ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




คดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์

 

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

คดีสำคัญอีกคดีหนึ่ง กรณีคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจพระนครศรีอยุธยา ตาย 3 ศพ ขณะเข้าจับกุม และต่อมาคนร้ายก็ถูกยิงตาย 3 ศพในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกเช่นกัน จะเป็นการฆ่าตัดตอน หรือไม่? หรือเป็นสามัญฆาตกรรม ไม่มีใครทราบ และเรื่องก็เงียบหายไปในที่สุด เนื่องจากคนตายและพวก ไม่ใช่คนดี ไม่สมควรอยู่ให้หนักแผ่นดินต่างหาก

คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดก็คือคนตาย และคนฆ่า นั่นเอง

.............................................

 

มูลเหตุคดีก่อนหน้า

เมื่อ 31 ธ.ค.2550

 

2 ตำรวจพลีชีพโดนยิงตายขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่า เผย 3 ตำรวจสภ.อยุธยานำหมายจับบุกค้นงานเลี้ยงปีใหม่ที่ อ.บางปะหัน หลังสืบทราบว่า"ไอ้แบงค์"คนร้ายที่ก่อคดีปล้น-ข่มขืน-พยายามฆ่ากบดานตัวอยู่ แต่ไอ้แบงค์กับพวกอีก 2 คนชักปืนสู้ ยิง ส.ต.ต. - จ.ส.ต. จนเสียชีวิต ด.ต.ปางตาย แล้วพากันเผ่นหนีเตลิด ผู้การกรุงเก่าระดมกำลังปิดล้อมไล่ล่ากระชั้น ลั่นให้รีบมอบตัว ไม่งั้นจะใช้มาตรการเด็ดขาดจับกุม  เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 ธ.ค.พ.ต.ท.สมาน อายุยืน พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนคร ศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่หน้าบ้านเลขที่ 24/3 ม.5 ต.บ้านขยาย อ.บางปะหัน ซึ่งกำลังเลี้ยงฉลองปีใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย

 

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภาค 1,

พล.ต.ต. นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา,

พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.บางปะหัน,

 

พ.ต.อ.อมร สารากรบริรักษ์ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา และ

นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จำนวนมากที่เกิดเหตุเป็นลานโล่งขนาดใหญ่หน้าบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้นไม่มีรั้ว อยู่ติดถนนสายสวนพริก-สายเอเชีย พบศพ ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 27 ปี ฝ่ายสืบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา

แต่งกายเสื้อยืดสีขาว ขาสามส่วน รองเท้าผ้าใบ ถูกยิงระยะเผาขนด้วยปืน 9 ม.ม. เข้าขมับซ้ายทะลุขวา 1 นัด หน้าท้องอีก 1 นัด ในมือขวากำหมายจับสภ.พระนครศรีอยุธยาไว้แน่น โดยหมายจับระบุศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ นายอัครพล หรือแบงค์ สำเภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม. 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน คดีพยายามฆ่า เหตุเกิดท้องที่สภ.พระนครศรีอยุธยา

 

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบกระสุนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 8 นัด ตกอยู่ และปลอกกระสุนปืน 11 ม.ม.อีก 4 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นตำรวจอีก 2 นายคือ

 

1. จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 30 ปี ฝ่ายสืบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา

ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด เข้าชายโครงขวาทะลุซ้าย 1 นัด หน้าท้อง 1 นัด สะโพกซ้าย 1 นัด ต้นขวาขวาอีก 1 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ร.พ.พระนครศรีอยุธยา และ

 

2. ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ฝ่ายสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา

ถูกยิง 1 นัด เข้าเหนือราวนมซ้ายทะลุปอด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะกระสุนทะลุปอด ขณะนี้ถูกนำส่งต่อมายังร.พ.ตำรวจ กทม.

 

นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.พระ นครศรีอยุธยา คือ

 

นายธวัชชัย ตันศิริ อายุ 36 ปี

 

ซึ่งร่วมปฏิบัติหน้าที่กับตำรวจแต่โชคดีไม่ถูกยิง

 

สำหรับบ้านดังกล่าวเป็นของนางวันดี แสงศรี อายุ 55 ปี ป้าของ

 

นายอัครพล หรือแบงค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยนางวันดีไม่ยอมให้การใดๆ เพียงแต่ยอมรับว่ากำลังจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่บ้าน อยู่ๆ ก็มีชาย 4 คนเข้ามาลานบ้าน ทราบภายหลังว่าเป็นตำรวจเท่านั้น

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง 3 นายพร้อมด้วยอาสาสมัครตำรวจชุมชนอีก 1 คน พร้อมหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าไปตรวจค้นบ้านเกิดเหตุ เพราะสืบทราบว่านายแบงค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับนั่งอยู่หน้าบ้านที่กำลังจัดงานเลี้ยง ตำรวจชุดดังกล่าวจึงรีบกลับสภ.พระนครศรีอยุธยา นำหมายจับมาขอตรวจค้นจับกุมตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนเข้าไปยังบ้านดังกล่าว ระหว่างยื่นหมายเพื่อจับกุมนั้น กลุ่มชายที่นั่งอยู่ในศาลาหน้าบ้าน 3 คน นำโดยนายแบงค์ พร้อมพวกได้ต่อสู้และยิงใส่ตำรวจ จากนั้นรีบหลบหนีไปยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้

 

สอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ก่อเหตุมีอย่างน้อย 3 คนเป็นพรรคพวกกัน ทราบชื่อแล้ว 2 คน คือ

 

1. นายอัครพล หรือแบงค์

 

ผู้ต้องหาหลายคดีทั้งปล้นฆ่า ข่มขืน และพยายามฆ่า ท้องที่สภ.พระนครศรีอยุธยา และ

 

2. นายปราโมทย์ หาเรือนศรี อายุ 18 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 255 ม.1 ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี

 

ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่า ท้องที่สภ.พระนครศรีอยุธยา และอีกคนชื่อ

 

3. นายอานนท์ ช่วงปุ อายุ 20 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.6 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

 

พล.ต.ต.นเรศ กล่าวว่า คนร้ายเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ถือเป็นกลุ่มคนร้ายตามหมายจับสำคัญของภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ที่มีพฤติกรรมโหดร้ายและก่อเหตุด้วยความรุนแรง สั่งการตั้งด่านปิดล้อมทั้งจังหวัดและประสานงานตำรวจทั่วภาคกลางตั้งด่านตรวจค้นด้วยเช่นกัน และได้บอกกับญาติคนร้ายให้รีบติดต่อนำตัวมามอบตัวโดยด่วนถ้าไม่มาตำรวจจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเนื่องจากว่าคนร้ายก่อคดีรุนแรงและยิงตำรวจเสียชีวิตถึง 2 นาย

 

ดับอีกศพ ตร.อยุธยา เหยื่อโจร  ข่าวสด

สลดด.ต.เหยื่อโจรกรุงเก่าตาย เพิ่มอีก 1 รวมเป็น 3 ศพ ผบช.ภาค 1 สั่งไล่ล่าเด็ดหัวมือปืนโหด ระดมตำรวจที่ชำนาญพื้นที่ 7 ชุดร่วมติดตามล่าตัว ด้านตร.อยุธยาระดมชุดสืบสวนเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ จับเพื่อนผู้ต้องหามาสอบเค้นขยายผล ส่วนแม่โจรเหี้ยมกล่อมให้ลูกชายรีบมอบตัว ก่อนจะโดนวิสามัญฯ ส่วนศพ 3 ตร.พลีชีพจัดอย่างสมเกียรติ สั่งปูนบำเหน็จ 7 ขั้นเงินเดือน 5 ชั้นยศทุกนาย ถือเป็นการตายในขณะปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุดความคืบหน้าคดีตำรวจพลีชีพโดนยิงเสียชีวิต 2 ศพ ประกอบด้วย ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 27 ปี และ จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 30 ปี ฝ่ายสืบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา บาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย คือด.ต.โก สินทร์ มั่นพรหม ฝ่ายสืบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา ขณะเข้าจับกุมนายอัครพล หรือแบงค์ สำเภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม. 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน คดีพยา ยามฆ่า ในงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่ อ.บางปะหัน จ.พระ นครศรีอยุธยา โดยในมือส.ต.ต.ศิลา ยังกำหมายจับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมาเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ม.ค. 51 พล.ต.ต.นเรศ นัทโชติ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส พ.ต.อ.ธาตรี ตั้งโสภณ พ.ต.อ.ไพบูลย์ เจริญพานิช รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เรียกหัวหน้าสถานีและชุดสืบสวนปราบปรามทุกสภ.มาประชุมที่ห้องประชุมบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อวางแผนติดตามไล่ล่านายอัครพล หรือแบงค์ สำเภา อายุ 22 ปี และนายปราโมทย์ หาเรือนศรี อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ทั้งนี้ได้มีการรวบรวมสำนวน และหมายจับของนายอัครพลและนายปราโมทย์ ที่เคยก่อคดีมาก่อนหน้านี้ มาตรวจสอบว่าก่อเหตุอะไร และถนัดการใช้อาวุธชนิดใด ล่าสุดได้มีการเรียกทีมสืบสวนจากต่างพื้นที่ ที่เคยทํางานในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา กลับเข้ามาทํางานร่วมกัน เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นวิธีการหนึ่งจะเข้าถึงตัวคนร้ายผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ ตำรวจต่างกระจายกำลังติดตามคนร้ายตามบ้านญาติ และบ้านภรรยาของผู้ต้องหาทั้งสอง ซึ่งทราบว่าคนร้ายออกไปตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ธ.ค.50 ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อเช้ามืดวันนี้ทางโรงพยาบาลตำรวจ แจ้งว่าด.ต.โกสินทร์ มั่นพรม ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจพระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเข้าที่ราวนมซ้ายทะลุปอด และมีอาการบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตลงวันเดียวกันนี้

พล.ต.ต.นเรศ เชิญญาติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตทั้ง 3 นาย มาทําความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดงานพระราชทานเพลิงศพและสิทธิต่างๆของตำรวจที่จะได้รับโดยตกลงกันว่าจะรดน้ำศพที่วัดเสนาสนาราม ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรี อยุธยา และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันเสาร์ที่ 5 ม.ค.เวลา 16.00 น. โดยจะจัดพิธีให้อย่างสมเกียรติพล.ต.ต.นเรศกล่าวว่า มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับญาติรายละ 20,000 บาท ส่วนการพิจารณาเลื่อนขั้นของตำรวจทั้ง 3 นาย ถือว่าเป็นการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่จะได้เลื่อนชั้นยศตามสิทธิ์สูงสุด ส.ต.ต. ศิลา แหวนเงิน จะได้เลื่อนเป็น ร.ต.ต., จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา เป็น พ.ต.ต. และด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ได้เลื่อนชั้นยศเป็น พ.ต.ท. ตามความรู้สึกเหมือนเป็นน้องหรือเป็นคนในบ้านซึ่งตนจะต้องดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตามสิทธิ์ต่างๆ ที่จะได้รับรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ส่วนคนร้ายขอยืนยันว่าจะตามล่านายอัครพล หรือ แบงค์ อย่างเต็มกำลัง จะไม่ปล่อยให้คนร้ายหนีไปได้ พร้อมทั้งนำภาพของนายอัครพล แจกจ่ายให้กับประชาชนหรือผู้ใดรู้เบาะแสให้โทร.แจ้งกับตนโดยตรงตามหมายเลข 081-9108888 สำหรับนายอัครพล หรือแบงค์ มีหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ จ.21/48 ลงวันที่ 11 ม.ค.2548 ในคดีปล้นทรัพย์ ข่มขืน หน่วงเหนี่ยว กักขังพ.ร.บ.อาวุธปืน เหตุเกิดในพื้นที่สภ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีหมายจับ เลขที่ จ.280/49 ลงวันที่31 มี.ค.2549 ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นเหตุเกิดท้องที่ สภ.อุทัยสำหรับนายตำรวจที่พลีชีพทั้ง 3 นาย เขาเสี่ยงชีวิต เข้าไปจับนายอัครพล ที่หลบซ่อนอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นตัว ทั้ง 3 เดินไปหาผู้หญิงซึ่งนั่งคร่อมรถจยย.อยู่ เมื่อไปถามหานายอัครพลและแสดงตัวว่าเป็นตำรวจกลับโดนยิงสวนทันที ถือว่าเขาปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ผบก.พระนครศรีอยุธยา กล่าวด้านพล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ1 เปิดเผยว่าคดีนี้เป็นคดีที่อุกฉกรรจ์ ทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้กำชับให้ตนลงมาอำนวยการคดีนี้ตลอด 24 ช.ม. โดยจัดกำลังชุดสืบสวน 7 ชุดและมีกำลังเสริมของศูนย์สืบสวนสอบสวนภาค1 ร่วมด้วย ในวันเกิดเหตุคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุมนั่งปะปนอยู่กับประชาชนอีก 4-5 คน จึงทําให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าตัดสินใจที่จะใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เกรงว่าจะถูกประชาชนที่อยู่ในกลุ่มคนร้าย ทําให้ตำรวจเสียเปรียบถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เบื้องต้นคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจคือนายอัครพล หรือ แบงค์ ตนกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ล่าคนร้ายให้ระมัดระวังเพราะเชื่อว่าคนร้ายคงไม่ยอมให้จับกุมง่ายๆ ให้ใช้มาตรการเด็ดขาดในการจับกุมคนร้ายด้านนางกชกร ติโลกวิชัย ภรรยาด.ต.โกสินทร์ กล่าวว่ารู้ข่าวเมื่อช่วงเย็นตกใจมากคิดว่าสามีเขาคงไม่เสียชีวิตเพราะนำไปรักษาที่ร.พ.ตำรวจ เมื่อเวลา 04.00 น. พี่โกสินทร์ ได้เสียชีวิตลง รู้สึกเสียใจมากเพราะเป็นคนรักลูกมาก มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 9 ขวบเป็นชาย คนเล็กอายุ 1 ขวบ 6 เดือน ขาดเขาไปชีวิตคงลำบากด้านนางอรอุมา จ้อยจุฑา ภรรยาจ.ส.ต.ปรีดา กล่าวว่า มีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาลอยู่ร.พ.พระนครศรี อยุธยา เห็นภาพพี่เขาถูกยิงตั้งเมื่อวานเขาคงเจ็บมาก รู้สึกเสียใจที่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ลูกชายคนโต อายุ 5 ขวบ ลูกสาวคนเล็กอายุเพิ่งได้ 5 เดือน เขาเป็นกำลังหลักของครอบครัว แต่ภูมิใจที่เขาเสียชีวิตด้วยการปฏิบัติหน้าที่นางเฉลิม แหวนเงิน อายุ 68 ปี แม่ของ ส.ต.ต.ศิลา กล่าวว่าตนมีลูกชายคนเดียวฝากความหวังไว้ที่ตัวลูกชายคนนี้มาก เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนดีช่วยเหลือครอบครัวมาตอลด เสียใจมากแต่ในส่วนลึกรู้สึกภูมิใจที่เขาจากไปด้วยการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจที่เขารักมากวันเดียวกัน พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 24/3 ม.5 ต.บ้านขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรี อยุธยา ซึ่งเป็นบ้านญาตินายอัครพล สำเภา อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ตำรวจพล.ต.อ.วงกต สอบถามความคืบหน้าการหลบหนีของนายอัครพลจากญาติที่อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยยังไม่มีใครบอกว่านายอัครพล ไปอยู่ในสถานที่แห่งใด แต่นายอนุสรณ์ สำเภา อายุ 41 ปี บิดาของนายอัครพลซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.บ้านขยาย เชื่อว่าบุตรชายน่าจะหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ครอบครัวเคยขายของอยู่ในเขตบางกะปิทางด้านนางรัตนา สำเภา อายุ 45 ปี มารดา ของนายอัครพล สำเภา ผู้ต้องที่ก่อเหตุยิงตำรวจ 3 ศพ กล่าวว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้บุตรชายเข้ามอบตัวกับตำรวจก่อนที่จะถูกวิสามัญฯผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ลงมาช่วยติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุนี้แล้ว จากนั้นได้เรียกชุดสืบสวนของภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กองปราบปราม ประชุมเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. พร้อมนายตำรวจระดับสูง ข้าราชการตำรวจ นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผวจ.พระนคร ศรีอยุธยา เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา และด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเสียชีวิต ที่วัดเสนาสนาราม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยากว่า 1 พันคน ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและเพื่อนข้าราชการตำรวจโดยจะมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ ทุกคืนตั้งแต่เวลา 19.00 น.รายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอานนท์ ช่วงปลูก อายุ 22 ปี มาสอบสวนเพื่อขยายผลทางคดีแล้ว โดยนายอานนท์ ให้การยอมรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้ร่วมลงมือทําร้ายตำรวจแต่อย่างใด ส่วนคนที่ทําร้ายคือกลุ่มของนายแบงค์เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้แบ่งกำลังออกไปตามบ้านญาติ ที่คาดว่านายแบงค์จะหลบหนีไปพักอาศัยในพื้นที่อ.บางไทร อ.นครหลวง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา อ.เมือง จ.ลพบุรี และพื้นที่จ.สระบุรีจากการสอบสวนพยานทราบว่าผู้ก่อเหตุหลังจากยิงตำรวจแล้วได้วิ่งมาที่ถนนแล้วใช้อาวุธปืนจี้บังคับผู้ขับขี่รถยนต์กระบะที่วิ่งผ่านมา ให้ไปส่งที่ศาลาพักผู้โดยสารริมถนนสายเอเชีย คนร้ายมีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.และ 11 ม.ม. ติดตัวพล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 เปิดเผยอีกครั้งว่า คดีนี้หลังจากเกิดเหตุตนสั่งการให้พ.ต.อ.สุกิจ โสมณะ รองผบก.หัวหน้า ศูนย์สืบสวน บช.ภ.1 นำกำลังฝ่ายสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษของภาค 1 เข้าประสานงานกับตำรวจพระนครศรีอยุธยา เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งไล่ล่าติดตามคนร้ายทั้งหมดอย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะถือว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญและมีประวัติการก่อคดีที่เหี้ยมโหด ที่เราต้องเร่งกดดันติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ในวันเดียวกันนี้ตนก็ได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนทั้งหมดเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนการทํางาน โดยมีการส่งกำลังไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายทั้งหมดจะหลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ ส่วนการปูนบำเหน็จให้กับเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตนั้นจะมีการปูนบำเหน็จให้ 5 ชั้นยศทั้ง 3 นาย คือ ดาบตำรวจโกสินทร์ มั่นพรหม เป็นพันตำรวจโท จ่าสิบตำรวจตรีปรีดา สร้อยจุฑา เป็นพันตำรวจตรี สิบตำรวจตรีศิลา แหวนเงิน เป็นร้อยตำรวจตรีเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 ม.ค.ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ พาญาติของ ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.พระ นครศรีอยุธยา ที่เสียชีวิตเป็นรายสุดท้าย มาขอรับศพเพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเสนาสนาราม บรรยากาศระหว่างรับศพเป็นไปด้วยความเศร้าโศกของบรรดาญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งร่างของด.ต.โกสินทร์ อยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ และคลุมด้วยธงชาติ ทั้งนี้หลังจากรับศพด.ต.โกสินทร์ แล้วก็ได้เดินทางไปรับศพอีก 2 ศพ คือ ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน และ จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา ที่ร.พ.ศูนย์ธรรมศาสตร์ รังสิต ก่อนนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเดียวกันพล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วทางผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ผบช.ภาค 1 เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถเร่งจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ได้เร็วๆ นี้ ส่วนการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ที่เสียชีวิตครั้งนี้ทางกองบังคับการสวัสดิการตำรวจ จะรับเป็นเจ้าภาพ ทุกอย่าง และจะจัดงานให้อย่างสมเกียรติ โดยจะเริ่มในเย็นวันนี้จะมีการรดน้ำศพตำรวจทั้ง 3 นาย หลังจากนั้นหากญาติของตำรวจที่เสียชีวิตทั้ง 3 นาย ต้องการนำศพไปบำเพ็ญกุศลยังบ้านเกิดก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่ และจะมอบเงินให้รายละ 5 แสนบาท พร้อมปูนบำเหน็จ 7 ขั้นเงินเดือน 5 ชั้นยศ และต่อไปหากว่าบุตรของตำรวจที่เสียชีวิตเรียนจบปริญญาตรี และต้องการเป็นตำรวจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมจะบรรจุให้เป็นข้าราชการตำรวจทันที เพราะบิดาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ด้านนายสมเกียรติ วงษศา อายุ 46 ปี น้าชายด.ต.โกสินทร์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะผู้ตายเป็นตำรวจที่มีความตั้งใจในการทํางานเป็นอย่างยิ่ง และมักจะได้รับงานเสี่ยงตายอยู่เสมอ ทั้งยังมีความรับผิดชอบดูแลครอบครัว รวมทั้งญาติพี่น้องอีกหลายคน ถือเป็นเสาหลักของครอบครัวพ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รองผบก.ภ.พระนคร ศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกตัวตำรวจชุดสืบ สวนสอบสวนเก่าที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่พระนคร ศรีอยุธยา เข้ามาร่วมติดตามไล่ล่าคนร้าย เนื่องจากต้องใช้ตำรวจที่มีความชำนาญในพื้นที่และมีฝีมือ พร้อมกันนี้จะขอความร่วมมือมายังสื่อมวลชนช่วยนำภาพถ่ายคนร้ายออกประกาศให้ผู้พบเห็นแจ้งเบาะแสเข้ามาที่สภ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์หมายเลข 035-243444 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดงานศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ทางพล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา หารือกับญาติตำรวจที่เสียชีวิตแล้ว และได้ข้อสรุปว่างานดังกล่าวจะจัดให้อย่างสมเกียรติ โดยจะมีพิธีรดน้ำศพที่วัดเสนาสนาราม ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ในวันที่ 1 ม.ค.โดยจะสวดพระอภิธรรมศพ 3 คืนรวมกัน นอกนั้นแล้วแต่ญาติจะนำไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดหรือไม่ ส่วนการปูนบำเหน็จจะเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

 

 

 

 

 

 

   โดย ไทยรัฐ วัน พฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2551 08:13 น.

ช่วงเช้ามืด(10ม.ค.)บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน อ.อุทัย อยุธยา ผบช.ภ.1เผย10วันตั้งแต่ เกิดเหตุ ไม่เคยได้รับการติดต่อขอมอบตัวกระทั่งเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา (10 ม.ค.) พลเมืองดีแจ้งเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 2 ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่าเป็นศพของ นายอัครพล หรือ แบงก์ สำเภา อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต 3 นายประกอบด้วย ด้วย ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม อายุ 41 ปี จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 33 ปี ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีการตั้งเงินรางวัลนำจับ 500,000 บาท และ นายมงคล หรือ หมง ยาตาล อายุ 20 ปี รวมทั้ง นายนคร แว่นจันทร์เขต ตรวจค้นพบอาวุธปืนในตัวของผู้ตาย และจักรยานยนต์ 2 คัน

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นการถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หรือว่า ถูกยิงเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งไว้ในจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตั้งแต่วันเกิดเหตุผู้ต้องหาถูกออกหมายจับและถูกออกหมายจับเป็นเวลา 10 วัน ตนไม่เคยได้รับการติดต่อจากญาติของผู้ต้องหาเพื่อติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด กระทั่งถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว สันนิษฐานว่า อาจเป็นการฆ่าตัดตอน

อย่างไรก็ตามสำหรับการติดตามจับกุมตัว นายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 25 หมู่ 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ชนิดพลิกแผ่นดิน หลังก่อเหตุแย่งปืนยิงตำรวจชุดสายสืบ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต 3 นาย ประกอบด้วย ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม อายุ 41 ปี จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 33 ปี ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 25 ปี พร้อมประกาศ ตั้งรางวัลนำจับเป็นเงิน 5 แสนบาท แล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อตอนเช้าวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 ได้รับรายงานว่านายอัครพล ผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย

โดยจุดแรกประสาน พ.ต.อ.สุพล พู่พูลทรัพย์ ผกก. สภ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 422/1 หมู่ 7 ต.บึงสามพัน ของนายธีระ หนูสาลี อายุ 63 ปี หลังสืบทราบว่านายอัครพลหนีมาเช่ากบดาน ในการตรวจค้นไม่พบตัวนายอัครพล พบเพียงเศษอาหาร สอบถามนายธีระเจ้าของบ้านเช่าให้การว่าก่อนหน้านี้ได้มี ผู้มาขอเช่าห้องพักในราคา 700 บาท แต่ไม่ได้สอบถามชื่อผู้เช่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค. คนที่มาขอเช่านำชายวัยรุ่น 2 คน เข้าพักโดยไม่ทราบว่าหนึ่งในนั้นคือนายอัครพล ระหว่างเข้าพักสังเกตชายทั้งคู่ชอบทำตัวลึกลับ ช่วงกลางวันจะเก็บตัวเงียบ ส่วนกลางคืนจะพากันขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อกออกไปซื้อของในตลาด แต่ก็ไม่ได้ เอะใจ กระทั่งมีตำรวจบุกเข้ามาตรวจค้นและไม่ทราบว่าชายทั้งคู่ออกไปจากห้องพักตั้งแต่เมื่อไหร่

จุดที่สองเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักหมายเลข 5 คุณติ้งรีสอร์ต เลขที่ 33 ริมถนนสายสระบุรี-หล่มสัก หมู่ 3 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ หลังสืบทราบว่านายอัครพลและพวกหนีมากบดานที่รีสอร์ตดังกล่าว แต่ปรากฏว่านายอัครพลไหวตัวขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ออกจากห้องพักไปก่อนหน้าที่กำลังตำรวจจะเข้าตรวจค้นเพียง 5 นาที สอบถามเจ้าของรีสอร์ตซึ่งไม่ยอมเปิดเผยชื่อให้การว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา มีชายวัยรุ่น 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาเปิดห้องพักค้างคืนในราคา 280 บาท โดยไม่ทราบเช่นกันว่าหนึ่งในนั้นคือนายอัครพลผู้ต้องหาที่ตำรวจต้องการตัว หลังเปิดห้องพักแล้ว 1 ใน 3 ได้แยกตัวกลับไป โดยมีเพื่อนอีกคนขี่รถจักรยานยนต์มารับ ปล่อยให้อีก 2 คนเข้าพัก และสังเกตทั้งคู่เก็บตัวเงียบในห้อง จนกระทั่งถึงเช้าหลังสั่งอาหารเข้าไปรับประทานเสร็จแล้ว ทั้งคู่ได้คืนห้องพักและขี่รถจักรยานยนต์ออกไป หลังจากนั้นไม่นานตำรวจนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น

มีรายงานว่าเวลาไล่เลี่ยกันกำลังตำรวจเข้าปิดล้อม ร้านอาหารป่าคุณแต๋ว บ้านหนองไลย์ หมู่ 7 ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากคุณติ้งรีสอร์ตประมาณ 5 กม.จับกุมนายอัครพลและพวกรวม 3 คน ขณะทั้งหมดนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน ภายหลังจับกุมตำรวจนำตัวทั้งหมดขึ้นรถยนต์หายไป คาดว่าน่าจะนำตัวไปสอบสวนขยายผลว่าเคยก่อคดีในพื้นที่ไหนมาบ้าง ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายตำรวจผู้เกี่ยวข้องหลายนายทั้งหมดต่างปฏิเสธเกี่ยวกับข่าวการจับกุม ขณะที่บางนายปิดโทรศัพท์มือถือ แต่เมื่อสอบถามไปยังร้านอาหารป่าคุณแต๋วได้รับการยืนยันจากพนักงานผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาเป็นวัยรุ่นจริง โดย 1 ใน 3 จำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายอัครพลผู้ต้องหาก่อเหตุยิงตำรวจที่ลงรูปในหนังสือพิมพ์

 

 

 

พร้อมพวกอีก 2 คน ถูกยิงตายอย่างมีเงื่อนงำบนถนนลูกรัง เปลี่ยว แต่ละศพถูกยิงด้วยปืนลูกซองระยะประชิด ด้านแม่ ผู้ต้องหาชะตาขาดไม่เอาความใครเพราะกลัว ผ่าพิสูจน์พบลูกกระสุนที่ฝังในตัวมากกว่า 100นัด

จากคดีนายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ กับคดีข่มขืน ใช้ปืน 11 มม. กระหน่ำยิงตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม อายุ 41 ปี จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 33 ปี และ ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 25 ปี เสียชีวิต ขณะนำหมายเข้าจับกุม ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับนายอัครพล กับนายมงคล หรือหมง ยาตาล อายุ 20 ปี เพื่อนคู่หูในข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งค่าหัวนายอัครพล จำนวน 500,000 บาท กระทั่งทราบเบาะแสว่าทั้งคู่หนีไปกบดานใน จ.เพชรบูรณ์ และได้ระดมกำลังไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด แต่นายอัครพล กับพวก ไหวทันหนีพ้นการจับกุมได้อย่างหวุดหวิดนั้น

ในที่สุดผู้ต้องหาตัวฉกาจกลับกลายเป็นศพถูกฆ่าโหดพร้อมเพื่อน 3 ศพ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 ม.ค. พ.ต.ต.วสันต์ ทิพย์รัตน์ สารวัตรเวร สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงตาย 3 ศพ บนถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 1 ต.อุทัย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุเมธ ธชเสนีย์ ผกก.สภ.อุทัย พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ เจริญพร รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ทองสาริ รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.อุทัย นำกำลังและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังเปลี่ยว ไม่มีบ้านเรือนใกล้เคียงและไม่มีไฟฟ้าส่องทาง อยู่ห่างจากถนนสายอุทัย-ภาชี ราว 500 เมตร พบศพเหยื่อโหดนอนหงายเรียงรายอยู่ริมถนน 3 ศพ ทราบชื่อนายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา ผู้ต้องหาฆ่าตำรวจ 3 ศพ ที่ตำรวจกำลังพลิกแผ่นดินตามล่าตัวอยู่ สภาพศพสวมเสื้อแจ็กเกต สีดำ กางเกงยีน ถูกยิงด้วยปืนลูกซองกระสุนเจาะเข้าหลังและศีรษะเป็นกระจุก ที่หน้าท้องมีปืน 11 มม. เขี้ยวเล็บประจำกายเหน็บอยู่ 1 กระบอก นายนคร แคว่นเขตกัน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 8 ต.กองทูล อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าหลังและศีรษะเช่นเดียวกัน

ศพที่สาม คือนายมงคล หรือหมง ยาตาล เพื่อนคู่หูนายอัครพล ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าหลังและศีรษะหลายรู มีปืน .32 เหน็บอยู่ที่หน้าท้อง 1 กระบอก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีแดงคาดดำ หมายเลขทะเบียน ขคพ 951 เพชรบูรณ์ ของนายนคร ผู้ตาย และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ยงษ 992 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่ โดยที่กุญแจรถยังเสียบคาอยู่ที่ช่องสตาร์ท ค้นรถพบบัตรอาสาสมัครกู้ภัยพุทไธศวรรย์ จุดบางปะหันของนายนคร อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ คันแรก

สอบสวนนายจีระศักดิ์ สินทรัพย์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 5 ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา อาสาสมัครกู้ภัยสมาคมไตรรัตนธรรม ให้การว่าขณะขับรถเข้าบ้านพบศพนอนเรียงรายริมถนน 3 ศพ จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัย มาที่เกิดเหตุถึงได้รู้ว่า 2 ใน 3 ผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่ และมีค่าหัวถึง 500,000 บาท

ทางด้าน พ.ต.อ. สุเมธ ธชเสนีย์ ผกก.สภ.อุทัย กล่าวว่า สันนิษฐานว่าปมสังหารน่าจะมาจากการหักหลังของกลุ่มคนร้าย หรือเป็นการฆ่าตัดตอน เนื่องจากผู้ตายเป็นวัยรุ่นก่อคดีไว้มากมีโจทก์มากมาย และที่สำคัญคือคดีฆ่า พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สถิตพานิช สวป.สภ.บางบาล ช่วยราชการ สภ.อุทัย เมื่อปลายปี 2549 ซึ่งจากการสอบสวนพบว่ามีคนร้าย 3 คน 1 ใน 3 คนร้ายมีลักษณะคล้ายนายอัครพล และตำรวจได้นำตัวพวกวัยรุ่นทั่ว จ.พระนครศรีอยุธยา มาสอบปากคำแล้ว มีแต่นายอัครพล ที่ยังตามตัวไม่พบเนื่องจากอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับอยู่ คาดว่าเพื่อนร่วมแก๊งกลัวนายอัครพล ถูกจับแล้วให้การซัดทอด ชิงลงมือฆ่าปิดปาก ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาปมสังหารที่แท้จริงและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

ทางด้าน ร.ต.อ.รามณรงค์ บุญเกิด รอง สว.กสส.บก.ภ. จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสนายอัครพลกับพวก และได้รับคำสั่งให้นำกำลัง ร่วมกับชุดสืบสวนภาค 1 ขึ้นไปตรวจค้นตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ไม่พบตัว ทราบว่านายอัครพล กับพวกได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แล้ว กระทั่งมาทราบว่านายอัครพล กับพวก ถูกยิงตายในพื้นที่ สภ.อุทัย

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า หลังนายอัครพล ยิงตำรวจ 3 นายเสียชีวิต ได้สั่งการให้ตำรวจออกไล่ล่ามาเป็นเวลา 9 วัน และเข้าค้นตามจุดต่างๆ แต่ไม่พบตัว ล่าสุดได้รับแจ้งว่าอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ เข้าตรวจค้นแต่ไม่พบตัว กระทั่งได้รับรายงานว่า นายอัครพลและพวกถูกยิงเสียชีวิต สาเหตุคาดว่าจากการหลบหนี นายอัครพลถูกกดดันจากตำรวจอย่างมากและไม่มีเงินติดตัว จึงคิดกลับมาหาญาติและเข้าหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่เคยให้ความช่วยเหลือ พอขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุก็ถูกคนร้ายยิงตาย ขณะนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานและหลักฐานเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายอนุสรณ สำเภา อายุ 45 ปี นางรัตนา สำเภา อายุ 45 ปี และ น.ส.พัฒนา เดชา อายุ 24 ปี พ่อแม่และเมียของนายอัครพล ผู้ตาย กับญาติจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ระหว่างที่รอแพทย์ชันสูตรศพ นางรัตนา ได้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่คิดเอาเรื่องเอาราวกับใคร ไม่อยากเอาไม้ซีกไปงัดกับไม้ซุง เพราะเป็นห่วงครอบครัว แต่ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจที่ลูกชายกลับใจและติดต่อมาเพื่อคิดมอบตัว เมื่อทราบลูกคิดได้และติดต่อมา ทางลูกสะใภ้รู้สึกดีใจ ยังพูดกับลูกสาวว่าติดคุกยังมีวันออก แต่ปรากฏว่า ลูกชายและเพื่อนลูกชายอีก 2 คน ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่จับล็อกตัวขึ้นรถมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. แต่วันนี้กลับมากลายเป็นศพพร้อมเพื่อนแบบนี้

นางรัตนากล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าผลการตายจะออกมาอย่างไรก็คงจะไม่ติดใจเอาความและไปฟ้องร้องกับใคร เพราะกลัวมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีหน่วยงานหรือองค์กรใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการตายของลูกชายที่มีเงื่อนงำจะต่อสู้หรือไม่ นางรัตนาตอบทันทีว่า ครอบครัวฉันจน ไม่มีเงินทองจะไปต่อสู้กับใคร และไม่คิดปรึกษากับใครอีก คนที่ตัดสินใจคือตัวฉันคนเดียว เพราะถือว่าเป็นเวรกรรมที่ได้สร้างกันมา แต่ตนอยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับวัยรุ่นที่คึกคะนองทั้งหลายว่าอย่าคิดทำผิดแบบลูกชายตน เพราะถ้าทำผิดแล้วเกิดมีความคิดได้กลับตัวกลับใจอาจจะตายเหมือนลูกชายตน

ส่วน น.ส.พัฒนา เมียผู้ต้องหาชะตาขาด กล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า ทำไมสามีหนูต้องมาตายอย่างนี้ด้วย ทั้งๆที่ได้มีการติดต่อขอมอบตัวแล้ว อย่างนี้ถือว่าทำคนที่ไม่มีทางสู้ พร้อมทั้งกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายอัครพลก่อนพบจุดจบว่า เมื่อเช้าวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอัครพลได้โทรศัพท์มาหาตน บอกว่าจะฆ่าตัวตาย จึงเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัว และตนได้ติดต่อไปยัง ด.ต.ปราโมทย์ ไม่ทราบนามสกุล ตำรวจ สภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นตำรวจที่ครอบครัวตนนับถือ กับนางรัตนา แม่นายอัครพลเดินทางไปรับตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวน 9 นาย รวมทั้ง ด.ต.ปราโมทย์ เดินทางไปด้วย ระหว่างทางได้โทรศัพท์คุยกับนายอัครพลตลอด กระทั่งเดินทางมาถึง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ ตนและแม่สามีเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเกรงว่านายอัครพลจะไม่มีความปลอดภัย ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้นำตนและนางรัตนา พร้อมกับญาติอีกคนไปเปิดรีสอร์ตให้รอ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกหนึ่งชุดเดินทางมาสมทบ แล้วให้ตำรวจ สภ.บางปะอิน พาตนกลับบ้าน เพราะทราบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้ว กระทั่งทราบข่าวนายอัครพลกับพวกถูกยิงตาย จึงได้พากันไปดูที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบหลักฐานใดนอกจากการใช้ดินและทรายกลบกองเลือด แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะมีการฟ้องร้องหรือเรียกร้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแม่นายอัครพลคนเดียว ตอนนี้ตนคิดอะไรไม่ออกแล้ว ทำไมบ้านเมืองจึงต้องมีเหตุการณ์แบบนี้ด้วยหรือ

ด้านนายแพทย์สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ แพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพของนายอัครพล เปิดเผยว่า จากการผ่าพิสูจน์ศพพบว่าเป็นการยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง ขนาดที่เรียกว่า “ลูกร้อย” ในระยะกระชั้นชิดแต่ไม่ถึงกับเผาขน ซึ่งบาดแผลมีบริเวณที่ข้อมือซ้ายกระสุนฝังในและกลางหลังกระสุนฝังใน รวมทั้งที่หน้าอกซ้ายมีกระสุนฝังใน 1 นัด นอกจากนี้ ที่บริเวณกกหูขวาถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดแต่เป็นคนละชนิดกับปืนลูกซอง กระสุนฝังในที่กกหูซ้าย ซึ่งสรุปสาเหตุที่เสียชีวิตจะเป็นจุดที่ถูกยิงกลางหลังตัดเส้นเลือดหัวใจ ส่วนลูกกระสุนที่พบภายในตัวมากกว่า 100 นัด และยังพบรอยเฉี่ยวของกระสุนลูกซอง บริเวณหน้าอกเสื้อของผู้ตาย แต่ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือร่องรอยการถูกใส่กุญแจมือ ทางด้านศพอีก 2 รายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอรับศพแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่สำนักงาน ผบก.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เชิญ น.ส.พัฒนา เดชา อายุ 24 ปี เมียนายอัครพล อยู่บ้านเลขที่ 46/6 หมู่ 5 ต.ช้างน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มาตอบข้อซักถามกับสื่อมวลชนกรณีที่นายอัครพลติดต่อขอมอบตัว ก่อนกลายเป็นศพถูกฆ่าโหด โดย น.ส.พัฒนากล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอัครพลโทรศัพท์มาหาจึงเกลี้ยกล่อมจนยอมเข้ามอบตัว พร้อมแนะนำให้ติดต่อกับ พล.ต.ต.นเรศเกี่ยวกับขั้นตอนการมอบตัว หลังจากนั้น นายอัครพลโทรศัพท์มาบอกว่า พล.ต.ต.นเรศแนะนำขั้นตอนการมอบตัวให้โยนปืนทิ้ง ถอดเสื้อแล้วชูมือเหนือศีรษะ พร้อมกำชับให้ตนพาพ่อแม่นายอัครพล และผู้สื่อข่าวไปเป็นสักขีพยานในการมอบตัวด้วย กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ตนได้นัดตำรวจ สภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นญาติ เดินทางไปพบนายอัครพล ที่ จ.ลพบุรี แต่พอไปถึงกลับติดต่อไม่ได้ และได้รออยู่พักใหญ่ แต่ไม่เห็นวี่แววของนายอัครพลจึงพากันเดินทางกลับ กระทั่งตอนเช้าถึงรู้ว่านายอัครพลกับพวกถูกยิงตายไปแล้ว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาฆ่าตำรวจถูกยิงตาย ว่าได้สอบถามแล้ว ทราบว่าคนร้ายถูกฆ่าตัดตอนกันเอง ตำรวจยังไม่ได้พบตัวหรือกระทำวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย คงต้องสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป ส่วนที่มีข่าวตำรวจนำตัวคนร้ายทั้ง 3 คนมาจาก จ.เพชรบูรณ์ นั้นยังไม่มีใครยืนยัน ใครบอกว่าเป็นตำรวจ เท่าที่ฟังดูไม่เห็นมี ต่อข้อถามว่า จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า รอดูรายงานก่อน และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรชี้ว่าเป็นการฆ่าตัดตอนกันเอง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่มีสาเหตุ เพราะว่าจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ผ่านมา เรื่องฆ่าตัดตอนต่างๆ มีเยอะ อย่างเช่น ฆ่าตัดตอนเรื่องยาเสพติด เคยกระทำความผิดต่างๆมากมาย อีกฝ่ายเกรงจะถูกเปิดเผยหรือพยานหลักฐานถึงชิงฆ่าตัดตอนไปก่อน ในกรณีนี้อาจเป็นเช่นนั้น ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ เพียงแต่มีการรายงานของตำรวจมาเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังขาว่า การตายของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน อาจเป็นฝีมือของตำรวจ ผบ.ตร.กล่าวว่า ก่อนจะถามต้องไปศึกษากฎหมายให้ทราบก่อน ว่าวิสามัญหมายความว่าอย่างไร ถ้าถามอย่างนี้มันคนละเรื่องกันเลย พร้อมย้ำว่าตำรวจไม่ทำร้ายใคร ตำรวจถือประชาชนเป็นพี่น้องทุกคน ตนยังเคยบอกให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว เพราะดีกับทุกฝ่าย ตำรวจไม่ต้องเสียเวลาทำงาน และคนที่มามอบตัวก็ได้รับความยุติธรรมจากตำรวจ เวลาฟ้องศาล ศาลก็จะให้ความเมตตา ถ้าหนีไปไม่มีประโยชน์ ไม่มีจะกินก็ไปปล้นอีก กลับมาเป็นพลเมืองกันดีกว่า ถ้ามอบตัวตั้งนานได้รับการอภัยโทษไปแล้ว



 

10 ม.ค.2551 

จากคดีนายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 5 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ กับคดีข่มขืน ใช้ปืน 11 มม. กระหน่ำยิงตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม อายุ 41 ปี จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 33 ปี และ ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 25 ปี เสียชีวิต ขณะนำหมายเข้าจับกุม ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับนายอัครพล กับนายมงคล หรือหมง ยาตาล อายุ 20 ปี เพื่อนคู่หูในข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งค่าหัวนายอัครพล จำนวน 500,000 บาท กระทั่งทราบเบาะแสว่าทั้งคู่หนีไปกบดานใน จ.เพชรบูรณ์ และได้ระดมกำลังไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด แต่นายอัครพล กับพวก ไหวทันหนีพ้นการจับกุมได้อย่างหวุดหวิดนั้น

ในที่สุดผู้ต้องหาตัวฉกาจกลับกลายเป็นศพถูกฆ่าโหดพร้อมเพื่อน 3 ศพ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 ม.ค. พ.ต.ต.วสันต์ ทิพย์รัตน์ สารวัตรเวร สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงตาย 3 ศพ บนถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 1 ต.อุทัย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุเมธ ธชเสนีย์ ผกก.สภ.อุทัย พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ เจริญพร รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ทองสาริ รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.อุทัย นำกำลังและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังเปลี่ยว ไม่มีบ้านเรือนใกล้เคียงและไม่มีไฟฟ้าส่องทาง อยู่ห่างจากถนนสายอุทัย-ภาชี ราว 500 เมตร พบศพเหยื่อโหดนอนหงายเรียงรายอยู่ริมถนน 3 ศพ ทราบชื่อนายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา ผู้ต้องหาฆ่าตำรวจ 3 ศพ ที่ตำรวจกำลังพลิกแผ่นดินตามล่าตัวอยู่ สภาพศพสวมเสื้อแจ็กเกต สีดำ กางเกงยีน ถูกยิงด้วยปืนลูกซองกระสุนเจาะเข้าหลังและศีรษะเป็นกระจุก ที่หน้าท้องมีปืน 11 มม. เขี้ยวเล็บประจำกายเหน็บอยู่ 1 กระบอก นายนคร แคว่นเขตกัน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 8 ต.กองทูล อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าหลังและศีรษะเช่นเดียวกัน  

ศพที่สาม คือนายมงคล หรือหมง ยาตาล เพื่อนคู่หูนายอัครพล ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าหลังและศีรษะหลายรู มีปืน .32 เหน็บอยู่ที่หน้าท้อง 1 กระบอก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีแดงคาดดำ หมายเลขทะเบียน ขคพ 951 เพชรบูรณ์ ของนายนคร ผู้ตาย และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ยงษ 992 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่ โดยที่กุญแจรถยังเสียบคาอยู่ที่ช่องสตาร์ท ค้นรถพบบัตรอาสาสมัครกู้ภัยพุทไธศวรรย์ จุดบางปะหันของนายนคร อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ คันแรก  

สอบสวนนายจีระศักดิ์ สินทรัพย์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 5 ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา อาสาสมัครกู้ภัยสมาคมไตรรัตนธรรม ให้การว่าขณะขับรถเข้าบ้านพบศพนอนเรียงรายริมถนน 3 ศพ จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัย มาที่เกิดเหตุถึงได้รู้ว่า 2 ใน 3 ผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่ และมีค่าหัวถึง 500,000 บาท  

ทางด้าน พ.ต.อ. สุเมธ ธชเสนีย์ ผกก.สภ.อุทัย กล่าวว่า สันนิษฐานว่าปมสังหารน่าจะมาจากการหักหลังของกลุ่มคนร้าย หรือเป็นการฆ่าตัดตอน เนื่องจากผู้ตายเป็นวัยรุ่นก่อคดีไว้มากมีโจทก์มากมาย และที่สำคัญคือคดีฆ่า พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สถิตพานิช สวป.สภ.บางบาล ช่วยราชการ สภ.อุทัย เมื่อปลายปี 2549 ซึ่งจากการสอบสวนพบว่ามีคนร้าย 3 คน 1 ใน 3 คนร้ายมีลักษณะคล้ายนายอัครพล และตำรวจได้นำตัวพวกวัยรุ่นทั่ว จ.พระนครศรีอยุธยา มาสอบปากคำแล้ว มีแต่นายอัครพล ที่ยังตามตัวไม่พบเนื่องจากอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับอยู่ คาดว่าเพื่อนร่วมแก๊งกลัวนายอัครพล ถูกจับแล้วให้การซัดทอด ชิงลงมือฆ่าปิดปาก ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาปมสังหารที่แท้จริงและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

ทางด้าน ร.ต.อ.รามณรงค์ บุญเกิด รอง สว.กสส.บก.ภ. จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสนายอัครพลกับพวก และได้รับคำสั่งให้นำกำลัง ร่วมกับชุดสืบสวนภาค 1 ขึ้นไปตรวจค้นตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ไม่พบตัว ทราบว่านายอัครพล กับพวกได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แล้ว กระทั่งมาทราบว่านายอัครพล กับพวก ถูกยิงตายในพื้นที่ สภ.อุทัย  

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า หลังนายอัครพล ยิงตำรวจ 3 นายเสียชีวิต ได้สั่งการให้ตำรวจออกไล่ล่ามาเป็นเวลา 9 วัน และเข้าค้นตามจุดต่างๆ แต่ไม่พบตัว ล่าสุดได้รับแจ้งว่าอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ เข้าตรวจค้นแต่ไม่พบตัว กระทั่งได้รับรายงานว่า นายอัครพลและพวกถูกยิงเสียชีวิต สาเหตุคาดว่าจากการหลบหนี นายอัครพลถูกกดดันจากตำรวจอย่างมากและไม่มีเงินติดตัว จึงคิดกลับมาหาญาติและเข้าหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่เคยให้ความช่วยเหลือ พอขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุก็ถูกคนร้ายยิงตาย ขณะนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานและหลักฐานเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายอนุสรณ สำเภา อายุ 45 ปี นางรัตนา สำเภา อายุ 45 ปี และ น.ส.พัฒนา เดชา อายุ 24 ปี พ่อแม่และเมียของนายอัครพล ผู้ตาย กับญาติจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ระหว่างที่รอแพทย์ชันสูตรศพ นางรัตนา ได้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่คิดเอาเรื่องเอาราวกับใคร ไม่อยากเอาไม้ซีกไปงัดกับไม้ซุง เพราะเป็นห่วงครอบครัว แต่ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจที่ลูกชายกลับใจและติดต่อมาเพื่อคิดมอบตัว เมื่อทราบลูกคิดได้และติดต่อมา ทางลูกสะใภ้รู้สึกดีใจ ยังพูดกับลูกสาวว่าติดคุกยังมีวันออก แต่ปรากฏว่า ลูกชายและเพื่อนลูกชายอีก 2 คน ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่จับล็อกตัวขึ้นรถมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. แต่วันนี้กลับมากลายเป็นศพพร้อมเพื่อนแบบนี้

นางรัตนากล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าผลการตายจะออกมาอย่างไรก็คงจะไม่ติดใจเอาความและไปฟ้องร้องกับใคร เพราะกลัวมาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีหน่วยงานหรือองค์กรใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการตายของลูกชายที่มีเงื่อนงำจะต่อสู้หรือไม่ นางรัตนาตอบทันทีว่า ครอบครัวฉันจน ไม่มีเงินทองจะไปต่อสู้กับใคร และไม่คิดปรึกษากับใครอีก คนที่ตัดสินใจคือตัวฉันคนเดียว เพราะถือว่าเป็นเวรกรรมที่ได้สร้างกันมา แต่ตนอยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับวัยรุ่นที่คึกคะนองทั้งหลายว่าอย่าคิดทำผิดแบบลูกชายตน เพราะถ้าทำผิดแล้วเกิดมีความคิดได้กลับตัวกลับใจอาจจะตายเหมือนลูกชายตน

ส่วน น.ส.พัฒนา เมียผู้ต้องหาชะตาขาด กล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า ทำไมสามีหนูต้องมาตายอย่างนี้ด้วย ทั้งๆที่ได้มีการติดต่อขอมอบตัวแล้ว อย่างนี้ถือว่าทำคนที่ไม่มีทางสู้ พร้อมทั้งกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายอัครพลก่อนพบจุดจบว่า เมื่อเช้าวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอัครพลได้โทรศัพท์มาหาตน บอกว่าจะฆ่าตัวตาย จึงเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัว และตนได้ติดต่อไปยัง ด.ต.ปราโมทย์ ไม่ทราบนามสกุล ตำรวจ สภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นตำรวจที่ครอบครัวตนนับถือ กับนางรัตนา แม่นายอัครพลเดินทางไปรับตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวน 9 นาย รวมทั้ง ด.ต.ปราโมทย์ เดินทางไปด้วย ระหว่างทางได้โทรศัพท์คุยกับนายอัครพลตลอด กระทั่งเดินทางมาถึง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ ตนและแม่สามีเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเกรงว่านายอัครพลจะไม่มีความปลอดภัย ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้นำตนและนางรัตนา พร้อมกับญาติอีกคนไปเปิดรีสอร์ตให้รอ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกหนึ่งชุดเดินทางมาสมทบ แล้วให้ตำรวจ สภ.บางปะอิน พาตนกลับบ้าน เพราะทราบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้ว กระทั่งทราบข่าวนายอัครพลกับพวกถูกยิงตาย จึงได้พากันไปดูที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบหลักฐานใดนอกจากการใช้ดินและทรายกลบกองเลือด แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะมีการฟ้องร้องหรือเรียกร้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแม่นายอัครพลคนเดียว ตอนนี้ตนคิดอะไรไม่ออกแล้ว ทำไมบ้านเมืองจึงต้องมีเหตุการณ์แบบนี้ด้วยหรือ

ด้านนายแพทย์สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ แพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพของนายอัครพล เปิดเผยว่า จากการผ่าพิสูจน์ศพพบว่าเป็นการยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง ขนาดที่เรียกว่า “ลูกร้อย” ในระยะกระชั้นชิดแต่ไม่ถึงกับเผาขน ซึ่งบาดแผลมีบริเวณที่ข้อมือซ้ายกระสุนฝังในและกลางหลังกระสุนฝังใน รวมทั้งที่หน้าอกซ้ายมีกระสุนฝังใน 1 นัด นอกจากนี้ ที่บริเวณกกหูขวาถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดแต่เป็นคนละชนิดกับปืนลูกซอง กระสุนฝังในที่กกหูซ้าย ซึ่งสรุปสาเหตุที่เสียชีวิตจะเป็นจุดที่ถูกยิงกลางหลังตัดเส้นเลือดหัวใจ ส่วนลูกกระสุนที่พบภายในตัวมากกว่า 100 นัด และยังพบรอยเฉี่ยวของกระสุนลูกซอง บริเวณหน้าอกเสื้อของผู้ตาย แต่ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือร่องรอยการถูกใส่กุญแจมือ ทางด้านศพอีก 2 รายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอรับศพแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่สำนักงาน ผบก.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เชิญ น.ส.พัฒนา เดชา อายุ 24 ปี เมียนายอัครพล อยู่บ้านเลขที่ 46/6 หมู่ 5 ต.ช้างน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มาตอบข้อซักถามกับสื่อมวลชนกรณีที่นายอัครพลติดต่อขอมอบตัว ก่อนกลายเป็นศพถูกฆ่าโหด โดย น.ส.พัฒนากล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอัครพลโทรศัพท์มาหาจึงเกลี้ยกล่อมจนยอมเข้ามอบตัว พร้อมแนะนำให้ติดต่อกับ พล.ต.ต.นเรศเกี่ยวกับขั้นตอนการมอบตัว หลังจากนั้น นายอัครพลโทรศัพท์มาบอกว่า พล.ต.ต.นเรศแนะนำขั้นตอนการมอบตัวให้โยนปืนทิ้ง ถอดเสื้อแล้วชูมือเหนือศีรษะ พร้อมกำชับให้ตนพาพ่อแม่นายอัครพล และผู้สื่อข่าวไปเป็นสักขีพยานในการมอบตัวด้วย กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ตนได้นัดตำรวจ สภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นญาติ เดินทางไปพบนายอัครพล ที่ จ.ลพบุรี แต่พอไปถึงกลับติดต่อไม่ได้ และได้รออยู่พักใหญ่ แต่ไม่เห็นวี่แววของนายอัครพลจึงพากันเดินทางกลับ กระทั่งตอนเช้าถึงรู้ว่านายอัครพลกับพวกถูกยิงตายไปแล้ว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาฆ่าตำรวจถูกยิงตาย ว่าได้สอบถามแล้ว ทราบว่าคนร้ายถูกฆ่าตัดตอนกันเอง ตำรวจยังไม่ได้พบตัวหรือกระทำวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย คงต้องสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป ส่วนที่มีข่าวตำรวจนำตัวคนร้ายทั้ง 3 คนมาจาก จ.เพชรบูรณ์ นั้นยังไม่มีใครยืนยัน ใครบอกว่าเป็นตำรวจ เท่าที่ฟังดูไม่เห็นมี ต่อข้อถามว่า จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า รอดูรายงานก่อน และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรชี้ว่าเป็นการฆ่าตัดตอนกันเอง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่มีสาเหตุ เพราะว่าจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ผ่านมา เรื่องฆ่าตัดตอนต่างๆ มีเยอะ อย่างเช่น ฆ่าตัดตอนเรื่องยาเสพติด เคยกระทำความผิดต่างๆมากมาย อีกฝ่ายเกรงจะถูกเปิดเผยหรือพยานหลักฐานถึงชิงฆ่าตัดตอนไปก่อน ในกรณีนี้อาจเป็นเช่นนั้น ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ เพียงแต่มีการรายงานของตำรวจมาเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังขาว่า การตายของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน อาจเป็นฝีมือของตำรวจ ผบ.ตร.กล่าวว่า ก่อนจะถามต้องไปศึกษากฎหมายให้ทราบก่อน ว่าวิสามัญหมายความว่าอย่างไร ถ้าถามอย่างนี้มันคนละเรื่องกันเลย พร้อมย้ำว่าตำรวจไม่ทำร้ายใคร ตำรวจถือประชาชนเป็นพี่น้องทุกคน ตนยังเคยบอกให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว เพราะดีกับทุกฝ่าย ตำรวจไม่ต้องเสียเวลาทำงาน และคนที่มามอบตัวก็ได้รับความยุติธรรมจากตำรวจ เวลาฟ้องศาล ศาลก็จะให้ความเมตตา ถ้าหนีไปไม่มีประโยชน์ ไม่มีจะกินก็ไปปล้นอีก กลับมาเป็นพลเมืองกันดีกว่า ถ้ามอบตัวตั้งนานได้รับการอภัยโทษไปแล้ว

 

 

แพทย์ผ่าศพพิสูจน์"ไอ้แบงค์"พบกระสุนกว่า 50 นัดในร่างกาย ทำลายอวัยวะสำคัญจนเสียชีวิต แม่ เผย ลูกชายกลับใจ และพยายามเข้ามอบตัว กระทั่งกลายเป็นศพถูกยิงทิ้ง ย้ำประชาชนทั่วประเทศรู้อยู่แก่ใจ ว่าใครเป็นคนลงมือฆ่า

(10มค.) เวลา 13.00 น. ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีการผ่าพิสูจน์ศพ นายอัครพล (แบงค์) สำเภา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่5 ตำบลขยาย อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.พระนครศรีอยุธยา จนเสียชีวิตทั้ง 3 นาย ประกอบด้วย ดต.โกสินทร์ มั่นพรหม อายุ 41 ปี , จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 33 ปี , ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 25 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศให้เงินรางวัลจำนวนเงิน 500,000 บาท แต่กลับมาถูกยิงจนเสียชีวิตทั้ง 3 ศพ อย่างปริศนา พร้อมกับเพื่อนคือ นายนคร แคว้นเขตกัน และนายมงคล ยาตาล ในเขตพื้นที่ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ด้านนายแพทย์ สุรณงค์ ศรีสุวรรณ แพทย์ผู้ผ่าชันสูตรศพของนายอัครพล หรือแบงค์ กล่าวว่า จากการผ่าพิสูตรศพ พบว่า เป็นการยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองในระยะประชันชิด แต่ไม่ถึงขนาดเผาขน ซึ่งมีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ข้อมือซ้าย ในลักษณะปัดป้องกันตัว และมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโดดเข้าบริเวณกกหูขวา มาตุงที่กกหูซ้าย แต่กระสุนไม่ทำให้เสียชิวิต

ส่วนสาเหตุที่นายอัครพล หรือแบงค์ เสียชีวิต เนื่องจากถูกกระสุนปืนลูกซอง ยิงเข้าที่บริเวณด้านหลัง ซึ่งจากการชันสูจน์พบกระสุนปืนลูกซอง ภายในตัวเหยื่อประมาณ 50 นัด โดยทำลายอวัยวะสำคัญจนเสียชีวิต และยังพบรอยเฉี่ยวของกระสุนปืนลูกซองที่บริเวณหน้าอก และเสื้อของผู้ตายอีกด้วย แต่ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

ด้านนางรัตนา สำเภา อายุ 45 ปี มารดาของนายอัครพล ซึ่งได้เดินทางมารับศพ พร้อมกับญาติๆ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าเป็นฝีมือของใคร และใครเป็นผู้ลงมือทำ ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนทั่วประเทศทราบดี แต่ตนเองก็ไม่คิดที่จะเอาเรื่อง เพราะเป็นห่วงครอบครัว คนอื่นๆ ภายในครอบครัวรู้สึกเสียใจ ที่ลูกชายคิดมอบตัว แต่กลับต้องมากลายเป็นศพ พร้อมเพื่อนแบบนี้ ทั้งๆ ที่ได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงเช้าของวันที่ 9 ม.ค.2551 ที่ผ่านมา

ซึ่งตนได้ไปรออยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้ติดต่อไปยังด.ต.ปราโมทย์ ตำรวจ สภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นตำรวจที่ครอบครัวตนนับถือ จากนั้นจึงมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สภ.บางปะอิน จำนวน 9 คน เดินทางด้วยรถสองคันไปพร้อมกับตน ซึ่งตลอดเวลา ตนได้ติดต่อกับลูกอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเดินทางมาถึงที่บริเวณอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เปิดรีสอร์ทให้ตนรอ จนกระทั่งมีชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกชุดหนึ่งเดินทางมาสมทบ แล้วให้ตนและตำรวจสภ.บางปะอิน รออยู่ที่รีสอร์ท

และตนได้ติดต่อกับบุตรชายตลอดจนเวลา จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 9 ม.ค. ตนก็ไม่สามารถติดต่อบุตรชายได้ จากนั้น ดต.ปราโมทย์ จึงได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่ง ให้พาตนเองกลับบ้าน จนกระทั่งมาทราบข่าวว่า บุตรชายได้ถูกยิงจนเสียชีวิต พร้อมกับเพื่อนๆ ดังนั้น จะขอฝากเตือนถึงผู้ที่เป็นพ่อแม่ด้วยว่า ควรดูแลลูกของตัวเองเป็นตัวอย่าง เพราะหากกระทำผิดแล้ว และเกิดความสำนึกผิดแล้วก็ตาม ก็ไม่มีประโยชน์อะไร โดยจะต้องมาตายทั้งๆที่ มีเจตนาที่จะเข้ามอบตัว เพื่อกลับตัวกลับใจ

ก่อนหน้านั้นเวลา 10.00 น.ที่ห้องสืบสวน สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา นำโดยพ.ต.ท.เอกภพ ตันประยูร สว.สส.สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดพิธีทำบุญให้แก่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 3 นาย ที่ถูกนายอัครพล หรือแบ๊งค์ สำเภา อายุ 22 ปี ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ขณะปฎิบัติหน้าที่นำหมายจับไปติดตามตัวผู้ต้องหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 50 ที่ผ่านมา

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้นิมนต์พระสงฆ์ มาทำพิธีทางศาสนา โดยมีภรรยาและญาติของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายที่เสียชีวิต เดินทางมาร่วมพิธีและได้นำรูปของผู้ตาย มาร่วมในพิธีด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายที่เสียชีวิต จะอโหสิกรรมให้กับ นายอัครพล หรือแบ๊งค์ ที่ลงมือก่อเหตุ

ด้าน นางสุนทรี มั่นพรหม ภรรยา ดต.โกสินทร์ มั่นพรหม หนึ่งในตำรวจที่ถูกนายอัครพล หรือแบ๊งค์ สำเภา ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต กล่าวภายหลังทราบข่าว การเสียชีวิตของนายอัครพล หรือแบ๊งค์ ว่า รู้สึกดีใจที่นายแบ๊งค์เสียชีวิต ไม่ว่าจะถูกใครยิงเสียชีวิตก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ชดใช้กรรมที่ได้ก่อขึ้นแล้ว ตนยังไม่เชื่อว่าตำรวจจะมีเจตนาที่จะยิงนายอัครพล หรือแบ๊งค์ ซึ่งหากนายอัครพล ยังมีชีวิต หรือถูกจับเป็น ตนก็ยังคงจะฟ้องร้องในคดีละเมิด แต่เมื่อนายแบงค์เสียชีวิต ตนก็จะอโหสิกรรมให้

"ส่วนตัวแล้ว เห็นว่า หากนายอัครพล หรือแบ๊งค์ สำเภา มีเจตนาเข้ามอบตัวตั้งแต่แรก คงไม่ต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ เพราะตนพร้อมอโหสิให้ และจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย ในส่วนกรณีพ่อแม่ นายอัครพล หรือแบ๊งค์ หากจะร้องเรียนควรคิดให้ดี เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว"

ภาพ : มติชน

 

 

ปริศนาฆาตกรรม "ไอ้แบงก์"โจ๋ทมิฬ มือฆ่า 3 ตร.อยุธยา ล้างแค้นหรือตัดตอน

 
"ผมเชื่อว่ากลุ่มนายแบงก์อาจจะถูกมือปืนในจังหวัดภาคกลางที่เคยไปอาศัยหลบหนี ลวงมายิงเสียชีวิตทั้ง 3 รายเป็นการตัดตอน เพราะกลัวว่าหากโดนตำรวจจับแล้วอาจเปิดปากซัดทอดถึง"!??

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภาค 1 กล่าวภายหลังมาดูจุดเกิดเหตุฆาตกรรมปริศนา"นายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฆ่าตำรวจสภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ถึง 3 ศพ

นายอัครพล ถูกพบเป็นศพพร้อมกับพวกรวม 3 ราย เมื่อกลางดึกวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา หลังหนีหัวซุกหัวซุนไปหลายจังหวัด เนื่องจากถูกตำรวจทั่วประเทศระดมตามล่าอยู่นานกว่า 1 สัปดาห์

เบาะแสล่าสุดคือวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังหนึ่งในจ.เพชรบูรณ์ หลังได้รับแจ้งจากสายว่าพบนายอัครพล กับพวกมากบดานอยู่

นายตำรวจใหญ่ระบุว่าคนร้ายไหวตัวทัน หลบหนีไปได้

และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมานายอัครพล ก็ถูกยิงตายปริศนาในอ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา !??

ท่ามกลางความกังขาของญาติพี่น้อง ที่อ้างว่านายอัครพล ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว

ขณะที่กระแสอ้างว่านายอัครพล กับพวกถูกรวบตัวได้ตั้งแต่อยู่จ.เพชรบูรณ์!??

ทั้ง 2 คำกล่าวอ้างดังกล่าว นายตำรวจระดับสูงออกมาปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าไม่มีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตาย

จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัดตอนหรือปิดปากจากพรรคพวก ที่ร่วมกันก่อเหตุและเกรงว่าหากนายอัครพล ถูกจับจะซัดทอดนั่นเอง!??

หลังเหตุนองเลือดในงานปีใหม่ที่บ้านนางวันดี แสงศรี อายุ 55 ปี ป้านายอัครพล เลขที่ 24/3 ม.5 ต.บ้านขยาย อ.บางปะหัน ซึ่งนายอัครพล และนายมงคล หรือหมง ยาตาล อายุ 19 ปี เพื่อนร่วมแก๊งก่อเหตุยิงจ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา อายุ 30 ปี พร้อมด้วยด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม, ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน อายุ 27 ปี ฝ่ายสืบสวนสภ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต

เป็นการตายระหว่างถือหมายจับเข้าไปตามหานายอัครพล ตามที่สายรายงานว่าย้อนกลับมาฉลองปีใหม่กับญาติๆ

นายอัครพล เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับหลายคดีทั้งปล้น ข่มขืน และพยายามฆ่า สามารถหลบหนีคดีมานานกว่า 2 ปี ในขณะที่พี่ชายคือนายปฎิพัทธ์ สำเภา อายุ 25 ปี ซึ่งร่วมก่อเหตุมาด้วยกัน ถูกจับกุมได้และศาลตัดสินลงโทษจำคุก 33 ปี


ตำรวจทั้ง 3 นายเข้าไปเพื่อจับกุม แต่ต้องเจอการตอบโต้ที่เกรี้ยวกราดเมื่อฆาตกรโจ๋ กับพวกใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ ขณะที่ตำรวจแทบไม่มีโอกาสต่อสู้

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 นำกำลังเดินทางมาตรวจสอบ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากญาติฆาตกรโหดรายนี้

"คนร้ายนั่งปะปนอยู่กับประชาชนอีก 4-5 คน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าตัดสินใจที่จะใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ ทำให้เสียเปรียบถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ตอนนี้กำชับเจ้าหน้าที่ไล่ล่าคนร้ายให้ระมัดระวัง เพราะเชื่อว่าคนร้ายคงไม่ยอมให้จับกุมง่ายๆ"

ผบช.ภาค 1 กล่าวเสียงเครียด

ตำรวจระดมกำลังหลายร้อยนายจากหลายท้องที่ออกติดตามไล่ล่า แต่ก็ไม่มีวี่แวว จึงออกหมายจับพร้อมส่งภาพไปทั่วประเทศ และตั้งรางวัลค่าหัวสูงถึง 5 แสนบาท !!!

ตำรวจเช็กประวัตินายอัครพล พบว่าไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาก่อคดีมาอย่างโชกโชน ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน มีความสามารถใช้อาวุธปืนได้หลายชนิด จิตใจโหดเหี้ยม

นอกจากนี้ยังอยู่ในข่ายต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าพ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สถิตพานิชการ สวป.สภ.บางบาล ช่วยราชการสภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกยิงตายคาถ.สายเอเซีย ต.หันตรา หน้าเรือนจำพระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึกวันที่ 10 สิงหาคม 2549 ระหว่างขับรถเก๋งกลับจากตั้งด่านตรวจ!??

ครานั้นตำรวจตั้งไว้หลายประเด็น รวมไปถึงปมพบกับผู้ต้องสงสัยจึงจอดรถเข้าไปแสดงตัวขอตรวจค้น จึงถูกยิงเสียชีวิต

ที่ตำรวจสงสัยว่านายอัครพล จะเกี่ยวกับคดีฆ่าสวป.สภ.อุทัย เนื่องจากบริเวณเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่หากินของนายอัครพล จากคดีเก่าๆ พบว่าเคยก่อเหตุในละแวกนั้นหลายครั้ง!??

นอกจากตำรวจภาค 1 และพระนครศรีอยุธยา จะตั้งทีมพิเศษระดมมือปราบออกตามล่าแล้ว กองปราบปรามก็ได้รับคำสั่งให้เข้ามาร่วมทำคดีนี้ด้วย

พร้อมคำกำชับว่าให้ระมัดระวัง และให้จัดการขั้นเด็ดขาดได้ทันทีหากคนร้ายแสดงท่าทีขัดขืนหรือพยายามต่อสู้!!!

ตำรวจยังออกตามเบาะแสบ้านญาติและแฟนสาวของนายอัครพล แต่ตำรวจยังตามไม่พบร่องรอย


กระทั่งวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ภ.อุดรธานี ประสานมายังตำรวจพระนครศรีอยุธยา ว่าพบเบาะแสนายอัครพล มาอยู่ในพื้นที่!??

โดยมีพยานเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง และคนขับรถปิกอัพระบุว่าพบนายอัครพล กับพวกมาว่าจ้างให้ไปส่งที่อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา!??

พยานระบุว่าวันเกิดเหตุนายอัครพล กับเพื่อนอีกคนว่าจ้างรถจากสถานีขนส่งมาลงที่ตลาดรังสินา ในตัวเมือง แล้วสอบถามหารถที่จะต่อไปอ.ศรีเชียงใหม่ จึงแนะนำให้ไปสอบถามพยานอีกคนที่เป็นคนขับรถปิกอัพรับจ้าง ซึ่งจะเดินทางไปส่งผู้โดยสารที่จ.หนองคาย จึงขอติดรถไปด้วย

กระทั่งเห็นข่าวและภาพผู้ต้องหาก็จำได้ทันที เนื่องจากนั่งอยู่ด้วยกันนานหลายชั่วโมงระหว่างเดินทาง จึงรีบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งไปยังบช.ภาค 4 และชุดสืบสวนตำรวจภาค 4 จัดทีมออกร่วมไล่ล่าคนร้าย พร้อมประสานกับตำรวจหนองคาย เพื่อหาเบาะแส

ขณะเดียวกันตำรวจก็ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านเช่าในจ.เพชรบูรณ์ ว่าพบผู้ต้องสงสัยจะเป็นนายอัครพล มาขอเช่าห้องพักอยู่กับเพื่อนอีกคน

แต่เมื่อตำรวจไปตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงข้าวของเครื่องใช้บางส่วนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่านายอัครพล กับพวกถูกตำรวจจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นที่ยืนยัน!??

แล้วจู่ๆ ตำรวจก็เจอกับนายอัครพล อย่างไม่คาดฝัน

แต่เป็นการเจอเพียงศพที่ถูกยิงทิ้งพร้อมกับพวกรวม 3 ราย ริมถนนลูกรังเลียบคันคลองชลประทาน ม.1 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ราวตี 4 วันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจน้อยใหญ่นำโดยพล.ต.ท.รชต, พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส, พ.ต.อ.ธาตรี ตั้งโสภณ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และพ.ต.อ.สุเมธ ธชเสนีย์ ผกก.สภ.อุทัย เดินทางไปยังจุดที่ได้รับแจ้งเหตุพบศพถูกฆ่า 3 รายซ้อน

เมื่อไปถึงพบว่าหนึ่งในนั่นคือนายอัครพล หรือแบงก์ ที่ตำรวจกำลังตามล่าอยู่!!!

ส่วนอีก 2 ศพที่นอนเรียงอยู่ใกล้ๆ กัน ประกอบด้วยนายมงคล หรือหมง เพื่อนที่ร่วมก่อเหตุฆ่า 3 ตำรวจ และนายนคร แคว่นเขตกัน อาสาสมัครกู้ภัยพุทไธศวรรย์จุดบางปะหัน ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือพานายอัครพล และพวกหลบหนีตำรวจ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ 2 คันล้มคว่ำอยู่

ทั้ง 3 ศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าใบหน้าและลำตัว โดยนายอัครพล และนายมงคล ยังมีปืนพกเหน็บอยู่ที่เอวคนละกระบอก

ลักษณะที่เกิดเหตุเหมือนกับทั้ง 3 คนขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน แล้วโดนมือปืนที่ดักรออยู่ซุ่มยิงจนรถล้มแล้วออกมาซ้ำจนเสียชีวิตคาที่!!!

ทันทีที่เกิดเรื่องขึ้นพล.ต.ท.รชต รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือตำรวจ เพราะไม่ทราบด้วยซ้ำว่านายอัครพล ย้อนกลับมาในพื้นที่ เนื่องจากเบาะแสล่าสุดพบว่ากบดานอยู่จ.เพชรบูรณ์

"ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้อุ้มมายิงทิ้ง นอกจากนี้ยังได้สอบถามไปยังบช.ภาค 6 ได้รับการยืนยันจากรองผบช.ภาค 6 ว่าไม่มีตำรวจควบคุมตัวกลุ่มนายแบงก์ ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีตำรวจชุดไหนจับกุมตัวมาแน่นอน คดีนี้ไม่ใช่การวิสามัญฆาตกรรม น่าจะเป็นคนร้ายติดตามมายิงทิ้งกันเอง"

พล.ต.ท.รชต กล่าว

ขณะที่นางรัตนา สำเภา อายุ 43 ปี แม่และนางพัฒนา เดชา เมียของนายอัครพล ออกมาระบุอย่างสงสัย โดยอ้างว่านายอัครพล ติดต่อยืนยันว่าจะเข้ามอบตัวในเร็วๆ นี้ และประสานกับตำรวจนายหนึ่งไว้แล้ว

มีการนัดพบกับที่จ.ลพบุรี ในช่วงเย็นวันที่ 9 มกราคม แต่แล้วจู่ๆ นายอัครพล ก็ถูกฆ่าตาย

การตายของนายอัครพลกับพวก แม้ทางหนึ่งจะน่าสงสัยว่าเป็นฝีมือของใคร หรือสาเหตุมาจากเรื่องอะไร !??

แต่แน่นอนว่าเป้าหนึ่งย่อมเป็นตำรวจ เพราะมีกรณีพิพาทอย่างรุนแรงกันอยู่

การตายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของนายอัครพล ยังความสงสัยอย่างยิ่งว่าเป็นการฆ่าตัดตอนอย่างที่ตำรวจพยายามบอก หรือเป็นการ"ล้างแค้น"กันแน่ !??

ทว่าด้วยประวัติและผลงานอันโหดเหี้ยมที่ผ่านมา ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน และยิงตำรวจตายอีก 3 ศพ ทำให้ความเห็นใจในชะตากรรมมีน้อยยิ่งกว่าน้อย

โดยรวมแล้วสังคมส่วนใหญ่ติดใจสงสัย และไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบ"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"เช่นนี้

แต่ส่วนหนึ่งก็อดอนุโมทนาสาธุไม่ได้!??

 

 

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสด

 

 

วิสามัญฆาตกรรมหรือไม่??

กรณีนายแบงก์ผู้ต้องหาฆ่าตำรวจตาย 3 ศพ  ถูกฆ่าตายพร้อมพวกรวม 3 ศพ  ปริศนาทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่า  น่าจะเป็นฝีมือของตำรวจ  และมารดาของผู้ตายอ้างว่า  ก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตายได้ประสานงานกับตำรวจผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เพื่อให้ลูกชายมอบตัว    โดยประสานงานกับตำรวจอย่างต่อเนื่อง  แต่ปรากฏว่าลูกชายถูกยิงตาย  พร้อมกับพวกรวม  3  ศพ  และถูกยิงทางด้านหลังทั้ง 3 ราย  จึงน่าเชื่อว่ามีการวางแผนมีล่วงหน้า  หรือจะรู้ข้อมลจากแม่ผู้ตายตามไปฆ่า   

 

            ซึ่งการกระทำดังกล่าวถ้าเป็นเจ้าพนักงานถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามป.อ. 157  และเป็นการฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน    ตาม ป.อ. 289(4)  มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

 

            สิ่งสำคัญคือ  จะมีใครเป็นพยานยืนยันเกี่ยวกับคดีนี้  เนื่องจากอาจหวั่นเกรงอิทธิพลของตำรวจ  แต่ถ้าเกิดคดีนี้ตำรวจไม่ทำความจริงให้กระจ่าง  ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสียหาย

 

            ข้อกล่าวอ้างของ  ผบ.ภ.1  ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนเกิดเหตุว่า  ต้องวิสามัญอย่างแน่นอน  มาถึงวันนี้ก็เป็นจริงตามดังที่ท่านได้พูดไปแล้ว  ส่วนที่ท่านให้สัมภาษณ์ในทำนองเป็นการฆ่าตัดตอนของคนร้ายด้วยกัน  ทนายคลายทุกข์ฟังแล้วเห็นว่า  ไม่สมเหตุสมผล            การวิสามัญฆาตกรรมถือว่าเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ  ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 148  ตามกฎหมายจะต้องจัดให้มีการชันสูตรพลิกศพ  เพื่อหาสาเหตุของการตาย  ซึ่งคดีนี้ตำรวจจะต้องจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว  ถ้าจับไม่ได้ตำรวจจะถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง  และการที่จะกู้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  คงจะยากยิ่งขึ้น  เนื่องจากว่าทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้ว 

            คำพูดของมารดาผู้ตาย ? ไม่คิดจะเรียกร้องอะไร  แต่จะบอกผ่านสื่อว่าแบงก์ไม่ได้รับความยุติธรรม  คนเขามอบตัวแล้วไม่น่าจะทำร้าย  แบบนี้ไม่น่าเลย  ประชาชนที่ไหนจะเชื่อถือได้  อยากบอกผ่านทุกคนว่า คนทำชั่วกลับใจ  ถ้ากลับใจตอนหลังมันไม่มีประโยชน์  ไม่ร้องเรียนที่ไหนทั้งสิ้น  แต่อยากบอกให้รู้ว่าความจริงเป็นแบบนี้ให้ประชาชนรู้  ร้านอาหารก็ยืนยันว่าหนึ่งในที่ถูกพาขึ้นรถไปมีแบงก์ด้วย?

            ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ 

มาตรา 289 ผู้ใด
(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ต้องระวางโทษ ประหารชีวิต 

มาตรา 148 เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใด ตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของ เจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพเว้นแต่ตายโดยการประหาร ชีวิตตามกฎหมาย
การตายโดยผิดธรรมชาตินั้น คือ
(1) ฆ่าตัวตาย
(2) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย
(3) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย
(4) ตายโดยอุบัติเหตุ
(5) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ

รายละเอียดรายงานข่าวมีดังนี้

'ไอ้แบงก์' พร้อมพวกผู้ต้องหาฆ่า3ตร.เป็นศพปริศนาที่อยุธยา 'แม่' ปักใจเชื่อลูกถูกเก็บ

 พบศพ 'ไอ้แบงก์' กับพวกอีก 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่าตร.อยุธยา 3 นาย นอนตายปริศนาอยู่ที่อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยผบ.ช.ภ.1อ้างถูกฆ่าตัดตอนจากพวกที่ให้การช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เป็นแม่ปักใจเชื่อถูกเก็บ หลังโดนหลอกให้ไปคอยลูกที่รีสอร์ต

 

3 ผู้ต้องหาตายปริศนาที่อยุธยา

เมื่อเวลา 04.30 น. พ.ต.อ.สุเมธ ธัชเสนี ผกก.สภ.อุทัย จ.อยุธยา รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 3 ราย บริเวณถ.ชลประทาน หมู่ 2 ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เส้นทางอุทัย-บ้านหีบ ตรวจสอบพบมีนายอัครพล หรือแบงก์ สำเภา หรือ แบงก์ อายุ 22 ปี นายนคร แคว้นเขตกัน, นายมงคล หรือหมง ผู้ต้องหาคดียิงตำรวจอยุธยาเสียชีวิต 3 นาย นอนคว่ำหน้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าบริเวณกลางหลังทั้ง 3 ราย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์จอดล้มคว่ำ 2 คัน คันแรกยี่ห้อฮอนด้าเวป สีดำ ทะเบียน ยษ 992 กทม.และอีกคันยี่ห้อฮอนด้าเวป สีแดง ทะเบียน ขคพ 981 เพชรบูรณ์ ต่อมา พล.ต.ท. รชต เย็นทรวง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับยืนยันว่า เป็นคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจอยุธยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า ใครเป็นผู้ฆ่านายแบงก์และพวก

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจกองปราบปราม และศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล ใช้เวลาติดตามตัวนายอัครพลมานานกว่า 9 วัน โดยเมื่อช่วงสายของเมื่อวันที่ 9 มกราคม มีประชาชนแจ้งข้อมูลว่า พบนายอัครพลกับเพื่อนอีก 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง จากจังหวัดเพชรบูรณ์มุ่งหน้าเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากถูกตำรวจปิดล้อมตรวจค้นห้องเช่า ใน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ทั้ง 3 คน จึงหลบหนีกลับมาหาญาติ ตนเองจึงสั่งตำรวจออกสกัดจับ แต่นายมงคลและพวกอีก 2 คน ไหวตัวหลบหนี

ผบ.ช.ภ.1 กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่า การเสียชีวิตของคนร้าย น่าจะเกิดการตัดตอนของคนที่ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี เนื่องจากนายอัครพลถูกตั้งค่าหัวถึง 5 แสนบาท และมีข่าวว่าจะเข้ามอบตัวกับตำรวจ จึงอาจทำให้คนที่ให้การช่วยเหลือนายอัครพลตลอดมา เกรงจะมีความผิด จึงฆ่าตัดตอนก่อน

 

แม่ปักใจเชื่อลูกถูกพาไปฆ่า นางรัตนา สำเภา มารดานายแบงก์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ระบุว่า ก่อนหน้าที่จะพบลูกชายเสียชีวิต ภรรยาของลูกชายบอกว่าแบงก์ได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่าจะลาตาย ซึ่งแฟนก็คัดค้านไว้ ต่อมาตนก็มีโอกาสได้คุยโดยลูกบอกว่ามันจะเป็นไรหรือไม่หากจะมอบตัว ตนก็แนะนำว่าให้มอบตัว และบอกว่า 'ไม่เป็นไรหรอกลูก อาจจะได้ลดโทษสักครึ่งหนึ่งหรือติดคุกตลอดชีวิตก็ยังดี ถ้าทำดีอาจจะได้ลดโทษลงเรื่อยๆ'

 

นางรัตนา ยังระบุว่า ในการมอบตัวภรรยาของลูกบอกว่าได้ติดต่อดาบมาโนช อยู่ที่สภ.บางปะอิน ตอนแรกก็นัดกันว่าให้มอบตัววันที่ 8 มกราคม แต่แบงก์บอกว่าอยู่ไกลประมาณ 20 กิโลเมตร คงมาไม่ทัน ก็ให้มาวันที่ 9 มกราคมแทนตอน 08.00 น. ซึ่งตำรวจก็รับทราบเรื่องนี้ ซึ่งระหว่างการเดินทางแบงก์ก็ติดต่อมาตลอดว่าขณะนี้ถึงไหนแล้ว โดยนัดแนะว่าให้แม่ไปคอยที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี โดยตนก็อยู่กับดาบมาโนชตลอดเวลา ซึ่งแบงก์เองก็ติดต่อเข้ามาหาดาบมาโนช และตำรวจอีกชุดที่จะทำการมอบตัวตลอดเวลา ซึ่งดาบมาโนชเป็นผู้ประสานงานทั้งหมด เวลาตอนนั้นประมาณ 13.00-14.00 น.

แม่นายแบงก์ กล่าวต่อว่า จากนั้นก็นัดกันให้มารอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นรีสอร์ตแถวลำนายรายณ์ แล้วตำรวจอยุธยามากันเยอะมาก ให้เราคอยที่นั่น แต่ต่อมาชุดของตำรวจอยุธยาก็ออกไป จากนั้นก็ขาดการติดต่อกับแบงก์ไป ทำให้รู้ว่าเราโดนหลอกแล้ว เพราะติดต่อกับลูกไม่ได้แล้ว ซึ่งขณะนั้นเวลาประมาณ 15.00 น. แบงก์พยายามโทรหาดาบมาโนชแต่ก็ไม่คุยกันไม่ได้ 2-3 ครั้ง

'คิดว่าตอนนั้นแบงก์คงโดนรวบตัวไปแล้ว ว่าเราโดนหลอก เราโดนหลอกให้คอย นัดกันว่าให้แม่คอยรับลูก แม่ก็เตรียมเสื้อผ้าไป ตอนแรกตำรวจแนะนำวิธีการมอบตัว ให้แม่เข้าไปหาแบงก์และกอดคอพามาหาตำรวจ' นางรัตนา กล่าว และว่า จนกลางคืนกลับมาบ้านแม่ยังบอกดาบมาโนชว่าโดนหลอก ซึ่งต่อจากนั้นก็ติดต่อกับแบงก์ไม่ได้ แม่ยังคิดว่าถ้าแบงก์ได้ติดต่อมาบ้างก็เท่ากับว่าไม่โดนรวบตัว อาจจะเป็นว่าเปลี่ยนใจหรืออะไร ซึ่งคนในร้านอาหารก็ยังบอกว่ามีการพาขึ้นรถไปแล้ว

 

เมื่อถามว่าตอนนี้มาทราบว่าแบงก์เป็นศพอยู่จะทำอย่างไร นางรัตนา กล่าวว่า 'ก็ต้องไปรับลูก''ไม่คิดจะร้องเรียนอะไร แต่จะบอกผ่านสื่อว่าแบงก์ไม่ได้รับความยุติธรรม คนเขามอบตัวแล้วไม่น่าจะทำร้าย แบบนี้ไม่น่าเลย ประชาชนที่ไหนจะเชื่อถือได้ อยากบอกผ่านทุกคนว่าคนทำชั่วกลับใจ ถ้ากลับใจตอนหลังมันไม่มีประโยชน์ ไม่ร้องเรียนที่ไหนทั้งสิ้น แต่อยากจะบอกให้รู้ว่าความจริงเป็นแบบนี้ให้ประชาชนรู้ ร้านอาหารก็ยืนยันว่าหนึ่งในที่ถูกพาขึ้นรถไปมีแบงก์ด้วย' แม่นายแบงก์ กล่าว

 

เมื่อถามว่าแม่คิดว่าลูกถูกพาไปฆ่าทิ้งเลยหรือ นางรัตนา กล่าวว่า ค่ะ

ผบ.ช.ภ.1รีบแจงยันไม่ได้พาไปฆ่า แต่อาจถูกฆ่าตัดตอน

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ระบุว่า เข้าใจนางรัตนา สำเภา มารดานายแบงก์ ว่าอาจจะยังมีความเคลือบแคลงอยู่ ตนก็เสียใจสิ่งที่เขาพูด ตำรวจทั้งหมดเป็นจำเลยกล่าวหาว่าตำรวจเราหลอก แต่เจตนาเราไม่มีเลย เราอยากได้ตัวนายแบงก์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย บอกได้เลยว่าทุกอย่างเราทำให้ดีที่สุด ไม่มีเด็ดขาดว่าหลอกไปฆ่า

 

เมื่อถามว่าพนักงานร้านอาหารระบุว่ามีการรวบตัวจริง แต่วันรุ่งขึ้นก็ไปพบเป็นศพ พล.ต.ท.รชต กล่าวว่า ใครเป็นคนรวบตัว ตนไม่แน่ใจ เพราะทีมงานของตนที่ชุดที่ส่งไป 2 ชุดคือชุดของภาค 1 และของที่อยุธยาก็ไม่ได้เข้าไป เราไม่ได้ไปจุดนั้นแน่นอน ตนได้รับทราบแต่เพียงข่าวสารว่ามีคนไปรับตัวกลุ่มคนเหล่านั้น แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกเดียวกับผู้ที่ตายหรือไม่ ถ้าเป็นกลุ่มเดียวกันเป็นใครก็ไม่ทราบ อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่ก็ไม่ทราบ เป็นไปได้ว่านายแบงก์ได้ร่วมกระทำความผิดในคดีอื่นอีก อาจจะเห็นว่าถ้าปล่อยให้แบงก์โดนจับก็จะมีปัญหา จึงต้องไปเอาตัวมาจัดการเสีย เหมือนฆ่าตัดตอน ถ้าให้มีชีวิตอยู่ก็จะให้การพาดพิงกับผู้เกี่ยวข้อง

 

ต่อข้อถามว่าหากเป็นกลุ่มพวกที่เสียผลประโยชน์หากนายแบงก์ถูกจับตัวกระบวนการไปรับตัวไม่อันตรายเกินไปหรือ ผบ.ช.ภ.1 กล่าวว่า ผมว่าถ้าเป็นตำรวจไม่น่าทำแบบนั้น ทั้งนี้ดูรูปการณ์แล้วอาจจะเป็นคนที่เขารู้จักกันแล้วเกิดมีปัญหากันหรือไม่ เพราะดูในกระเป๋าแล้วมีเงินนิดเดียว อาจเป็นไปได้ว่าพอไม่มีเงินก็ตกลงใจกันกลับมาบ้านมาหาเงินแล้วหนีต่อ 'ผมมองดูแล้วถ้าเป็นตำรวจไม่น่าจะเอามาทำที่อยุธยา เพราะว่าถ้าจะยิงทิ้งกันอย่างที่กล่าวหา ไปยิงที่ไหนก็ได้ครับ' พล.ต.ท.รชต กล่าว

เมื่อถามว่าได้รับรายงานหรือไม่ว่ามีการติดต่อดาบมาโนชเพื่อประสานขอมอบตัว ผบ.ช.ภ.1 กล่าวว่า ตรงนี้เบื้องต้นตนไม่ทราบ อาจจะมีทีมงานขอมอบตัวก็เป็นได้ เพราะตำรวจกดดันค่อนข้างหนัก ฝ่ายผู้ต้องหาเองก็ไม่สบายใจ แม่ผู้ต้องหาก็ไม่สบายใจ แต่การมอบตัวหรือไม่นั้นตนไม่แน่ใจว่านายแบงก์จะมอบตัวจริงหรือไม่ แม้จะมีการติดต่อวันนี้อาจจะรับปาก หรือสักครู่หนึ่งก็อาจจะไม่มอบตัวก็ได้ เพราะเขาหนีมาตลอด 2 ปี

'อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกัน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้ผมไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับการตายของผู้ต้องหาทั้งหมด เวลานี้ผมเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจของพระนครศรีอยุธยา ประชุมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้' พล.ต.ท.รชต กล่าว

 

ก่อเหตุโหดฆ่า 3 ตำรวจวันสิ้นปี

 

สำหรับนายอัครพล สำเภา ก่อเหตุยิงตำรวจทั้ง 3 นาย เสียชีวิต เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา และหลบหนีการจับกุมของตำรวจมาได้ทุกครั้ง โดยมีนายมงคล ยาตาล และนายนคร แคว่นเขตขัน เพื่อนสนิทพาหลบหนี ทั้งนี้ทั้ง 3 คน มีผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งใน อ.บางปะหัน ให้การช่วยเหลือ และส่งข้อมูลการเข้าจับกุมให้ตำรวจรู้ ซึ่งล่าสุดตำรวจกำลังติดตามพฤติกรรมชายคนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าจะเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนี 

 

ทั้งนี้ นายอัครพล เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล้นและข่มขืนหลายคดี และยังก่อเหตุใช้อาวุธปืนฆ่า ด.ต.โกสินทร์ มั่นพรหม ส.ต.ต.ศิลา แหวนเงิน และ จ.ส.ต.ปรีดา จ้อยจุฑา ตำรวจงานสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ขณะถูกตำรวจเข้าจับกุม เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม และสามารถหลบหนีไปได้

 

บุกค้นร้านอาหารที่เพชรบูรณ์

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1นำกำลังตำรวจกว่า 100 นายพร้อมอาวุธครบมือ เข้าตรวจค้นห้องเช่าใน ม.7 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ของนายธีระ หนูสาลี อายุ 63 ปี โดยกระจายกำลังปิดล้อมเพื่อตรวจค้นนายอัครพล สำเภา หรือแบงก์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาสังหารตำรวจอยุธยา 3 ศพ แต่ผลการตรวจค้นไม่พบตัว พบเพียงเศษอาหาร ถุงพลาสติกใส่แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าห่ม หมอนและหนังสือพิมพ์ ที่คนร้ายซื้อมาอ่านติดตามความเคลื่อนไหวการไล่ล่าของตำรวจ

 

จากการสอบสวนนายธีระ กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งมาติดต่อเช่าห้องในราคา 700 บาท/เดือน จากนั้นในวันที่ 5 ม.ค. 51 ชายคนแรกที่มาติดต่อเข้ามาพักอาศัยพร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน โดยตนไม่รู้ว่าชาย 2 คนเป็นใคร เพราะไม่ได้ตรวจสอบเอกสารใด ๆ แต่จากการดูภาพตามหมายจับแล้วคล้ายคลึงกับ นายอัครพล สำเภา หรือ แบงก์ อายุ 22 ปี และ นายมงคล ยาตาล หรือ หมง อายุ 20 ปี แต่ยอมรับว่าพบความผิดปกติหลายอย่าง โดยชายทั้ง 2 จะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง ไม่สุงสิงกับใครและจะออกจากห้อง เฉพาะช่วงกลางคืนเพื่อออกไปซื้ออาหารเท่านั้น โดยสวมหมวกกันน็อคปกปิดใบหน้าทุกครั้งและรีบกลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว และเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาเห็นชาย 2 คนดังกล่าวขับรถจักรยานยนต์ ออกจากที่พักแล้วหายไปจนถึงขณะนี้ยังไม่กลับมา

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากหลักฐานที่พบหลังตรวจค้นและคำให้การของเจ้าของบ้านเช่า ทำให้เชื่อได้ว่าจนถึงขณะนี้คนร้ายทั้ง 2 คนยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ และมั่นใจว่าจะจับคนร้ายได้ในระยะเวลาอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการจับเป็นหรือจับตาย ยอมรับว่าที่ผ่านมาคนร้ายมีญาติและเพื่อนสนิทให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะที่หลบซ่อนและช่วยเหลือในการหลบหนี อีกทั้งคนร้ายมีประสบการณ์การหลบหนีหมายจับเก่ามาถึง 2 ปี ทำให้ตำรวจต้องนำข้อมูลและข้อผิดพลาดมาประมวลผล เพื่อวิเคราะห์กำหนดทิศทางการทำงานใหม่อีกครั้ง และยังได้ขอความร่วมมือจากประชน หากพบเห็นคนร้าย หรือ ที่หลบซ่อน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุด ให้แจ้งตำรวจได้ในทันที โดยยืนยันว่าจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ โดยมีการตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 500,000 บาท

 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชนประกอบการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย 

และขอบคุณภาพจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 







โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง