเส้นทางแม่น้ำโขงเข้าเขตพม่าและลาว มาถึงเป้าหมายเขตแดนไทย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ และเกิดการปะทะยึดของกลางได้จำนวนมหาศาล ซึ่งคนร้ายที่หลบหนีไปได้คาดว่าเป็นหน่วยคุ้มกัน ที่ต้องการนำยาเสพติดเข้ามาส่งในเขตไทย เป็นเครือข่ายว้าแดง ซึ่งอยู่ระหว่างประสานทางการจีน พม่า และลาว เข้าร่วมในการขยายผล เนื่องจากเป็นน่านน้ำสากล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เชียงราย - กกล.ผาเมือง ควง ป.ป.ส.แถลงยันเหตุปะทะเรือสินค้าจีน ขนยาบ้าร่วมล้านเม็ด มูลค่า 100 ล้านบาทกลางน้ำโขง เกิดหลัง “โจรสลัดน้ำจืด-หน่อคำ” ปล้นเรือจีน ก่อนใช้ขนยาบ้าเข้าไทยต่อ ยัน สป.จีน เข้าใจดี พร้อมเตรียมเรียกประชุมทุกหน่วยจัดการปัญหาต่อ
       
       วันนี้ (6 ต.ค.54) พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายสุขุม โอภาสนิพัทธ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3, พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทหารพราน 31, น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ฯลฯ ได้ร่วมแถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ นรข.ตรวจยึดเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงได้ 2 ลำ บริเวณริมฝั่งบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้าบนเรือได้เป็นจำนวนมากและพบผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อ 1 คนพร้อมปืนอาก้า 1 กระบอก
       
       พล.ต.ปราการแถลงว่า ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด คือ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 กองกำลังผาเมืองได้รับแจ้งข่าวว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีความพยายามจะนำยาบ้าเข้ามายังประเทศไทยผ่านทางแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว จึงได้บูรณาการทุกหน่วยในการออกลาดตระเวนป้องกัน
       
       ต่อมาได้ทราบว่ามีกลุ่มอาวุธ “โจรสลัดน้ำจืด” ซึ่งการข่าวระบุว่าคือกลุ่มนายหน่อคำที่ออกอาละวาดเก็บค่าคุ้มครองและค้ายาเสพติดแถบสามเหลี่ยมทองคำ ใช้กำลังเข้ายึดเรือสินค้าจีนทั้ง 2 ลำ ได้บริเวณบ้านสามพู จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงกันข้ามบ้านสินใจ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร
       
       ทาง นรข.จึงได้เฝ้าติดตามข่าวและเตรียมการรองรับปัญหา โดยเฉพาะการให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ต่อมาได้พบเรือทั้ง 2 ลำถูกขับแล่นเข้าเขตน่านน้ำไทย-สปป.ลาว กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุบ้านสบรวก เรือเสียการทรงตัว เจ้าหน้าที่ นรข.ที่ตรวจตราด้วยเรือเร็วจึงได้เข้าควบคุมเรือ ปรากฏว่าพบคนเสียชีวิตบนเรือ ส่วนคนอื่นๆ ทั้งคนเรือและกลุ่มขบวนการติดอาวุธที่เหลือต่างพากันกระโดดน้ำหนี รวมทั้งมีเรือเร็วหางยาวแล่นเข้าเทียบก่อนพากลุ่มคนดังกล่าวหลบหนีไปได้
       
       จากการตรวจสอบบนเรือพบเป็นเรือสินค้าจีน ชื่อ Hua Ping บรรทุกกระเทียม และแอปเปิล มียาบ้าจำนวน 3 กระสอบ รวม 520,000 เม็ด และเรือ Yu Xing 8 Hao บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง พบยาบ้าจำนวน 1 กล่อง รวมจำนวน 400,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 920,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
       
       ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเครือข่ายยาบ้าดังกล่าวเป็นใครอย่างไรบ้าง รวมทั้งเร่งประสานกับทางการจีน พม่า และ สปป.ลาว เพื่อป้องกันและปราบปรามกลุ่มติดอาวุธที่กระทำผิดลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายต่อไป
       
       “ที่ผ่านมาทางการพม่า และ สปป.ลาว ได้ร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มโจรสลัดน้ำจืดที่ออกอาละวาดอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่หมดไปทั้งหมดจึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นการยึดเรือสินค้าจีนมาก่อน จากนั้นกลุ่มติดอาวุธจึงนำยาบ้าไปบรรทุกบนเรือเพื่อจะลักลอบนำเข้าไทยต่อไป ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการไทยสามารถตรวจยึดยาบ้าบนเรือจีนได้ จึงจะมีการประชุมทุกหน่วยและรับทราบนโยบายแนวทางจากหน่วยเหนือต่อไป” พล.ต.ปราการกล่าว
       
       ผบ.กองกำลังผาเมืองกล่าวอีกว่า ล่าสุดทางสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ ได้โทรศัพท์มาขอบคุณทางการไทยที่ช่วยดูแลเรือสินค้าจีนดังกล่าวให้แล้ว
       
       ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ยาบ้าที่พบเป็นยาบ้าที่มีลักษณะใหม่ มีสีเข้ม เป็นรุ่นยาบ้าหางยาวที่พบมานานแล้ว แต่น่าจะเป็นชุดใหม่ที่เพิ่งผลิตจากกลุ่ม UWSA เมืองปางซาง เขตว้าตอนเหนือ ส่วนจะเป็นของเครือข่ายกลุ่มใดจะทำการตรวจสอบต่อไป
       
       ขณะที่ นายสุขุมกล่าวว่า ทางการจีนยืนยันให้ไทยดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่พม่าและ สปป.ลาว ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อปราบปรามกลุ่มกระทำผิดลุ่มแม่น้ำโขง
       
       ทั้งนี้ ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง 4 ชาติ คือ ไทย พม่า สปป.ลาว และจีน จะมีการประชุมกันปีละ 2-3 ครั้ง ซึ่งจะได้มีการนำปัญหาเรื่องการควบคุมกลุ่มโจรสลัดแม่น้ำโขงเข้าไปหารือเพื่อหามาตรการที่เข้มข้นจัดการปัญหาร่วมกันต่อไป

 

(หลังจากที่เจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการตามลำน้ำโขง หรือ นรข.ตรวจสอบเรือน้ำมันจีน สองลำ ชื่อ "ยูซิง 8 หัว" และ "เรือหูปิง" มีร่องรอยถูกยิงตามลำเรือลอยลำอยู่ในแม่น้ำโขงเขตน่านน้ำไทย จึงได้ลากเข้ามาตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตในเรือเป็นชาวจีน 1 คน และพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระสอบบรรจุพืชผลทางการเกษตร จึงได้ยึดไว้

พลตรีปราการ ชลยุทธ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แถลงข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ว่า มีการตรวจพบยาบ้าจากเรือน้ำมันจีน จำนวน  920,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ นรข.ได้ยินเสียงปืน จึงแล่นเรือเข้าไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเรือจีนได้ไหลเข้ามาในเขตน่านน้ำไทย จึงได่ลากกลับเข้าฝั่ง เชื่อว่า เรือน้ำมันจีน ถูกกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกยิงถล่ม เหนือขึ้นไปในลำน้ำโขง ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ ไปราว 20 กิโลเมตร) 

 


เมื่อวันที่ 6 ต.ค.54  ที่ บก.นรข.เชียงราย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยขณะแถลงข่าวกรณีทหารกองทัพภาคที่ 3 ยิงปะทะกองกำลังยาเสพติด ที่ลักลอบขนยาบ้ามากับเรือสินค้าสัญชาติจีน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ในการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จด้านการสกัดกั้น เนื่องจากหากยาบ้าล๊อตนี้หลุดรอดไปได้ จะมีมูลค่าปลายทางมากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งทาง ป.ป.ส.ได้วางยุทธศาสตร์ในการสกัดกั้นยาเสพติด ที่มาจากนอกประเทศในทุก ๆ ด้าน วางกลยุทธ์ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย สามารถติดตามและตรวจค้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนกองกำลังกลุ่มนี้ อาจจะเป็นเครือข่ายนายหน่อคำ ที่เป็นผู้มีอิทธิพลด้านการคุ้มกันยาเสพติด และเรียกค่าคุ้มครองในแม่น้ำโขง ได้เข้าปล้นเรือสินค้าจีน ทั้ง 2 ลำดังกล่าว เพื่อนำยาบ้าเข้ามาส่งในรอยต่อไทย-ลาว จนเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ไทย ระหว่างเตรียมการเข้าช่วยเหลือลูกเรือที่ถูกปล้น ซึ่งเรื่องนี้ทางการไทย ได้ประสานให้รัฐบาลจีน ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รับคำยืนยันให้ดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ และเร่งใมห้ปราบปรามกองกำลัังยาเสพติดกลุ่มนี้ด้วย.

                                                                              ทีมข่าวแม่สายนิวส์รายงาน


 

 

 

 

7 ต.ค.2554

 

 

 

 


 

เจอ 3 ศพชาวจีนลอยในลำน้ำโขง จ.เชียงราย คาดว่าผู้ตายมากับเรือที่โดนปล้นนอกเขตน่านน้ำไทย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งมีผู้พบศพลอยน้ำมาติดที่ฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงประสานไปยังนายสุรชาติ  จันทวัชรากร นายด่านศุลกากรเชียงแสน พ.ต.ท.ธนิวัฒน์ หิรัญเชวงศักดิ์ สารวัตรตำรวจน้ำเชียงแสน  รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ใกล้กับโป๊ะของท่าเรือใช้เป็นที่ขึ้น-ลงสินค้าที่บรรทุกมากับเรือสินค้า พบศพนายหวงหย่ง อายุ 45 ปี กัปตันเรือสินค้าชื่อ “หัวปิง” เรือบรรทุกกระเทียมและผลไม้ สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย มือทั้ง 2 ข้างถูกใส่กุญแจมือติดกัน พบมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

ต่อมายังได้รับแจ้งมีผู้พบศพลอยมาตามลำน้ำโขงอีก 2 ศพ ใกล้กับกองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ลักษณะเป็นชาวจีน อายุประมาณ 30 ปี และบริเวณท่าขึ้น-ลงสำหรับกระบือ บ้านป่าสักหางเวียง ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำคำขาด ต.เวียง ลักษณะทั้ง 2 ศพ มีผ้าผูกปิดใบหน้า คอหัก ยังไม่ทราบชื่อผู้ตาย สันนิษฐานว่าเป็นชาวจีนที่โดยสารกับกับเรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้นที่บริเวณลำแม่น้ำโขง ระหว่างหมู่บ้านสามพู ประเทศพม่า กับหมู่บ้านหลวงสินใจ สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางประมาณ 25 กม. เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา และเรือบรรทุกสินค้าจีนทั้ง 2 ลำ ได้เข้ามาในร่องน้ำลึกของไทย จึงถูกทหารกกล.ผาเมืองยึด และตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 920,000 เม็ด 

ต่อมาตำรวจน้ำเชียงแสน ได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาจากในแม่น้ำโขง และนำส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลเชียงแสน ตรวจหาบาดแผลและสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง พ.ต.อ.ภพกรกล่าวว่า ทั้ง 3 ศพ ลักษณะเป็นชาวจัน คาดว่ามากับเรือโดยสารจีนทั้ง 2 ลำ ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้นเมื่อวันก่อน และพบมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต 1 ศพบนเรือ ขณะนี้ได้แจ้งไปยังกงสุลจีนที่ จ.เชียงใหม่ให้ทราบแล้ว.

 

 

 

 

 

 

8 ต.ค.2554

 

 

เชียงราย - พบศพลูกเรือจีนลอยมาตามลำน้ำโขงเพิ่มเติม รวมแล้วนับ 10 ศพ ทั้งหญิง-ชาย บางรายถูกมัดมือ-ปิดปาก หลัง จนท.เข้ายึดเรือ และตรวจพบยาบ้าเกือบล้านเม็ด มูลค่าร่วม 100 ล้านบาท ทหารยันเป็นเรือที่มีข่าวถูกกองกำลังเถื่อนน้ำโขงปล้น ก่อนซุกยาบ้าหวังขนเข้าไทย
       
       รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า หลังกองกำลังผาเมืองนำโดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ฉก.ม.3 ทหารพราน 31 ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ฯลฯ ได้ร่วมกันตรวจยึดเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงได้ 2 ลำคือเรือ Hua Ping บรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือ Yu Xing 8 Hao บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง แล่นมาตามแม่น้ำโขงจนถึงเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ตรงกันข้ามเกาะดอนซาว สปป.ลาว โดยการข่าวระบุว่าพึ่งถูกขบวนการค้ายาเสพติดติดอาวุธในแม่น้ำโขง ซึ่งออกอาละวาดหนักยึดเรือเอาไว้ เมื่อตรวจค้นบนเรือพบศพชาย 1 คน ปืนอาก้า 1 กระบอก ยาบ้ารวมกันจำนวนกว่า 920,000 เม็ดนั้น
       
       ล่าสุดยังคงมีการพบศพผู้เสียชีวิตที่ลอยมากับแม่น้ำโขงเพิ่มอีกหลายศพ หลังจากวานนี้ (7 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ได้พบศพนายหวง หย่ง ซึ่งเป็นกัปตันเรือ Hua Ping สภาพถูกใส่กุญแจมือติดกันลอยมาติดท่าเรือเชียงแสนเขต ต.เวียง อ.เชียงแสน และเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ก็มีศพชายไม่ทราบชื่อลักษณะเป็นคนจีน อายุประมาณ 30 ปีเศษสภาพถูกผ้ามัดปิดตาและคอหัก ลอยมาในแม่น้ำโขงตรงบริเวณใกล้ นรข.เขตเชียงราย และที่ท่าขึ้นลงกระบือหมู่บ้านป่าสักหางเวียง ต.เวียง อ.เชียงแสน รวมทั้งหมดแล้ว 3 ศพ
       
       โดยได้มีการพบศพหลายศพลอยไปติดตามจุดต่างๆ เพิ่มเติมอีก 6 ศพ เป็นชาย 5 ศพและหญิง 1 ศพ ศพทั้งหมดต่างลอยไปติดตามจุดต่างๆ ริมฝั่งไทยตั้งแต่ อ.เชียงแสน - อ.เวียงแก่น จำนวน 4 ศพ และฝั่ง สปป.ลาว อีก 2 ศพ ซึ่งหลายศพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด บางศพถูกเทปปิดตา -ปาก หรือใส่กุญแจมือ
       
       ทั้งนี้หลังจากเจ้าหน้าไทยพบศพได้ประสานกับสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ ในการเข้าไปตรวจสอบและนำศพไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วย
       
       นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ระบุว่า คาดว่าผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 2 ลำจะมีทั้งหมดประมาณ 13 เสียชีวิต แต่ในปัจจุบันได้พบผู้ที่เสียชีวิตรวมกันแล้วจำนวน 10 ศพ โดยเสียชีวิตบนเรือพร้อมอาวุธปืนจำนวน 1 ศพที่เหลือพบลอยมากับแม่น้ำโขง และติดฝั่งไทยและ สปป.ลาว เพิ่มเติมอีก 7 ศพ ซึ่งหลังพบศพทางการจีนก็ได้ประสานให้ทางอำเภอ นำศพไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปซึ่งทางการไทยก็ให้ความร่วมมือด้วยดี
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 ถือเป็นความรุนแรงในแม่น้ำโขงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการออกอาละวาดของกลุ่มติดอาวุธแม่น้ำโขงที่เก็บค่าผ่านทางและขนยาเสพติดหลายครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ไทยสืบทราบจะมีการลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากมากับเรือแม่น้ำโขง จึงลาดตระเวนติดตาม จนพบเรือทั้ง 2 ลำ
       
       จากนั้นเจ้าหน้าที่แถลงในวันถัดมาหลังเกิดเหตุว่า ได้พบเรือที่มีการปะทะและถูกปล้นแล้วลอยลำอยู่ เจ้าหน้าที่อ้างว่า ได้เข้าไปควบคุมเรือมายังฝั่งไทยเมื่อตรวจสอบบนรือ Hua Ping พบ กระสอบจำนวน 3 ใบภายในมียาบ้าจำนวน 520,000 เม็ด และเรือ Yu Xing 8 Hao พบกล่องต้องสงสัยจำนวน 1 กล่องภายในมียาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 920,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
       
       กองกำลังผาเมืองระบุว่าถูกกองกำลังติดอาวุธได้ปล้นเรือจีนก่อนถึงเขตไทยประมาณ 25 กิโลเมตร จากนั้นมีการนำยาบ้าบรรทุกเพื่อจะลักลอบนำเข้า แต่ถูกเจ้าหน้าที่ของไทยดักเอาไว้กลางแม่น้ำโขงและเข้าควบคุมเรือได้เสียก่อนดังกล่าว

 

 


 

เดลินิวส์

 

 

จีนกังขาพลเมืองตายถึง13ศพ สั่งกงสุลจีนเชียงใหม่ร่วมชันสูตร หลังพบศพจีนอีก 9 ศพลอยลำน้ำโขงจากเรือสินค้าถูกดักปล้นถล่มยิงปริศนา ที่รพ.เชียงราย 9 ต.ค. พร้อมให้ตำรวจจีนร่วมสืบคดีแถมสั่งปิดเขื่อนน้ำโขงเหือด เรือสินค้าเชียงแสนอ่วม ผงะศพที่พบเพิ่ม 9 ศพน่าจะครบ 13 ศพที่บวกกับที่พบแล้ว 4 ศพ เหตุตรงกับหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ มีเยาวชนอายุ 16 ปีรวมอยู่ด้วยสภาพอนาถทั้งถูกมัดมือไพล่หลัง-ใส่กุญแจมือ-มีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิด ปาก ทรมานโหดก่อนยิงศีรษะปลิดชีพโยนทิ้งน้ำ 
   
เหตุพบศพในลำน้ำโขงในสภาพสยดสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งพบศพชาย-หญิงรวม 9 ศพ ลอยน้ำมาติดฝั่งแม่น้ำโขงด้านไทย รวมทั้งฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามบริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน และประสานนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมขอกำลังตำรวจน้ำเชียงแสน ช่วยลำเลียงนำศพทั้งหมดขึ้นจากลำน้ำโขง พร้อมนำส่งรพ.เชียงแสน เพื่อชันสูตรหาหลักฐานการเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นศพชาวจีนทั้งหมดรวม 9 ศพ เป็นชาย 7 ศพ หญิง 2 ศพ ในจำนวนนี้พบเยาวชนชายอายุเพียง 16 ปีอยู่  1 ศพ แต่ละศพมีสภาพอนาถ ถูกมัดมือไพล่หลัง บางศพถูกใส่ด้วยกุญแจมือ และมีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิดที่ปาก มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
   
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 5 ต.ค. ที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้น และยึดเรือบรรทุกสินค้าจีน 2 ลำกลางแม่น้ำโขงขึ้นไปทางด้านเหนือสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 25 กม. อยู่ในน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และเกิดการสังหารกัปตันเรือและลูกเรือหมดทั้ง 2 ลำ พร้อมถีบศพทิ้งลงในลำน้ำโขง จากนั้น เรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ได้เสียหลักลอยเข้ามาในร่องน้ำลึกของฝ่ายไทย ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือ นรข.เชียงแสน จึงเข้าตรวจยึดเรือ พร้อมตรวจค้นพบยาบ้า 920,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่บนเรือ และยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายบนเรือ 1 ศพ ต่อมา ในวันที่  7 ต.ค. พบศพชายลอยน้ำมาติดที่ท่าเรือ 3 ศพในจำนวนนี้เป็นกัปตันเรือ 1 ศพ รวมที่พบศพแล้วทั้งหมด 4 ศพ ในครั้งนี้พบอีก 9 ศพ รวมทั้งหมดเป็น 13 ศพ เท่ากับจำนวนหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้โดยสารในเรือทั้งหมด และบ่ายวันเดียวกันนี้นายหวังหย่งชิง กงสุลจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ ได้ประสานขอความร่วมมือกับทางอำเภอเชียงแสนให้นำศพกัปตันและลูกเรือทั้ง 11 ศพ เคลื่อนย้ายศพจากรพ.เชียงแสน ไปชันสูตรยังแผนกนิติเวชรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริงอีกครั้ง โดยวันที่ 9 ต.ค. กงสุลจีนประจำเชียงใหม่จะเดินทางมาดูการชันสูตรศพก่อนส่งศพทั้งหมดกลับประเทศจีนต่อไป ส่วนการสอบสวนทางคดีตำรวจจีนจะเดินทางมาร่วมกับตำรวจไทยเพื่อสืบสวนหากลุ่มผู้กระทำผิดด้วย
   
มีรายงานข่าวแจ้งว่า กรณีดังกล่าว ทางการจีนมีความเคลือบแคลงในเรื่องนี้ จึงให้กงสุลจีน ประจำเชียงใหม่ มาร่วมดูการชันสูตรศพและส่งตำรวจจีนมาร่วมคลี่คลายคดีด้วย นอกจากนี้ล่าสุดทางจีนได้ปิดประตูระบายน้ำในเขื่อนบนลำน้ำโขงไม่มีกำหนด ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงเหือดแห้งลง เรือสินค้าหลายสิบลำต้องจอดลอยลำอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสนไม่สามารถส่งสินค้าได้ สร้างความเดือดร้อนกับผู้ประกอบการจำนวนมาก.

 

 

 

 

เขตพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ฆ่าลูกเรือ 11 ศพ ประสานไทย ลาว พม่าคุ้มครองเรือจีนด้วย

วันนี้( 10 ต.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า จากเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าของจีน 2 ลำ คือเรือหัวผิงและเรือยูซิง 8 ถูกคนร้ายดักปล้นในแม่น้ำโขง เขตพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งลูกเรือถูกฆ่า 11 ศพ และหายตัวไป 2 คน บรรดาผู้นำของจีนต่างให้ความสนใจ และกำลังจับตามองความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง ได้ขอให้สถานทูตจีนประจำประเทศไทย และสถานกงสุลจีนที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำการสอบสวน และทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อหาตัวลูกเรือ 2 คนที่หายไป

นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานในวันเดียวกันว่า แถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศจีน ยังได้เรียกร้องต่อบรรดา “ประเทศที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งประกอบด้วย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ให้ดำเนินมาตรการที่จำเป็น ในการปรับปรุงการคุ้มครองเรือและลูกเรือของจีนในแม่น้ำโขงด้วย.

 

 

 

จีนกังขาพลเมืองตายถึง13ศพ สั่งกงสุลจีนเชียงใหม่ร่วมชันสูตร หลังพบศพจีนอีก 9 ศพลอยลำน้ำโขงจากเรือสินค้าถูกดักปล้นถล่มยิงปริศนา ที่รพ.เชียงราย 9 ต.ค. พร้อมให้ตำรวจจีนร่วมสืบคดีแถมสั่งปิดเขื่อนน้ำโขงเหือด เรือสินค้าเชียงแสนอ่วม ผงะศพที่พบเพิ่ม 9 ศพน่าจะครบ 13 ศพที่บวกกับที่พบแล้ว 4 ศพ เหตุตรงกับหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ มีเยาวชนอายุ 16 ปีรวมอยู่ด้วยสภาพอนาถทั้งถูกมัดมือไพล่หลัง-ใส่กุญแจมือ-มีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิด ปาก ทรมานโหดก่อนยิงศีรษะปลิดชีพโยนทิ้งน้ำ
  
中国船员被害人数已升至13人。在湄公河上发现漂流的9具被枪杀的中国商船船员之后,泰国警方又发现了漂流的4具尸体,现在死亡人数已达到13人。与在船上发现的13本护照相符合,在这些人中有一个16岁的少年被杀,扔进河里之前双手戴着手铐,脸上被蒙上布,有的尸体嘴上被缠上胶带。


 

เหตุพบศพในลำน้ำโขงในสภาพสยดสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งพบศพชาย-หญิงรวม 9 ศพ ลอยน้ำมาติดฝั่งแม่น้ำโขงด้านไทย รวมทั้งฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามบริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน และประสานนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมขอกำลังตำรวจน้ำเชียงแสน ช่วยลำเลียงนำศพทั้งหมดขึ้นจากลำน้ำโขง พร้อมนำส่งรพ.เชียงแสน เพื่อชันสูตรหาหลักฐานการเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นศพชาวจีนทั้งหมดรวม 9 ศพ เป็นชาย 7 ศพ หญิง 2 ศพ ในจำนวนนี้พบเยาวชนชายอายุเพียง 16 ปีอยู่  1 ศพ แต่ละศพมีสภาพอนาถ ถูกมัดมือไพล่หลัง บางศพถูกใส่ด้วยกุญแจมือ และมีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิดที่ปาก มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
 
此次发现尸体是在10月8号下午2点左右,当时清莱府青盛县警局接到报警说发现9具尸体漂浮在泰国境内的湄公河,青盛警长charoensuk立刻带领警方去检查现场,在检查了现场和搜集证据之后,警方表示此9具尸体有7男2女,其中有1名16岁的男性青少年,每具尸体的死状都很悲惨,双手被反绑,有的戴着铁链,脸上被蒙着布,有的嘴巴被胶带封住,头部和身上都有枪伤,死亡时间超过3天。


 

   

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 5 ต.ค. ที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้น และยึดเรือบรรทุกสินค้าจีน 2 ลำกลางแม่น้ำโขงขึ้นไปทางด้านเหนือสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 25 กม. อยู่ในน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และเกิดการสังหารกัปตันเรือและลูกเรือหมดทั้ง 2 ลำ พร้อมถีบศพทิ้งลงในลำน้ำโขง จากนั้น เรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ได้เสียหลักลอยเข้ามาในร่องน้ำลึกของฝ่ายไทย ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือ นรข.เชียงแสน จึงเข้าตรวจยึดเรือ พร้อมตรวจค้นพบยาบ้า 920,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่บนเรือ และยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายบนเรือ 1 ศพ ต่อมา ในวันที่  7 ต.ค. พบศพชายลอยน้ำมาติดที่ท่าเรือ 3 ศพในจำนวนนี้เป็นกัปตันเรือ 1 ศพ รวมที่พบศพแล้วทั้งหมด 4 ศพ ในครั้งนี้พบอีก 9 ศพ รวมทั้งหมดเป็น 13 ศพ เท่ากับจำนวนหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้โดยสารในเรือทั้งหมด และบ่ายวันเดียวกันนี้นายหวังหย่งชิง กงสุลจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ ได้ประสานขอความร่วมมือกับทางอำเภอเชียงแสนให้นำศพกัปตันและลูกเรือทั้ง 11 ศพ เคลื่อนย้ายศพจากรพ.เชียงแสน ไปชันสูตรยังแผนกนิติเวชรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริงอีกครั้ง โดยวันที่ 9 ต.ค. กงสุลจีนประจำเชียงใหม่จะเดินทางมาดูการชันสูตรศพก่อนส่งศพทั้งหมดกลับประเทศจีนต่อไป ส่วนการสอบสวนทางคดีตำรวจจีนจะเดินทางมาร่วมกับตำรวจไทยเพื่อสืบสวนหากลุ่มผู้กระทำผิดด้วย
 
 
 

 

 

 

 13 ต.ค.2554

 

 

จีนเรียกตัว ทูตประจำประเทศไทย ลาว และพม่า กลับประเทศ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือสินค้า


นายซง เตา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เรียกตัว ทูตประจำประเทศไทย ลาว และพม่า กลับประเทศ และได้แต่งตั้งตัวแทน เพื่อติดตามเรื่องเหตุโจมตีเรือของจีน ที่บริเวณแม่น้ำโขงกับทั้ง 3 ประเทศ

ทั้งนี้ เหตุโจมตีเรือนสินค้าของ จีน 2 ลำ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ขณะที่ทางการจีนได้เร่งประสานไทย ให้ติดตามความคืบหน้า และ หาตัวผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน

 

ทหารไทย ร่วมกับทางการจีน ตรวจเข้ม อำนวยความสะดวก เรือสินค้าตามลำน้ำโขง หลังเกิดการปะทะกับชนกลุ่มน้อยในพม่า

บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารเรือ หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นำเรือออกตรวจการบริเวณลำน้ำโขงและอำนวยความสะดวกเส้นทางให้กับเรือสินค้าจีน จำนวน 26 ลำ ซึ่งบรรทุกสิ่งค้าเต็มลำเรือ มุ่งหน้ากลับประเทศจีน โดยออกเป็นกระบวน นอกจากนี้ ยังมีกำลังตำรวจจีน 60 นาย ซึ่งส่งเรือเร็ว และอาวุธหนักครบมือ ทำการคุ้มกันเรือสินค้าจีน กลับประเทศ ตามลำน้ำโขง หลังจากที่เกิดการปะทะกันระหว่างเรือจีนและชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เลยขึ้นไป 15 กิโลเมตร จนทำให้ชาวจีน เสียชีวิต 13 คน และทางการไทย สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากเกือบ 1,000,000 เม็ด ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่มีการเดินเรือพร้อมกันถึง 26 ลำ และมีกองกำลังคุ้มกันตลอดเส้นทางด้วย

 

 

 

 

 

 

14 ต.ค.2554 ไทยรัฐ

 

 

เรือตำรวจจีน ทำการคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าจีน 26 ลำ เดินทางกลับบ้านแล้ว หลังเรือ 2 ลำ ถูกดักปล้นและลูกเรือ 13 คน ถูกสังหารเสียชีวิต ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ญาติผู้ตายวอนตำรวจไทยจับคนร้ายให้ได้...

เมื่อเวลา 06.00 น. 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าจีน จำนวน 26 ลำ ที่บรรทุกสินค้าส่งออกของไทยเต็มทุกลำ ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่กล้าออกเดินเรือขึ้นไปยังประเทศจีน เพราะกลัวจะเกิดเหตุแบบเรือหัวผิง และเรือหยี่ชิง 8 จึงจอดลอยลำเต็มท่าเรือเชียงแสน จนทางการจีนต้องส่งเรือตำรวจมาคุ้มกันกลับ โดยเรือทั้ง 26 ลำได้ออกจากท่าเรือเชียงแสนพร้อมกัน มีเรือคุ้มกันของตำรวจจีนแล่นวนรอบขบวนเรือสินค้าเพื่อคุ้มกันให้ความปลอดภัยกับเรือสินค้า และมีตำรวจจีนคุ้มกันอยู่บนเรือสินค้าด้วย ขณะที่เรือตำรวจน้ำ และเรือ นรข.เชียงราย อีก 3 ลำ คุ้มกันท้ายขบวนไปส่งที่สามเหลี่ยมทองคำจนพ้นเขตประเทศไทย

ในส่วนของชาวเชียงแสนที่ทราบข่าวว่าเรือสินค้าจีนจะเดินทางกลับจีนทุกลำ ได้พากันมายืนดูขบวนเรือตลอดแนวแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาล ต่างพากันถ่ายรูปเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นเป็นขบวนยาวในแม่น้ำโขง หลังจากเรือสินค้าจีนออกไปจนหมด ในส่วนของบริเวณท่าเรือเชียงแสนที่เคยมีบรรยากาศคึกคักจากการขนถ่ายสินค้าขึ้นลง กลับเงียบเหงาลงทันที เพราะไม่มีเรือสินค้าจอดที่โป๊ะ ไม่มีรถบรรทุกรอสินค้า และไม่มีกรรมกร

ด้านเจ้าหน้าที่ท่าเรือคนหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกใจหายเหมือนกัน และยิ่งมีกระแสข่าวว่าทางการจีน จะให้เรือสินค้าหยุดเดินเรือในแม่น้ำโขงมาเชียงแสน จนกว่าจะคลี่คลายคดีให้ชัดเจนได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะทำให้การค้าชายแดนของเชียงแสนกระเทือนอย่างหนัก ปัญหาคนตกงานจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในแต่ละวัน แรงงานที่มารับจ้างขนสินค้าขึ้นลงมีจำนวนกว่าพันคน

 

 



สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจากเรือบรรทุกสินค้าจีนหัวผิง และเรือหยี่ชิง 8 ที่บรรทุกสินค้าจากจีนมาไทย เดินเรือมาทางแม่น้ำโขง โดยทางฝ่ายไทยสืบทราบว่า มีกลุ่มติดอาวุธเข้าปล้นยึดเรือทั้ง 2 ลำ บริเวณบ้านสามพู จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงข้ามบ้านสินใจ แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร จากนั้นเรือได้ลอยลำเข้าสู่น่านน้ำไทยด้าน อ.เชียงแสน และทางเจ้าหน้าที่ไทยเข้าควบคุมเรือ และตรวจสอบบนเรือทั้ง 2 ลำ พบผู้เสียชีวิต 1 คน และยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

และต่อมาอีก 2 วัน พบศพลูกเรือโผล่ขึ้นในแม่น้ำโขงหน้าท่าเรือเชียงแสน และแนวริมตลิ่งแม่น้ำโขงถึง 12 ศพ แต่ละศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น สภาพศพถูกมัดมือทั้งสองข้าง และมีเทปกาวปิดตาทั้งสองข้างด้วย โดยทางการจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุล และตำรวจจากจีนเข้ามาร่วมตรวจหลักฐานกับตำรวจ สภ.เชียงแสน และเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางจากประเทศจีนทางรถยนต์ มาทำพิธีจุดธูปเทียนคารวะดวงวิญญาณของคนตาย บริเวณที่จอดเรือบรรทุกทั้ง 2 ลำ ซึ่งจอดเทียบท่าริมตลิ่งหน้าวัดผ้าขาวป้าน ต.เวียง อ.เชียงแสน พร้อมถือแผ่นป้ายเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย และขอให้ทางการไทยจับตัวคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้

ส่วนการเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขงระหว่างจีน-ไทย ทางการจีนได้สั่งให้เรือทุกลำ ที่จอดเทียบท่าเรือกวนเหลย หยุดการเดินเรือมาไทย และให้ตำรวจจีนนำเรือเร็วลงมาจากประเทศจีน พร้อมกำลังตำรวจ เพื่อมารับ และคุ้มกันเรือสินค้าจีนที่ตกค้างอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสน 26 ลำ กลับประเทศจีน

โดย: ทีมข่าวภูมิภาค

 

 

 

 

 

ไชน่าเดลี่รายงานว่า เมื่อ 14 ต.ค. ทางการจีนเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ลาว และพม่า เร่งสอบสวนอย่างจริงจังเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงกรณีกะลาสีเรือสินค้าจีน 2 ลำ ทั้งหญิงและชาย มีทั้งกัปตันและลูกเรือสินค้าถูกบุกปล้นและสังหารหมู่ 13 ศพ ในเหตุสะเทือนขวัญที่ศพลูกเรือมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนและมัดมือผูกตาลอยอืดโผล่แม่น้ำโขง ใกล้ท่าเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระหว่างชายแดนพม่าและลาว เมื่อสัปดาห์ก่อน

นายซ่ง เถา รมช.ต่างประเทศของจีน สรุปสถานการณ์ให้กับทูตทั้งสามประเทศฟังว่า รัฐบาลจีนตกตะลึงและเสียใจอย่างที่สุดที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พร้อมทั้งขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยระบุว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับชีวิตและความปลอดภัยของพลเมืองจีนทุกคน จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสามประเทศรีบสอบสวนคดีที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดและรายงานให้จีนทราบ พร้อมทั้งขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับบทลงโทษอย่างสาสม

นอกจากนี้ ผู้แทนจีนยังเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย โดยแนะว่าควรจะทบทวนสถานการณ์ความปลอดภัยในสามเหลี่ยมทองคำใหม่ และขอให้ช่วยคุ้มกันเรือสินค้าจีนและชาวจีนในท่าเรือเชียงแสน

วันเดียวกันจีนส่งเรือมาคุ้มกันเรือสินค้าที่บรรทุกลูกเรือจีนพร้อมครอบครัวรวม 164 ชีวิต ที่ตกค้างอยู่หลังจากเกิดเหตุร้าย ออกเดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อเวลาราว 06.00 น. ตามเวลาในไทย โดยมีเรือตำรวจน้ำของไทยคุ้มกันอีกชั้น

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าคนร้ายเป็นสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากตรวจพบยาบ้า 920,000 เม็ด บนเรือ

 

 

 

 

 

 

16 ต.ค.2554

 

 

เลขาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย นำตร.สันติบาลจีน และรอง ผบ.ตร.ของไทย ดูและตรวจสถานที่เกิดเหตุริมแม่น้ำโขงบนถนนสายเชียงแสน – สามเหลี่ยมทองคำ หลังเกิดเหตุเรือสินค้าจีนถูกยิงถล่มตาย 13 ศพ…

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ต.ค 54 พล.ต.อ.ปานศิริิ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้เดินทางมาที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนั้น พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน นำคณะเข้าห้องประชุม สภ.เชียงแสน และได้นำคณะทำงานชุดสอบสวนคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขง จนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ และกองกำลังผาเมือง หน่วย นรข. เข้าตรวจสอบบนเรือ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

 

จากนั้น ได้มีนายหลิว เลขาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย นำรองผู้อำนวยการผู้เชี่ยวชาญสันติบาลของประเทศจีน เข้าพบ พล.ต.อ.ปานศิริ และร่วมเดินทางไปดูและตรวจสถานที่เกิดเหตุริมแม่น้ำโขงบนถนนสายเชียงแสน – สามเหลี่ยมทองคำ หลัก ก.ม. 5 – 6 ต.เวียง อ.เชียงแสน โดย พล.ต.อ.ปานศิริ ได้ซักถามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างละเอียดกับ พ.ต.อ.ภพกร ผกก.เชียงแสน และได้เดินทางมาที่เรือทั้งสองลำ ที่จอดเทียบท่าหน้าวัดผ้าขาวป้าน ม.2 ต.เวียง จากนั้นคณะทั้งหมดได้ลงไปตรวจดูร่องรอยภายในเรือ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวลงไปในเรือ จากนั้นคณะได้ลงเรือเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ตรวจในลำแม่น้ำโขง จากท่าหน้า สภ.อ.เชียงแสน ไปยังจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะดอนซาว ของประเทศลาว ต่อมา พล.ต.อ.ประภาวัต ได้แจ้งว่าจะไปดูผลการตรวจสอบและวัตถุพยานที่เก็บได้บนเรือที่เจ้าหน้าที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 พร้อมจะแถลงในรายละเอียดที่กองบังคับการจังหวัดเชียงราย ในบ่ายวันนี้.

 

  

คณะทูตจีน ส่งผู้แทนชุดใหญ่ สางปมโจรยิงเรือจีน-ฆ่าลูกเรืออย่างโหดเหี้ยม กลางแม่น้ำโขง การค้าชายแดนสะดุดกึก ด้าน ตร.ไทย ส่ง รอง ผบ.ตร.ลงคลี่คลายคดีฉาว โบ้ยยังไม่พบกรณี ทหาร-ตร.ไทย ปฏิบัติหน้าที่เกินเหตุ รูปคดียิ่งสาวยิ่งวุ่น จีนยังไม่กลับ ขอรอดูผลการทำงาน ตร.ไทยก่อน โดยสรุป ยังไม่เคลียร์  

วันนี้เวลา 15.30 น.ณ ห้องเพทาย รร.วังคำ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองฯ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบ.ตร.ภ.5  พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.ชร. และคณะทำงานกรณีเรือสินค้าจีนถูกยิงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนกว่า 10 ศพ ในแม่น้ำโขงเมื่อสัปดาห์ก่อน เข้าประชุมกับคณะทูตจากประ เทศจีน มีนาย กูเช่าชวน รองอธิบดีกรมกงสุลและหัวหน้าศูนย์คุ้มครองชาวจีนโพ้นทะเล กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อหาความจริงกรณีเรือสินค้าจีนถูกปล้น ในลำแม่น้ำโขงและลูกเรือถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทั้งลำ เมื่อสัปดาห์ก่อน

 

โดย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต กล่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์  รักษาการ ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยให้ตนเป็นหัวหน้าคณะในการทำและสะสางคดี และตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยตนจะมีการตั้งคณะในการทำงานขึ้นมาซึ่งประกอบด้วย กองบัญชาการสอบสวนกลาง ตำรวจกองปราบ ตำรวจน้ำ กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับตำรวจสากล เพื่อทำคดีดังกล่าว ให้มีความถูกต้องชัดเจน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการประกอบ 5 ชุด คือ

 1.ชุดสอบสวน ที่ต้องดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้ว

2. ฝ่ายสืบสวนมีคณะทำงานจากส่วนกลางร่วมกับสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 โดยจะเริ่มสืบสวนตั้งแต่ในแม่น้ำโขง เรื่อยมาตามเส้นทางจนถึงมีกองกำลังขึ้นมาบนเรือ และมีเรือเร็วขึ้นมารับกองกำลังดังกล่าวไป

3.คณะผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลเรื่องสถานที่เกิดเหตุ หลักฐาน การพิสูจน์ศพ ซึ่งจะมีคณะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนร่วมกับแพทย์ มช. และสถาบันนิติเวชของประเทศไทย ซึ่งจะให้ความสำคัญกับร่องรอยของศพ หัวกระสุน วิถีกระสุน คราบเลือด และสืบสวน สาเหตุการตาย ตายเมื่อไหร่ ตายอย่างไร รวมทั้งเรื่องที่มียาเสพติดอยู่บนเรือ จำนวน 920,000 เม็ด รายละเอียดของศพที่ตายในแม่น้ำโขง มีการถูกปิดตา ใส่กุญแจมือ และการพบศพอยู่บนเรือ จิงปาห่าว ถึงสาเหตุการตาย ตายอย่างไร ใครทำให้ตาย รวมทั้งประเด็นที่สงสัยว่า เป็นศพของชาวไทยใหญ่ มาอยู่บนเรือได้อย่างไร

4. เรื่องกองกำลังติดอาวุธ เป็นกองกำลังของใคร จากการสืบสวนในเบื้องต้น น่าจะมีอยู่ 9 คน และมีเรือเร็วรับไปแล้ว

5.เรื่องการปฎิบัติการของกองกำลังผาเมือง และ นรข. ที่ขึ้นไปบนเรือ เป็นการกระทำอย่างไร หาสาเหตุที่แน่ชัดจากเบื้องต้นยังไม่พบในลักษณะที่มีการกระทำเกินกว่าเหตุ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ตนรายงานให้ทราบผลเป็นระยะทุก 7 วัน จนกว่าจะทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ซึ่งวันนี้ ตนได้ไปร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ และเรือจีน  ทราบเบื้องต้นว่ากองกำลังส่วนหนึ่งได้ขึ้นมาบนเรือตั้งแต่นอกเขตน่านน้ำไทยประมาณ 20 กม.เมื่อปฎิบัติการเสร็จได้มีเรือเร็วขึ้นมารับกองกำลังดังกล่าวไป

  ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาหาความร่วมมือ ในการทำงานให้กระชับและได้ผลสรุปเป็นที่แน่ชัด ถึงสาเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่ายจีนได้รับทราบแนวทางของ ตร.ไทย พร้อมทั้งขอให้ทำเรื่องดังกล่าวให้เกิดความชัดเจน โดยคณะทูตจีน ยังไม่เดินทางกลับประเทศ เพื่อรอให้เรื่องดังกล่าวกระจ่างชัดยิ่งขึ้น  

 

 ก่อนหน้านั้นเวลา 13.00 น. รอง ผบ.ตร.ได้ประชุมร่วมกับตำรวจ คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการทำงาน และกำหนดกรอบการเจรจากับตัวแทนประเทศจีนที่ รร.วังคำ

 

17 ต.ค.2554 เดลินิวส์

 

 

 

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารไทย ได้ยิงเรือสินค้าจีนซึ่งต้องสงสัยว่า ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไทย จนเป็นเหตุให้ลูกเรือจีนเสียชีวิตถึง 13 ศพ และทางจีนได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบก.ภ.5 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมประชุมกับตำรวจ สภ.เชียงแสน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยใช้เวลา 30 นาที จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือสามเหลี่ยมทองคำ และตรวจสภาพเรือสินค้าที่ถูกยิงทั้ง 2 ลำ 
   
พล.ต.ต.ทรงธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการจีน ได้เรียกร้องให้ประเทศไทยรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไม่เช่นนั้นไทยอาจได้รับความเสียหายด้านเศรษฐกิจและการค้าตามแนวชายแดนจำนวนมหาศาล เพราะขณะนี้จีนได้ปิดเขื่อนของตนเองไม่ให้น้ำไหลลงมายังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและส่งผลกระทบกับการเดินเรือในบริเวณนี้ รวมทั้งห้ามเรือสินค้าของจีนเข้ามาในพื้นที่ อ.เชียงแสน ด้วย ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มี พล.ต.อ.ปานศิริ เป็นหัวหน้าชุด จะได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดโดยได้มีการประสานข้อมูลกับต้นสังกัดของทหารชุดนี้แล้ว.

 

 

 

 

 

 

 

28 ต.ค.2554 ผู้จัดการ

 

 

 

เชียงราย - เวทีประชุมร่วม ทีบีซีไทย-พม่า หารือปัญหากองกำลัง “หน่อคำ” สลัดน้ำโขง ทหารพม่ายันเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าตั้งตัวเก็บค่าคุ้มครองเรือในแม่น้ำโขง-ค้ายาเสพติด แถมมีลูกน้องเคยหนีมารักษาตัวฝั่งไทย ทั้งมีคนไทยช่วยเหลือพาหนี
       
       วันนี้ (28 ต.ค. ที่โรงแรมเรจิน่า จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.ถนัดพล โกศัยเทวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ได้เดินทางไปเป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดน (TBC:Township Border Committee) ไทย-พม่า ครั้งที่ 69 โดยฝ่ายพม่ามี พ.ต.หล้าเมียวอู รอง ผบ.กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 526 เป็นประธานฝ่ายพม่าและเจ้าภาพดำเนินการจัดการประชุม ซึ่งมีกรรมการจากทั้งฝ่ายไทยและพม่าเข้าร่วมหารือ ท่ามกลางบรรยากาศราบรื่นและมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน
       
       การประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยนำเสนอข้อหารือกรณีการเสนอให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อเป็นช่องทางการค้ากิ่วผาวอกที่บ้านอรุโณทัย ม.10 ต.เมืองนะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ รวมทั้งขอความร่วมมือให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติด เพราะแม้ที่ผ่านมาจะมีความร่วมมือกันแต่ก็ยังมีการลักลอบขนยาเสพติดตามแนวชายแดนดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา
       
       โดยเสนอว่า ฝ่ายใดมีการข่าวสำคัญสามารถแจ้งผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า ที่ 1 อ.แม่สาย ได้ทันทีด้วย นอกจากนี้ยังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายลดการเผาป่าในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้โดยเฉพาะเดือน ก.พ.-เม.ย.เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน
       
       ด้านทีบีซีฝ่ายพม่าได้ยื่นข้อหารือในหลายเรื่องเช่นกัน โดยมีข้อหารือเดิมที่เคยเสนอมาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ดอยลาง จ.เชียงใหม่ คือระบุว่าที่ชายแดนดอยลางมีฐานทหารไทยตั้งอยู่จำนวน 22 ฐาน และบริเวณแนวเส้นเขตแดนมีอีก 10 ฐาน รวมทั้งสิ้น 32 ฐาน ซึ่งทางฝ่ายพม่าอ้างถึงข้อตกลงในการร่วมปักปันเขตแดนไทย-อังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1894 จึงขอให้ฝ่ายไทยถอนทหารออกไปแต่ฝ่ายไทยยืนยันว่าตั้งฐานอยู่ในเขตไทยแต่จะได้นำเสนอหน่วยเหนือให้รับทราบต่อไป
       
       นอกจากนี้ ทีบีซีฝ่ายพม่า ยังได้นำเสนอเรื่องปัญหาของกลุ่มติดอาวุธลุ่มแม่น้ำโขงของนาย “จายหน่อคำ” ว่า เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลพม่าและมีพฤติกรรมเก็บค่าคุ้มครองเรือสินค้าแม่น้ำโขง-ค้ายาเสพติด และเมื่อปลายเดือน ก.ย.54 ได้ก่อเหตุปะทะกับกองกำลังทหารพม่า จากนั้นกลุ่มของนายจายหน่อคำ ได้หลบหนีเข้ามารักษาตัวยังฝั่งไทยจำนวน 3 คน ต่อมาได้มีชายไทยอายุ 56 ปี อาศัยอยู่บ้านป่าเหมือด ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ได้ให้การช่วยเหลือ พาคนทั้งหมดหลบหนีไปจึงขอให้ทางการไทยช่วยติดตามมาดำเนินคดี
       
       เช่นเดียวกับกรณีวันที่ 8 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่พม่าได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ของกลางยาบ้าจำนวน 140,600 เม็ดเขต จ.ท่าขี้เหล็ก ต่อมาทางการพม่าได้ขยายผลไปตรวจค้นในหลายจุดปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับ “นายจง” จึงได้ประสานทางการไทยช่วยติดตามจับกุมเพราะทางเจ้าหน้าที่ไทยก็ได้ขยายผลจากคดีดังกล่าวเข้าตรวจค้นหมู่บ้านปิยะพร ต.แม่สาย อ.แม่สาย ในช่วงเวลาเดียวกัน และสามารถยึดของกลางยาบ้าได้อีก 10,000 เม็ด
       
       ทีบีซีฝ่ายไทยแจ้งกลับไปว่า กรณีกองกำลังติดอาวุธของนายจายหน่อคำ นั้น ทางทีบีซีฝ่ายไทย ขอสืบข้อมูลให้ละเอียดต่อไป และหากฝ่ายพม่าทราบข้อมูลก็ให้แจ้งเพิ่มเติมเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา
       
       ส่วนด้านการตรวจยึดยาเสพติดของนายจง ปัจจุบันทางทีบีซี.ฝ่ายไทย ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนายจง ยังคงหลบหนีและอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
       
       ทั้งนี้ ช่วงท้ายการประชุมทีบีซีพม่า ได้ขอประท้วงกรณีการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งของประเทศไทย ว่า นำเสนอข่าวเรื่องเรือสินค้าสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำชื่อเรือ Yu Xing 8 และเรือ Hua Ping ถูกปล้นและระดมยิงก่อนที่เจ้าหน้าที่ไทยจะตรวจยึดของกลางยาบ้าบนเรือได้กว่า 920,000 เม็ดว่าเกี่ยวข้องกับดินแดนประเทศพม่า ซึ่งทางทีบีซีฝ่ายไทยระบุว่าการนำเสนอข่าวดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับทางการไทยแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 

29 ต.ค.2554 ข่าวสด

 

 

บิ๊กอ๊อบ" ส่ง"ภาณุพงศ์" รองผบ.ตร.มือปราบ รุดเชียงราย เร่งคลี่ฆ่า 13 ศพเรือจีน อุกอาจกลางแม่น้ำโขงสามเหลี่ยมทองคำ ล่าสุด พ.ต.ทหารกองกำลังผาเมือง กับลูกน้องรวม 9 นาย โผล่เข้ามอบตัวแล้ว ตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพ สอบเบื้องต้นให้การปฏิเสธ ก่อนส่งนายทหารพระธรรมนูญเอากลับไปควบคุมตัว ด้านรัฐมนตรีและทูตจีน รุดขอบคุณ เตรียมส่งตร.จีนมาร่วมคลี่คดีด้วย ขณะที่ "เพรียวพันธ์" ชี้กองทัพร่วมมืออย่างดี ไม่ปิดบังข้อมูล แฉมีกลุ่มผิดกฎหมายร่วมขบวนการด้วย

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รรท.ผบช.ภาค 5 และพล.ต.ต.ทรง ธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีฆ่า 13 ศพ กัปตันและลูกเรือชาวจีน 2 ลำ ที่แม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เปิดเผยว่า ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญคดีนี้อย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความสัม พันธ์ระหว่างประเทศ และทางการจีนติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอด ขณะนี้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ทหาร 9 นาย สังกัดกองกำลังผาเมือง ที่เข้ามอบ ตัว เป็นระดับยศ พ.ต. 1 นาย, ร.ท. 1 นาย, และชั้นประทวน 7 นาย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนนำมาซึ่งการตั้งข้อกล่าวหาแก่ทหารทั้ง 9 นายนั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาของฝ่ายทหารเป็นอย่างดี สอบสวนในเบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ ทางพนักงานสอบสวนจะสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และส่งมอบตัวให้นายทหารพระธรรมนูญรับไปควบคุมตัวต่อไป ในส่วนของยาเสพติดที่พบบนเรือนั้น จะสอบสวนหาที่มาที่ไปอย่างละเอียดและชัดเจนอีกครั้ง

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับเรือ 2 ลำนั้น เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ชื่อหัวปิง และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ลชื่อหยูชิง 8 โดยเมื่อวันเกิดเหตุที่ 5 ต.ค. กองกำลังผาเมืองเข้าควบคุมเรือทั้ง 2 ลำ ขณะแล่นเข้าเขตน่านน้ำบ้านสบรวก เมื่อขึ้นไปตรวจสอบพบยาบ้าในกระสอบและกล่อง รวมทั้งหมด 920,000 เม็ด พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ ปืนอาก้า 1 กระบอก จากนั้นตั้งแต่วันที่ 7-8 ต.ค. ก็ทยอยพบศพกัปตันและลูกเรือจีนตามจุดต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงอีก 12 ศพ ต่อมารัฐบาลจีนระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนสัญชาติจีน จึงประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลไทยให้คลี่คลายคดี กระทั่งทหาร 9 นายกองกำลังผาเมืองเข้ามอบตัว

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพ หรือกองกำลังผาเมือง แต่เป็นการปฏิบัติเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ทั้งหมดให้การปฏิเสธ และเนื่องจากเป็นการเข้ามอบตัวด้วยดี จึงส่งให้กองทัพนำตัวกลับไปดำเนินการต่อไป ส่วนการดำเนินการของตำรวจนั้น จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ตามขั้นตอนต่อไปเช่นกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง ที่ประสานพูดคุยกันตลอด

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับทหารทั้ง 9 นายที่เข้ามอบตัว และถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้น ประกอบด้วย พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง, ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล กองกำลังผาเมือง, จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร, ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น, ส.อ.คณิศร ศุขจักร, ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง, ส.อ.ปัจจะ คำผัด, ส.อ.เพิด จันทะ และส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง

ต่อมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภา วัต รองผบ.ตร., พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รรท.ที่ปรึกษาสบ 10 และพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา รรท.ผบช.ปส. ต้อนรับ นายจาง ชินเฟิง รมช.รักษาความสงบภายในแห่งสาธารณ รัฐประชาชนจีน และนายกว่าน มู่ เอกอัคร ราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี 13 ศพเรือจีน

นายจางกล่าวว่า ภายหลังทหาร 9 นายเข้ามอบตัว ถือว่าคลี่คลายคดีในเบื้องต้นแล้ว เชื่อมั่นว่าทางตำรวจไทยจะสามารถหาสาเหตุต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน ทางตำรวจจีนจะให้การสนับ สนุนและช่วยเหลือตำรวจไทย โดยส่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ปราบปรามยาเสพติด และผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานมาช่วยเหลือ และต้องขอแสดงความขอบคุณตำรวจไทยด้วย

ส่วนพล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า สำนัก งานตำรวจแห่งชาติได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกองทัพ และพล.ท.วรรณทิพย์ ที่ไม่ได้ปิดบังข้อมูลแต่อย่างใด และพบว่ายังมีคนที่ไม่ใช่ข้าราชการ ที่ทางการต้องการตัวอยู่เข้ามาเชื่อม เป็นกลุ่มที่ทำความผิดกฎหมาย เชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ แต่จะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีนี้ทางการจีนสนใจมาก เพราะชาวจีนตายหลายคน จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมด้วย และการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ผ่านมาเรือสินค้าจีนที่ล่องมาตามแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนไทย พม่า และลาว มักจะถูกเรียกค่าคุ้มครอง โดยเฉพาะจากกลุ่มนายหน่อคำ ชนกลุ่มน้อยมีกองกำลังติดอาวุธ ที่ออกอาละวาดและสร้างอิทธิพลในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยบางหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมักใช้วิธีข่มขู่ ขอตรวจค้น แล้วยัดยาเสพติด บางครั้งก็จัดฉาก หรือมีการต่อสู้ แล้ววิสามัญฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยืนยันว่ากัปตันและลูกเรือไม่มีใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่น่าจะถูกยัดยาเสพติด เพื่อเรียกเงินมากกว่า ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของชุดคลี่คลายคดี มีหลักฐานชัดเจนผู้ต้องหาทหารทั้ง 9 นาย ใช้อาวุธปืนยิงจริง แต่จะเกี่ยวข้องกับ 13 ศพหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบอย่างละเอียดต่อไป

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษของหมวดลาดตระเวนระยะไกลของกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 คน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกเรือจีน และตรวจพบยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด ว่า ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยที่ผู้รับผิดชอบกองกำลังผาเมือง ไม่ได้นิ่งนอนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ ขณะนี้กำลังพลทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ที่เป็นต้นสังกัด ได้เรียกตัวกลับมาอยู่ในการควบคุมของหน่วยเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะรับการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อสอบสวนเรื่องดังกล่าวควบคู่กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาของตำรวจ โดยกองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่ได้ปล่อยปะละเลย นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับชี้แจงว่า กองทัพยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนทุกกรณีและพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น ถูก-ผิดว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม และพยานหลักฐานที่มี ขณะที่ทหารทั้ง 9 นายพร้อมรับการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายอาญาและวินัยของกองทัพ.

 

 

 

 

 

29 ต.ค.2554 มติชน

หมายจับคดีฆ่า13ศพจีน 9ทหารมอบตัว

พ.ต."ผาเมือง"นำทีม ทูต-รมต.รุดขอบคุณ



"พ.ต."กองกำลังผาเมืองพร้อมลูกน้องรวม 9 คน เข้ามอบตัวกับรอง ผบ.ตร. หลังถูกออกหมายจับคดีปล้น 2 เรือจีน สังหารโหด 13 ศพ

นายทหารยศ พ.ต. กองกำลังผาเมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมลูกน้องรวม 9 นาย เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังถูกออกหมายจับในคดีปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำคือ เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงชื่อหัวผิง และเรือขนกระเทียมและแอปเปิลชื่อ "ยูซิง8" พร้อมสังหารโหดกัปตันและลูกเรือรวม 13 ศพ เหตุเกิดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำชายแดนไทย-พม่า-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (บก.ภ.จว.) เชียงราย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานในการประชุมสอบสวนคดีดังกล่าว ที่เบื้องต้น ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตเชียงราย ได้เข้าตรวจยึดไว้ และแถลงโดยอ้างว่า ถูกกองกำลังโจรสลัดน้ำจืดของนายหน่อคำ เข้าปล้นสะดม พบมีผู้เสียชีวิตบนเรือ 1 ศพ อาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก และยึดยาเสพติดได้ 920,000 เม็ด ต่อมามีผู้พบศพลอยเกลื่อนอยู่ในแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงแสน อีก 12 ศพ รวมเป็น 13 ศพ แต่ละศพถูกล็อกด้วยกุญแจมือ ปิดตาด้วยผ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีการรวบรวมข้อมูลด้านการสืบสวนและสอบสวนมาสรุป เพื่อประมวลสถานการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และมีนายตำรวจระดับสูงหลายนายไปคุมคดีด้วยตัวเอง เช่น พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รรท.ผบช.ภ.5) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ในการคลี่คลายคดี

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุม ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 นาย เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาปล้นและฆ่าลูกเรือจีน ประกอบด้วย พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น ส.อ.คณิศร ศุขจักร ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง ส.อ.ปัจจะ คำผัด ส.อ.เพิด จันทะ และ ส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง

ต่อมา พล.ต.อ.ภาณุพงศ์แถลงว่า หลังเกิดเหตุยิงเรือจีน ทางการจีนเกิดข้อข้องใจจึงได้ร้องเรียนมายังฝ่ายไทยให้ตรวจสอบ กระทั่งรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 9 คน เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยักย้ายทำลายศพ แต่ทุกคนได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดี

"ทั้ง 9 คนที่ถูกออกหมายจับเป็นชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อขยายผลว่า เกี่ยวข้องกับการสังหารคนจีนทั้งหมดหรือไม่ แต่เบื้องต้นพบว่า เป็นการปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพ ที่ผ่านมากองทัพได้ประสานงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดี หากพยานหลักฐานถึงใครก็ให้ดำเนินคดีได้เลย หลังจากนี้ก็จะส่งตัวทั้งหมดให้ทางทหารรับตัวไป เนื่องจากทั้งหมดมารายงานตัวด้วยตัวเองไม่ได้มีการจับกุม" พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้บนเรือสินค้ามาจากไหน พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า เป็นคนละคดีกัน ซึ่งจะมีการเร่งสอบสวนในทุกด้านอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามอื่นๆ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน นายจาง ชินเฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงรักษาความสงบภายในแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกว่าย มู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าขอบคุณ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา รรท.ผบช.ปส. ร่วมให้การต้อนรับและหารือกันประมาณ 20 นาที

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกองทัพไทย และ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 โดยไม่ได้ปิดบังข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 9 นาย แม้จะเป็นทหาร แต่ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับกองทัพ กลุ่มนี้เป็นทหารไม่ดี กระทำการอุกอาจ ที่ผ่านมายังไม่พบว่ากลุ่มนี้เคยก่อเหตุอื่นมา การสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีพลเรือนร่วมก่อเหตุด้วย เป็นกลุ่มของนายหน่อคำ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ แต่จะเกี่ยวข้องกันอย่างไร และสาเหตุการสังหารคืออะไร ไม่สามารถบอกตอนนี้ได้ ต้องรอการสืบสวนสอบสวนต่อไป

นายจางกล่าวว่า เมื่อผู้กระทำผิดทั้ง 9 คนมอบตัว สาเหตุจะคลี่คลายโดยเร็ว ตำรวจจีนจะช่วยเหลือสืบสวนสอบสวนต่อไป โดยกระทรวงรักษาความมั่นคงได้ทิ้งทีมงาน ประกอบด้วยตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานเอาไว้ 1 ชุด

 

 

ทหาร กกล.ผาเมืองมอบตัวคดียิง-ฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ

ตร.ออกหมายเรียกทหาร กองกำลังปาเมืองรับทราบข้อกล่าวหา คดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ หลังประเทศจีน ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ‘ภาณุพงษ์’หวั่นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนปัดกองทัพไม่เกี่ยวเป็นเรื่องตัวบุคคล แจ้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นตาย และเคลื่อนย้ายศพ เผยมีการเรียกผู้ต้องหาเพิ่มอีก ‘เฉลิม’บินด่วนเย็นนี้ขึ้นเชียงราย ติดตามคดีด้วยตนเอง

วันนี้ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ทหารจาก กกล.ผาเมือง ที่ ตร.ออกหมายเรียกคดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ห้องดุรงควิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จนกระทั้งเวลา 16.00 น.พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขง จนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งประเทศจีนได้ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา กล่าวว่า ผบ.ตร.แต่งตั้งตนเองเป็นหัวหน้าชุดทำการสืบสวนสอบสวน ทำคดีดังกล่าว มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกระทั่งได้หลักฐานจนสามารถออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ และวันนี้ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ บก.ภ.จว.ชร.ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารจาก กองกำลังผาเมือง ซึ่งทาง ตร.ได้มีพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิด ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และข้อหาเคลื่อนย้ายทำลายศพ ซึ่งจากการสอบสวนทางกองทัพไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความผิดเฉพาะตัว ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น เมื่อทางผู้ต้องหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ก็ได้ปล่อยตัวให้กลับกองทัพไป สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ยังไม่แถลงใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

รายงานข่าวตั้งแต่เวลา 14.00 น.มีการเรียกผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ทยอยเดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องดุรงควิบูลย์ อย่างต่อเนื่อง มีการสอบสวนอย่างลับโดยไม่ยอมให้คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมบันทึกภาพจนกระทั่งเวลา 16.00 น.จึงออกมาแถลงข่าวดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในเย็นวันนี้เวลา 19.30 น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติมด้วยตนเอง ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนบวกจีน ที่ จ.เชียงรายในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2554 และมีรายงานข่าวว่า จะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีกเป็นชุดที่ 2  ในเร็ววันนี้ ด้วย

รายชื่อผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังผาเมือง ทั้ง 9 คน ดังนี้

1.พ.ต.เชิดพงศ์                       ช่วยบำรุง               จนท.ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง

2.ร.ท.อนุสรณ์                        สอนถม                   หน.ชป.ลว.ไกล กองกำลังผาเมือง

3.จ.ส.อ.เฉลิมพล                   อินทร                      ลูกชุด

4.ส.อ.อิทธิศักดิ์                      น้อมถิ่น                   ลูกชุด

5.ส.อ.คณิศร                          ศุขจักร                    ลูกชุด

6.ส.อ.ชัชวาล                         สรรพช่าง                 ลูกชุด

7.ส.อ.ปัจจะ                           คำผัด                      ลูกชุด

8.ส.อ.เพิด                              จันทะ                      ลูกชุด

9.ส.อ.พันธ์ศักดิ์                      เผ่าบ้านฟาง            ลูกชุด

 

 

 
 

 

30 ต.ค.2554 ข่าวสด

 

 

'เหลิม' รุดเชียงราย จี้คดีฆ่า 13 ศพลูกเรือจีน ย้ำผู้ตายไม่เกี่ยวกับยาเสพติด มั่นใจพยานหลักฐานมัดแน่น เตรียมส่งรองผบ.ตร.ภาณุพงศ์ กับผบช.ภาค 5 เดินทางไปจีนแจ้งผลคลี่คลายคดี ขณะที่รองอธิบดีกรมกงสุลจีนพอใจผลงานตำรวจไทยคลี่คลายคดีได้รวดเร็ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเยียวยาญาติคนตายด้วย ด้านเสธ.ไก่อู โฆษกทบ. ชี้แจงกองทัพไม่นิ่งนอนใจ ยินดีเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น ปล่อยให้ ตร.จัดการตามกฎหมาย พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย

จากกรณีทางการจีนจี้ให้ทางรัฐบาลไทยเร่งคลี่คลายคดีฆ่าโหดกัปตันเรือสินค้าจีน พร้อมลูกเรือรวม 13 ศพ อุกอาจกลางแม่น้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ กระทั่ง พ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง พร้อมทหารลูกน้องรวม 9 นาย เข้ามอบตัวสู้คดี รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ต จ.เชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และเข้าพบนายโกว เส้า ชวน รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจีน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวภายหลังการหารือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจคดีนี้อย่างมาก จึงมอบหมายให้ลงมาดูแล ก่อนแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นหัวหน้าคณะ มีพล.ต.อ.ปานศิริเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยมีความจริงใจในคดีนี้ต่อรัฐบาลจีน นอกจากนี้ ยังเปิดให้ทางการจีนส่งทีมงานใหญ่ลงพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อร่วมคลี่คลายคดีด้วย

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบล่าสุดทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายภาคส่วน รวมทั้งผู้พบเห็น ทราบว่าวันเกิดเหตุมีการยิงอาวุธปืนจากฝั่งของไทยด้าน อ.เชียงแสน เข้าไปยังเรือสินค้าของจีน และหลักฐานชัดเจนว่าวิถีกระสุนยิงไปยังเรือ ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาจึงออกหมายเรียก 2 นายทหารสัญญาบัตร และ 7 ทหารชั้นประทวน รวมทั้งหมด 9 นายมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและยักย้ายทำลายศพ ทหารทั้ง 9 นายให้การปฏิเสธ

"ยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจมีพยานและหลักฐานมัดแน่นในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ถึงออกหมายเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ถือว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำของส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับทหาร คนทำผิดก็ต้องรับโทษเฉพาะตัว การดำเนินการต่อจากนี้จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม โดยให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ และ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 เดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อไปแจ้งความคืบหน้าให้ทางการจีนรับทราบด้วย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ด้านนายโกว เส้า ชวน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ติดตามคดี และมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีความกระจ่างชัด ในส่วนของศพทั้งหมดเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และผ่านการชันสูตรพลิกศพไปแล้ว จะจัดพิธีเผาในประเทศไทย ขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลไทยช่วยเยียวยาญาติคนตายด้วย เพราะเชื่อว่าจะมีญาติคนตายออกมาเรียกร้องค่าเสียหายอย่างแน่นอน ส่วนของทางการจีนจะคอยติดตามการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยที่รับผิดชอบกองกำลังผาเมือง ไม่ได้นิ่งนอนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ต้องการที่จะปิดบังเรื่องราวต่างๆ ซึ่งกำลังพลของกองกำลังผาเมืองคือชุดปฏิบัติการพิเศษของหมวดลาดตระเวนระยะไกล ขณะนี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากตำรวจ ขณะที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ที่เป็นต้นสังกัด เรียกตัวกลับมาอยู่ในการควบคุมของหน่วยเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะรับการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพบก กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 9 คน พร้อมที่จะรับการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายอาญา และวินัยของ กองทัพ โดยกองทัพภาคที่ 3 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดแรก คือ พล.ต. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 และมีคณะกรรมการอีก 5 คน ส่วนอีกชุดหนึ่งคือ พล.ต. ปรีชา จันทร์โอชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะกรรมการอีก 4 คน เพื่อมาสอบสวนเรื่องนี้ควบคู่กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาของตำรวจ กองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย

โฆษกกองทัพบกกล่าวต่อว่า ส่วนคดีอาญาทางตำรวจก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทบ. พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับชี้แจงว่ากองทัพยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนทุกกรณี และพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการซ่อนเร้น ถูกผิดว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม และพยานหลักฐานที่มีขึ้น

"สังคมอย่าเพิ่งพิพากษา และตัดสินตามข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษหมวดลาดตระเวนระยะไกลเป็นผู้ที่กระทำผิด รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวน การยุติธรรม และเท่าที่กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมืองของชุดปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติภารกิจตามภาระหน้าที่ในเรื่องป้องกันยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทำตามอำนาจหน้าที่ ส่วนรายละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้ เรื่องทุกอย่างเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมควบคุมกันไป กำลังพลทั้ง 9 คนพร้อมที่จะตรวจสอบในทุกกรณี" พ.อ.สรรเสริญกล่าว

 

 


ปักกิ่ง 30 ต.ค.- นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทยแสดงความเห็นใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม และประกาศจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เว็บไซต์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเวิน กล่าวว่า จีนติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและประชาชนจีนรู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนของคนไทย เขาเชื่อว่าคนไทยภายใต้การนำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะสามารถเอาชนะภัยพิบัติ ครั้งนี้และฟื้นฟูประเทศได้ ไทยและจีนให้การสนับสนุนและช่วยเหลือกันมายาวนาน คำว่า “ไทย-จีนพี่น้องกัน” หยั่งลึกอยู่ในหัวใจของทั้งสองฝ่าย ขอให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันต่อไปเพื่อเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน ปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีจีนยังกล่าวถึงเหตุลูกเรือจีน 13 คน บนเรือ 2 ลำ ถูกสังหารในแม่น้ำโขงเมื่อต้นเดือนนี้ด้วยว่า ขอให้รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนและนำตัวอาชญากรมาลงโทษตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้ตั้งกลไกการรักษาความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่าง จีน ไทย ลาว และพม่า เพื่อดูแลการเดินเรือในแม่น้ำโขง.

 

4 ชาติลุ่มน้ำโขง บรรลุข้อตกลงเสริมสร้างความปลอดภัยแม่น้ำโขง หลัง เหตุสังหารโหดลูกเรือสินค้าจีน 13 ศพ


กระทรวงสันติบาลแห่งชาติของจีน ออกแถลงการณ์ ภายหลังการหารือร่วมกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ กรุงปักกิ่ง ว่า เจ้าหน้าที่จากจีน พม่า ลาว และ ไทย ได้ให้คำมั่นร่วมกันว่า จะส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสำหรับพื้นที่ตามเส้นทางแม่น้ำโขง

ตามแถลงการณ์ ระบุด้วยว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและอาวุธ ผ่านเส้นทางแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก รวมถึง การก่ออาชญากรรม เช่น การหักหลังกันเองในวงการธุรกิจมืด , การปล้นอาวุธ รวมถึง การขนส่งสินค้าที่เป็น "สิ่งอันตราย" ซึ่งจำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฏหมายจากการรร่วมมือกัน เพื่อหามาตราการรับมือ

ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังเกิดเหตุสังหารโหดกัปตัน และ ลูกเรือสินค้าชาวจีน 2 ลำ รวม 13 ศพ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ใกล้กับสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายหลังจึงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 9 คน

ขณะที่ ตัวแทนจาก ทั้ง 4 ประเทศ ได้ตกลงว่า จะเสริมสร้างมาตราการความร่วมมือในการสอบสวน เพื่อหาผู้กระทำความผิดมารับโทษโดยเร็ว

4 ประเทศลุ่มน้ำโขง 'จีน-ไทย-ลาว-พม่า' ได้ข้อสรุปสนธิ กำลัง 4 ชาติลาดตระเวนตลอดลำน้ำโขงป้องกันเหตุร้าย และร่วมมือกันสอบสวนคดี 13 ศพด้วย 'เฉลิม'ขึ้นเชียงรายตามคดีฆ่าลูกเรือ ชี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของทหาร 9 นาย ไม่เกี่ยวกับสถาบัน ให้ 'ภาณุพงศ์'ประสานผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 3 ดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง เผยจีนไม่ติดใจเรื่องค่าชดเชย ต้องการเพียงหาผู้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเท่านั้น พบข้อมูลโยงแก๊ง 'ไทยใหญ่' ของ 'จาย หน่อคำ' กองกำลังติดอาวุธ เก็บค่าคุ้มครอง และค้ายาใกล้สามเหลี่ยมทองคำ

ความคืบหน้าเหตุฆ่าหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพ กลางแม่น้ำโขง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงความคืบหน้าที่รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ดำเนินการกับทหาร 9 นาย ที่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารลูกเรือจีนซึ่งมีรายงานข่าวว่าคดีดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ว่า ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปจ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์ ขณะนี้เรารวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยและมีความแน่นหนา มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 9 คน ยืนยันว่าเราทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างระเทศ

เมื่อถามถึงชายชุดดำที่มากับเรือสินค้า ซึ่งหลบหนีไปขึ้นฝั่งประเทศลาวนั้น มีความคืบหน้าอย่างไรว่าเป็นใคร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าทราบแล้วแต่ขอเวลาให้ตรวจสอบในสุดสัปดาห์ก่อนและจะชัดเจนขึ้น

เมื่อถามว่าจะสรุปคดีนี้ได้เมื่อไหร่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ค่อนข้างสรุปได้แล้ว และตนลงไปกำกับด้วย มีพยานยืนยันว่าเป็นเรื่องบุคคลไม่เกี่ยวกับสถาบันทหาร ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาของเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี และมอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธนา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ไปประ สานเรื่องนี้และได้รับความร่วมมืออย่างดี ซึ่งกอง ทัพภาค 3 และกองกำลังผาเมืองก็ช่วย แต่มีเด็กซนอยู่ ดังนั้นเมื่อลงไปตรวจสอบจึงจะรู้ว่าบกพร่องผิดพลาดหรือตั้งใจและจะได้ความชัดเจน

"ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่ นอน ถ้ารัฐบาลหรือผมบิดเบี้ยวประเทศชาติจะเสียหายยิ่งกว่าคดีซาอุฯหลายร้อยล้านเท่า ส่วนค่าชดเชยทางจีนเขาไม่ติดใจ แต่ติดใจที่การฆ่าครั้งนี้มันโหดร้ายทารุณมาก" รองนายกฯ กล่าว

วันเดียวกันสำนักข่าวซินหัว ประเทศจีน ราย งานว่า จากการหารือร่วมระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย ลาว และพม่า เพื่อหาแนวทางความร่วมมือกำกับดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในลำน้ำโขง หลังเกิดเหตุลูกเรือชาวจีนถูกสังหารไป 13 ราย เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมานั้น ผลสรุปออกมาว่า ทั้ง 4 ประเทศจะร่วมมือกันบังคับใช้กฎหมายในแม่น้ำโขง

นายเมิ่ง เจี้ยนจู รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กล่าวภายหลังการหารือกับผู้แทนรัฐบาลอีก 3 ประเทศ ได้แก่ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีไทย พล.ท.ดวง ใจ พิจิต รมว.กลาโหมลาว และพล.ท.โกโก รมว.มหาดไทยพม่าว่า เจ้าหน้าที่จากทั้ง 4 ชาติ จะร่วมกันลาดตระเวนบริเวณลำน้ำโขงและแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองระหว่างกัน

ในคำแถลงการณ์ร่วม มีเนื้อหาระบุว่าการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมาย ดำเนิน การกันผ่านแม่น้ำโขงมานานนับปี นอกจากนี้ยังมีกรณีข่มขู่ ขูดรีด และใช้กำลังจี้ปล้น เกิดขึ้นหลายครั้ง จึงเห็นควรให้ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งเพื่อทำลายกลุ่มนอกกฎหมายในพื้นที่ มติครั้งนี้รวมไปถึงความร่วมมือกันสืบสวนเพื่อเปิดเผยความจริงเบื้องหลังคดีสังหารลูกเรือจีนทั้ง 13 ราย ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ รวมไปถึงกำลังพลถ้าจำเป็น

ด้านนายซ่ง ชิงหรัน นักวิจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีน กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการทำลายกำแพงเดิมๆ ด้านกรอบความสัมพันธ์ของประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพลเรือนที่สัญจรบนแม่น้ำโขงอีกครั้ง และจะเป็นการช่วยในเรื่องของระบบเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ บนลุ่มน้ำโขง ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงหลายฝ่ายระบุตรงกันว่า พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงเขตสามเหลี่ยมทองคำไทย-สปป.ลาว-พม่า ใกล้จุดเกิดเหตุฆ่าหมู่ เป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มนายจาย หน่อคำ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธชาวไทยใหญ่ มีพฤติกรรมเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้าและค้ายาเสพติดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเรือสินค้าจีนถูกปล้นหรือยิงทำร้ายซึ่งหลายครั้ง หลายฝ่ายต่างเพ่งเล็งไปที่กลุ่มนี้เป็นสำคัญ แม้แต่ในการประชุมคณะกรรมการประ สานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงข้าม อ.แม่ สาย ทาง พ.ต.หล้าเมียวอู รอง ผบ.กองพันเคลื่อน ที่เร็วที่ 526 เป็นประธานฝ่ายพม่าได้เสนอให้ฝ่ายไทยช่วยติดตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้ด้วย เพราะพม่าถือว่าเป็นภัยต่อประเทศพม่าเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุลูกเรือจีนถูกฆ่าหมู่และทางการไทยยึดของกลางยาบ้าได้ 920,000 เม็ด ทางกองกำลังผาเมืองคาดการณ์ว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มนายจาย หน่อคำด้วย ทั้งนี้นายจาย หน่อคำ มีเครือข่ายในฝั่งไทยหลายคนหนึ่งในนั้นคือ นาย น. ซึ่งกำลังหลบหนีการตรวจสอบ และมีความสัมพันธ์รู้จักกับข้าราชการระดับสูงบางคน

ที่ผ่านมาทหารพม่าเข้าปราบปรามกลุ่มนี้และทำลายแพที่พักกลางแม่น้ำโขงของกลุ่มนายจาย หน่อคำ เหนือสามเหลี่ยมทองคำไปแล้ว แต่คาดการณ์กันว่ากลุ่มนี้ยังมีกำลัง 20-30 คน ใช้เรือเร็วเป็นพาหนะ เก็บค่าผ่านทางยาบ้าจากกลุ่มค้ายาบ้าเม็ดละ 3 บาท ค่าผ่านเรือสินค้าครั้งละ 3,000-4,000 บาทเป็นอย่างต่ำ เคลื่อนไหวอยู่แถบเมืองเชียงกกหรือป่าเลียว-เชียงลาบ เรื่อยมาจนถึงเกาะสีดอนเรือง เหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปเล็กน้อย โดยอาศัยป่าเขาที่อำนาจรัฐของทั้งสองประเทศเข้าไปไม่ถึง

 

2 พ.ย.2554

 

 

สั่งให้ทำคดีตรงไปตรงมา เพราะใหญ่ระดับประเทศ ถ้าบิดเบี้ยวไทยเสียหายแน่ ส่วนคนร้ายที่หนีเข้าลาวรู้แล้วเป็นใคร

ที่ทำเนียบรัฐบาล  เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดียิงลูกเรือจีนเสียชีวิต13ศพในแม่น้ำโขง ว่า  ตนเดินทางไปที่จ.เชียงราย ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 9 คน และต้องทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ส่วนที่มีข่าวชายชุดดำที่หลบหนีไปในประเทศลาวนั้น ทราบแล้วว่าเป็นใคร ขอเวลาภายในสัปดาห์นี้จะชัดเจน ขณะนี้สามารถสรุปคดีได้แล้ว เพราะมีพยานหลักฐานหมด และตนลงไปกำกับด้วยตัวเอง

ส่วนจะเป็นพวกนอกแถวหรือในแถวสัปดาห์นี้คงทราบ แต่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน ทางผู้บังคับบัญชาเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.ดูแลเรื่องนี้ เพราะมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และพล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี กองกำลังผาเมืองก็ให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้
“แต่อาจจะ มีเด็กซนๆ สัปดาห์นี้จะรู้ว่าบกพร่อง ผิดพลาด หรือตั้งใจ แต่เมื่อเหตุเกิดรัฐบาลต้องทำตรงไปตรงมา ผมไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และบอกตำรวจว่าควรจะสอบแบบไหน แนวคิด แนวทางเป็นอย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือต้องตรงไปตรงมา  งานนี้ถ้ารัฐบาลบิดเบี้ยว ผมบิดเบี้ยว ประเทศชาติเสียหายแน่นอน ส่วนเรื่องค่าชดเชย ทางจีนไม่ติดใจ เขาติดใจเพียงว่าการฆ่าครั้งนี้มันโหดร้ายทารุณ ในความรู้สึกของผมก็รู้สึกว่ามันโหดร้ายและรุนแรงมาก ทั้งการจับใส่กุญแจมือ เอาผ้าผูกตา มัดแขน เข้าเรียกว่าแผนประทุษกรรมคนร้ายรุนแรงและโหดร้าย”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.

 

 

 

3 พ.ย.2554 เดลินิวส์

 

 

 

ผบ.ทบ. วอนขอความเป็นธรรมให้ 9 ทหาร กกล.ผาเมือง พัวพันคดีฆ่า 13 ลูกเรือจีน  ยัน ไม่ใช่เข้ามอบตัว แต่สั่งให้พบ ตร.แสดงความบริสุทธิ์ใจ

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่ 9 ทหารจากกองกำลังผาเมืองเข้ามอบตัวต่อกับตำรวจหลังมีข่าวเข้าไปพัวพันการสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ ที่ จ.เชียงราย ว่า ยังไม่ใช่การมอบตัว จากข้อมูลพบว่าตรงนั้นมีกลุ่มขบวนการอื่นอยู่ด้วยหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายซับหลายซ้อน และมีเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง หากพูดตอนนี้ยังไม่เหมาะสม และขอความเป็นธรรมกับทหารทั้ง 9 คน ส่วนการที่เขาไปพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีตรงนี้ออกมา จึงสั่งการไปยังกองทัพภาคที่ 3 ให้พาทั้ง 9 คนไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เป็นการไปมอบตัว เพราะยังไม่มีความผิด  ตอนนี้อยู่ในที่ควบคุมทางทหาร จากนี้ไปก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวน และคงจะได้ข้อเท็จจริงออกมา ยืนยันว่าทหารทุกคนพยายามทำหน้าที่ อาจมีสาเหตุ ข้อติดขัดบางอย่างเกิดขึ้น จึงต้องรอให้เขาชี้แจงออกมา

“ลูกน้องผมในกองทัพ ก็ดีๆ เกินกว่า 90 % อย่าเพิ่งไปตำหนิเขาเลยว่าทำความผิด ไปฆ่าคนนั้นคนนี้  ผมว่าไม่ง่ายหรอกเรื่องการฆ่าคน แม้ผู้บังคับบัญชาจะสั่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมามาทหารไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ไม่ใช่เห็นคนแล้วไปยิงหรือ ฆ่าเขาตาย ถ้าไม่ได้รบกันมันลำบาก ตราบใดที่มีการใช้กำลัง ก็ต้องมีการสู้กัน มีการปฏิบัติการทางทหาร ถึงได้ใช้อาวุธ  เมื่อมีการใช้อาวุธ ก็มีการบาดเจ็บ มีความสูญเสีย ล้มตายเป็นเรื่องธรรมดา ผมอยากขอกำลังใจทหารหน่อย ถ้ามีอะไรไม่ดี ก็ให้โอกาสทหารได้ชี้แจงไป ไปพาดหัวไทยว่า 9 ทหารมอบตัวแล้วฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ ทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินหรือสอบสวนเลย “พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

เกือบจะโกโซบิ๊ก

ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน

 

 

 

กล่าวกันว่า ถ้าตำรวจไทยไม่สามารถคลายคดียิงลูกเรือชาวจีน 13 ศพทิ้งน้ำโขงที่เชียงแสนได้

เรื่องราวก็อาจบานปลายกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระดับชาติ

โกโซบิ๊ก ไม่แพ้ตำนานเลือดซาอุฯ เลยทีเดียว!?!

ทั้งนี้เพราะเรือจีนลำนี้ เข้ามาส่งสินค้าในไทยโดยไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย

 

แต่ถูกยิงยกลำเรือในน่านน้ำไทย แล้วมียาบ้านับล้านเม็ดโผล่บนเรือ

 

เท่ากับคนของเขาตายหมู่ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยว ข้องกับการค้ายาเลย!

เป็นอันว่านายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ตัดสินใจได้ดี ที่มอบให้รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ผบ.ตร.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เร่งจับกุมไม่ต้องเกรงใจใคร

รองผบ.ตร.มือสืบสวน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา นำทีมลงไปลุยคดีเอง พร้อมด้วยพล.ต.ต. สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 คนใหม่

รองผบ.ตร.มือสอบสวน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ไปคุมการรวบรวมพยานหลักฐานเองจึงทำให้ทหาร 9 นายตกเป็นผู้ต้องหา และผู้บังคับบัญชาก็ร่วมมืออย่างดี จัดส่งมามอบตัวสู้คดีแต่ผู้ต้องหานำทีมโดยนายทหารยศพันตรี ก็ไม่ให้ปากคำใดๆจึงเป็นเรื่องท้าทายกระบวนการของตำรวจ จะแน่นหนาส่งฟ้องขึ้นศาลได้หรือไม่!?ในชั้นต้น ฝ่ายตำรวจจีนซึ่งมาหาข้อเท็จจริงเอง ก็พึงพอใจในระดับหนึ่งเพราะการที่ตำรวจกล้าดำเนินคดีกับผู้ต้องหาระดับนี้ ก็แสดงความเข้มแข็งให้ปรากฏกระนั้นก็ตาม นายกรัฐมนตรีจีนเพิ่งเอ่ยปากขอให้เร่งรัดดำเนินคดีเพื่อลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดหมายความว่าคดีจะต้องไปถึงชั้นศาลให้ได้แต่ถ้า 3 พล.ต.อ.ลงมาจี้คดีขนาดนี้ ส่งฟ้องไม่ได้ ก็ต้องยุบทิ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วเบื้องหลังเหตุสยดสยองครั้งนี้ ตำรวจพอจะรู้ว่า มาจากเจ้าพ่อยาบ้าย่านสามเหลี่ยมทองคำบุกจี้บังคับเรือสินค้าจีนลำนี้เพื่อซุกซ่อนยาเข้าไทยพร้อมกับส่งข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ไทยหน่วยหนึ่งเพื่อจับกุม โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้จับกุมแล้วยึดยาส่วนหนึ่งไปเป็นผลงานแต่น่าเชื่อว่ายาบ้าอีกส่วนซึ่งเยอะกว่า มีการขนย้ายออกไปก่อน

 

 

เป็นบทเรียน  การอยากได้ผลงานที่ไม่คุ้มค่า !

 

 

 

5 พ.ย.2554

 

 

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ว่าที่ผบช.ภาค 5 ประชุมมอบนโยบายให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.สุเทพ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆ่า 13 ศพกัปตันและลูกเรือสินค้าของประเทศจีน กลางแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่มีทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย ตกเป็นผู้ต้องหาว่า จากการเดินทางไปร่วมประชุมกับตำรวจจีนที่ประเทศจีน ทราบว่าทางการจีนพอใจการทำงานของตำรวจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการจีนกำชับอะไรมาเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ต.สุเทพ กล่าวว่า ทางจีนบอกว่าหากมีส่วนใดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ไทยทำไม่ได้ ทางจีนยินดีจัดหาให้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจไทยมีภาพกล้องวิดีโอเป็นหลักฐานเด็ดที่ตำรวจท้องที่บันทึกภาพเรือ และพบมีกลุ่มคนอยู่บนเรือ ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ขณะที่ทางจีนก็มีภาพวิดีโอเช่นกัน และส่งให้ตำรวจไทย หลักฐานภาพวิดีโอระบุชัดเจนว่ากลุ่มคนที่อยู่บนเรือเป็นใคร

"คดีนี้ดูจะเป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศ ยิ่งกว่าคดีเพชรซาอุฯ ด้วยซ้ำ รัฐบาลจีนไม่พอใจที่คนของเขาถูกฆ่าตาย แล้วยังมีกระแสข่าวเรื่องเงินบนเรือหายไปอีก คดีนี้จีนเฝ้าติด ตามดูการทำงานของเราตลอด เป็นคดีละเอียดอ่อน ต้องให้รอบคอบและชัดเจน" ว่าที่ผบช.ภาค 5 กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนบช.ภาค 5 นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวิดีโอที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เชียงแสน บันทึกภาพไว้ ขณะที่เรือสินค้าจีนวิ่งเข้ามายังฝั่งไทย และพบว่าบนเรือมีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยหนึ่งของไทยอยู่บนเรือด้วย ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญหนึ่งที่ยืนยันตัวบุคคลที่อยู่บนเรือสินค้าจีน

ข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ ชุดคลี่คลายคดียังตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. แต่กว่าที่พนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน จะได้ขึ้นไปตรวจสอบบนเรือก็ล่วงเลยไปถึงเวลาประมาณ 14.00 น. เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยดังกล่าวไม่ยอมให้ขึ้นเรือ จนทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) มาประสาน ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และพบร่องรอยกระสุนปืนตามจุดต่างๆ บนเรือ อีกทั้งทราบต่อมาว่า จำนวน 13 ศพชาวจีนนั้น มีสายลับชาวจีนที่คอยส่งข่าว และให้ข้อมูลเบาะแสยาเสพติดกับหน่วยงานรัฐของไทย ถูกฆ่าตายรวมอยู่ด้วย

 

 

 

โปรดใช้วิจารณญาณ  mekong killers

killers of mekong.doc (108.00 KB 05.11.2011 15:54)

 

 

 

 

 

5 พ.ย.2554


เชียงราย - เผาศพลูกเรือจีนถูกยิงในน้ำโขงแล้ว 3 ศพ ที่เหลือยังรอฌาปนกิจอยู่ ด้าน"เฉลิม"ยืนยันคดีคืบ ทำจีนพอใจ
       
       วันนี้ (5 พ.ย.54) ที่วัดเจ็ดยอด อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีการจัดให้มีพิธีการฌาปนกิจศพคนจีนที่เสียชีวิตจากเหตุปล้น-ฆ่าเรือสินค้าจีน 2 ลำ กลางแม่น้ำโขง ที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ต.ค.54 ที่ผ่านมา รวม 13 ศพ ซึ่งเก็บเอาไว้ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อการชันสูตรพลิกศพจำนวน 5 ศพโดยมีการเคลื่อนศพไปประกอบพิธีท่ามกลางญาติชาวจีนเข้าร่วมพิธีด้วยบรรยากาศที่เศร้าโศกเสียใจ
       
       สำหรับพิธีจัดขึ้นแบบชาวจีนและนิมนต์พระสงฆ์สวดอภิธรรมจำนวน 8 รูปภายในพิธีมีการวางดอกไม้สดและดอกไม้จัน เสร็จแล้วจึงเคลื่อนย้ายไปเผาที่สุสานวังดินจำนวน 3 ศพที่เหลือได้นำไปเผาที่สุสานเด่นห้า ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ส่วนศพที่เหลืออีก 8 ศพยังรอกำหนดการณ์ฌาปนกิจต่อไป
       
       คดีฆาตกรรมดังกล่าวคือ กรณีที่กัปตันและลูกเรือชาวจีน 2 ลำ คือเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Hua Ping และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ล Yu Xing 8 ของจีน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 ที่ผ่านมา โดยกองกำลังผาเมืองของไทยได้เข้าควบคุมเรือที่เกิดเหตุแล้ว และแล่นเข้าฝั่งไทยบริเวณเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน
       
       เมื่อค้นบนเรือพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 920,000 เม็ด และผู้เสียชีวิต 1 ศพ ปืนอาก้า 1 กระบอก ต่อมาค่อยๆ ทยอยพบศพผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นกัปตันเรือ คนในครอบครัว และลูกเรือ ลอยไปติดตามจุดต่างๆ ทั้งฝั่งไทย และ สปป.ลาว อีก 12 ศพรวมเป็น 13 ศพ จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับทหารจากกองกำลังผาเมืองรวม 9 นายข้อหาฆ่าลูกเรือจีน
       
       ด้านการดำเนินคดีมีรายงานว่าในวันที่ 7 พ.ย. 54 นี้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร.(ปป.1) ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และ พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.(ปป.3) หัวหน้าพนักงานสืบสวนในคดีนี้จะเดินทางไปยัง จ.เชียงราย อีกครั้งและเตรียมแถลงความคืบหน้าล่าสุดให้สาธารชนได้รับทราบต่อไป
       
       วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เปิดเผยที่ จ.เชียงราย ถึงความคืบหน้าในคดีว่า คืบหน้าไปมากโดยมีเรื่องพยานและหลักฐานต่างๆ พอรับฟังได้ และผลการคลี่คลายคดีก็ได้ทำให้ทางประเทศจีนพอใจ จึงคาดว่าสถานการณ์แม่น้ำโขงระหว่างไทย-จีน จะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
       
       ส่วนรายละเอียดของคดีถือเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้มาก แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันใดๆ ทั้งสิ้น
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า คดีฆาตกรรมกัปตันและลูกเรือชาวจีน 2 ลำคือเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Hua Ping และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ล Yu Xing 8 ของจีน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.54ที่ผ่านมา โดยกองกำลังผาเมืองของไทยได้เข้าควบคุมเรือที่เกิดเหตุแล้ว และแล่นเข้าฝั่งไทยบริเวณเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน
       
       เมื่อค้นบนเรือพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 920,000 เม็ด และผู้เสียชีวิต 1 ศพ ปืนอาก้า 1 กระบอก ต่อมาค่อยๆ ทยอยพบศพผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นกัปตันเรือ คนในครอบครัว และลูกเรือ ลอยไปติดตามจุดต่างๆ ทั้งฝั่งไทย และ สปป.ลาว อีก 12 ศพรวมเป็น 13 ศพ จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับทหารจากกองกำลังผาเมืองรวม 9 นายข้อหาฆ่าลูกเรือจีนดังกล่าว


6 พ.ย.2554 ข่าวสด

 

 เริ่มต้นด้วยผลงานจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ แต่ลงท้ายทำท่าจะบานปลายกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ กรณีฆ่าหมู่ปริศนากัปตันและลูกเรือจีน 2 ลำ รวม 13 ศพ ในแม่น้ำโขง ช่วง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

เมื่อพบว่าคดีนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังโยงใยถึงมาเฟียยาเสพติดชาวพม่า ซึ่งอาละวาดอยู่แถวสามเหลี่ยมทองคำ บนแม่น้ำโขง และยังพัวพันถึงเจ้าหน้าที่ไทยบางหน่วย ในการแบ่งผลประโยชน์ทำมาหากินด้านยาเสพติด

รวมไปถึงการที่ให้เจ้าหน้าที่ไทยบางคนจับกุมยาเสพติด โดยอาศัยข่าวสารจากนักค้ายาเสียเอง

คดีนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก และทางการจีนก็ให้ความสนใจถึงขนาดนายกฯจีนติดต่อสอบถามมายัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯไทย โดยตรง

โดยคดีนี้มีทหารไทย 9 นายตกเป็นผู้ต้องหา จึงยิ่งต้องระมัดระวังในการดำเนินการอย่างยิ่ง!??

 สยองฆ่าหมู่13 ศพเรือจีน

จุดเริ่มของคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองเข้าจับกุมเรือจีน 2 ลำซึ่งต้องสงสัยว่าขนยาเสพติดลักลอบเข้าเมืองไทยทางแม่น้ำโขง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเรือทั้ง 2 ลำประกอบด้วยเรือชื่อ"หัวปิง" บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง และเรือ"หยูชิง 8"ขนกระเทียมกับแอปเปิ้ล

เจ้าหน้าที่ควบคุมเรือไว้บริเวณริมฝั่งบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเรือทั้ง 2 ลำ

เบื้องแรกมีรายงานว่าเกิดเหตุยิงปะทะกัน และมีคนร้ายบนเรือกระโดดน้ำหนีไปจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบพบเพียงศพ 1 ศพ พร้อมอาวุธปืนอาก้า

อย่างไรก็ตามเมื่อตำรวจขึ้นไปหาหลักฐานในภายหลังพบร่องรอยเรือถูกยิงพรุนทั้ง 2 ลำ ส่วนลูกเรือหายไปจนหมด

กระทั่งในอีก 2-3 วันต่อมา เจ้าหน้าที่ทยอยพบศพกัปตันและลูกเรือทั้ง 2 ลำ ถูกมัดมือไพล่หลังยิงทิ้ง หรือถูกทำร้ายเสียชีวิตลอยมาตามแม่น้ำโขง รวมทั้งหมด 13 ศพ!!!

งานนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเพราะทางการจีนตรวจสอบไม่พบประวัติว่าเรือทั้ง 2 ลำ รวมทั้งกัปตันและลูกเรือมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด!??

จึงเชื่อว่าน่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังบางอย่างที่เกิดเหตุนี้ขึ้น

รัฐบาลจีนประสานมายังรัฐบาลไทย ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ดูแลคดีนี้เป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นกรณีสุ่มเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน นายจาง ชินเฟิง รมช.รักษาความสงบภายในแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายกว่าน มู่ เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ขอความร่วมมือให้ตำรวจและนิติเวชของจีนมาร่วมสังเกตการณ์

พร้อมกันนี้ฝ่ายการข่าวของจีนยังประสานข้อมูลกับทางการลาวและพม่า ซึ่งเป็นประเทศริมแม่น้ำโขง และมีเส้นทางเชื่อมต่อกันเพื่อหาเบาะแส

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์มอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ด้านสืบสวนและสอบสวนประสานกับ พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รักษาราชการแทนผบช.ภาค5 จัดทีมเข้ามาสอบสวนคดีนี้

 โยง9ทหารไทย-รุดมอบตัว

ทางการไทย-จีนประสานข้อมูลและตรวจสอบในเบื้องลึกกระทั่งพบเบาะแสบางอย่าง ทำให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ประสานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง

ก่อนที่จะตัดสินใจออกหมายเรียกทหาร 9 นายนำโดยพ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง และร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล กองกำลังผาเมือง ที่เหลือเป็นทหารชั้นประทวน มารับทราบข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ

ทหารทั้ง 9 นายเดินทางเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับการฆาตกรรมหมู่ แต่รับว่าเกิดเหตุยิงปะทะกันจริง แต่ฝ่ายทหารเพียงแต่ยิงปืนขึ้นฟ้าเท่านั้น และเมื่อขึ้นเรือไปตรวจสอบพบศพนอนตายอยู่ศพเดียว

ตำรวจสอบปากคำก่อนให้ประกันตัวไป โดยฝ่ายทหารรับไปควบคุมต่อพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน

ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวออกมาว่าบนเรือมีเงินจำนวน 20 ล้านบาทสูญหายไปด้วย!??

"ทางจีนเองก็สอบถามเรื่องนี้มาเช่นกัน กระแสข่าวเรื่องเงินจำนวนมหาศาลที่หายไปทำให้จีนเคลือบแคลงใจ และคดีนี้เป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศ ยิ่งกว่าคดีเพชรซาอุฯ ด้วยซ้ำ รัฐบาลจีนเขาไม่พอใจที่คนของเขาถูกฆ่าตาย แล้วยังมีกระแสข่าวเรื่องเงินบนเรือหายไปอีก คดีนี้จีนเฝ้าติดตามดูการทำงานของเราตลอด เป็นคดีละเอียดอ่อนต้องรอบคอบและชัดเจน"

พล.ต.ต.สุเทพ กล่าว

พร้อมกันนี้มีรายงานว่าหลักฐานหนึ่งของตำรวจคือภาพวิดีโอที่บันทึกได้ระหว่างที่เรือทั้ง 2 ลำแล่นเข้าฝั่งไทย บันทึกภาพชายกลุ่มหนึ่งลักษณะการแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ของไทยยืนคุมอยู่บนเรือด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นวันเกิดเหตุตำรวจได้รับแจ้งตั้งแต่เวลา 11.00 น. แต่เมื่อเดินทางไปเพื่อตรวจสอบกลับไม่สามารถขึ้นเรือได้ทั้งที่พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล ผบช.ภาค 5 (ในขณะนั้น) เดินทางไปด้วยตัวเอง เพราะมีเจ้าหน้าที่ทหารส่วนหนึ่งกันเอาไว้

กระทั่งเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยลำแม่น้ำโขง(นรข.) เดินทางมาสมทบและประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถขึ้นไปตรวจสอบบนเรือ

ที่น่าตระหนกก็คือ เจ้าหน้าที่ทราบภายหลังว่าหนึ่งใน 13 ศพลูกเรือจีนมีสายลับชาวจีน ทำหน้าที่หาข่าวให้ทางการไทยเกี่ยวกับยาเสพติดรวมอยู่ด้วย!??

 นายกจีนฯตามจี้คดีเอง

การที่มีชาวจีนถูกฆาตกรรมหมู่ถึง 13 ศพ ทำให้นายเหวิน เจีย เป่า นายกฯจีน ติดต่อมายังน.ส.ยิ่งลักษณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง และลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันเอกอัครราชทูตจีน รัฐมนตรี ก็เดินทางมาสอบถามด้วยตัวเองอยู่หลายครั้ง

จึงยิ่งตอกย้ำว่าทางการจีนให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นพิเศษ ยิ่งเมื่อฝ่ายจีนตรวจสอบแน่ชัดว่าลูกเรือทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงยิ่งไม่พอใจเพราะถือว่าเป็นการฆ่าหมู่ผู้บริสุทธิ์

อย่างไรก็ตามฝ่ายจีนพอใจในบทบาทของตำรวจไทยและทหารไทยที่ให้ความร่วมมือไขข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ และไม่มีท่าทีปกป้องผู้ต้องสงสัย โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับกองทัพ

สำหรับเบื้องหน้าเบื้องหลังคดีฆ่าหมู่นี้เชื่อว่าพัวพันกับกลุ่มติดอาวุธของ"นายจาย หน่อคำ" หรือที่รู้จักกันในชื่อ"หน่อคำ" กลุ่มโจรชาวพม่าซึ่งมีฐานที่มั่นเป็นแพกลางแม่น้ำโขง ใกล้สามเหลี่ยมทองคำ

ต่อมาทหารพม่าเข้าปราบปราม กลุ่มโจรหน่อคำ เปลี่ยนมาใช้เรือเร็วติดอาวุธออก อาละวาดในลำน้ำโขง ในลักษณะเก็บค่าคุ้มครอง ทั้งเรือสินค้า และกลุ่มยาบ้า

เชื่อว่ากลุ่มหน่อคำจับมือกับพ่อค้ายาบ้าชาวไทยชื่อย่อ"อ" ซึ่งอยู่ระหว่างหนีคดี ประสานกับหน่วยงานหนึ่งของไทยในการร่วมกันแบ่งผลประโยชน์การลักลอบค้ายาบ้า

แผนขนยาบ้าเข้าไทย

คดี 13 ศพลูกเรือจีนนั้น ตำรวจไทยและจีนพบเบาะแสว่าเรือ"หัวปิง" และ"หยูชิง 8" ตอนแล่นออกจากท่าเมืองเชียงรุ้ง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ไม่มียาบ้าติดมาด้วย

แต่หลังจากออกมาได้ระยะหนึ่งมีพยานพบว่ามีเรือแปลกปลอมแล่นเข้าประกบ และผ่านมาอีกสักพักมีพยานเห็นคนถืออาวุธปืนบนเรือทั้ง 2 ลำนี้ด้วย!??

คาดว่าลูกเรือทั้งหมดน่าจะถูกจับควบคุมตัวตั้งแต่ก่อนเข้าเขตไทยแล้ว จนเมื่อเรือแล่นเข้าเมืองไทยก็เกิดเหตุยิงกัน

มีรายงานว่าเรือทั้ง 2 ลำถูกแก๊งมาเฟียยาเสพติดเข้ายึด ลำเลียงยาบ้าอย่างน้อย 5 ล้านเม็ดมาตามแม่น้ำโขง และก่อนมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายนำยาบ้าราว 4 ล้านเม็ดขึ้นฝั่งไปก่อน แล้วปล่อยให้เรือแล่นเข้าพื้นที่เกิดเหตุ

ข้อมูลดังกล่าวตรงกับการข่าวของไทยและจีนที่พบว่า กลุ่มมาเฟียร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐของไทยบางหน่วยใช้วิธีข่มขู่ ขอตรวจค้น แล้วยัดยาเสพติดให้กับเรือสินค้าที่ผ่านไปมา เพื่อเรียกเงินทอง

แต่บางครั้งก็จัดฉากยิงต่อสู้ แล้ววิสามัญฆาต กรรม หรือจับยาบ้าได้จำนวนมากกลายเป็นผลงาน

โดยกลุ่มมาเฟียติดอาวุธจะยอมเสียยาบ้าจำนวนน้อยเพื่อแลกกับการนำยาบ้าส่วนใหญ่เข้าไทย โดยให้ทั้งเงินและสร้างผลงานให้ด้วย

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่ได้เกิดเรื่องอื้อฉาวเพราะไม่เคยเกิดเหตุฆ่าหมู่เหมือนครั้งนี้

ตำรวจยังสงสัยอยู่ว่าเหตุใดผู้ก่อเหตุต้องฆ่าลูกเรือทั้งหมด ทั้งๆ ที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ จึงเชื่อว่าต้องมีข้อผิดพลาด หรือเบื้องหลังที่ยังดำมืดรอคอยการสะสาง!??

แต่ที่แน่ๆ คดีนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยเคยมีตัวอย่างจากคดี "เพชรซาอุฯ" จนถูกลดความสัมพันธ์และมีปัญหาต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

การดำเนินคดีและสอบหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เป็นทางเดียวที่จะแก้ข้อพิพาทนี้ได้!??

.............

 

 

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ -- จีนจะตั้งสถานีลาดตระเวน โดยส่งเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 1,000 นาย ลงไปประจำการยังจุดต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมเริ่มล่องเรือลาดตระเวนบริเวณทางน้ำสำคัญ สืบเนื่องจากเหตุการณ์สังหารโหดลูกเรือจีน 13 ศพ เมื่อเดือนที่ผ่านมา
       
       เจ้าหน้าที่จากจีน ลาว พม่า และไทย ได้บรรลุข้อตกลง ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค. เพื่อออกกฎหมายบังคับใช้การลาดตระเวนในแม่น้ำโขง หลังจากเรือขนส่งสินค้าจีนสองลำถูกโจมตี ซึ่งต่อมามีนายทหารไทย 9 คน เข้ามอบตัวสารภาพว่าเป็นผู้ยิง รัฐบาลไทยเผยว่า การก่ออาชญากรรมดังกล่าวเป็นการกระทำของทหารเหล่านั้นเอง และทหารระดับสูงของไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
       
       รัฐบาลจีนยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของปฏิบัติการลาดตระเวน ขณะที่ฟัง โยวกั๋ว เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการเรือแห่งล้านช้าง เผยว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ทหารของจีนที่จะลงมาประจำการลาดตระเวนท้ายที่สุดจะมีประมาณถึง 1,000 นาย
       
       อวิ๋นหนานอินฟอร์เมชั่นเดลีอ้างคำกล่าวของฟังว่า จีนได้ซื้อเรือ 5 ลำเพื่อใช้ในการลาดตระเวนและได้นำเรือสปีดโบ้ทมาจากอู่ฮั่นเพื่อปฏิบัติการนี้
       
       ฟังเผยว่า ปฏิบัติการร่วมโดย 4 ชาตินี้ จะครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณแม่น้ำโขง และเจ้าหน้าที่ทหารจีนจะประจำบริเวณจุดหลัก ๆ ที่สำคัญ
       
       ฟังเผยว่า "ปฏิบัติการนี้จะให้การคุ้มครองการขนส่งทางเรือที่ถูกต้องตามกฎหมายของ ลาว ไทย และพม่าด้วย"

 

 

 

ญาติพี่น้องของลูกเรือชาวจีน 13 ชีวิตที่ถูกยิงและทรมานเสียชีวิตในเรือขนส่งสองลำที่แม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 5 ต.ค. เดินทางมายังจังหวัดเชียงราย (6 พ.ย.) ซึ่งเป็นสถานที่เผาศพผู้เสียชีวิตเหล่านั้น (ภาพไชน่าเดลี)

       นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปฏิบัติการจะทำให้กองทัพเรือจีนเข้าสู่น่านน้ำของ 3 ชาติ ซึ่งถือว่าเป็นปฏิบัติการที่จีนต้องการคุ้มครองชาวจีนนอกดินแดนของตน ซึ่งการทำเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดการเพิ่มอิทธิพลทางการเมืองของจีนในภูมิภาค
       
       ตู้ จีเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สำนักสังคมศาสตร์จีน เผยว่า "ความสงสัยที่ว่าจีนมีปรารถนาอย่างไร ก็ต้องดูกันตอนที่จีนส่งเจ้าหน้าที่ทหารลงไปยังประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศพม่า" แต่ตู้ก็ชี้ว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่เป็นการเพิ่มอิทธิพลทางทหารของจีน เพราะจีนเพียงต้องการรักษาผลประโยชน์ทางพาณิชย์ของตนเองในภูมิภาคเท่านั้น
       
       ฟังเผยว่า หน่วยลาดตระเวนของจีนนี้อาจอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกองกำลังตำรวจประชาชนจีน ที่ถูกส่งมายังชายแดนแถบสิบสองปันนาในมณฑลอวิ๋นหนาน ซึ่งบริเวณดังกล่าวห่างไกลปืนเที่ยง จนรัฐบาลอวิ๋นหนานเข้าไปดูแลได้ไม่ทั่วถึง
       
       เจ้าหน้าที่จากทั้ง 4 ประเทศก่อนหน้านี้ได้เห็นพ้องให้เริ่มปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณลุ่มน้ำโขงในเดือนหน้า และช่วยกันต่อต้านการค้ายาเสพติดบริเวณชายแดนด้วย
       
       กองทัพเรือจีนได้มีส่วนในปฏิบัติการลาดตระเวนในอ่าวเอเดนนับแต่เดือนธ.ค. ปี 2551 แต่สำหรับครั้งนี้นักวิเคราะห์เผยว่า ปฏิบัติการที่แม่น้ำโขงนี้มีนัยยะสำคัญคือ "จีนออกนอกอธิปไตยของตัวเองมาปฏิบัติการแถบชายแดนของชาติอื่น"

 

 

11 พ.ย.2554 มติชน

 

 

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ 9 ทหารจากกองกำลังผาเมืองพัวพันการสังหารลูกเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน 13 ศพ ที่ จ.เชียงราย ว่า เรื่องที่เกิดจากบริเวณต้นน้ำของประเทศเพื่อนบ้านจนเรือจีนเข้ามาในเขตไทย ซึ่งเรามองเจ้าพ่อที่ชื่อหน่อคำ เป็นคนที่มีพาวเวอร์มากในการเก็บค่าผ่านเส้นทางลำน้ำ และมีผลประโยชน์กับเรือที่ขนยาเสพติดหรืออาจปล้นเพื่อเอายาเสพติดบนเรือ ดังนั้น เมื่อเรือจีนผ่านไปโดยไม่ยอมจ่ายหรือไม่ยอมให้ค้นว่ามียาเสพติดจึงเกิดการปะทะขึ้นเพื่อไปเอายาเสพติด แต่เมื่อมีการต่อสู้กันแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเรือมาอยู่ฝั่งไทย ซึ่งเมื่อกองกำลังผาเมืองขึ้นไปค้นบนเรือก็พบศพเดียวบนเรือ นอกจากนี้ภายในเรือจีนทั้ง 2 ลำ มีการลักลอบขนยาเสพติดมาด้วย ต่อมาอีก 2 วันถึงได้พบอีก 12 ศพ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องรอการสืบสวนสอบส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดและทหาร ว่าพบหลักฐานอะไรบ้าง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาผู้ลงมือกระทำความผิด โดยกองทัพพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

 

 

"คงไม่ใช่การทำงานแต่ฝ่ายเดียวของนายหน่อคำเพราะต้องมีการร่วมมือกันกับทหารไทยเพราะอยู่ในพื้นที่มานาน แต่คงเป็นเรื่องของตัวบุคคลไม่ใช่ความผิดของกองกำลังผาเมือง ดังนั้น หากทหารเข้าไปร่วมทำผิดกับชนกลุ่มน้อยหรือมีส่วนรู้เห็นทำความผิด กองทัพจะไม่เก็บเอาไว้และต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีหลักฐานสำคัญที่สามารถพิสูจน์ด้วยภาพถ่าย พร้อมทั้งมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์จับเสียงการติดต่อระหว่างทุกบุคคลที่เข้าไปติดต่อในเรื่องดังกล่าว จับเสียงได้หมดว่าใครพูดกับใคร และเจรจาอะไรบ้าง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นหลักฐานเพื่อสาวไปถึงผู้ที่เข้าไปร่วมทำผิดในคดี 13 ศพ ดังนั้น อีกไม่นานเรื่องนี้คงเรียบร้อย" พล.อ.ยุทธศักดิ์ระบุ

 

  

พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยมาพูดคุยกับกระทรวงกลาโหมอีกเลย จะพูดกับกระทรวงการต่างประเทศกับตำรวจหน่วยปราบยาเสพติดเท่านั้น ส่วนกระทรวงกลาโหมเพียงแต่รับทราบเรื่องอย่างเดียว แต่คิดว่าการให้ความร่วมมือที่ดีของเราจะทำให้ความสัมพันธ์ไทย กับ จีน ไม่มีเสียหาย 

เมื่อถามว่า มีรายงานของหน่วยงานความมั่นคงระบุ บนเรือทั้ง 2 ลำมีการขนยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 20 ล้านเม็ด แต่พบในที่เกิดเหตุประมาณ 8 แสนเม็ด ที่เหลือหายไปที่ใด พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า รายละเอียดจำนวนยาเสพติดตนไม่ทราบจริงๆ ต้องขอตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งต้องถามทาง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อสองวันที่แล้วท่านก็ไปภาคเหนือเพื่อสอบสวนในคดีดังกล่าวด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทาง ร.ต.อ.เฉลิม ได้บอกกับตนว่าเรื่องนี้ท่านทำงานอย่าปกปิดนะ ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่ต้องห่วงทหารให้ความร่วมมือทุกอย่าง ซึ่งท่านรองนายกฯก็ทราบดี เพราะทาง พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 หรือ ผบ.กองกำลังผาเมืองก็ให้ความร่วมมือดีมาก

 


 

24 พ.ย.2554 เดลินิวส์

 

 

กมธ.ต่างประเทศยังไม่สรุปว่าทหารเกี่ยวข้องคดีฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพหรือไม่ ลงพื้นที่ 29 พ.ย.พบกงสุลจีน

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ (กมธ.)สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กมธ.ได้พิจารณาคดีสังหารลูกเรือจีน  13 ศพ โดยวันนี้เป็นประชุมครั้งที่ 2 โดยมีพ.อ.ฉลองชัย ชัยยะคำ รอง ผบ.กองกำลังผาเมือง เข้าชี้แจง ก็ไม่ได้ตอบคำถามในรายละเอียด ดังนั้นกมธ.ยังไม่มีข้อสรุปว่าทหารเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่คดีนี้มีผู้ต้องหาคือนายทหาร 9 นาย ซึ่งก็ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ที่ไปมอบตัวเพราะได้รับทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์

แต่เมื่อเจาะลึกลงไปเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับคำสั่งให้ไปปฎิบัติการในที่เกิดเหตุ โดยระบุว่าทราบข่าวเมื่อวันที่  21 ก.ย.54 ว่าจะน่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในวันดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายการุณ โหสกุล ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่ออกมาสรุปว่าทหารไม่เกี่ยวข้องนั้นยืนยันว่าเราสอบสวนในเรื่องเดียวกัน แต่เรายังไม่ได้สรุป เพราะรับฟังข้อมูลยังไม่ครบรอบด้าน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของไทย ตำรวจก็ยังสอบสวนไม่ชัดเจน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ซับซ้อน โดยในวันที่ 29 พ.ย.54 กมธ.จะเดินทางพื้นที่จ.เชียงราย เพื่อหาข้อมูล รวมทั้งได้นัดพบกับกงสุลจีนด้วย

เมื่อถามย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทางการไทยหรือไม่ นายสุนัย กล่าวว่าเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเกิดเหตุบ่อยในเรื่องผลประโยชน์ เกี่ยวกับยาเสพติด และแหล่งบันเทิงทางฝั่งลาว ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน เป็นได้หรือไม่ที่เป็นการหาประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวโยงระหว่างประเทศ มีการเลี้ยงคนนอกกฎหมาย ทราบว่ามีการใช้งานจากหลายประเทศ ทั้งนี้ตัวแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้หาผลประโยชน์จากตรงนี้ มีแต่ประเทศอื่น และเป็นที่น่าสังเกตทุกฝ่ายจะพยายามวางตัวละครมาลงที่นายหน่อคำ ชาวไทยใหญ่ที่ใกล้ชิดกลุ่มว้าแดง แต่เราจะยังไม่เชื่อ ก็จะพยายามเก็บข้อมูลให้

27 พ.ย.2554

 

 

 

 

 

 

 

 สำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของรัฐบาลจีน รายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งจะลาดตระเวณแม่น้ำโขงร่วมกับไทย ลาว และพม่าในเดือนหน้าเป็นต้นไป  หลังจากที่จีน ระงับการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านบริเวณสามเหลี่ยมทองคำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไประยะหนึ่ง เมื่อเรือขนส่งสินค้าสัญชาติจีนถูกโจมตี และลูกเรือ 13 คน ถูกฆ่าตายในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา


     กระบอกเสียงของทางการจีน ระบุด้วยว่า ทั้ง 4 ประเทศได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันในการประชุมระดับรัฐมนตรี ที่กรุงปักกิ่ง โดยเห็นพ้องร่วมกันจัดให้มีการลาดตระเวณร่วมก่อนวันที่ 15 ธันวาคม โดยเห็นว่า การลาดตระเวณจะช่วยให้การขนส่งสินค้ากลับมาเริ่มดำเนินการได้อีกครั้ง และเป็นการรับประกันความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าผ่านแม่น้ำโขงด้วย

     นอกจากนี้  ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีทั้ง 4 ประเทศ ยังเห็นพ้องให้สำนักงานใหญ่ของการปฏิบัติการลาดตระเวณร่วมกันอยู่ในจีน โดยจีนจะช่วยฝึกอบรมและสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ตลอดจนเครื่องมือต่างๆแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในลาวและพม่า
      อย่างไรก็ตาม ในเหตุโจมตีเมื่อเดือนตุลาคม ใกล้ชายแดนไทยพม่านั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุที่ต้องสงสัยมากที่สุดคือ กลุ่มลักลอบค้ายาเสพติด แต่ต่อมาทหารไทย 9 นายยอมมอบตัวกับทางการ

 

 

 

6 ธ.ค.2554 ข่าวสด

 
ตั้ง‘ศปข.’ดูแลความปลอดภัยเรือผ่านลุ่มน้ำโขง

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดียิงลูกเรือจีนเสียชีวิต 13 รายว่า ขณะนี้ทางการจีนเตรียมปล่อยเรือให้เดินในลุ่มน้ำโขงได้แล้ว หลังจากระงับไปก่อนหน้านี้ โดยในวันที่ 10 ธ.ค.นี้จะปล่อยเรืออย่างเป็นทางการวันแรก และตนจะเป็นตัวแทนในพิธีอย่างเป็นทางการ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องร่วมกับทางจีน ลาวและพม่า เพื่อวางนโยบายดูแลรักษาความปลอดภัย โดยจะตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในลุ่มน้ำโขง(ศปข.) ขึ้น ซึ่งมี พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ. 5 ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ

 

 พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าในส่วนของคดี เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนที่ นำโดย พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ที่ทำงานร่วมกับอัยการ ซึ่งความคืบหน้าของคดีล่าสุดผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว 9 ราย


 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเดินทางไปเมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าได้ประสานราชการกับรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของจีน ที่รับผิดชอบตำรวจทั้งหมดล้านกว่าคน กรณีจะเปิด 4 ประเทศตรวจตราร่วมกันตั้งแต่ท่าเรือกวนเหลย มาถึงสามเหลี่ยมทองคำ คือตนอยากไปเงียบๆ และเขาก็มีการต้อนรับอย่างดีมาก ได้รู้สาระเนื้อหาที่จะแก้ไขกับประเทศชาติ และในวันที่ 10 ธันวาคม ทางจีนจะเปิดสายตรวจจากท่าเรือกวนเหลยผ่านประเทศพม่า ประเทศลาว มาที่สามเหลี่ยมทองคำ และเข้ามาแถบโครงการคิงโรมัน ประเทศลาว ซึ่งตนได้เดินทางไปกับ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.


ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเน้นเรื่องยาเสพติดเป็นหลักหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ครับ ขอชี้ปัญหาให้เห็นว่าการปล้นทุกครั้ง เกิดมาจากกลุ่มหน่อคำ เป็นไทยใหญ่ และเกี่ยวโยงกับนายจำรัสที่เป็นคนไทยลื้อใน อ.แม่สาย โดยถ้าจะแก้ปัญหาต้องให้จีนพูดกับพม่าและกวาดล้าง ก็จะไม่มีคนปล้น และเมื่อไม่มีคนปล้นก็ไม่ต้องมาตรวจตราให้เสียเวลา ซึ่งเขาก็เห็นด้วยและขอมาว่าจากนี้ต่อไปอีกสัก 6 เดือน ซึ่งในการไปประชุมครั้งนี้ถือว่าดีมาก


ส่วนความคืบหน้า 13 ศพลูกเรือจีน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่ขบวนการศาลยุติธรรมสมบูรณ์ไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ความเท็จจริงก็พอชนะ และจะได้ผู้ต้องหาที่แท้จริง ซึ่งเป็นการกระทำเฉพาะบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร


เมื่อถามว่า มีการระบุว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ขอพูด คือกรรมาธิการเรียกคนมาถาม แต่ตนลงไปสอบเอง ตรวจที่เกิดเหตุเอง ความชัดเจนมีมากกว่า

 

7 มกราคม 2555

 

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ไชน่าเดลี่รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้า 4 ลำของจีน ซึ่งเดินทางล่องมาตามแม่น้ำโขงภายใต้การคุ้มกันของเรือลาดตระเวนของพม่า ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนโจมตี โดยยิงออกมาจากริมฝั่งแม่น้ำบริเวณท่าเรือวานปัง ในประเทศพม่าเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ขบวนเรือทั้งหมดประกอบด้วยเรือขนสินค้า 3 ลำ ได้แก่ เป่าโจว 8 เป่าโจว 9 และหยวนเฟง กับเรือบรรทุกน้ำมัน 1 ลำ ชื่อ เหรนตา 3 ด้านเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ประจำการอยู่ที่เชียงแสนระบุ มีความเป็นไปได้สูงที่อาวุธที่ใช้โจมตีคือเอ็ม79 โดยลูกหนึ่งตกในน้ำ ส่วนอีกลูกระเบิดด้านข้างตัวเรือ แต่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น ทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารพม่ากล่าวว่า ไม่สามารถระบุตัวผู้โจมตีเพราะเป็นช่วงกลางคืน

ด้านพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่มีคนร้ายลอบใช้อาวุธปืนเอ็ม79 ยิงใส่เรือสินค้าจีนที่ล่องผ่านแม่น้ำโขงมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับเกิดขึ้นจริง แต่เกิดในน่านน้ำประเทศพม่าบริเวณบ้านสามปรุง ห่างจากประเทศไทยประมาณ 34 ก.ม. ซึ่งขณะนั้นมีเรือคุ้มกันที่คอยทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยล่องประกบมาด้วย แต่โชคดีที่ลูกกระสุนปืนเอ็ม79 ตกลงในแม่น้ำโขงและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงและแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก

 

2 พ.ค.2555 ข่าวสด

 

ผบ.ตร. มั่นใจ ไทยขอตัว“หน่อคำ”จากลาวไม่ยาก

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการขอตัวนายหน่อคำ หัวหน้าโจรสลัดที่เรียกค่าคุ้มครองในแม่น้ำโขง จากทางการลาวที่จับกุมตัวได้ เพื่อนำมาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า กรณีของนายหน่อคำ มีหมายจับมานานแล้ว

 

 ซึ่งตนกำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นหาหมายจับดังกล่าวอยู่ แต่กรณีของไทยไม่ได้มีผลอะไร ส่วนคดีการปล้นฆ่าลูกเรือชาวจีนนั้น ยังไม่ได้มีการออกหมายจับนายหน่อคำ อย่างไรก็ตาม เราได้ส่งเรื่องไปยังทางการลาวแล้วเพื่อขอตัวนายหน่อคำมาดำเนินคดีในไทย

 

 ขณะเดียวกันประเทศจีนได้มีการประสานกับทางการลาวเพื่อขอตัวนายหน่อคำเช่นกัน เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ยากหรือไม่ที่ไทยจะได้ตัวนายหน่อคำเข้ามา ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อดูตามขั้นตอนแล้วตนคิดว่าไม่น่าจะยากอะไร เพราะนายหน่อคำเป็นคนร้ายในคดีค้ายาเสพติด ไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องทางการเมือง



 

 

 

 

 

 

10 พ.ค.2555

 

 

วันที่ 10 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพนักงานสอบสวนหน่วยงานความมั่นคงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันประชุมพิจารณาสืบสวนสอบกรณีการเสียชีวิต 13 ศพลูกเรือจีน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนเดินทางไปสอบปากคำญาติของลูกเรือจีนทั้งหมด ที่มณฑลเสฉวนและยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 21 – 24 พ.ค. นี้

 
พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวในที่ประชุมว่า ตร. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา มีทั้งตนและ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. คลี่คลายคดีดังกล่าว เนื่องจากนี้คดีนี้มีเหตุเกิดขึ้นในต่างประเทศไทยต่อเนื่องมายังประเทศไทย ขณะนี้ทางอัยการสูงสุดมีคณะกรรมการเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย ส่วนของทางตำรวจมี พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ เป็นหัวหน้าร่วมสอบสวนกับพนักงานอัยการ
 

พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การเตรียมความพร้อมของพนักงานสอบที่จะเดินทางไปสอบสวนสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้เรียกประชุมในการเตรียมความพร้อมในการเดินทางสอบสวน โดยเฉพาะญาติผู้เสียชีวิตและเรื่องการสืบสวนของทางประเทศจีน เนื่องจากในขณะเกิดเหตุมีชายชุดดำ 7-8 คนและมียาเสพติดขึ้นมาอยู่บนเรือด้วย จึงต้องมีการค้นหาความจริงว่าใครเป็นผู้นำขึ้นมา
 

รองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า หลังจากการที่ได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ก็ได้มีการพูดกันถึงเรื่องดังกล่าว เป็นเหตุให้ทางการจีนร่วมมือค้นหาความจริงในเรื่องนี้  รวมถึง นายหน่อคำ ผู้ต้องคนสำคัญที่ทางการจีนรับตัวไปแล้ว มีส่วนเกี่ยวกับลูกเรือจีนและยาเสพติดอย่างไร จึงได้มีการเรียกประชุมเพื่อแนะนำสิ่งที่ได้ประชุมวันนี้นำกลับไปประชุมร่วมกับพนักงานอัยการอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11 พ.ค.2555

 

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ของจีน ได้แพร่ภาพยืนยันการทำข้อตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน และ สปป.ลาว ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อส่งมอบตัวนายหน่อคำ หรือจายหน่อคำ หนึ่งในผู้ที่ถูกระบุว่า เป็นหัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขง ซึ่งก่อกวนด้วยการปล้น เรียกค่าคุ้มครองและยิงเรือสินค้าและเจ้าหน้าที่จีนในแม่น้ำโขงมาแล้วหลายครั้งในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา
       
       นายหน่อคำ ถูกเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ควบคุมยาเสพติดของจีน จับกุมพร้อมกับพรรคพวกอีกหลายคนได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเขตเมืองมอม เมืองท่าริมแม่น้ำโขง ของแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 25 เม.ย.55 ที่ผ่านมา ก่อนถูกส่งตัวไปคุมขังที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และส่งไปยังนครเวียงจันทน์ ในเวลาต่อมา
       
       การส่งมอบตัวครั้งนี้มีรายงานว่า สถานทูตจีนประจำ สปป.ลาว ได้มีการเช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อรับมอบตัวนายหน่อคำ เป็นการเฉพาะ ซึ่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ของจีน ได้รับมอบตัวนายหน่อคำ โดยมีการกระทรวงป้องกันความสงบ สปป.ลาว เป็นผู้ลงนามในการส่งมอบ จากนั้นคณะจากประเทศจีนได้นำตัวจายหน่อคำ ขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศจีนต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าทางการจีนนำตัวนายหน่อคำไปดำเนินคดีที่ปักกิ่ง หรือคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลหยุนหนัน ซึ่งเป็นมณฑลที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุดเพียงประมาณ 250 กิโลเมตร ติดชายแดน สปป.ลาว และพม่า

 

 

 

 

 

 

 


       
       ทั้งนี้ ตามข่าวของทางการจีนระบุว่านายหน่อคำ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขง-อาเซียน โดยมีสมุนอยู่ในสังกัดกว่า 100 คน และมีอาวุธครบมือ ทั้งปืนอาก้า เอ็ม16 บาซูการ์ ปืนกล และเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่คอยก่อเหตุยิงเรือสินค้าจีนมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งพัวพันกับคดีการปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำ คือเรือบรรทุกกระเทียมและแอปเปิล Hua Ping และเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Yu Xing 8 Hao เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 บริเวณชายแดนพม่า-สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ประมาณ 25 กิโลเมตร จนเป็นเหตุให้ลูกเรือเสียชีวิต 13 ศพ
       
       ทางการไทยพบเรือลอยลำเข้ามาถึงบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน บนเรือพบศพและอาวุธปืนเล็กกลเอสเค 47 จำนวน 1 กระบอก ยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำรวมกว่า 920,000 เม็ด แต่ต่อมาได้มีการดำเนินคดีกับทหารไทยจำนวน 9 นายในข้อหาฆ่าผู้อื่นและปิดบังซ่อนเร้นศพเพราะสงสัยว่าไปพัวพันกับกลุ่มของนายหน่อคำด้วย
       
       “จายหน่อคำ” เป็นบุคคลที่หลายประเทศต้องการตัวไปดำเนินคดี โดยรัฐบาลไทยระบุว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตั้งค่าหัวนำจับเอาไว้ถึง 2 ล้านบาท เพราะมีข่าวเรื่องการค้ายาเสพติดและยังเก็บค่าผ่านทางยาบ้าที่ผ่านเขตอิทธิพลของตนเม็ดละ 3 บาท ขณะที่ทางการพม่า ก็แถลงในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซีหลายครั้งว่า เป็นบุคคลที่พฤติกรรมพัวพันกับการค้ายาเสพติด ส่
       
       วนทางการจีนเคยประสบปัญหามีกลุ่มติดอาวุธเรียกค่าคุ้มครองเมื่อเรือสินค้าแม่น้ำโขงจากจีนตอนใต้-เชียงแสน แล่นผ่านเขตอิทธิพลของนายหน่อคำ จนมีเรือสินค้าถูกยิง ปล้น หรือแม้แต่เรือตำรวจจีนที่ลาดตระเวนลงมาก็เคยถูกซุ่มยิงมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งทางการจีนเริ่มต้องการตัวมากขึ้น เพราะเกิดเหตุยิงลูกเรือจีน 13 ศพ จึงได้ผลักดันและเร่งรัดให้ประเทศไทย สปป.ลาว พม่า ตั้งศูนย์คุ้มกันเรือในแม่น้ำโขงที่เมืองกวนเหล่ย เมืองท่าหน้าด่านในแม่น้ำโขงของจีน
       
       ส่วนทางการไทยได้ตั้งเป็นศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.) มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ ภ.ภาค 5 และ ศปปข.ส่วนหน้าที่ท่าเรือเชียงแสน นอกจากนี้จีนยังรับเป็นธุระจัดหาเรือลาดตระเวณในแม่น้ำโขงให้พม่าและ สปป.ลาว ประเทศละ 1 ลำ โดยที่ผ่านมามีการร่วมมือกันฝึกกำลังหลายครั้ง และยังมีการบุกเข้าโจมตีฐานที่มั่นเดิมของนายจายหน่อคำที่บ้านสามพู ประเทศพม่า เกาะกลางแม่น้ำโขง และฝั่งตรงกันข้ามคือบ้านห้วยต่าง สปป.ลาว ที่ใช้เป็นสถานที่ซ่องสุมกลางแม่น้ำโขง หลังถูกปราบปรามอยู่พักใหญ่จึงถูกจับกุมได้ดังกล่าว

 

 

 

 

 

ASTVผู้จัดการออนไลน์ – เจ้าหน้าที่ตำรวจลาวในแขวงหลวงพระบางร่วมกับกองกำลังป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจับยึดของกลางยาบ้าได้ 1.6 ล้านเม็ดเมื่อต้นเดือนนี้พร้อมผู้ต้องหา 5 คนรถยนต์เอสยูวีอีก 3 คัน ในท้องที่แขวงหลวงพระบางกับแขวงเวียงจันทน์ ยาเสพติดทั้งหมดมีต้นทางจากแขวงบ่อแก้ว โดยมีปลายทางที่นครเวียงจันทน์ สื่อของทางการรายงาน
       
       การจับยึดยาบ้ามีขึ้นในวันที่ 6 พ.ค.2555 หรือ 12 วันหลังการจับกุม “จายหน่อคำ” และ สื่อของทางการรายงานเรื่องนี้ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เพียงข้ามวันหลังจาก ทางการได้ส่งมอบ นักค้ายาเสพติดระดับเจ้าพ่อในเขตสามเหลี่ยมทองคำให้จีน โดยเชื่อกันว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือจีนในแม่น้ำโขงตอนเหนือ อ.เชียงแสน จ.เชียงรายของไทย เดือน ต.ค.ปีที่แล้วซึ่งมีชาวจีนเสียชีวิต 13 คน
       
       หลังทราบเบาะแสเกี่ยวกับมีรถบรรทุกสิ่งผิดกฎหมายไปจากแขวงบ่อแก้ว กองบัญชาการป้องกันความสงบแขวงหลวงพระบาง เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและต่อต้านยาเสพติดแขวงได้ตั้งด่านตรวจสกัดในเขตเมืองเซียงเงินซึ่งเป็นทางผ่านไปสู่แขวงเวียงจันทน์และนครเวียงจันทน์ หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่รายงาน
       
       เจ้าหน้าที่ตรวจรถยนต์ต้องสงสัยคันแรกในเวลา 22.40 น. เป็นรถยนต์โตโยต้าปราโดสีเงิน เลขทะเบียน "กำแพงนคร/ขล 1188" คนขับชื่อ นายไมกอง อายุ 44 ปี นายไมกอง มีอาชีพทำนาที่บ้านมอม เมืองต้นผึ้งแขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งที่ลาวจับ "หน่อคำ" เจ้าพ่อยาเสพได้เมื่อเดือนที่แล้ว
       
       การตรวจค้นรถโตโยต้าปราโดเจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 400 มัดซุกอยู่ในถังน้ำมันดัดแปลง แต่การสอบสวนได้ทราบว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ซ่อนอยู่ในรถโตโยต้าแลนด์ครุยเซอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน "กำแพงนคร/คร 2499" ซึ่งขณะนั้นจอดอยู่ในเขตน้ำบาก แขวงเวียงจันทน์ จึงประสานกำลังเข้าจับกุม จับผู้ต้องหาได้อีก 3 คน อายุ 33, 31 และ 33 ปี ทั้งหมดเป็นราษฎรชาวเมืองน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ติดชายแดนจีน
       
       เจ้าหน้าที่จับยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนในรถโตโยต้าแลนด์ครุยเซอร์ได้อีก 400 มัด
       
       ยังมีรถยนต์ที่เกี่ยวข้องอีกคันหนึ่ง เป็นโตโยต้าปราโดเลขทะเบียน "กำแพงนคร/คล 5559" คนขับชื่อ นายบุนมีเป็นชาวนครเวียงจันทน์ หลบไปพักผ่อนที่เมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ จึงได้แจ้งประสานกับกรมตำรวจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงป้องกันความสงบ จับกุมได้ในเวลาต่อมา พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นยาบ้าของกลางทั้งหมด 1,600,000 เม็ด
       .

 

นายหน่อคำ หรือ "จายหน่อคำ" ที่ทางการลาวส่งมอบตัวให้ฝายจีนที่สนามบินวัดไต นครเวียงจันทน์วันพฤหัสบดี 10 ก.ค.ที่ผ่านมา อธิบดีกรมตำรวจลาวกล่าวในการแถลงข่าววันเดียวกันว่า ชาวไทยใหญ่วัย 44 ปีผู้นี้ เป็นนักค้ายาเสพติดระดับเจ้าพ่อ เป็นผู้ก่อกวนความสงบสุขตามแนวชายแดนลาว จีน ไทยและพม่า และมีส่วนร่วมกับคนร้ายในการยิงเรือจีนลำหนึ่งในแม่น้ำโขงเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้มีชาวจีนเสียชีวิต 13 คน. -- ภาพ: เวียงจันทน์ไทม์ส.

       .
       ตามรายงานของสื่อทางการ วันพฤหัสบดี 10 พ.ค. ทางการลาวได้มอบตัวนายหน่อคำ วัย 44 ปีให้กับทางการจีนที่สนามบินวัดไต นครเวียงจันทน์ ตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน ที่ต้องการนำตัวเจ้าพ่อยาเสพติชาวไทยใหญ่ไปดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศจีน
       
       นายหน่อคำถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่บ้านมอม เมืองต้นผึ้ง ซึ่งอยู่เหนือเมืองห้วยทรายขึ้นไป พร้อมชาวลาวอีก 2 คน เชื่อกันว่ากำลังเจรจาซื้อขายยาเสพติด ทั้งหมดถูกนำเข้าเมืองหลวงเพื่อการสอบสวนสืบสวนก่อนส่งมอบตัวให้กับจีน
       
       ก่อนส่งมอบตัวคนร้ายครั้งนี้ฝ่ายลาวจัดแถลงข่าวใหญ่โตที่สนามบิน โดย พล.จ.สีสะหวด แก้วมาลาวง อธิบดีกรมตำรวจ มีนายทองบัน แสงอาพอน รมว.ป้องกันความสงบเข้าร่วมด้วย ผู้รับมอบฝายจีนเป็นบุคคลระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีคนหนึ่งจากนครปักกิ่ง
       
       “นายหน่อคำเป็นตัวสำคัญในการก่อความไม่สงบตามแนวชายแดนลาว จีน ไทยและพม่า” อตร.ลาวกล่าว
       
       “เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ในบรรดาผู้ค้าและผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ยังมีส่วนร่วมในกรณีกลุ่มคนร้ายยิงเรือจีนลำหนึ่งในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย” พล.จ.สีสะหวาด กล่าวระหว่างการแถลงข่าว.

22 พ.ค.2555

 

การจับกุม"ร.อ.หน่อคำ" มาเฟียลุ่มน้ำโขงโดยฝีมือทางการสปป.ลาว ทำให้คดีฆ่าหมู่ 13 ศพลูกเรือจีน ที่จ.เชียงราย เมื่อปลายปีที่แล้ว กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พร้อมกับการเดินทางไปแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างพล.ต.อ. ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. กับทางการจีนเพื่อหาทางป้องกันและปราบปรามกลุ่มมาเฟีย

ทั้งการจับกุมมาเฟียลุ่มน้ำโขงชื่อดัง กับการประสานงานระหว่างไทย-จีนครั้งนี้ จุดเริ่มต้องบอกว่ามาจากคดีสะเทือนขวัญฆ่าหมู่ 13 ศพลูกเรือจีนเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2554

เมื่อมีชาวบ้านพบศพลูกเรือจีนหลายศพลอยติดริมตลิ่งริมแม่น้ำโขงในเขตอ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ศพค่อยๆ ลอยโผล่ฟ้องขอความเป็นธรรมทีละศพ ซึ่งทุกศพล้วนมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเข้าตามร่างกาย ตายในสภาพถูกมัดมือ มัดเท้า เชือกปิดปากปิดตา ตำรวจสภ.เชียงแสน จึงประสานหน่วยกู้ภัยรุดนำศพมาผ่าชันสูตรหาที่มาที่ไป

ขณะเดียวกันมีรายงานว่ามีการควบคุมเรือจีน 2 ลำไว้ในความดูแลของทหาร ที่อ้างว่ามีการตรวจยึดยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำได้จำนวนกว่า 9 แสนเม็ด

อันกลายเป็นปริศนาสำคัญว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือสินค้าจีนทั้ง 2 ลำนี้

ด้วยเพราะทางการจีนยืนยันว่าผู้ตายทั้งหมดไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด!??

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก เพราะที่ผ่านมามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

แต่การกระทำครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 13 ศพ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการสะสางคดี ที่เดิมพันด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

เนื่องจากทางรัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ ประกาศระงับการเดินเรือพาณิชย์จีนในแม่น้ำโขงชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคลี่คลายคดีนี้ให้กระจ่าง นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

อีกทั้งให้ไทยวางมาตรการดูแลป้องกันการก่อเหตุร้ายในเขตแม่น้ำโขงของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเส้นทางแม่น้ำโขงลงมาจากจีนผ่านชายแดนลาว พม่า และไทย มีกลุ่มอิทธิพลอยู่หลายกลุ่มที่เรียกค่าคุ้มครอง ปล้นสะดม และเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติดมากมาย

กลุ่มสำคัญคือกลุ่มของ "ร.อ.หน่อคำ" หัวหน้ากองกำลังที่มีอิทธิพลอยู่แถบชายแดนไทย!??

หลังเกิดเหตุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นรับผิดชอบ มอบหมายให้ปรมาจารย์ด้านงานสอบอย่างพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. รับไปกำกับดูแล ส่วนงานสืบได้มือดีระดับตำนานอย่างพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.ทำหน้าที่แกะรอย

การคลี่คลายคดีคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ภายใต้ความร่วมมือที่ดีจากกองทัพไทยและจากทางการจีน กระทั่งวันที่ 28 ต.ค. 2554 มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาซึ่งรับราชการทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 นาย ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 9 นายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา!?!

ต่อมาวันที่ 28 ก.พ. 2555 พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายจำรัส หรือ "ลุงหนวด" สมพงษ์พรรณ (ชื่อเดิมนายโอฬาร ผ้าเจริญ) ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งเป็นพลเรือนเกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิดครั้งนี้ เนื่องจากมีพยานหลักฐานพาดพิงถึง

โดยนายจำรัสรู้จักสนิทสนมกับร.อ.หน่อคำ และคนมีสีบางกลุ่มอย่างแนบแน่น

กระทั่งวันที่ 25 เม.ย. 2555 จึงถึงคิวร.อ.หน่อคำ ถูกทางการลาวจับได้ในฐานะหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดแม่น้ำโขงปล้นฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ และส่งมอบให้ทางการจีนนำตัวไปสอบสวน

ในส่วนของตำรวจไทยเร่งสอบปากคำพยานบุคคลไปทั้งสิ้น 107 ปาก นอกจากนี้ ยังรวบรวมพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนทางคดีอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักฐานเด็ด อย่างภาพนิ่งตอนยิงรวมทั้งภาพเคลื่อนไหวมีการบันทึกไว้ช็อตต่อช็อต และจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ยังพบหัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนสงครามอีกจำนวนมาก

นอกจากนี้นำคราบเลือดไปตรวจหาดีเอ็นเอ ตรวจหาระยะการยิง ตรวจวิถีกระสุน รวมทั้งผ่าศพพิสูจน์สาเหตุการตายที่นำมาใช้มัดคนร้าย

และในขั้นตอนสุดท้ายคือการเดินทางไปสอบปากคำพยานชาวจีนถึงเมืองแผ่นดินใหญ่ โดยพล.ต.อ.ปานศิริ จะนำคณะเดินทางไปถึงเมืองคุนหมิง เพื่อสอบปากคำด้วยตนเอง

แนวทางการสืบสวนพบว่าการสังหารหมู่ครั้งนี้ มีกองกำลังชายชุดดำ ประมาณ 8 คน บุกขึ้นมาบนเรือทั้ง 2 ลำ ซึ่งเชื่อว่าเป็นกองกำลังของร.อ.หน่อคำ ขึ้นยึดเรือตั้งแต่เกาะสามพูประเทศพม่าจนถึงประเทศไทยแล้วจึงลงมือสังหารเหยื่อทีละราย

โดยมีหลักฐานสำคัญยืนยันว่าผู้ต้องหายิงปืนใส่เรือจีนในท่าประทับเล็งจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย

คดีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยตกเป็นผู้ต้องหา การทำงานจึงต้องรอบคอบ รัดกุมและตรงไปตรงมาที่สุด!??

 

2 กรกฎาคม 2555

 

 

พล.ต.อ.ปานศิริ เผยความคืบหน้าคดีสังหารหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือขนส่งสินค้า"หยู่ซิง 8" กลางแม่น้ำโขง ออกมายจับทหาร 9 นายแล้ว ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและซ้อนเร้นทำลายศพ จากการสอบปากคำพบชายชุดดำขับเรือเร็วประกบ ก่อนขนยาเสพติดขึ้นเรือคันเกิดเหตุ พร้อมล่าตัวหนวด สมพงษ์พันธ์ ผู้ประสานงานในการก่อเหตุ ประวัติคดีอาชญากรติดตัว
       
       วันนี้(2 ก.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดียิงลูกเรือชาวจีนเสียชีวิต 13 ศพ ภายในเรือส่งสินค้าของจีนชื่อ “หยู่ซิง 8 “ กลางแม่น้ำโขง แถบ สามเหลี่ยมทองคำ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ. 5 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
       
       พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนซึ่ง ในเร็ว ๆนี้ คณะรัฐบาลจีนเดินทางมายังประเทศไทย สำหรับทีมพนักงานสอบสวนมีอัยการร่วมด้วย เนื่องจากคดีนี้ก่อเหตุทั้งในและนอกราชอาณาจักร ล่าสุดเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ทีมพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปยังแคว้นสิบสองปันนาเพื่อสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตและ ไปยังท่าเรือกวงเหล่ย และประสานกับกับทางการจีนหลังจากทางการจีนจับตัวนายหน่อคำ ชาวไทยใหญ่ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่ามีชายชุดดำ จำนวนหนึ่งนำเรือเร็วประกบเรือสินค้าจีน ก่อนขนยาขึ้นไปบนเรือ ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ทีมพนักงานสอบสวนได้สอบสวนด้วยว่าก่อนที่เรือสินค้าออกจากท่ามียาเสพติดมาก่อนหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่มีมาก่อน มีเพียงกล่องผลไม้ที่เตรียมนำมาส่งยังประเทศไทยเท่านั้น รวมถึงประวัติของลูกเรือจีนทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน รวมถึงผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากกล่องบรรจุยาเสพติดก็ไม่พบลายนิ้วมือของลูกเรือทั้งหมดด้วย
       
       พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแล้ว 109 ปากแล้ว ทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ส่วนผลการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้ครบถ้วนแล้ว มีการออกหมายจับทหารจำนวน 9 นาย ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและซ้อนเร้นทำลายศพ
       
       เมื่อถามว่า ในคดีนี้ได้ออกหมายจับนายหน่อคำด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า ยังไม่มีการออกหมายจับนายหน่อคำแต่อย่างใด แต่จากการสืบสวนทราบว่า ชายชุดดำทั้งหมดเป็นลูกน้องของนายหน่อคำ ที่ก่อเหตุโดยการนำเรือเร็วพร้อมยาเสพติดมาเทียบกับเรือสินค้าบริเวณแม่น้ำโขง ย่านสามเหลี่ยมเหลี่ยมทองคำ ก่อนเข้าประเทศไทยประมาณ 10 กิโลเมตร และจุดประสงค์ของการนำยาเสพติดขึ้นเรือดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยด้วย ซึ่งรายละเอียดไม่สามารถบอกได้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต่อไป
       
       อย่างไรก็ตามการเดินทางไปประเทศจีนที่ผ่านมา ยังไม่มีการสอบปากคำนายหน่อคำ แต่การสืบสวนพบว่ามีพลเรือนไทย1 ราย คือ นายโอฬาร หรือ จำรัสหรือหนวด สมพงษ์พันธ์ เป็นตัวประสานงานในการก่อเหตุ มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และมีคดีร่วมกันฆ่า นายสันติ ชัยวิรัตนะ อดีต รมช.มหาดไทย และส.ส.ชัยภูมิ ถูกยิงเสียชีวิตที่ จ. เชียงราย หลายปีมาแล้ว ซึ่งนายโอฬารได้หลบหนีหมายจับไปกบดานกับชาวว้า ซึ่งศาลออกหมายจับนายโอฬารแล้วอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมต่อไป
       
       เหตุการณ์ฆ่าหมู่ลูกเรือสินค้าแม่น้ำโขงสัญชาติจีน 2 ลำ และฆ่าหมู่ลูกเรือรวม 13 ศพ บริเวณสามเหลี่ยมทองติดกับ จ.เชียงราย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมามีศพบางส่วนลอยมาติดริมฝั่งไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงแสน และเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว และแต่ละศพถูกมัดมือไขว้หลัง - จ่อยิงในระยะเผาขนก่อนถูกโยนทิ้งน้ำ สภาพดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่ง เพราะอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแถบนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงมากเท่านี้มาก่อน โดยเฉพาะความรุนแรงต่อชาวจีนซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจในย่านนี้ และเรื่องราวยิ่งลึกลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อพบว่าบนเรือสินค้าจีนที่มีการฆาตกรรมพบยาบ้าซุกซ่อนในกระสอบฟางและกล่องกระดาษรวมกันกว่า 920,000 เม็ด แต่ทางรัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจเพราะได้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งคลี่คลายคดี
       
       เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 5 ต.ค.พ.ต.ท.อัศเรศ เหลืองสนิท สารวัตรเวร สภ.เชียงแสน ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตบนเรือสินค้าจีน ซึ่งจอดเทียบริมฝั่งไทยริมถนนสายเชียงแสน-สบรวก บ้านสบรวกเมื่อไปตรวจสอบพบเรือสินค้าจีน 2 ลำคือเรือ Hua Ping บรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือ Yu Xing 8 Hao บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง และที่ห้องบังคับเรือ Yu Xing 8 Hao พบศพชายไม่ทราบชื่ออายุ 30 ปี นอนกอดอาวุธปืนเล็กกล สภาพถูกยิงที่ศีรษะ หน้าอกและสะโพก เมื่อตรวจค้นบนเรือ Hua Ping พบกระสอบจำนวน 3 ใบภายในมียาบ้าจำนวน 520,000 เม็ด และเรือ Yu Xing 8 Hao พบกล่องต้องสงสัยจำนวน 1 กล่องภายในมียาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 920,000 เม็ด
       
       ก่อนที่เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายจะเข้าตรวจสอบมีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนเหนือสามเหลี่ยมทองคำเข้าไปทางประเทศแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า และต่อมาพบเรือทั้งสองลำแล่นมาตามแม่น้ำโขงเข้าสู่น่านน้ำไทยโดยมีกองกำลังติดอาวุธบนเรือพร้อมเรือเร็วอีก 4 ลำมีกองกำลังประมาณ 9-10 คนตามขนาบมา ช่วงที่เรือเข้าเทียบริมฝั่งที่บ้านสบรวกกองกำลังผาเมืองซึ่งเป็นกองกำลังของประเทศไทยที่ดูแลพรมแดนบริเวณดังกล่าว ได้ปิดถนนบริเวณดังกล่าวพร้อมติดตั้งอาวุธและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะหลบหนีออกจากเขตน่านน้ำไทยพร้อมเรือเร็ว เหลือไว้เพียงเรือและหลักฐานยาบ้าเกือบล้านเม็ดและศพชายลึกลับพร้อมอาวุธปืนดังกล่าว
       
       เช้าอีกวันกองกำลังผาเมืองซึ่งประกอบไปด้วยทหารม้า ฉก.ม.3 ฉก.ทหารพราน 31 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ทหารเรือ ฯลฯ นำโดย พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง (ขณะนั้น) ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์รุนแรงได้เกิดขึ้นนอกน่านน้ำไทยและเรือได้เข้าเทียบฝั่งไทยเมื่อเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปตรวจสอบเรือก็พบกับศพและยาบ้าดังกล่าว
       
       อย่างไรก็ตามหลังวันแถลงก็มีเหตุการณ์น่าสยองตามมา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ศพของนายฮวงหย่ง อายุ 41 ปี กัปตันเรือ Hua Ping ได้ลอยไปติดอยู่ที่ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 1 ในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน ห่างจากจุดพบเรือประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพถูกสวมกุญแจมือด้านหน้าและถูกยิงที่ศีรษะและลำตัวด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด
       
       นอกจากนี้ ยังมีลูกเรือคนอื่นๆ ลอยไปติดตามริมฝั่งทั้งฝั่งไทยและเกาะกลางแม่น้ำโขงโดยวันที่ 7 ต.ค.คือนายหย่าง เจ๋อเหว่ย ห่างจากเรือ 6.44 กิโลเมตร วันที่ 8 ต.ค.ประกอบด้วยนายหวัง เจี้ยนจุง ห่างจากเรือ 150 เมตร นายหยัง ยิ่ง ตง ห่างจากเรือ 1.79 กิโลเมตร นางหลีเยี่ยน ห่างจากเรือ 2.23 กิโลเมตร นายจิว จา ไห่ ห่างจากเรือ 6.17 กิโลเมตร นายเฉิน เหยียนเชิง ห่างจากเรือ 2.1 กิโลเมตร นายหวัง กุ๊ย เชา ห่างจากเรือ 2.23 กิโลเมตร นายไช่ ฟังหัว ห่างจากเรือ 2.73 กิโลเมตร นายเหวิน ต่ายหง ห่างจากเรือ 2.85 กิโลเมตร นางเฉิน โก หยิน ห่างจากเรือ 4.49 กิโลเมตร และวันที่ 11 ต.ค.พบศพสุดท้ายคือนายเจือ ซีห่าง ห่างจากเรือ 1.96 กิโลเมตร สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนทั่วไปและเรือสินค้าจีนที่ไม่กล้าออกจากฝั่งอีกต่อไป โดยคงค้างอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสน 26 ลำ และรัฐบาลจีนเริ่มเรียกร้องให้คลี่คลายเรื่องราวทั้งหมด
       
       ทำให้รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.(ปป.3) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผช.ตร.พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร.ฯลฯ ลงไปคลี่คลายคดีโดยตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ลงพื้นที่คลี่คลายคดี โดยทางการจีนได้ให้สถานฑูตจีนประจำประเทศไทยไปดูคดีอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือรัฐบาลไทยในการจัดส่งเจ้าหน้าที่จากจีนไปร่วมในขั้นตอนต่างๆ โดยตรงทั้งการชันสูตรพลิกศพด้วยทีมแพทย์หลายสิบคนจากหลายโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ฯลฯ จนท่าทีของทางการจีนเริ่มพอใจ
       
       กระทั่งวันที่ 28 ต.ค.55 หลังการสืบสวนได้ข้อมูลไปได้ระดับหนึ่งก็ได้มี พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง จนท.ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง ,ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวณไกล กองกำลังผาเมือง และทหารชั้นประทวนซึ่งเป็นลูกชุดประกอบด้วย จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น ส.อ.คณิศร ศุขจักร ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง ส.อ.ปัจจะ คำผัด ส.อ.เพิด จันทะ และ ส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนของคณะกรรมการดังกล่าว พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นศพ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีโดยยึดตามกฎหมาย ป.วิ อาญา มาตรา 20 ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดนอกราชอาณาจักรไทยแต่มาพบผลในพื้นที่ประเทศไทย
       
       ช่วง 1-2 เดือนหลังเกิดเหตุ คดีเดินหน้า มีการเรียกสอบบุคคลทั้งคนไทยและต่างประเทศกว่า 100 ปาก รวมทั้งสืบหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม พบว่าภาคการเมืองได้เดินทางไปดูคดีนี้อย่างถี่ยิบ ไล่ตั้งแต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ จนถูกมองว่าคดีนี้ฝ่ายการเมืองต้องการเร่งรัดคดี
       
       อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันทหารหรือกองทัพแต่เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ไม่ว่าความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรรัฐบาลช่วงการตรวจสอบรัฐบาลจีนได้เรียกเรือแม่น้ำโขงสัญชาติจีนทั้งหมดกลับประเทศเมื่อวันที่ 14 ต.ค.โดยส่งกำลังตำรวจพร้อมอาวุธเข้าสู่น่านน้ำใกล้ท่าเรือและที่ว่าการ อ.เชียงแสน และทำการคุ้มกันคาราวานเรือสินค้า 26 ลำกลับท่าเรือกวนเหล่ย มณฑลหยุนหนัน อันเป็นเมืองท่าหน้าด่านของจีนติดกับแขวงไชยบุรี สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 264 กิโลเมตร
       
       และต่อมา “จายหน่อคำ” ที่ถูกระบุว่า เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จับกุมได้ ก่อนที่ สป.จีนจะส่งเครื่องบินมารับตัวไปสอบสวนที่ประเทศจีนในเวลาต่อมา ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า “จายหน่อคำ” ได้ให้การซัดทอดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย โดยหลายคนเป็นเจ้าหน้าที่ของไทยที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ช่วงที่เกิดเหตุด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 14:11 น.  ข่าวสดออนไลน์


อธิบดีกรมควบคุมยาเสพติดจีนพบ "เพรียวพันธ์" - ขอบคุณคลี่คลายคดีฆ่าลูกเรือ

วันที่ 23 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายหลิว  เย้จิน  อธิบดีกรมควบคุมยาเสพติด กระทรวงความมั่นคงภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ด้านนิติวิทยาศาสตร์ จำนวน 15 นาย เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  ดามาพงศ์  ผบ.ตร. เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนไทยคดียิงลูกเรือจีนเสียชีวิตที่น่านน้ำโขง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการสอบสวนและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง  โดยใช้เวลาการประชุม 3 ชั่วโมง ระหว่างที่ประชุม นายหลิว  ได้ขอบคุณตำรวจไทยและพอใจในการคลี่คลายคดีนี้ และคดีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานความร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยนายหลิวได้ชวนให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เดินทางไปสอบปากคำนายหน่อคำที่ประเทศจีนด้วยตนเอง

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก ทางการจีนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและมอบสำนวนการสอบสวนจำนวน 400 หน้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทย หลังจากที่ทีมสืบสวนสอบสวนของจีนได้สอบปากคำนายหน่อคำแล้ว   ทั้งนี้ ทางการจีนได้ให้ข้อมูลว่า นายหน่อคำได้รับสารภาพและระบุได้สั่งการให้นายบองเมีย ลูกน้องรายหนึ่งเป็นคนลงมือปฏบัติการ และทางการจีนเตรียมเดินทางไปรับตัวจาก กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า หลังจากนี้ เชื่อว่าจะมีข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติมถึงกระบวนการและสาเหตุการลงมือครั้งนี้

ด้านพล.ต.ท.จรัมพร กล่าวถึงพยานหลักฐานที่เก็บจากที่เกิดเหตุ ทางตำรวจไทยได้รวบรวมไว้หมดแล้ว ทั้งหัวกระสุนปืนและปลอกของปืนกว่า 10 กระบอก 10 ประเภท  เราสามารถนำมาประกอบใช้ในการกล่าวหาผู้กระทำผิดได้  การตรวจวิถีกระสุน ดีเอนเอก็ได้ทำไว้ครบถ้วนแล้ว  แต่อาจจะมีบางอย่างที่จะได้เพิ่มเติมจากทางการจีนซึ่งจะเป็นการร่วมมือกันสืบสวนสอบสวนต่อไป  ตอนนี้ได้รวบรวมหลักหลักฐานต่างๆ ไว้มากที่สุดที่เราจะทำได้ หลังจากนี้จะศึกษาสำนวนจากทางการจีนที่มอบให้กับตำรวจไทย และจากนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะส่งพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและนายหน่อคำ โดยจะส่งไปอย่างรวดเร็วที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่า การส่งพนักงานสอบสวนไปปากคำเพิ่มเติมจากนายหนอคำนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะเป็นผู้สั่งการว่าจะมอบใครเป็นผู้แทน อีกทั้งจะต้องให้ทางอัยการสูงสุดรับทราบและเดินทางไปด้วยอย่างน้อย 2 ท่าน เพราะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว คือ อัยการสูงสุด ทั้งนี้ คาดว่าฝ่ายพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปเพื่อสอบปากคำก่อนวันที่ 31 ก.ค. เพื่อเร่งสรุปผลความคืบหน้าต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ข่าวสด  

"หน่อคำ"รับสิ้น-ยัดยาบนเรือจีน

จากกรณีคนร้ายสังหารพ่อค้าเรือสินค้าจีน 13 ศพ จับมัดมือมัดเท้าปิดปากโยนศพลงลำน้ำโขง เบื้องต้นสอบพบว่าทหารไทย 9 นาย สังกัดกองกำลังผาเมือง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงดังกล่าว บริเวณลำน้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และพบยาบ้าบนเรือประมาณ 9 แสนกว่าเม็ด ทำให้ประเทศจีนไม่พอใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ไทย ต่อมาเจ้าหน้าที่ลาวจับกุมนายหน่อคำ ผู้ต้องหาคนสำคัญเกี่ยวกับยาเสพติดและถูกระบุว่าเป็นผู้บงการและชี้เป้าหมายให้กับทหารไทยว่าเรือจีนขนยาเสพติด ทั้งนี้ หลังจากจับกุม นายหน่อคำถูกส่งตัวไปจีน และตำรวจไทยขอหมายจับนายจำรัส หรือ"ลุงหนวด"สมพงษ์พรรณ อายุ 60 ปี หรือชื่อเดิมนายโอฬาร ผ้าเจริญ ข้อหาร่วมกันก่อเหตุให้ ผู้อื่นกระทำความผิด ขณะที่จีนพอใจการทำคดีของฝ่ายไทยในระดับหนึ่ง จึงยอมส่งเรือสินค้ามาไทย ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ส.ค. พนักงานสอบสวนของไทยเดินทางไปสอบปากคำนายหน่อคำที่จีน เพื่อหาข้อมูลประกอบสำนวน ซึ่งจากการสอบปากคำนายหน่อคำระบุว่ายาเสพติดที่พบบนเรือสินค้าจีนในครั้งนั้นเป็นการนำไป "วาง" หรือไปยัดของเอาไว้บนเรือสินค้าจีน พ่อค้าจีนไม่ได้ขนยาเสพติดแต่อย่างใด โดยหลังจากสังหารพ่อค้าเรือจีน 13 ศพแล้ว กลุ่มคนที่นำยาเสพติดไปยัดไว้บนเรือจีน คือลูกน้องนายจำรัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายหน่อคำแล้วก็ได้รายงานให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 ทราบ โดยทางพนักงานสอบสวนระบุว่า สำนวนการบันทึกจับกุมครั้งแรกที่เรือจีนถูกยิงและพบศพนั้น ทหารไทยบันทึกจับกุมว่าเรือสินค้าจีนลำเลียงขนยาเสพติด มียาเสพติดไว้ในความครอบครอง ล่าสุด เมื่อนายหน่อคำให้การใหม่ สำนวนหรือบันทึกจับกุมครั้งแรกต้องตกไป รวมทั้งเปลี่ยนสำนวนและทำข้อกล่าวหาใหม่เพิ่มเติม โดยคดีดังกล่าวผู้ต้องหาคนสำคัญ คือนายจำรัส หรือชื่อเดิมนายโอฬาร ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งทางการไทยจะเดินเรื่องยึดทรัพย์สินของนายจำรัสและติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 


รายงานข่าวแจ้งว่า CCTV News ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีนายหน่อคำ อายุ 44 ปี หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขง ซึ่งถูกทางการจีน-สปป.ลาวจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 55 ที่ผ่านมาในเขตแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว หลังเกิดเหตุฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 54 ที่ผ่านมา พร้อมกับนำเสนอผ่าน http://english.cntv.cn/program/newsupdate/20120917/102372.shtml ด้วย

 


CCTV News ได้เปิดเผยภาพนายหน่อคำถูกควบคุมตัวด้วยโซ่ตรวน กางเกงสีน้ำเงิน เสื้อสีเทา และเสื้อนอกสีเหลือง เดินเข้าห้องสอบสวนด้วยผ้าคลุมหัว ก่อนจะรายงานว่านายหน่อคำถูกสอบสวนอยู่ที่เมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน ประเทศจีน โดยศาลประชาชนกลางของจีนได้เริ่มกระบวนการฟ้องร้องต่อนายหน่อคำ และอีก 6 คนที่ถูกกล่าวหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน

CCTV News ระบุว่า ท่าทางที่ดูไร้เดียงสาของนายหน่อคำขัดแย้งกับการกระทำที่โหดร้าย ซึ่งได้สารภาพต่อการกระทำเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ นายหน่อคำให้ปากคำเป็นภาษาไทใหญ่ ซึ่งคนไทยสามารถเข้าใจได้ว่า “ผมชื่อหน่อคำจากประเทศพม่า อายุ 44 ปี ถูกจับกุม เพราะผมวางแผนและฆ่าลูกเรือจีน 13 คน ในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2554”

CCTV News ระบุอีกว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2554 มีการใช้อาวุธยิงอย่างหนักในแม่น้ำโขงจนทำให้ลูกเรือจีน 13 คนเสียชีวิต จากนั้นมีการนำศพทิ้งแม่น้ำโขง แต่ข่าวการฆาตกรรมได้ถูกกระจายข้ามประเทศไปอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดความร่วมมือในการร่วมกันปราบปรามของตำรวจจีน ลาว พม่า และไทย กระทั่งทำให้นายหน่อคำและพวกถูกจับ

ทาง CCTV News ยังได้ตั้งเป็นโจทย์ก่อนการรายงานคำสารภาพของนายหน่อคำอีกว่า “คำถามที่เหลือคือทำไมหัวหน้าแก๊งค้ายาจึงเลือกทำกับลูกเรือจีน?”

ซึ่งหน่อคำสารภาพกับตำรวจคุนหมิงว่า ทำไปเพราะเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2554 เรือสองลำนี้บรรทุกทหารพม่าไปโจมตีฐานทัพของพวกเขา จึงต้องการแก้แค้น และเขามีสมาชิก 40 คนในทีม ทุกคนมีทีมของตนเอง

เมื่อตำรวจถามว่า “อาวุธชนิดไหนที่คุณมี” หน่อคำระบุว่า “ส่วนใหญ่เป็นปืนแมกกะซีน เอ็ม 16 และปืนพก”

หน่อคำยอมรับสารภาพว่า ได้วางแผนและทำการฆาตกรรมหมู่โดยสมาชิก 5 คน จากนั้นพวกเขายังป้ายความผิดให้ทหารไทย ซึ่งคิดว่าเรือจีนดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด ซึ่งสิ่งนั้นจะช่วยปิดร่องรอยฆาตกรได้

CCTV News รายงานต่อด้วยว่า ในปัจจุบันคาดว่ามีฆาตกรกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคำ ประกอบไปด้วยฆาตกรรมรุนแรงหลากหลาย ทั้งฆาตกรรมหมู่ ค้ายาเสพติด ปล้น แบ็กเมล์ และเรียกเงินค่าคุ้มครองในแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวการสารภาพของนายหน่อคำไปแล้ว ทาง CCTV News ยังมีการนำเสนอในรูปแบบรายงานหรือสกู๊ปเกี่ยวกับชีวิตของนายหน่อคำ โดยมีเนื้อหาเล่าตั้งแต่ประวัติความเป็นมา การเคลื่อนไหวในแม่น้ำโขง จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดีอย่างละเอียดด้วย

สำหรับเรือสินค้าจีนที่ถูกปล้นและฆ่า 13 ศพดังกล่าวมีอยู่ 2 ลำ คือเรือบรรทุกกระเทียมและแอปเปิล Hua Ping และเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Yu Xing 8 Hao ที่แล่นตามกันมาจากประเทศจีน กระทั่งถึงบริเวณบ้านสมพูห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประมาณ 25 กิโลเมตรติดฝั่งประเทศพม่า ได้ถูกฆาตกรรม จากนั้นเรือถูกลอยลำไปติดฝั่งบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองของไทยเข้าควบคุมเรือและตรวจสอบพบศพและอาวุธปืนเล็กกลเอสเค 47 จำนวน 1 กระบอก ยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำรวมกว่า 920,000 เม็ด

แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางการไทยถูกประเทศจีนกดดันให้เร่งตรวจสอบดำเนินคดีอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้ทางการไทยได้ดำเนินคดีต่อทหารไทยจำนวน 9 นายในข้อหาฆ่าผู้อื่นและปิดบังซ่อนเร้นศพ และไทย จีน พม่า ลาวได้มีการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันแม่น้ำโขง โดยไทยตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.) มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ ภ.5 และ ศปปข.ส่วนหน้าที่ท่าเรือเชียงแสนด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

จากกรณีฆาตกรรมฆ่าหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 54 วันนี้ (20 ก.ย.) นายหน่อคำ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขง ซึ่งถูกทางการจีน-สปป.ลาวจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 55 ที่ผ่านมาในเขตแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และส่งต่อให้ทางการจีน ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลประชาชนกลางของจีน ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน

การพิจารณาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 9.00น. โดยผู้เข้าร่วมการพิจารณามีเจ้าหน้าที่อัยการจีน 7 นาย ตัวแทน ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว 10 คน รวมถึงทนายและล่ามของฝ่ายนายหน่อคำเข้าร่วมด้วยอีก 6 คน หลังจากศาลประกาศเริ่มการพิจารณานายหน่อคำและผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 6 คนได้ถูกควบคุมตัวเข้ามายังห้องพิจารณาคดี ซึ่งนายหน่อคำให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทว่าทางฝั่งอัยการได้อ่านคำฟ้อง

คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 54 ภายใต้การวางแผนของนายหน่อคำ และการสั่งการของรองหัวหน้ากลุ่มคนที่หนึ่ง (桑康) นายอ่องเมียด (翁蔑; ทางการจีนแยกพิจารณาคดี) ได้นำผู้ต้องหาคนอื่นๆ ขึ้นเรือเร็ว และบุกขึ้นไปปล้นเรือ "ยู่ซิง 8" และ "หวาผิง" ก่อนที่จะควบคุมตัวลูกเรือเอาไว้ พร้อมกันนั้นได้เตรียมที่จะทิ้งยาเสพติดเอาไว้บนเรือ ก่อนที่อ่องเมียดจะแจ้งให้ผู้ต้องหาคนอื่นๆ ดำเนินการปล้นทรัพย์สินในเรือ โดยเมื่อเรือทั้งสองลำแล่นเข้าสู่น่านน้ำของไทย อ่องเมียดและผู้ต้องหาอีก 2 คน ก็ลั่นไกสังหารลูกเรือชาวจีนทั้ง 13 คน จากนั้นด้วยการนัดหมายกับรองหัวหน้ากลุ่มคนที่สอง (Yilai; 依莱) และผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งซึ่งรออยู่บนฝั่ง พร้อมกับกลุ่มทหารไทยนอกรีตได้ยิงอาวุธเข้าใส่ลำเรือ ก่อนที่จะบุกขึ้นบนเรือและทิ้งศพของลูกเรือชาวจีนลงในลำน้ำโขง

นอกจากนี้ อัยการจีนยังระบุด้วยว่า ในเดือน เม.ย. 54 กลุ่มติดอาวุธของนายหน่อคำยังได้บุกปล้นเรือ “เจิ้งซิน 1” และเรือจีนอื่นๆ รวม 3 ลำ พร้อมกับควบคุมตัวลูกเรือเอาไว้ก่อนเรียกค่าไถ่จำนวน 25 ล้านบาท ภายหลังเรือสามลำและลูกเรือทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือจากทางการพม่า โดยยืนยันว่าหน่อคำและพวกทั้งห้ามีความผิดในฐานะ ฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจึงสมควรได้รับการลงโทษ

ในชั้นศาล นายหน่อคำยอมรับว่าตนเป็นหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขงจริง แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 54

“อ่องเมียดและคนอื่นๆ เป็นผู้ฆ่าลูกเรือจีน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดผมทราบทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 7-8 ต.ค.” นายหน่อคำระบุในชั้นศาล

อย่างไรก็ตาม ต่อมารองหัวหน้ากลุ่มคนที่หนึ่ง (桑康) ให้การยืนยันว่านายหน่อคำเป็นต้นคิดและวางแผนในการฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพจริง

"เรือจีนไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ทั้งยังเกณฑ์ทหารพม่ามาล้อมปรามพวกเรา ทำให้กลุ่มของเราได้รับความเสียหายหนัก หน่อคำจึงต้องการล้างแค้นลูกเรือจีน ก่อนลงมือหน่อคำสั่งให้พวกเราจับกุมสังหารลูกเรือจีน โดยในปฏิบัติการอ่องเมียดรับหน้าที่ปล้นเรือ Yilai (รองหัวหน้ากลุ่มคนที่สอง) รับหน้าที่รวบรวมข่าวสารและติดต่อกับทหารไทย"

ช่วงบ่าย นาย Yilai ให้การต่อศาลเป็นคนสุดท้ายโดยรับสารภาพว่านายหน่อคำเป็นคนสั่งให้ตนและพวกฆ่าลูกเรือจีน "ทุกอย่างในกลุ่มของเราต้องให้เขา(หน่อคำ)เห็นชอบจึงจะลงมือทำได้" เขากล่าว อีกทั้งยังให้การด้วยว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 54 นายหน่อคำสั่งให้ตนคอยจับตาดูเรือดังกล่าว โดยตนและพวกเป็นคนกำหนดตำแหน่งในการลงมือ จากนั้นวันที่ 3 ต.ค. 54 กองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขงได้เจรจาติดต่อกับทหารไทย ซึ่งทหารไทยตกลงร่วมมือด้วย

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะมีการพิจารณาทั้งสิ้น 3 วัน โดยก่อนหน้านี้นายหน่อคำให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อจีนว่าเป็นผู้สั่งการปฏิบัติการปล้นและสังหารโหดดังกล่าวเอง ก่อนที่จะมากลับคำในชั้นศาลวันนี้

 

ข่าวสด

 

 

"หน่อคำ"พลิกลิ้น-ซัดทหารไทยฆ่าเรือจีน

"ปานศิริ" นำทีมตร. ขึ้นให้การ แจง"ศาล" ที่คุนหมิง


มึน! "หน่อคำ" เจ้าพ่อยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ กลับคำรับสารภาพในชั้นศาลจีน ยืนยันไม่มีส่วนวางแผนหรือส่งลูกสมุนไปสังหารโหด "ลูกเรือสินค้าจีน 13 ศพ" เมื่อปลายปีก่อน โบ้ยฝีมือทหารไทยฆ่าล้วนๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยอมรับกับตร.จีนเองว่าเป็นคนบงการ ด้าน "ปานศิริ ประภาวัต" รองผบ.ตร. นำทีมไปร่วมฟังการพิจารณาและเบิกความในฐานะพยานถึงศาลเมืองคุนหมิง

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. สำนักข่าวซินหัว ประเทศจีน รายงานว่า นายหน่อคำ ชาวพม่าวัย 43 ปี หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธและราชายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แม่น้ำโขง ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีสังหารลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือสินค้าจีน 2 ลำ เหตุเกิดบริเวณแม่น้ำโขง เขต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อเดือนต.ค.ปีก่อน ถูกทางการจีนนำตัวขึ้นศาลประชาชนกลาง เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน พร้อมผู้ต้องหาอีก 5 คนเพื่อไต่สวนในคดีฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด กรรโชกทรัพย์ ลักพาตัว และปล้นเรือ หลังจากนายหน่อคำถูกจับกุมได้ขณะหลบหนีอยู่ในประเทศลาว ต่อมาส่งตัวฐานผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีในประเทศจีน

 

วันนี้ (24 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยหลังจากเดินทางไปเบิกความต่อศาลคุนหมิง มณฑลยูนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ในคดีสังหารลูกเรือชาวจีน 13 ศพบริเวณแม่น้ำโขงเมื่อปีที่แล้วว่า ได้ให้ปากคำต่อศาลในรายละเอียดของพยานหลักฐานต่างๆ และการดำเนินการสอบสวนของไทย โดยในวันดังกล่าวมีญาติเหยื่อมาร่วมฟังการพิพากษาด้วย พร้อมกับผู้ถูกกล่าวหา7 คน มีผู้เยาว์ 16 ปี 1 คนที่แยกไปศาลเด็ก ส่วนศาลผู้ใหญ่มี 7 ราย มี นายหน่อคำ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม นอกนั้นเป็นลูกน้องทั้งชาวไทยใหญ่ พม่า ลาว และชาวไทย 1 ราย เพิ่งแปลงสัญชาติเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา

 

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพถึงหน้าที่ของแต่ละคน สำหรับนายหน่อคำ ยอมรับว่าวางแผนก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้มีหน้าที่ยิงลูกเรือ และร้องขอให้ศาลลงโทษสถานเบา โดยญาติผู้เสียหายได้แถลงต่อศาลขอให้ประหารชีวิตจำเลย บางส่วนขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 30 ล้านบาท ซึ่งหน่อคำยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่จำเลยรายอื่น ไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหาย

พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ทางการไทยเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับนายหน่อคำ ในข้อหาฆ่าคนตาย,มียาเสพติดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้พยานหลักฐานที่ทางการไทยรวมรวมได้ เป็นชุดเดียวกับที่เสนอทางการจีน โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่านายหน่อคำนำยาเสพติดขึ้นเรือทั้ง 2ลำของจีนและบังคับให้ลูกเรือจีนขับเรือมาบริเวณฝั่งไทยโดยคำรับสารภาพบางส่วนให้การพาดพิงว่า ได้ประสานงานกับทหารไทยผ่านนายหน้าคนหนึ่ง ทางการจีนร้องขอให้ทางการไทยดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา.

 

 

อัยการยื่นศาลเชียงรายไต่สวน13ศพลูกเรือจีน-ที่ถูกยิงตายในแม่น้ำโขง-สอบพยาน2ต.ค.55

จากกรณีศาลจังหวัดเชียงรายนัดพยานที่เกี่ยวข้องไต่สวนการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของ13 ศพลูกเรือจีน ที่ถูกนายหน่อคำและกองกำลังติดอาวุธที่มีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้องยิงเสียชีวิตในแม่น้ำโขงเมื่อเดือนต.ค.2554ที่ผ่านมา โดยนัดไต่สวนระหว่างวันที่ 2-5 ต.ค. เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าผู้ตายคือใคร สาเหตุการตายเป็นอย่างไร เนื่องจากการตายอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนำมาประกอบกระบวนการคดีอาญาให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเจ้าพนักงานที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามที่เสนอไปนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 28 ก.ย. นายไพรัช ตั้งศรีไพโรจน์ รองอัยการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า ทางอัยการจะมีการนำข้อมูลที่ตรวจสอบหลังจากที่พนักงานสอบสวนนำไปส่งมอบให้พร้อมพยานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการไต่สวนตามกระบวนการของศาลโดยการไต่สวนจะอยู่ในกรอบที่เกี่ยวข้องกับศพผู้ตายเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนทหารทั้ง 9 นาย เช่น ที่มาที่ไปของศพ สาเหตุของการตาย วัน เวลาการตาย และอื่นๆ ส่วนญาติผู้ตายนั้นตามปกติทางศาลจะมีคำร้องไปให้ว่าจะเข้าไปร่วมการไต่สวนหรือไม่ แต่กรณีนี้เนื่องจากญาติผู้ตายอยู่ในประเทศจีน ทางศาลคงจะใช้วิธีติดประกาศที่หน้าศาลแทน ในชั้นนี้ยังไม่อาจก้าวล่วงจนสามารถกล่าวหาว่าใครถูกใครผิด เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน โดยชั้นการไต่สวนครั้งนี้จะมุ่งไปที่เรื่องของผู้ตายอย่างเดียว จากนั้นหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพนี้แล้วก็จะรอศาลนัดฟังผล และนำข้อมูลไปประกอบการสอบสวน ซึ่งปัจจุบันคืบหน้าไปมากพอสมควร แต่ยังรอหลักฐานจากประเทศจีนมาประกอบอีกบางส่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปัจจุบันเรือสินค้าจีนที่ประสบเหตุทั้ง 2 ลำยังคงจอดอยู่ที่ข้างท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ต.เวียงเชียงแสน อ.เชียงแสน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.) คอยดูแลรักษา โดยมีการจัดกำลังร่วมตำรวจน้ำ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย และตำรวจภูธร ดูแลคุมเข้มความปลอดภัยในแม่น้ำโขงในเขตน่านน้ำไทยอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม พบว่าการแล่นเรือสินค้าจีนไปมายังคงซบเซา โดยมีเพียงเรือสินค้าลาวที่หันมาเดินเรืออย่างคึกคัก แตกต่างจากฤดูน้ำหลากของปีก่อนๆ ที่มีการโหมขนส่งสินค้ากันอย่างคึกคักเพราะการคมนาคมสะดวก


 

จากกรณีศาลจังหวัดเชียงรายนัดพยานที่เกี่ยวข้องไต่สวนกรณีการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของ 13 ศพ ลูกเรือจีน ที่ถูกนายหน่อคำและกองกำลังติดอาวุธที่มีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ยิงเสียชีวิตในแม่น้ำโขงเมื่อเดือนต.ค.2554 ระหว่างวันที่ 2-5 ต.ค.นี้ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าผู้ตายคือใคร สาเหตุการตายเป็นอย่างไร เนื่องจากการตายอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนำมาประกอบกระบวนการคดีอาญา ให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเจ้าพนักงานที่ตกเป็นผู้ต้องหา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ต.ค.55  ที่ศาลจังหวัดเชียงราย นายสมคิด ใจกระเสน ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย ขึ้นนั่งบัลลังก์ที่ 4 ไต่สวนคำร้อง โดยมีพนักงานอัยการประจำจังหวัดเชียงราย เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอชันสูตรพลิกศพนายหยาง เต๋อยี่ กับพรรคพวกรวม 13 คน ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2554 มีการใช้อาวุธยิงเรือสัญชาติจีน 2 ลำ ชื่อเรือ หัว ปิง บรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือยู ซิง 8 ฮาว ซึ่งบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ในแม่น้ำโขง จนทำให้ลูกเรือจีนทั้ง 13 คนเสียชีวิต จากนั้นนำศพทิ้งแม่น้ำโขง บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสามปู ประเทศพม่า ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ประเทศไทย ประมาณ 20 กิโลเมตร เนื่องจากการตายอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนำมาประกอบกระบวนการคดีอาญา ให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเจ้าพนักงานที่ตกเป็นผู้ต้องหา

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการนัดสืบพยานในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ศาลได้นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และพยานชาวประมงในแม่น้ำโขงที่เห็นเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการยิงกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิต โดยในครั้งแรกได้สอบถึงการชันสูตรพลิกศพว่า การเสียชีวิตเกิดขึ้นอย่างไร ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ใด ก่อนที่จะไต่สวนถึงเหตุการณ์ในด้านอื่นๆ ในวันต่อไป จนเสร็จสิ้นในวันศุกร์ที่ 5 ต.ค.นี้ ก่อนที่ศาลจะได้นัดฟังผลการไต่สวนดังกล่าวต่อไป

 

 

 
ศาลจังหวัดเชียงรายไต่สวน13ศพลูกเรือจีน-วันสุดท้าย

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ศาลจังหวัดเชียงราย โดยนายสมคิด ใจกระเสน ผู้พิพากษาศาล นำคณะไต่สวนชันสูตรพลิกศพกรณีคดีปล้นและยิงลูกเรือชาวจีนเสียชีวิตรวม 13 ศพเป็นวันสุดท้าย หลังจากไต่สวนมาตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนประเทศพม่า-สปป.ลาว จนถึงบ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2554 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินคดีกับทหารไทยจากกองกำลังผาเมืองจำนวน 9 นาย ว่ามีส่วนพัวพันกับคดีดังกล่าว โดยวันเดียวกันนี้ นายไพรัช ตั้งศรีไพโรจน์ รองอัยการจังหวัดเชียงรายนำเอกสารและพยานที่เกี่ยวข้องไปให้ปากคำต่อศาลอีกจำนวน 4 คน ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ไปให้ปากคำโดยตรงแทนการส่งเป็นเอกสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการไต่สวนในครั้งนี้ศาลได้ตรวจสอบข้อมูลเฉพาะศพผู้ตาย เช่น ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ตาย สาเหตุการตาย สถานที่พบศพ ฯลฯ ก่อนหน้านี้มีการสอบพยานที่เกี่ยวข้องที่ให้ข้อมูลต่อศาลตั้งแต่วันแรกกว่า 20 คน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีพยานที่เป็นบุคคลที่มาจากต่างประเทศไปให้ปากคำแต่อย่างใด ทั้งที่มาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยพยานทั้งหมดเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีในประเทศไทย ทั้งนี้ ศาลจะมีการนัดให้ฟังคำสั่งศาลหลังการไต่สวนชันสูตรพลิกศพดังกล่าวอีกครั้งหลังการไต่สวนวันสุดท้าย จากนั้นจะส่งให้อัยการสูงสุดนำไปประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า หลังอัยการนำข้อมูลในคดีไปแจ้งต่อศาลให้ไต่สวนและมีพยานกว่า 20 คนไปให้ปากคำนั้น พบว่าในวันที่ 5 ต.ค.ซึ่งเป็นวันนัดสอบพยานวันสุดท้าย ปรากฏว่ามีพยานคนสำคัญ 1 รายไม่ได้เดินทางไปให้ปากคำต่อศาล โดยระบุว่าไม่สามารถเดินทางไปได้ทัน ทำให้ศาลยังไม่ได้แจ้งว่าจะมีคำสั่งเกี่ยวกับผลการไต่สวนชันสูตรพลิกศพดังกล่าวเมื่อไร ซึ่งมีรายงานว่าจะมีการแจ้งให้พยานคนดังกล่าวเดินทางไปให้ปากคำอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงจะมีคำสั่งคดีต่อไป คาดว่าหากพยานคนดังกล่าวไปให้ปากคำผลการไต่สวนจะมีความชัดเจนมากขึ้นในวันจันทร์ที่ 8 ต.ค.

สำหรับเหตุการณ์ปล้นฆ่าลูกเรือจีนดังกล่าวเกิดขึ้นติดฝั่งพม่า ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ประมาณ 25 กิโลเมตร โดยคนร้ายบุกเข้าปล้นเรือหัวปิง ซึ่งบรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือหยูชิงปาเห่า ซึ่งบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง จากนั้นเรือได้ลอยลำเข้ามาเทียบฝั่งไทยที่บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยมีทหารกองกำลังผาเมืองของไทยเข้าควบคุมเรือ พบยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำรวมกัน 920,000 เม็ด ต่อมาจึงพบศพลูกเรือทยอยลอยมาติดฝั่งแม่น้ำโขง ทำให้รัฐบาลไทยเร่งคลี่คลายคดีจนมีการดำเนินคดีกับนายทหารจากกองกำลังผาเมืองรวม 9 นาย ข้อหาฆ่าผู้อื่นและปิดบังซ่อนเร้นศพ ส่วนหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุคือ นายหน่อคำ และพวกรวม 6 คนนั้น ถูกทางการจีนและสปป.ลาวจับกุม และอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

 

 

 

เริ่มนับ 1 ขึ้นสู่กระบวนการทางศาลกันแล้วคดีสะเทือนขวัญข้ามชาติฆ่าหมู่ 13 ศพลูกเรือจีน บริเวณแม่น้ำโขง ช่วงอ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554

งานนี้โยงใยถึง ?หน่อคำ? หัวหน้าโจรสลัดและราชายาเสพติดรายใหญ่ของลุ่มน้ำโขง และมีทหารไทย 9 นายเข้าไปพัวพันด้วย

เหตุที่เกิดทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน และการค้าในภาคเหนือสะดุดไปพักใหญ่ เพราะทางการจีนไม่ให้เรือสินค้าเข้าออกเพื่อความปลอดภัย

รัฐบาลไทยต้องส่ง พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.เข้ามาดูแลคดีนี้ และสานความสัมพันธ์กับทางการจีน และแสดงความจริงจังกับการติดตามคดีนี้ โดยออกหมายจับทหารไทยที่เข้าไปพัวพันนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ

สัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนจึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับการเปิดค้าขายทางเรือ

ล่าสุดคดีนี้ขึ้นสู่การพิจารณาชั้นศาลทั้งไทยและจีนควบคู่กันไป

"หน่อคำ"ไม่รอด-ขึ้นศาลจีน

หลังเกิดคดีฆาตกรรมหมู่สุดโหดลูกเรือหัวปิง และยูซิง 8 ที่ลำน้ำโขง ทางการไทย-จีน และลาว ประสานงานกันและแลกเปลี่ยนข้อมูลกระทั่งพบว่า ?หน่อคำ? ราชายาเสพติดอยู่เบื้องหลัง โดยร่วมกับคนไทยและทหารไทยบางส่วนวางแผนเล่นงานลูกเรือทั้ง 2 ลำ

โดยหน่อคำส่งลูกน้องบุกขึ้นเรือไปจัดการพร้อมยัดยาบ้าเกือบ 1 ล้านเม็ด ก่อนให้ลอยลำเข้าเขตไทย และทหารไทยระดมยิงก่อนจับกุมในข้อหายาเสพติด

ลูกเรือทั้ง 13 ชีวิตถูกสังหารและโยนทิ้งแม่น้ำโขง ก่อนลอยขึ้นมาร้องขอความเป็นธรรม

เจ้าหน้าที่ไทย-จีนใช้เวลาไม่นานก็ได้ข้อเท็จจริง ฝ่ายไทยดำเนินคดีกับกลุ่มคนไทยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งทหาร 9 นาย นำโดย พ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง หน.ฝ่ายข่าวกรอง กองกำลังผาเมือง ในภายหลังนำลูกน้องเดินทางเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ

ส่วนทางการจีนซึ่งถือว่าเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งของโลก กดดันผ่านทางประเทศลาว หลังทราบว่าหน่อคำหนีไปกบดานในพื้นที่

ไม่ว่าหน่อคำจะยิ่งใหญ่หรือมีอิทธิพลขนาดไหน แต่ทางการลาวก็ไม่กล้าขัดใจพี่ใหญ่ของเอเชียอย่างจีนแน่นอน

หน่อคำถูกจับกุมได้พร้อมสมุนและส่งตัวให้ทางการจีน

ราชายาเสพติดให้การสารภาพและซัดทอดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามที่ตำรวจไทย-จีนสอบสวนมาตั้งแต่แรก

ทางการจีนนำตัวหน่อคำขึ้นสู่การพิจารณาชั้นศาล โดย พล.ต.อ.ปานศิริ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี นำคณะเดินทางไปร่วมสอบสวนและฟังการพิจารณาเพื่อนำข้อมูลมาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในส่วนของคนไทย

แต่เมื่อขึ้นศาลหน่อคำกลับปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับคดี 13 ศพ อ้างว่าลูกน้องทำลงไปโดยพลการ และโยนว่าทั้งหมดตายเพราะฝีมือทหารไทย!!!

กระนั้นก็ตามจากพยานหลักฐานต่างๆ แม้จำเลยจะปฏิเสธแต่เชื่อว่าหนีความผิดไม่พ้น

โดยญาติผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้ลงโทษสูงสุดคือประหารชีวิตหน่อคำกับสมุน และให้ชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

ในส่วนของไทย ศาลจ.เชียงราย เริ่มพิจารณาคดีช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีจำเลยหลักๆ 9 คน คือทหารไทย กองกำลังผาเมืองนั่นเอง

และคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกไม่น้อย กว่าจะถึงบทสรุป เพราะขั้นตอนระหว่างศาลไทยและจีนนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควร

เปิดสำนวนเบื้องหลังคดีโหด

จากบันทึกการสอบสวนและการขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีฆ่า 13 ศพ พนักงานสอบสวนสภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ให้ข้อมูลและเบื้องลึกของคดีนี้ต่อศาลอย่างละเอียด

จากสำนวนระบุว่ามีคนร้ายได้ร่วมใช้อาวุธปืนสงครามทำการฆ่า และปล้นทรัพย์ เรือสินค้าจีนชื่อเรือ ขัวผิง หรือ หัว ปิง เฮ่า หรือ ขวา ผัว เฮาส์ โดยมี นายหยง แซ่หวง เป็นกัปตัน มี นางหลี่ เยี่ยน, นายหวัง เจี้ยนจุง, นายหยาง ยิ่งตง, นายจิวจาไห่, นายไช่ ฟางหัว เป็นลูกเรือ

และเรือชื่อ ยูซิง 8 หัว หรือ ยู ชิง 8 เฮ่า หรือ ยูซิงปาเฮ่า มี นายหยาง เตอยี่ หรือ นายยัง เต ยี เป็นกัปตันเรือ มีลูกเรือจำนวน 7 คน ชื่อ นายหวัง กุ้ย เชา, นายเหวิน ต่าย หง, นายเฉิน เป่า เชิง, นายหยาง เจอ เหว่ย, นางเฉิน โก หยิง และ นายเจือ ชี หาง

จนเป็นเหตุให้ นายหยง แซ่หวง, นางหลี่ เยี่ยน, นายหวัง เจี้ยนจุง, นายหยาง ยิ่งตง นายจิวจาไห่, นายไช่ ฟางหัว, นายหยาง เตอยี่ หรือ นายยัง เต ยี, นายหวัง กุ้ย เชา, นายเหวิน ต่าย หง นายเฉิน เป่า เชิง, นายหยาง เจอ เหว่ย, นางเฉิน โก หยิง และ นายเจือ ชี หาง ถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินภายในเรือได้หายไป

เหตุเกิดที่ลำน้ำแม่น้ำโขง บริเวณบ้านสามพู ประเทศพม่า ประเทศลาว ต่อเนื่องถึงริมตลิ่งแม่น้ำโขง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. ถึงเวลาประมาณ 11.45 น.ต่อเนื่องกัน

พฤติการณ์กระทำความผิดที่เกี่ยวกับเหตุออกหมายจับ คือด้วยเมื่อ ประมาณปีพ.ศ.2550 กลุ่มกองกำลังของนายหน่อคำเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจากเจ้าของเรือและกัปตันเรือสินค้าที่ใช้เส้นทางเดินเรือตามลำแม่น้ำโขง จากท่าเรือกวนเหล่ย ประเทศจีน มายังท่าเรือเชียงแสน เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 ทหารพม่าและทหารลาวร่วมกันใช้เรือสินค้าจีนโจมตีกลุ่มกองกำลังของนายหน่อคำ ทำให้กองกำลังดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตประมาณ 4 ราย

แฉหน่อคำร่วมมือทหารไทย

ต่อมากองกำลังของนายหน่อคำได้สืบทราบว่าผู้เป็นเจ้าของเรือสินค้าจีน ชื่อเรือ ขัวผิง หรือ หัว ปิง เฮ่า หรือ ขวา ผัว เฮาส์ และ เรือ หยู ซิง ปา เฮ่า ดังกล่าว ได้ว่าจ้างทหารพม่าและทหารลาวให้มาโจมตี

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2554 นายหน่อคำและแกนนำ จึงร่วมกันวางแผนแก้แค้นพวกเรือสินค้าจีน โดยการนำยาบ้าจำนวนประมาณหนึ่งล้านเม็ดไปใส่ไว้ในเรือสินค้าจีน จากนั้นจะควบคุมกัปตันและลูกเรือให้แล่นเข้ามายังบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อให้ทหารไทยตรวจยึด ซึ่งในการนี้ นายจำรัส หรือ ลุงหนวด หรือ โน่หลัว สมพงษ์พรรณ ซึ่งเป็นแกนนำคนหนึ่งของกลุ่มกองกำลังและมีความสนิทสนมกับทหารไทย จะเป็นผู้ไปติดต่อพูดคุยกับทหารไทย ให้เป็นไปตามแผนการดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2554 นายจำรัส, นายยี่ ยี่แปง หรือ อีไร หรือหนงแหย่ และ นายหนานเจียว บุตรเขตนายยี่ ได้มาพบกับทหารไทยที่ร้านกาแฟ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พูดคุยปรึกษากันถึงแผนการดังกล่าว ซึ่งทหารไทยตกลงและเห็นด้วยกับแผนการ

ตามแผนให้กองกำลังของนายหน่อคำ โจมตีปล้นทรัพย์เรือสินค้าจีน ก่อนนำยาเสพติดซุกซ่อนไว้ที่เรือ จากนั้นบังคับเรือให้แล่นไปจอดที่ริมตลิ่งฝั่งประเทศไทย และฆ่าลูกเรือให้หมด แล้วกองกำลังให้รีบขึ้นเรือเร็วหลบหนี จากนั้นให้ทหารไทยมาตรวจค้นและพบยาเสพติดดังกล่าว เพื่อจะสร้างผลงานให้กับทหารไทย ตลอดทั้งทหารไทยจะจัดหาที่จอดเรือบริเวณท่าเรือเชียงแสนให้

วันที่ 4 ตุลาคม 2554 นายจำรัส, นายยี่ ยี่แปง หรือ อีไร หรือ หนงแหย่ และ นายหนานเจียว บุตรเขตนายยี่ ได้ขับขี่รถยนต์มาสำรวจจุดที่จะต้องบังคับนำเรือสินค้าจีนมาจอดตามแผนการตรวจสอบแล้ว แจ้งให้ นายหน่อคำ รับทราบ นายหน่อคำ ได้สั่งการให้ นายเวิงเมี่ย นำกำลังเข้าโจมตีเรือจีนและนำยาเสพติดซุกซ่อนตามแผนการ

วันที่ 5 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 07.00 น. นายเวิงเมี่ย ได้นำกำลัง ใช้เรือเร็วจำนวน 4 ลำ มีอาวุธปืนสงครามเข้าควบคุมเรือสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำ ที่บริเวณกลางลำน้ำโขงเหนือเกาะบ้านสามพู ประเทศพม่า และประเทศลาว จากนั้นใช้เชือกมัดลูกเรือทำการปล้นทรัพย์ และนำเอายาเสพติดที่กองกำลังปล้นมาได้ซุกซ่อนไว้ที่เรือทั้ง 2 ลำ รวมประมาณ 1 ล้านเม็ด

จากนั้นบังคับกัปตันและลูกเรือให้แล่นเรือเข้ามาจอดบริเวณบ้านสามพู ประเทศพม่า นายเวิงเมี่ยได้เรียกกำลังมาช่วยเสริม บังคับให้เรือสินค้าทั้ง 2 ลำแล่นมาตามลำน้ำโขง จนมาจอดที่บริเวณใต้ต้นมะเดื่อ ริมตลิ่งแม่น้ำโขง ฝั่งประเทศไทย เมื่อมาถึงทหารไทยประกอบด้วยพ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง พร้อมด้วยพวกอีก 10 นาย มารออยู่ในบริเวณนั้นก่อนแล้ว เมื่อเรือทั้งสองลำได้เข้าจอดเทียบฝั่งเรียบร้อยแล้ว ไม่นานนักก็มีเสียงปืนดังขึ้นภายในเรือ

ระบุทหารขนศพทิ้งแม่น้ำโขง

จากนั้นนายเวิงเมี่ยกับพวกก็ได้ลงเรือยนต์เร็วแล่นหลบหนีไป เมื่อเรือเร็วแล่นออกจากเรือสินค้าได้เล็กน้อย พ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง พร้อมด้วยกำลังทหารได้ใช้ปืนเอ็ม 16 และปืนกลขนาดเอ็ม 60 ระดมยิงไปที่เรือทั้งสองลำ จากนั้นกลุ่มทหารได้ลงไปที่เรือ เมื่อลงไปที่เรือแล้วยังมีเสียงปืนดัง กลุ่มทหารได้ร่วมกันนำลูกเรือซึ่งถึงแก่ความตายทิ้งลงแม่น้ำโขง

ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. ทหารกองกำลังผาเมือง และทหารเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ร่วมกันตรวจค้นเรือทั้ง 2 ลำ พบยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด นำยาบ้าดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

หลังเกิดเหตุแล้ว นายหน่อคำ นายอีไร หรือ นายยี่ ยี่แปง นายเวิงเมี่ย นายส่างคำ นายจีซีข่า นายจาโป นายจาทัวโป และ นายโหย ฮา โป ได้ถูกทางราชการจีนจับกุมไว้

นายหน่อคำ กับพวก รับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่า ปล้น และหน่วงเหนี่ยว กักขัง จริง โดยใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 เอเค 47 ปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. กระทำผิดจริง แต่ไม่ทราบว่าขณะฆ่าผู้ตายจะถึงแก่ความทั้งหมด 13 ศพหรือไม่ ไม่ได้ตรวจสอบ

ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องฉบับนี้ เพื่อขอประทานศาลได้โปรดพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหา เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ?ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถึงแก่ความตาย ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

รายชื่อผู้ต้องหาตามหมายจับ

ตอนท้ายของสำนวนแนบรายชื่อผู้ต้องหาทั้งพลเรือน และทหารประกอบด้วย

นายจำรัส หรือ หนวด สมพงศ์พรรณ, นายหน่อคำ, นายส่างคำ จ๋ามส่า หรือ นายชางคำ, นายยี่ ยี่แปง หรือ อีไร หรือ นายหนงแหย่, นายเวิงเมี่ย, นายจา ทัว ปัว, นายจา โป หรือ อิน หรือ จ่า โป กู่ และ นายจา ชี ข่า

ส่วนทหาร 9 นาย ที่เข้ามอบตัวแล้วประกอบด้วยพันตรีเชิดพงษ์ ช่วยบำรุง หัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง กองกำลังผาเมือง จ.เชียงใหม่, ร้อยโทอนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำหมวดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง, จ่าสิบเอกเฉลิมพล อินทร รองผู้บังคับตอนลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

สิบเอกอิทธิศักดิ์ นิยมถิ่น รองผู้บังคับตอนลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1, สิบเอกคณิศร ศุขจิตร์ รองผู้บังคับตอนลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1, สิบเอกชัชวาล สรรพข่าง พนักงานวิทยุ สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1

สิบเอกปัญจะ คำผัด พนักงานวิทยุโทรเลข กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1, สิบเอกเพิด จันทะมาลา พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารม้าที่ 1 และสิบเอกพันธศักดิ์ เผ่าบ้างฝาง พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหาร ม้าที่ 1

 

 

 

7 พ.ย.2555

 

จีนตัดสินประหารชีวิต"หน่อคำ" สังหารลูกเรือจีน 13 คน

ศาลเมืองคุนหมิง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ตัดสินประหารชีวิตนายหน่อคำ พ่อค้ายาเสพติดชาวพม่า และพวก 3 คน ในคดีสังหารลูกเรือจีน 13 คนในแม่น้ำโขง เมื่อเดือน ต.ค.ปีก่อน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลประชาชนเมืองคุนหมิงได้พิพากษาโทษของนายหน่อคำ  วัย 40 ปีเศษ
ซึ่งถูกทางการลาวจับกุมและเนรเทศไปจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาสังหารลูกเรือจีน 13 คน ในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เป็นจุดบรรจบของชายแดนไทย ลาว พม่า และขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งค้ายาเสพติดสำคัญ

ศาลตัดสินประหารชีวิตนายหน่อคำและพวก 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 5 ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ให้รอการลงอาญาไว้ก่อน และผู้ต้องหาคนที่ 6 ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี

ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ถูกตั้งข้อหาเจตนาฆ่า ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือ นายหน่อคำรับสารภาพผิดต่อศาลชั้นกลางเมืองคุนหมิง ระหว่างการไต่สวน 2 วัน เมื่อเดือน ก.ย. และได้แสดงความสำนึกผิดต่อเหยื่อและครอบครัว

ลูกเรือจีนทั้ง 13 คนได้โดยสารมากับเรือสินค้า 2 ลำ ทั้งหมดถูกฆ่า หลังจากเรือถูกจี้เมื่อเดือนตุลาคมโดยนายหน่อคำและพวก ซึ่งมีฐานกำลังใหญ่ในรัฐฉานของพม่า รายงานระบุว่า หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นชาวไทย ขณะที่อีก 4 รายยังไม่ทราบแน่ชัด


วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8028 ข่าวสดรายวัน


ลุยยึด500ล. แก๊ง"หน่อคำ"


"พงศพัศ" ค้น50จุด จว.เหนือ



ยึด500ล.- พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาฯป.ป.ส. นำกำลังตรวจค้นบ้านนายจำรัส สมพงษ์พรรณ หรือ"ลุงหนวด" เครือข่ายยาบ้าหน่อคำ ยึดบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินอื่นมูลค่ากว่า 500 ล้านไว้ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.

ลุยยึด 500 ล้าน เครือข่ายยาบ้า "หน่อคำ" "พงศพัศ"นำทีมตร.-ป.ป.ส.จู่โจมค้น 50 จุดทั่วจว.เหนือ ก่อนบุกบ้าน "ลุงหนวด" หัวโจกของเครือข่าย โยงคดีฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ แล้วตามยึดทรัพย์ 500 ล้าน แต่ไร้วี่แววลุงหนวด คาดไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน เช็กรอบบ้านพบติดตั้งวงจรปิดโดยทั่ว แถมมีร่องรอยเพิ่งขนย้ายเงินจากตู้เซฟ จนท.เร่งติดตามออกไล่ล่าตัว อีกชุดจับกุมยาบ้ามหึมาล้านเม็ด มูลค่านับ 100 ล้าน

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 20 พ.ย. พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และรองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ 10) นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 500 นาย จู่โจมเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มของนายหน่อคำ หัวหน้ากองกำลัง ติดอาวุธในลุ่มแม่น้ำโขง ที่ถูกศาลจีนตัดสินประหารชีวิต หลังก่อเหตุปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำ และฆ่าลูกเรือ 13 ศพ เหตุเกิดวันที่ 5 ต.ค.2554



โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.แม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน รวมทั้งสิ้น 50 จุด ซึ่งเป้าหมายหลักอยู่บ้านเลขที่ 199 บ้านเลขที่ 199/1 และบ้านเลขที่ 240 ชุมชนป่าเหมือด ติดชายแดนไทย-พม่า ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ที่มีนายจำรัส สมพงษ์พรรณ หรือโอฬาร ผ้าเจริญ หรือรู้จักกันในวงการคือ "ลุงหนวด" อายุ 60 ปี ประธานชมรมเครือข่ายชาวไตแม่สาย เป็นเจ้าของบ้าน หลังถูกออก หมายจับว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับนายหน่อคำและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่สำคัญยังเป็นที่ต้องการตัวของทางการจีน

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านกลับไม่พบนายจำรัส เบื้องต้นคาดว่าอาจไหวตัวและหลบหนีไปได้ก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบพบบริเวณรอบบ้านมีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดนับ 10 จุด พร้อมห้องควบคุมกล้อง รวมทั้งยังมีบ้านพักไม่มีเลขที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันอีกหลัง ห้องพักรับรอง ห้องจัดเลี้ยง ศาลเจ้า และค่ายมวย นอก จากนี้ ภายในบ้านยังเลี้ยงหมีควายตัวใหญ่ไว้อีกด้วย แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายอื่น พบเพียงซองใส่อาวุธปืนหลายชนิด แต่ไม่พบอาวุธ ส่วนตู้เซฟที่มีอยู่พบมีการขนย้ายเงินออกไปแล้ว คาดว่าอาจขนหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนางคำ สมนวลสวัสดิ์ อายุ 55 ปี แม่บ้านชาวพม่ามาสอบสวน

ด้านพล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า การกวาดล้างครั้งนี้เป็นการสกัดต้นทางการขนยาเสพติดไม่ ให้ขนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยพบขบวนการบางกลุ่มเชื่อมโยงกับเครือข่ายในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะนายจำรัสเป็นผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่แกะรอยติดตามตัวมานานนับปี และพบมีการค้ายาเสพติดระดับสั่งการอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งมีเครือข่ายทั้งในประเทศและชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่สำคัญยังเกี่ยวข้องกับกลุ่มของนายหน่อคำที่ถูกทางการจีนควบคุมตัวอยู่ และเชื่อมโยงคดีปล้นฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะยึดทรัพย์จากขบวนการนี้ได้ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมพล.ต.อ.วุฒิ และพล.ต.ต.วันชัย แถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 4 คดี รวมของกลางเป็นยาบ้าทั้งสิ้น 888,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยคดีแรกจับกุมนายอาหล่อง วูยือ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 หมู่ 9 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และน.ส.พวงผกา แหนคำ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ 7 ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล ทะเบียน บพ 1836 เชียงราย รถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำตาล ทะเบียน กจ 4363 เชียงราย หลังตำรวจสภ.เมืองเชียงรายดักซุ่มบริเวณโรงแรมทวินรีสอร์ต ต.ริมกก อ.เมือง เชียงราย และพบนายอาหล่องขับรถไปจอดหน้าห้องพัก จึงเข้าตรวจค้นพบของกลางในห้องพัก ก่อนนำตัวมา สอบสวนและขยายผลจับกุม น.ส.พวงผกา ที่ขับรถเข้าไปในบังกะโลตั้งอยู่ใกล้กัน

คดีที่ 2 ตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.จว.เชียงราย จับกุมนายวัฒน์ แซ่ว่าง อายุ 20 ปี ชาวม้ง อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 7 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา พร้อมของกลางยาบ้า 94,000 เม็ด บรรจุในกล่องส้ม 3 ใบ หลังนำไปฝากส่งกับรถทัวร์ที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เทศบาลนครเชียงราย ส่วนคดีที่ 3 เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.ไอยเรศ สีทา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 1 ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม นายศราวุธ สุนันตะกูล อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ 7 ต.กลางดง นายพายัพ กันทะวงค์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 5 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม พร้อมยาบ้า 4,000 เม็ด ขณะทั้งหมดนั่งรถทัวร์โดยสารที่สถานีขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่เมื่อตรวจค้นในกระเป๋าที่ฝากไว้ใต้ท้องรถพบยาบ้าดังกล่าว

สำหรับคดีที่ 4 ตำรวจ สภ.ป่าแดด ตรวจยึดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บร 5385 เชียงราย พร้อมยาบ้า 690,000 เม็ด ซึ่งบรรจุในกระสอบวางไว้กระบะหลังรถหลังคน ร้ายขับผ่านจุดตรวจแม่ลอยไร่-ป่าแดด ต.ป่าแดด แต่เมื่อเห็นด่านตรวจกลับจอดรถและคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี วิ่งหลบหนีไป ก่อนยึดยาบ้าทั้งหมดไว้ได้

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า แนวทางการปราบปรามยาเสพติดในปัจจุบันต้องมีการสกัดกั้นและตรวจค้นอย่างเข้มงวดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าถึงพื้นที่ชั้นในของประเทศ หรือไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ ต้องตรวจค้นกันหนักอีก ซึ่งจะดำเนินการให้ เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง

ผบ.ตร.ลุยเอง-ยึดทรัพย์แก๊งหน่อคำ

ยกกำลัง ค้นที่ฝาง สันทราย


'ผบ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว'นั่งฮ.ขึ้นเชียงใหม่ นำทีมตำรวจภาค 5 ป.ป.ส.บุกยึดทรัพย์ 'หน่อคำ' ราชายาเสพติดชาวพม่า และตกเป็นนักโทษประหารชีวิตคดีฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ เบื้องต้นพบแอบปลูกบ้านหรู และซื้อสวนส้มไว้ในอ.ฝาง อ.สันทราย มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เตรียมเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากสนามบินกองบิน 41 เดินทางไปยังอ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมการเข้าดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น แหล่งค้ายาเสพติดตามเป้าหมายต่างๆ โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ทั้งหมดจำนวน 1,000 นาย เพื่อเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย พร้อมบุกเข้ายึดทรัพย์ของนายหน่อคำ พ่อค้าราชายาเสพติด ที่มีส่วนพัวพันกับการสังหารโหดพ่อค้าชาวจีนตาย 13 ศพ ในเขตท้องที่จ.เชียงราย และถูกจับกุมเป็นผู้ต้องหาถูกนำส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน คาดว่าเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ปฏิบัติการในช่วงเช้าเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสพอดี

รายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ชำนาญ รวเร็ว รอง ผบช.ภาค 5 นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กว่าพันนาย โดยมีกำหนดการเข้ายึดทรัพย์สินของนายหน่อคำ ในเขตพื้นที่อ.ฝาง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านจัดสรรหรูหราคาดว่ามีมูลค่า 10 ล้านบาท และสวนส้มมูลค่า 20 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกรวมมูลค่าทรัพย์สินแล้วประมาณกว่า 50 ล้านบาท

ด้านนายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 เปิดเผยว่า นายหน่อคำเป็นราชายาเสพติดชาวพม่ารายสำคัญพร้อมกับพวกรวม 4 คน ที่ถูกทางศาลประเทศจีนสั่งประหารไปเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2555 โดยนายหน่อคำนั้นมีส่วนพัวพันในการสังหารพ่อค้าชาวจีนรวม 13 ศพ ทิ้งศพลอยแม่น้ำโขงที่บริเวณอ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยทางการประเทศจีนกับประเทศไทยได้ร่วมมือกันทำการสอบสวนขยายผล โดยทางการจีนได้นำตัวนายหน่อคำกับพวกไปดำเนินคดี ส่วนทางการไทยก็ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินของนายหน่อคำทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบ และไล่ยึดไปเรื่อยๆ เบื้องต้นนั้นพบว่า มีบ้านจัดสรรหรูอยู่ในท้องที่ อ.ฝาง รวมทั้งสวนส้มในอ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ด้วย และก็บ้านจัดสรรด้วย โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และคณะเตรียมเข้าตรวจสอบและยึดในตอนเช้าของวันที่ 25 ธ.ค. 2555 นี้

26 ธ.ค.2555

 

ศาลจีนพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษประหาร 4 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมลูกเรือจีน 13 คน
ในแม่น้ำโขงเมื่อปีที่แล้ว

ศาลสูงประชาชนจีนในมณฑลยูนนานทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีคำพิพากษาวันนี้
ตามคำพิพาษาของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนที่แล้ว ให้ลงโทษประหารชีวิตนายหน่อ คำ หัวหน้าแก๊ง
ค้ายาเสพติดในรัฐฉานของพม่า และผู้ต้องหาอีก 3 คน ในคดีที่ทั้งหมดร่วมกันสังหารโหดลูกเรือ
ชาวจีน 13 รายในแม่น้ำโขงในการโจมตีเรือขนส่งสินค้า 2 ลำในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อ
5 ตุลาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อคดีอีก 2 คนได้รับคำพิพากษายืนตามเดิม
ซึ่งเป็นโทษสถานเบากว่า โดยคนหนึ่งต้องโทษประหารชีวิตแต่ให้รอลงอาญาไว้ และอีกคน
ต้องโทษจำคุก 8 ปี

และหากศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลสูงด้วย ก็จะถือเป็นการสิ้นสุดคดีและผู้ต้องหาทั้ง 4 คน
จะต้องได้รับการลงโทษประหารชีวิต

ทั้ง 6 คนถูกนำตัวไปดำเนินคดีในจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และจี้บังคับเรือ ตอนแรกนายหน่อ คำ วัย 43 ปี ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้วางแผนโจมตี แต่ผู้ต้องหาอีก 5 คนให้การตรงกันว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง
ที่บงการสังหาร ต่อมาเขาจึงยอมรับสารภาพ นอกจากนี้ทหารไทย 9 นายถูกกล่าวหาพัวพันคดีนี้
และมีการเบิกพยานจากไทยและลาวให้ปากคำถึง 13 รายด้วย

คดีนี้้สร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างรุนแรง และนำไปสู่การทำข้อตกลงระหว่างจีนกับไทย ลาว
และพม่าในการส่งเรือติดอาวุธลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในแม่น้ำโขง

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนเข้าร่วมในพิธี "ปล่อยแถว" ที่เมืองกวนเลี่ย แคว้นสิบสองปันนา วันที่ 10 ธ.ค.2554 ปฏิบัติการปล้นเรือสินค้าจีนโดยแก๊งเจ้าสายหน่อคำที่ทำให้ลูกเรือชาวจีนเสียชีวิตถึง 13 คน เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ปีนั้น ทำให้จีน ลาว พม่าและไทย ต้องจัดลาดตระเวนตามลำแม่น้ำโขงในแขตแดนของแต่ละประเทศ สื่อของรัฐบาลพม่ารายงานว่า เพิ่งปลิดชีพหัวโจกที่เหลืออยู่ของเจ้าหน่อคำที่เมืองท่าขี้เหล็ก ลูกน้องยอมเข้ามอบตัวทั้งแก๊ง. -- Xinhua/Wang Xiaoxue.

       .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่กับกำลังทหารรัฐบาลที่เมืองท่าขี้เหล็ก ได้ปะทะกับกองกำลังนายกาเฮ (Kyahe) ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดอีกคนหนึ่ง และเป็นลูกสมุนระดับหัวโจกที่เหลืออยู่ของเจ้าสายหน่อคำ นักค้ายาเสพติดที่มีชื่อเสียงเลื่องลือระดับโลกที่เหลืออยู่
       
       นายคาเฮสิ้นเสียชีวิตในการปะทะที่ไม่ได้ระบุวันเกิดเหตุ พร้อมลูกน้องอีก 4 คน หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลรายงาน
       
       ตามรายงานของนิวไลท์ออฟเมียนมาร์ ฝ่ายรัฐบาลได้พบวัตถุระเบิดและอาวุธอีหลายชนิด เช่น ลูกระเบิดมือ 1 ลูก กระสุนปืนเอ็ม 49 จำนวน 17 นัด เม็ดยาซึ่งเป็นสารกระตุ้น 2,500 เม็ด สายลวดสำหรับวางระเบิดสังหารยาว 300 ฟุต ระเบิดที่จุดชนวนทางโทรศัพท์มือถือ 6 ชุด ระเบิดทำเอง 1 ชุด ดินระเบิดทีเอ็นทีจำนวน 2 ก้อน อาวุธและกระสุ่นปืนขนาดอื่นๆ อีกจำนวนมาก รวมทั้งเสื้อเกราะกันกระสุนอีก 1 ตัวด้วย
       
       ก่อนหน้านั้นวันที่ 20 ม.ค. นายกา-กเว (Kyakwe) ลูกน้องอีกคนหนึ่งของแก๊งนายคาเฮได้เข้ามอบตัวต่อฝ่ายรัฐบาล พร้อมปืนพก 9 มม. 1 กระบอก กระสุนในแม็กกาซีน 8 นัด ลูกน้องร่วมแก๊งอีก 4 คนก็ได้ตามเข้ามอบตัวเช่นกัน
       
       เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลจับยึดอาวุธปืนและกระสุนจากลูกน้องนายกาเฮทั้ง 5 คน ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งปืนคาร์บิน เครื่องยิงระเบิดเอ็ม-79 ปืนเอเค-47 จำนวน 5 กระบอก กระสุน 205 นัด เครื่องยิงลูกระเบิดแบบอาร์พีจี พร้อมกระสุนซึ่งเป็นลูกระเบิด 2 ลูก เครื่องยิงระเบิดขนาด 40 มม. กับระเบิด ชุดจุดชนวน ดินระเบิดทีเอ็นทีและอื่นๆ อีกหลายรายการ สื่อของทางการรายงานอ้างตัวเลขของกระทรวงกลาโหม
       
       เจ้าสายหน่อคำถูกจับได้ในลาวเมื่อปีที่แล้วหลังถูกตามล่ามานานข้ามปี และถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในจีน ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยในการโจมตีเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงซึ่งทำให้ลูกเรือชาวจีนเสียชีวิตกว่า 10 คน และกลายเป็นกรณีสะเทือนขวัญระหว่างประเทศ.

 

 

เอเยนซี - ศาลคุนหมิง ประเทศจีน ประกาศแจ้งกำหนดประหารชีวิตนายหน่อคำ ราชายาเสพติด หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในสามเหลี่ยมทองคำ แม่น้ำโขง พร้อมสมุนอีก 3 คน ด้วยวิธีการฉีดยาพิษ ในวันที่ 1 มีนาคมนี้

สื่อจีนรายงาน (28 ก.พ.56) ว่าศาลประชาชนเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เปิดเผยว่า นายหน่อคำ หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดในแถบลุ่มแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ผู้มีสัญชาติพม่า พร้อมกับสมุนอีก 3 คน จะถูกนำตัวไปประหารชีวิตด้วยวิธีการฉีดยาพิษ ในวันพรุ่งนี้ (1มี.ค.) หลังจากศาลประชาชนสูงสุดในกรุงปักกิ่ง ได้เห็นชอบโทษประหารชีวิตด้วยวิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา

รายงานข่าวกล่าวว่า ศาลประชาชนสูงสุดในกรุงปักกิ่ง ได้ยืนคำพิพากษาโทษประหารชีวิตนายหน่อคำ และสมุนทั้ง 3 ในข้อหาร่วมกันปล้นฆ่าลูกเรือขนสินค้าชาวจีนเสียชีวิต 13 ราย ที่แม่น้ำโขง เมื่อเดือนตุลาคมปี 2554 โดยศาลประชาชนเมืองคุนหมิงได้แถลงแจ้งให้นักโทษประหารทั้งหมดทราบถึงกำหนดการประหารชีวิตพวกเขาแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมกับประสานไปยังสถานกงสุลไทย และสหภาพพม่า ตลอดจนสมาชิกครอบครัวของนักโทษประหาร ซึ่งได้แก่ นายซางคำ สัญชาติไทย นายอี่ไล่ ไม่ปรากฎสัญชาติ และนายจา ซื่อคา สัญชาติลาว ให้เดินทางมาพบอำลาเป็นครั้งสุดท้ายกับนักโทษ และจัดการทางด้านกฎหมายอื่นๆ

รายงานข่าวกล่าวว่า หลังจากการประหารชีวิตในวันพรุ่งนี้ผ่านพ้นไป ทางการจีนจะได้ติดต่อกับสถานกงสุลของไทยและสหภาพพม่า เพื่อประสานกับทางญาติต่อไป

ทั้งนี้กรณีฆาตกรรมหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพบนเรือจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 54 นั้น นายหน่อคำ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขง ถูกทางการจีน-สปป.ลาวจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 55 ที่ผ่านมาในเขตแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และส่งต่อให้ทางการจีน โดยหน่อคำ และพวกได้ถูกนำตัวขึ้นศาลประชาชนกลางของจีน ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน โดยเริ่มพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2555 ในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน

คดีฆาตกรรมลูกเรือจีนในแม่น้ำโขงนี้ เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความขุ่นเคืองแก่รัฐบาลจีน และมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน กับไทย ลาว และพม่า โดยจีนได้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ รวมทั้งขอความร่วมมือยังเพื่อนบ้านอาเซียน จัดตั้งกองกำลังร่วมเพื่อลาดตระเวน คุ้มกันเรือสินค้าตลอดแม่น้ำโขง ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว

นอกจากนี้ยังเป็นที่สนใจติดตามของสื่อจีนตลอดมา โดยสื่อจีนเคยรายงานว่า สมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมนี้ มีมากกว่า 100 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดแม่น้ำโขง รวมถึงการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

 

 


 

รอง ผบ.ตร. เผย คืบคดี ฆ่า 13 ลูกเรือจีน พบ ทหารไทยร่วมมือ "หน่อคำ" ออกหมายจับแล้ว  ส่วนประวัติ ร่วมขบวนการก่อคดีใหญ่โชกโชน
 

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการประหารชีวิต นายหน่อคำ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ที่ร่วมกับพวกรวม 3 คน ปล้นเรือและฆ่าลูกเรือจีน 13 คน ว่า สำหรับการดำเนินคดีในประเทศไทย ได้แบ่งออกเป็น 3 คดี โดยคดีแรกเป็นคดีที่พบยาเสพติดบนเรือจีน จำนวน 920,000 เม็ด ซึ่งจากการสอบสวนพบว่ายาบ้าทั้งหมด นายหน่อคำ เป็นคนนำขึ้นมาบนเรือเอง กัปตันเรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศาลจึงมีความเห็นไม่สั่งฟ้องกัปตันเรือ ซึ่งได้ส่งสำนวนไปยังอัยการแล้ว เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา

 

ส่วนคดีที่ 2 คือ คดีที่มีทหารในไทย จำนวน 9 นาย เข้าไปร่วมกันฆ่าและย้ายทำลายศพ ลูกเรือจีนทั้ง 13 คน โดยการโยนลงทะเล ซึ่งศาลจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งว่าผู้ตายทั้งหมดถูกยิงด้วยอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่และอาวุธปืนของนายหน่อคำ ซึ่งได้แจ้งข้อหาทหารทั้ง 9 นาย ไปแล้ว โดยในจำนวนนี้มีนายทหารชั้นสัญญาบัตร 2 นาย ขณะเดียวกันยังพบว่า นายจำรัส สมพงศ์พรรณ หรือ ลุงหนวด สัญชาติไทย อายุ 57 ปี เป็นผู้ประสานงานระหว่างทหารไทยกับนายหน่อคำ วางแผนก่อเหตุได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว และจากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่า เคยถูกจับกุมข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้จำหน่าย เมื่อปี 2526 และจ้างวานฆ่า นายสันติ ชัยวิรัตนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2538 และสู้คดีจนพ้นผิดได้ ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้เบาะแสว่า ยังกบดานอยู่ตามแนวชายแดนพม่าและลาว

 

ส่วนคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ หน่วงเหนี่ยวกักขัง  ขณะนี้ รอส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดเชียงรายภาย ในสัปดาห์หน้านี้

 

 

 

 

 

 

 

ศาลจีนแถลงฉีดยาพิษประหาร "หน่อคำ" ราชายาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำแล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงาน ที่ลานสนามบิน ตชด.ภาค 3 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ประจวบ วงค์สุข ผบก.สส.ภาค 5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผกก.สส.1 บก.สส.ภาค 5 นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าวรจับกุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดตามหมายจับคดีค้างเก่า ตามที่ ผบ.ตร.สั่งให้ขยายผลและตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังหลบหนีอยู่

 

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย นายสุจินต์ ดวงดอกมูล อายุ 34 ปี อยู่หมู่ 14 ต.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย คดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย นายอาเชน พานทองคำ อายุ 35 ปี หมู่ 5 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย คดีมียาเสพติดครอบครอง 2 แสนเม็ด เพื่อจำหน่าย นายปิยะพงศ์ ฟูแสง อายุ 31 ปี หมู่ 10 ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา คดีร่วมกันมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ผู้ต้องหาทั้งหมดทางตำรวจภาค 5 จับกุมตัวได้ที่ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ

 

พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีนโยบายให้ดำเนินการจับกุมตามหมายจับค้างเก่า โดยทางตำรวจภาค 5 จัดชุดสืบสวนออกติดตามจับกุม ซึ่งเรามีการฝึกอบรมการสืบหาตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ชุดปฏิบัติการ ตอนนี้หมายจับค้างเก่าของตำรวจภูธรภาค 5 มีทั้งหมด 12,840 หมาย และหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 100,000 กว่าหมาย ซึ่งได้ให้ชุดปฏิบัติการทั้ง 7 ชุดออกสืบค้นหาตัวผู้ต้องหา ในส่วนของภาค 5 เน้นคดียาเสพติดค้างเก่า ขณะนี้ในส่วนของภาค 5 ดำเนินการจับกุมตามหมายจับคดียาเสพติดแล้ว 400 กว่าหมาย รวมทั้งคดียึดทรัพย์ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายหน่อคำ ราชายาเสพติด ที่ถูกศาลประเทศจีนสั่งประหารชีวิตในคดีปล้นฆ่า 13 ลูกเรือจีน ในส่วนของทรัพย์สินของนายหน่อคำ ทางตำรวจดำเนินการต่อหรือไม่ พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า เรื่องการยึดทรัพย์นายหน่อคำ ทางพล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 สั่งการมายังตนให้ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินนายหน่อคำ ญาติพี่น้อง และกลุ่มขบวนการของนายหน่อคำ ตอนนี้ทาง ปปส.ภาคเหนือและตำรวจภาค 5 กำลังตรวจสอบอยู่

 

ด้านนายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 เปิดเผยว่า คดีทรัพย์สินนายหน่อคำ เป็นคดียึดทรัพย์ตามพ.ร.บ.2534 ถึงแม้นายหน่อคำ จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทางเรายังยึดทรัพย์ได้อยู่ ทรัพย์สินของนายหน่อคำที่ทาง ปปส.และทางตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันยึดทรัพย์ไปแล้ว 3 จุด ที่จ.เชียงราย เชียงใหม่ และที่ อ.แม่สลอง จ.เชียงราย ล่าสุดได้ประมาณ 100 กว่าล้านบาท ตอนนี้กำลังประสานกับทางตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขยายผลและกำลังจะยึดทรัพย์นายหน่อคำกับพวกเพิ่มอีก โดยทรัพย์สินนายหน่อคำ ที่ได้จากการค้ายาเสพติดนั้นยังเหลืออีกมากประมาณ100 กว่าล้านบาท ทางเราอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถึงแม้นายหน่อคำ จะถูกประหารชีวิตไปแล้ว แต่เราจะเรียกญาติหรือพรรคพวกของนายหน่อคำที่ถูกยึดทรัพย์ มาดำเนินการตามขั้นตอน


เวลา 15.38 น. สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลเมืองคุนหมิง ประเทศจีน แถลงว่า นายหน่อคำกับพวกอีก 3 คน ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีฉีดยาพิษแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยมีอัยการในคดีนี้เป็นสักขีพยานและชี้ศพผู้ตายทั้งหมด


ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน รายงานข่าวดังกล่าว พร้อมทั้งเผยบทสัมภาษณ์พิเศษ นายหน่อคำ เจ้าของฉายาราชายาเสพติดลุ่มน้ำโขง ที่มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้าการประหารชีวิต 1 วัน โดยนายหน่อคำกล่าวว่า รู้สึกว่าคำพิพากษารุนแรงเกินไป และขอร้องให้รัฐบาลจีนปล่อยตัวเพื่อจะได้กลับไปเลี้ยงดูลูก 10 คน ทั้งลูกชายลูกสาว เพราะถ้าตนเองตายไปจะไม่มีใครเลี้ยงลูก ทั้งนี้ ขณะที่กล่าวนายหน่อคำได้ยกมือขึ้นทำท่าไหว้ขอชีวิตด้วย


นายหน่อคำ ยังกล่าวว่า เงินที่มีทั้งหมดจะยกให้ครอบครัวของเหยื่อ เมื่อนักข่าวถามว่า คิดว่าเงินดังกล่าวจะไถ่โทษชดใช้ชีวิตที่สังหารไป 13 ศพได้หรือไม่ นายหน่อคำตอบว่า ไม่ได้ จากนั้นนักข่าวจีนถามถึงลูกสมุนที่ระบุว่า นายหน่อคำเป็นคนเลือดเย็นและบุ่มบ่ามไม่ยั้งคิด ขอถามว่ากลัวความตายหรือไม่ นายหน่อคำตอบว่า กลัวตาย ตอนนี้อยากมีชีวิตอยู่เพราะมีลูกๆ ต้องเลี้ยงดู


วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีสื่อในประเทศจีน นำเสนอข่าวญาติผู้เสียชีวิตชาวจีนในคดีฆาตกรรมลูกเรือจีน 13 ศพ บนเรือสินค้าในแม่น้ำโขง เมื่อเดือนต.ค.2554 ยังตั้งข้อสงสัยว่าทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย มีส่วนในคดี หลังศาลจีนกำหนดประหารชีวิตนายหน่อคำ พร้อมพวก 3 คน ว่า อย่าไปตั้งข้อสงสัย ตนทำเรียบร้อยหมดทุกขั้นตอน ถ้าคดียังไม่จบจะยังไม่พูด ตนทำคดีนี้ภายใน 3 สัปดาห์ โดยพาพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองเลขาธิการรองนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร.ไปจับ ตนบัญชาการเองที่ริมน้ำโขง ลงไปในเรือที่เกิดเหตุ หลักฐานมีหมดเพียงแต่พูดไม่ได้







โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง