ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




พล.อ.เปรม กับ นายกฯ

 

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

14 ก.ค.2554

 

จำได้สมัยเรียน ว่าวันนี้เป็นวันปฏิวัติฝรั่งเศส  อ่านบทความหนังสือพิมพ์มติชน เรื่อง ป๋าเปรม กับนายกรัฐมนตรี เห็นว่าดี ว่าจะบันทึกไว้เป็นความจำ  ป๋าเปรม หรือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อสมัยผมรับราชการตำรวจใหม่ ๆ ตอนรับราชการเป็นยุคของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และ นายกรัฐมนตรีมักมากจากทหาร  ร.ร.นายร้อย จปร.เคยจะมาสร้างที่ อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา แต่ผลสุดท้ายก็ย้ายสถานที่ ไปสร้างที่ จว.นครนายก เป็น โรงเรียนทหาร ที่สร้างนายกรัฐมนตรีไทย เหมาะสมกับชื่อจังหวัดดีแท้ ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม พลเอกเปรมฯ มาตั้งแต่ เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา หากหักลบอายุแล้ว ก็ลดไป 30 ปีทีเดียว  ตอนนั้น พลเอกเปรมฯ อายุยังไม่ถึง 60 ปีด้วยซ้ำไป

บทความ ที่ว่า ทำไม? นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะสมัยใด จะต้องเข้าพบ คารวะ พลเอกเปรมฯ ส่วนใหญ่จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลหลังจากหมดยุคพลเอกเปรมฯ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 จุดหนึ่งที่สำคัญ คือ พลเอกเปรมฯ ถือเป็นทหาร ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ไทยมากที่สุด มีความจงรักภักดี รักสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ว่าได้ ประกอบกับ ห้วงระยะเวลาดังกล่าว กระแสพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ พคท.แรงมาก ถึงขนาดจะเข้ายึดประเทศไทยเรา ว่าในปี พ.ศ.2525 เป็นสงครามประสาท มีรูปภาพญวนแดง ใช้ปากกำลังจะอมกลืนประเทศไทยเรา พื้นที่สีแดงเต็มประเทศไทย จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ให้จงได้ ตามทฤษฎีโดมิโน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเป็นคอมมิวนิสต์ หรืออย่างน้อยก็เป็นระบอบสังคมนิยมกันไปถ้วนหน้า  ประเทศไทยเรา ระวังและเตรียมป้องกัน เตรียมทำสงครามกับคอมมิวนิสต์กันยกใหญ่  ฐานทัพอเมริกากระจายทั่วประเทศไทย จนพูดเล่นกันว่า สมัยนั้นเราจะสู้ญวนได้หรือ? รถถังเราก็มีไม่มาก ก็เสนอใช้รถบรรทุก 10 ล้อ  บ้านเรามีมากมาย บรรทุกทหารไปรบ หรือชนกับรถถังแทน ???  เพราะบ้านเมืองเราผ่านเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 มาแล้ว  นักศึกษา ประชาชนยังใช้รถเมล์ชนกับรถถังของทหารได้ ?? 

ผมจำได้ดี ขณะนั้นผมอยู่ที่ อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา พลเอกเปรมฯ และ พลตรีอาทิตย์ กำลังเอก ได้ปกป้องนำขบวนเสด็จฯ ไปที่ จว.นครราชสีมา  ก็ด้วยสาเหตุทางการเมืองของไทยที่มีแนวคิดไม่ตรงกัน

นับแต่นั้นมา พลเอกเปรมฯ ซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายขวาจัด หมายถึงระบอบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข (บ้านเมืองเราแบ่งเป็นฝักฝ่าย ขวา-ซ้าย แม้แต่ในสถาบันอุดมศึกษา ก็มีพวกขวา พวกซ้ายเช่นกัน นักศึกษาเข้าป่าไปอบรมลัทธิคอมมิวนิสต์กันมากมาย) ด้วยเหตุนี้เอง นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ใช่มาจากทหาร หรือจะเป็นทหารก็ตาม ก็น่าจะต้องอยู่ในสายตาของ พลเอกเปรมฯ เสมอ เหมือนเป็นผู้กลั่นกรอง การันตีให้เป็นอะไรทำนองนั้น จึงไม่แปลกอะไร ? นายกรัฐมนตรีคนต่อ ๆ มา จะต้องเข้าทำความคารวะ พลเอกเปรมฯ ในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองไทย  คงมีสมัยรัฐบาล นายกอานันท์ ปันยารชุน และ พลเอก สุจินดา คราประยูร ที่เป็นรัฐบาลสั้น ๆ ที่อาจไม่ได้เข้าพบกันอย่างเป็นทางการ  ยุคนายสมัคร สุนทรเวช ไม่ต้องพูดกันเลย เพราะไม่สนใจบ้านสี่เสาเทเวศน์ ไปไม่ถูก ถือเป็นข้อยกเว้นไป ส่วนคนอื่น ๆ ที่ไม่เข้าหาซิแปลกแน่นอน ใครที่เข้าหา หรือพลเอกเปรมฯยอมรับ  ก็จะสามารถบริหารราชการบ้านเมืองอย่างสบายใจ ในทำนองกลับกัน หาก พลเอกเปรมฯ ไม่เห็นด้วย โอกาสที่จะบริหารราชการบ้านเมืองก็ค่อนข้างลำบากหน่อย ดูจากทำเนียบแล้ว มักไปไม่รอด ไม่ถึงฝั่ง ต้องมีอันเป็นไป เป็นกฎธรรมชาติ และหากเป็นคน(ใต้) บ้านเดียวกัน ก็จะยิ่งดี เช่นกัน  

จากการที่นายกรัฐมนตรีเข้าพบคารวะ จนเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ หรือจะเป็น รปจ.ระเบียบปฎิบัติประจำก็ตาม  จึงทำให้เห็นว่า พลเอกเปรมฯ คือผู้มีบารมีนั่นเอง ที่สามารถมองเห็นอนาคต และกาลไกลได้  บางคนก็ว่า ฯพณฯ มีมือที่ล่องหนได้ และไปกล่าวหา ฯพณฯ อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร  มีคนจำนวนมากที่ชอบ รักพลเอกเปรมฯ ขณะเดียวกันก็มีคนไม่ชอบไม่รัก เช่นกัน เป็นธรรมดาของมนุษย์เรา 

การเป็นผู้มีบารมี ของ พลเอกเปรมฯ ก็ยังจะต้องดำเนินการต่อไป นายกรัฐมนตรี จากคนที่ 17 เป็นต้นมา ก็จัดว่าอาวุโสน้อยกว่าพลเอกเปรมฯทั้งนั้น ไม่ว่าทหาร พลเรือนถือเป็นผู้ด้อยอาวุโส  มาถึงปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย จะเป็นใคร? ก็ตาม ก็จะต้องขอเข้าพบตามธรรมเนียมปฎิบัติเช่นกัน  แต่การเข้าพบไม่ง่ายอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับประตูบ้านสี่เสาจะเปิดหรือไม่ ?  เหตุผลมีเพียงแค่นี้

ภาษาชาวบ้านก็คือยินดีต้อนรับหรือไม่ ? 

การไม่ต้องเข้าพบ ก็ต่อเมื่อประเทศไทยเราไม่มี พลเอกเปรมฯ อีกแล้ว เพียงประการเดียวเท่านั้น ครับ

มาดูทำเนียบนายกรัฐมนตรีไทยกัน

นายกรัฐมนตรี คนที่ 1  พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) ดำรงตำแหน่งวันที่ 28 มิถุนายน 2475 พ้นตำแหน่งวันที่ 21 มิถุนายน 2476 ด้วยการทำรัฐประหารโดยพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 2  พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ดำรงตำแหน่งวันที่ 21 มิถุนายน 2476 พ้นตำแหน่งวันที่ 16 ธันวาคม 2481 โดยรัฐบาลยุบสภา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 3  จอมพลแปลก พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 16 ธันวาคม 2481 พ้นตำแหน่งครั้งสุดท้ายวันที่ 16 กันยายน 2500 โดยการทำรัฐประหารนำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี คนที่ 4  พันตรีควง อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 สิงหาคม 2487 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 เมษายน 2491 โดยถูกคณะรัฐประหารบังคับให้ลาออก
นายกรัฐมนตรี คนที่ 5  นายทวี บุณยเกตุ ดำรงตำแหน่งวันที่ 31 สิงหาคม 2488 พ้นตำแหน่งวันที่ 17 กันยายน 2488 เนื่องจากลาออก เพื่อให้ผู้เหมาะสมมาแทน
นายกรัฐมนตรี คนที่ 6  หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 17 กันยายน 2488 และอีกครั้งในต้นปี 2519 ก่อนพ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ด้วยการทำรัฐประหาร นำโดยพล.ร.อ.สงัด ชลออยู่
นายกรัฐมนตรี คนที่ 7  นายปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) ดำรงตำแหน่งวันที่ 24 มีนาคม 2489 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 สิงหาคม 2489 โดยการลาออก
นายกรัฐมนตรี คนที่ 8  พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (หลวง ธำรงนาวาสวัสดิ์) ดำรงตำแหน่งวันที่ 23 สิงหาคม 2489 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 โดยการทำรัฐประหารนำโดยพล.ท.ผิน ชุณหะวัณ
นายกรัฐมนตรี คนที่ 9  นายพจน์ สารสิน ดำรงตำแหน่งวันที่ 21 กันยายน 2500 ตามมติสภาผู้แทนราษฎร และพ้นตำแหน่งวันที่ 1 มกราคม 2501 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เป็น ครม.ชุดที่ 27
นายกรัฐมนตรี คนที่ 10  จอมพลถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 1 มกราคม 2501 และอีกครั้งในปลายปี 2506 ก่อนจะพ้นตำแหน่งวันที่ 14 ตุลาคม 2516 หลังการเดินขบวนใหญ่ของนักศึกษาประชาชน ในเหตุการณ์ 14 ตุลา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 11  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2502 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 ธันวาคม 2506 เพราะถึงแก่อสัญกรรม
นายกรัฐมนตรี คนที่ 12  นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 14 ตุลาคม 2516 พ้นตำแหน่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2518 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญปี 2517
นายกรัฐมนตรี คนที่ 13  พลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งวันที่ 14 มีนาคม 2518 พ้นตำแหน่งวันที่ 20 เมษายน 2519 เพราะยุบสภา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 14  นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ดำรงตำแหน่งวันที่ 8 ตุลาคม 2519 พ้นตำแหน่งวันที่ 20 ตุลาคม 2520 โดยการรัฐประหารนำโดยพล.ร.อ. สงัด ชลออยู่
นายกรัฐมนตรี คนที่ 15  พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 11 พฤศจิกายน 2520 พ้นตำแหน่งวันที่ 3 มีนาคม 2523 โดยการลาออกกลางสภา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 16  พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 3 มีนาคม 2523 พ้นตำแหน่งวันที่ 4 สิงหาคม 2531 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป
นายกรัฐมนตรี คนที่ 17  พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่งวันที่ 4 สิงหาคม 2531 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 โดยคณะ รสช.ทำรัฐประหาร
นายกรัฐมนตรี คนที่ 18  นายอานันท์ ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งวันที่ 2 มีนาคม 2534 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 กันยายน 2535 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป (ดำรงตำแหน่งช่วงสั้นๆ อีกครั้ง ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 10 มิถุนายน 2535 - 23 กันยายน 2535)
นายกรัฐมนตรี คนที่ 19  พลเอกสุจินดา คราประยูร ดำรงตำแหน่งวันที่ 7 เมษายน 2535 พ้นตำแหน่งวันที่ 10 มิถุนายน 2535 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
นายกรัฐมนตรี คนที่ 20  นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งวันที่ 23 กันยายน 2535 และอีกครั้งในปี 2540 พ้นตำแหน่งวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป
นายกรัฐมนตรี คนที่ 21  นายบรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่ง 13 กรกฎาคม 2538 พ้นตำแหน่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2539 เมื่อยุบสภา
นายกรัฐมนตรี คนที่ 22  พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2539 พ้นตำแหน่งวันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 โดยการลาออก
นายกรัฐมนตรี คนที่ 23  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 พ้นตำแหน่งวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังถูกรัฐประหาร
นายกรัฐมนตรี คนที่ 24  พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ตุลาคม 2549 พ้นตำแหน่งวันที่ 29 มกราคม 2551 เมื่อปรากฎผลการเลือกตั้งทั่วไป
นายกรัฐมนตรี คนที่ 25  นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่ง 29 มกราคม 2551 พ้นตำแหน่งวันที่ 9 กันยายน 2551 จากคำวินิจฉัยว่าไม่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งของศาลรัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรี คนที่ 26  นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง 9 กันยายน 2551 พ้นตำแหน่งวันที่ 2 ธันวาคม 2551 จากคำวินิจฉัยยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ (ถูกตัดสิทธิ์และไม่มีคุณสมบัติในฐานะกรรมการบริหารพรรค)
นายกรัฐมนตรี คนที่ 27  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่ง 17 ธันวาคม 2551 - 2554  รัฐบาลที่คาดว่าจะกลับมาอีกสมัย แต่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554  พ้นตำแหน่งกลับไปเป็นฝ่ายค้านตามเดิม

นายกรัฐมนตรี คนที่ 28  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์การเมืองขณะนี้

 

.......................................................................

บทความ น.ส.พ.มติชน 13 ก.ค.2554 

 

กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือ เพื่อเป็นการเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองไปแล้วก็ว่าได้(มั้ง) ที่ไม่ว่า ผู้ใดที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องเดินทางเข้าๆ ออกๆ ยัง บ้านพักสี่เสาเทเวศน์  เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ  ขอพร โอภาปราศรัยฝากเนื้อฝากตัวกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์   ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ   อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนที่ 16  ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมาถึง 3   สมัย (พ.ศ.2523-2531) ด้วยกัน  ทั้งยังเป็นนายกรัฐมนตรีตามคำเชิญของรัฐสภาที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดอีกด้วย

  

 

นับแต่สิ้นสุดวาระการบริหารประเทศใน ยุคป๋าเปรม  ผลัดเปลี่ยนมาเป็นพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี คนที่ 17 ของประเทศไทย  กระทั่งมีการเลือกตั้งใหม่ เปลี่ยนรัฐบาลไปแล้วไม่รู้กี่ชุด  ก็ดูเหมือนว่า บรรดา นายกรัฐมนตรี รุ่นหลังๆ  เป็นอันต้องตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาเเวศน์กันเกือบทั้งหมด   ด้วยเพราะ"ป๋าเปรม"  มากบารมีทางด้านการทหาร ทรงอิทธิพลต่อกองทัพทุกหมู่เหล่า จึงทำให้ใครต่อใครต่างก็เกรงขามต่ออำนาจและสัญญาณเบาบางที่ยากจะมองเห็นนัก  ที่บรรจุอยู่ในความเป็น "ป๋า" ทั้งหมด

  

   

 

 

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี   คนที่ 20 ,นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี คนที่ 23  และแม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 24  จึงต้องขยันและหมั่นผูกมิตร ไปมาหาสู่ป๋าเปรมอยู่เสมอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เข้าพบ"ป๋าเปรม" อย่างชื่นมื่น

 

 

   

 

กระทั่งเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549   ชื่อของพล.อ.เปรม ก็โผล่เข้ามาในวงการข่าวทั้งวงใน วงนอก สู่สาธารณชนมากขึ้น ด้วยถูกนักวิชาการรวมถึงบุคคลหลายกลุ่มกล่าวหาว่า มีความเกี่ยวข้องกับ วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย   เป็นผู้สั่งการให้ทำรัฐประหารโดยนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านสี่เสาร์เทเวศร์  และอาจมีบทบาทสำคัญ ในการเชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตลูกน้อง  ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งองคมนตรี มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย ภายใต้การควบคุมดำเนินงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)  ที่ได้รับการขนานนาม "รัฐบาลขิงแก่"  รวมไปถึง การแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีกด้วย   นักวิจารณ์ บางคน ถึงกับกล่าวว่า สภาฯ ชุดนี้ เต็มไปด้วย "ลูกป๋า"  ซึ่งนั่นเป็นชนวนเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้สูญเสียอำนาจ ก๊วนพ.ต.ท.ทักษิณ  ลากยาวไปถึงอาณาจักรพรรคไทยรักไทยต้องล่มสลายลง   เป็นที่มาของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.)  ที่ไม่พอใจและพุ่งเป้าฝังแค้น"ป๋าเปรม"ไปเต็มๆ โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550   กลุ่มนปก. นับพันคน รวมตัวประท้วงและสร้างความวุ่นวายอันเป็นที่มาของจลาจลกลุ่มย่อยๆ ที่หน้าบ้านสี่เสาของพลเอกเปรม เพื่อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี  กลุ่มผู้ประท้วงรุนแรงและก้าวย่างกร้ำกรายเหยียบจมูกเสือถึงถ้ำ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ทำอะไรมากไม่ได้ จนต้องปล่อยให้สงบไปเอง จนวันต่อมา พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ประธานคมช. พล.อ.สุรยุทธ์  รวมถึงคณะรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมพลเอกเปรม เพื่อขอโทษที่ยอมให้มีการประท้วง

 

 

เมื่อจัดให้มีการเลือกใหญ่เมื่อปลายปี 2550 พรรคพลังประชาชน ขั้วอำนาจที่ยังเหลืออยู่ของพรรคไทยรักไทย ได้รับการเลือกตั้งจากคะแนนเสียงข้างมาก ส่งผลให้นายสมัคร สุนทรเวช ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 กลับไม่มีการไปเข้าพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์แต่อย่างใด กระทั่งนายสมัครถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อไปทำกับข้าวออกรายการโทรทัศน์

 

 

 

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพบพล.อ.เปรม  ท่ามกลางความขัดแย้งของบ้านเมือง เมื่อปี2551

 

 

 

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ไหว้ทักทายพล.อ.เปรม  ภายหลังกลับมายังประเทสไทยเพื่อร่วมงานศพ หลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2551

 

ส้มจึงหล่นตกไปที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  น้องเขยพ.ต.ท.ทักษิณ  ที่เข้ามาเสียบเก้าอี้ ผู้บริหารประเทศคนที่ 27 ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ซึ่งตอนนั้นนายสมชายก็มิรีรอเข้าไปเจริญสัมพันธ์กับป๋าเปรม  อย่างนอบน้อม อันเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทย  รับทราบข้อกล่าวหาจากคดีความต่างๆ   ท่ามกลางการชุมนุมต่อต้านพรรคพลังประชาชนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมกดดันอยู่บริเวณรอบทำเนียบฯ  ที่ฮึ่มๆ ขับไล่รัฐบาลจากพรรคพลังประชาชนให้พ้นไป

 

 

 

จนถึงวันที่ศาลตัดสินให้ยุบพรรคพลังประชาชน ขั้วอำนาจทางการเมืองจึงพลิกไปยังฟากประชาธิปัตย์ เมื่อเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  โหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ทันที  และนายกฯหนุ่มไฟแรงผู้นี้ก็มีความภักดีกับป๋าเปรมถึงชนิดว่า เข้าๆ ออกๆ บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ไปมาหาสู่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นระยะๆ เป็นที่ชื่นชอบของปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษอย่างมากถึงขนาดเอ่ยปากว่า "คนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ"

 

 

ท่ามกลางความขัดแย้ง  แตกแยกแบ่งก๊วนแบ่งสีของคนไทย ที่ไม่สิ้นสุดลงเสียที ในประเด็นของ พล.อ.เปรม และมือที่มองไม่เห็น รวมถึงข้อครหาในเรื่อง ระบบอำมาตย์ และไพร่ ถูกนำมาโจมตีอย่างหนักจากฝั่งพรรคเพื่อไทย ขั้วอำนาจต่อยอดจากพรรคพลังประชาชน และไทยรักไทย รวมถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างหนัก แต่ถึงกระนั้นก็มิได้ทำให้พล.อ.เปรม ดูมีทีท่าหวั่นไหว หรือแสดงอาการอะไรออกมาตอบโต้อะไรทั้งสิ้น โดยยังคงเดินสายทำหน้าที่ไปเยี่ยมเยียน ไปเป็นประธานเปิดงานต่างๆ หรือเปิดให้บุคคลต่างๆ เข้าเยี่ยมคารวะอวยพรตามปกติ

 

  ภาพที่วาด และคาดการณ์ไว้

 ภาพจริง ตัวจริง เมื่อเข้าพบ

 

 และเมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ 3 กรกฎาคม 2554 โดยพรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมากในการจัดจั้งรัฐบาล โดยชู น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย  เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นที่จับตาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ  จะเดินทางเข้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์เพื่อฝากเนื้อฝากตัว ด้วยท่าทีเคารพ โอนอ่อนผ่อนตามคำแนะนำของ"ป๋าเปรม"  ในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจครอบคลุมทั้งกองทัพ  หาก"ป๋าเปรม"ไฟเขียว ก็เท่ากับผูกมิตรกับกองทัพ ซึ่งนั่นจะเป็นใบเบิกทางที่ดี และเป็นประโยชน์ของพรรคเพื่อไทยเอง ในการดำเนินการต่างๆที่จะเป็นไปโดยง่าย งานนี้ต้องวัดกระแสหนุน เสียงค้าน ทั้งจาก พี่ใหญ่คนแดนไกล พลพรรคเพื่อไทย กับ "ใจ" ของ "ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย" เอาเองว่า จะเข้าหา"ป๋าเปรม" ในวัยเฉียด 91 ปี ที่ยังแข็งแรงทั้งกาย ใจ อำนาจ และบารมี อยู่เต็มเปี่ยม  ดั่งที่นายกรัฐมนตรีรุ่นพี่ๆ  กระทำเป็นทำเนียมปฏิบัติหรือไม่ ?

 

 

  

 

 ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ภายหลังชัยของพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งถล่มทลายกว่า 265 เสียง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนสำคัญมาจากเสียงของคนเสื้อแดงตามต่างจังหวัดที่ยังคงจงรักภักดีแบบไม่ลืมหูลืมตาต่อ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” จนนำไปสู่การเฮโลเข้าไปเลือก "ปูโคลนนิ่ง" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกเพียงไม่กี่อึดใจนี้เท่านั้น
       
       และด้วยความเหิมเกริมของคนเสื้อแดงที่คิดว่าเมื่อพวกเขาเป็นปัจจัยสำคัญแห่งชัยชนะ ทำให้พวกเขาเริ่มเล่นเกมต่อรองผลประโยชน์และออกมาสำแดงพลังให้สังคมเห็นเป็นระยะ ดังเช่นที่สังคมได้เห็นบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงออกมาทิ้งระเบิดสร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการกดดันเรื่องการรับเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีปูแดง 1 หลังจากมีกระแสข่าวว่า แกนนำเสื้อแดง อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะคว้าแห้วอดนั่งเก้าอี้เสนาบดี
       
       รวมทั้งการเหิมเกริมต่อหัวหน้าก๊วนของตนเอง เมื่อมีกระแสข่าวเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องการไปง้ออำมาตย์ตัวพ่อซึ่งเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของพวกเขาอย่าง “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
       
       จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ว่าที่ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "รายชื่อ ครม.จะไม่มีชื่อของแกนนำ นปช.อยู่ร่วมเป็นรัฐมนตรีไม่ได้เด็ดขาด เพราะนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ทุกคนต่างเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตอนนี้หลายคนมีคดีความอยู่ 20-30 คดี เกือบเอาชีวิตกันไม่รอด สู้เพื่อประชาธิปไตยจนทำให้เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาได้ ถ้าไม่มีคนเสื้อแดง รับรองได้ว่าไม่มีเพื่อไทยวันนี้ ไม่เชื่อลองให้แยกออกเป็นพรรคเพื่อไทยกับพรรคเสื้อแดงดูก็ได้ เพื่อไทยไม่มีทางชนะได้ ส.ส.มากขนาดนี้ วันที่แกนนำ นปช.สู้กันแทบตาย นักการเมืองอาชีพหลายคนที่มาขัดขวางไม่ให้พวก นปช.เป็นรัฐมนตรีพวกนี้เอาแต่นอนห้องแอร์ ไม่เคยมาร่วมสู้ เอาแต่สบาย บางคนเห็นท่าไม่ดีก็จะหนีไปต่างประเทศด้วยซ้ำ"
       
       ทั้งนี้ หาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนไหนได้ยินได้ฟังประโยคนี้เข้าไปแล้วเชื่อได้ว่าจะต้องสะดุ้งไปบ้างไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าหากบวกลบคูณหาร อย่างที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ กล่าวไว้ จริงอยู่ คนอย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เมื่อดูบทบาทภาระหน้าที่ในช่วงการชุมนุมใหญ่ที่ได้ปลุกระดมเสื้อแดงมาป่วนเมือง ซึ่งต่อมานำไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง จนตัวเองต้องติดคุกติดตารางในคดีก่อการร้าย
       
       ก็น่าจะได้รับการบำเหน็จ ตอบแทนด้วยเก้าอี้เสนาบดีเสียคนละเก้าอี้เป็นอย่างน้อย จะว่าน้อยใจก็คงไม่ผิดนักเพราะซ้ำร้าย เก้าอี้ที่ ส.ส.ในภาคอีสานของพรรคเพื่อไทยก็ได้ถล่มทลายแลนสไลด์อีกต่างหาก จะไม่ให้มีรายชื่อของแกนนำเสื้อแดงติดโผเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร
       
       คงต้องบอกว่าช่างน่าเศร้าใจเสียนี้กะไร สำหรับ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ที่หากได้ชื่อว่าเป็นสายเลือดแดงแท้เสียขนาดนี้แล้ว ก็น่าจะย่อมรู้ว่ากลไกทุกสิ่งทุกอย่างความเป็นไปของพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง รวมไปถึงหน้าตาของรัฐบาล ว่าบุคคลที่ชี้นิ้วสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ก็ย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวคือ นช.ทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่แห่งดูไบ แต่ขณะเดียวกันความจริงอันโหดร้าย สิ่งที่นช.ทักษิณ อยากให้เกิดขึ้นก็คือ อยากให้คณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 1 มีหน้าตาดี เป็นที่น่าเชิดหน้าชูตา ไร้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงแง่ลบต่าง ๆ
       
       และที่ลืมเสียไม่ลงก็คือพฤติกรรมเถื่อนถ่อยในการปลุกระดมช่วงชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง ของนายจตุพร และณัฐวุฒิ ยังคงติดตราเป็นฝันร้ายของคนเมืองอยู่ตลอดมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างทักษิณ ก็ย่อมจะทราบดีเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลาที่โผ ครม.ยังฝุ่นตลบอยู่ ก็ยังมีกระแสข่าวการให้แกนนำคนเสื้อแดงอย่างจตุพร และณัฐวุฒิ รอเวลาซัก 6เดือน ถึงจะมีการปรับ ครม.ใหม่ ค่อยหยิบชื่อมาใส่อีกครั้ง เพราะน่าจะทำให้แรงต้านอาจจะไม่มากเท่ากับเป็นเสนาบดีใน ครม.ปู 1
       
       ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เที่ยวนี้นายใหญ่แห่งดูไบให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับภาพลักษณ์ของ ครม.ยิ่งลักษณ์ ถึงขนาดมีกระแสข่าวว่า จะมีการเว้นเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ให้คนนอกที่มีความรู้ ความสามารถ มาเสริมบารมีครม.ยิ่งลักษณ์ ให้ดูดีมากขึ้นอีกต่างหาก
       
       แต่ที่ผิดคิวอย่างแรง คงไม่พ้นคำให้สัมภาษณ์ ที่ออกตามมาจากปาก จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ที่ส่งตรงไปถึงกลุ่มบุคคลที่เขาแค้นเคืองว่า "ไม่จำเป็น เราไม่ควรไปปรองดองหรือทำดีกับพวกอำมาตย์กลุ่มไหนแล้ว จะไปให้โอกาสมันทำไมเสียเวลา คนพวกนี้มันจะไม่มีแผ่นดินอยู่แล้ว เพราะประชาชนเขาอยู่ข้างเราสนับสนุนเรามากมายขนาดนี้ แสดงว่าประชาชนก็ไม่เอาด้วยกับอำมาตย์คนไหนทั้งสิ้น เพราะพวกนี้มันทำลายประเทศชาติ ทำลายระบบทุกอย่างเพียงเพราะอิจฉาความสำเร็จของ พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ดังนั้น ผมจะไม่ไปยกย่อง พล.อ.เปรม ขออยู่ห่างๆ ดีกว่า ผมไม่ไปกราบไหว้แน่ เพราะมันมากเกินไปที่จะอภัยเขาได้ คุณออกทีวี คุณก็ไปสอนคนอื่นให้เป็นคนดีของแผ่นดิน แต่เขาชั่วเกินที่ผมจะให้อภัย แต่พรรคเพื่อไทยหรือคุณยิ่งลักษณ์จะไปพบเป็นเรื่องของท่าน ผมห้ามไม่ได้"
       
       ที่ต้องบอกว่าผิดคิวอย่างแน่นอน เพราะในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ "ปูโคลนนิ่ง" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังมีความพยายามต่อสาย ถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อยู่ตลอดมาหลายครั้งหลายครา ดังที่ให้สัมภาษณ์ว่า "ขอเรียนว่าผู้ใหญ่ทุกท่านตนเองยินดีเข้าไปพบอยู่แล้ว ถ้าทุกอย่างเป็นทางการแล้วคงไม่มีปัญหา และท่านไหนให้โอกาสไปพบก็ยินดีอยู่แล้ว"
       
       อีกทั้งจะว่าไปแล้วการเข้าพบ พล.อ.เปรม ดูจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานไม่ว่าบรรดา นายกรัฐมนตรี รุ่นหลังๆ เป็นอันต้องตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์กันทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ นช.ทักษิณก็เคยไปซูฮกบ้านสี่เสาเทเวศร์มาแล้วเช่นกัน
       
       ด้วยเพราะ พล.อ.เปรม มากบารมีทางด้านการทหาร ทรงอิทธิพลต่อกองทัพทุกหมู่เหล่า จึงทำให้ใครต่อใครต่างก็เกรงขามต่ออำนาจ ที่บรรจุอยู่ในความเป็น พล.อ.เปรม ซึ่งคนอย่าง นช.ทักษิณย่อมทราบถึงข้อนี้เป็นอย่างดี
       
       มิเช่นนั้นแล้ว การตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คงจะเสร็จสิ้นฉับพลันทันที และคงจะไม่มีกระแสข่าวฝุ่นตลบ เสนอชื่อหรือแคนดิเคตกันเสียยกใหญ่เรียงหน้านับได้ก็นับสิบราย ภายในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม โดยเสปกหนึ่งในนั้นของ นช.ทักษิณก็คือ ต้องเป็นบุคคลที่สามารถพอจะเข้าถึงป๋าเปรมได้
       
       นอกจากนี้อย่าลืมว่า วาทกรรมปรองดองที่ นช.ทักษิณ ชอบเอ่ยอ้างมาเสมอในช่วงก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเป้าประสงค์ที่แท้จริงก็คือต้องการปรองดองกับ พล.อ.เปรม บุคคลที่เขาเคยด่าเทสาดเทเสียมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เป้าหมายหลักคือส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้สมใจหมายแล้ว ทักษิณจึงต้องการลดเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจจะทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มครืนก่อนเวลาอันสมควร และความฝันที่จะกลับมาเหยียบประเทศไทยอีกครั้งอาจจะต้องมลายลง ซึ่งความจริงยุทธศาสตร์ของนช. ทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องกลืนน้ำลายหันกลับลำปรองดองกับอำมาตย์ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยหลายสิ่งต่อตัวรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง
       
       นี่คือปัญหาใหญ่ของ นช.ทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะต้องทำความเข้าใจกับคนเสื้อแดงให้มาก
       
       ขณะเดียวกันที่ต้องจับตา ไม่แพ้กันคือความแตกแยกของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดง ระหว่างกลุ่มนายชินวัฒน์ หาบุญพาด และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่ได้ออกมางัดข้อเคลื่อนไหวขับไล่นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. ให้พ้นจากตำแหน่ง
       
       แน่นอน เรื่องนี้ นช.ทักษิณย่อมทราบดีว่าถ้ายังปล่อยให้ขบวนการเสื้อแดงชูธงโค่นล้มอำมาตย์ จนมีภาพลักษณ์เป็นขบวนการล้มเจ้า จะไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาและพรรคเพื่อไทยต่อไปในอนาคตแน่นอน ดังนั้น บรรดาลิ่วล้อทักษิณอย่าง ชินวัฒน์ หาบุญพาด, สุภรณ์ อัตถาวงศ์ จึงต้องออกมาปฏิบัติการกดดันบีบให้ธิดา ถาวรเศรษฐ ลาออกจากประธานรักษาการ นปช.ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
       
       และจงอย่าได้แปลกใจ หากนายชินวัฒน์และนายสุภรณ์ได้ท้าทายแถมนางธิดาอีกว่า "ระวังเดี๋ยวงานที่จะจัดคอนเสิร์ตฉลองชัยวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ จะไม่มีเสื้อแดงอีสานมาร่วมไม่ได้ขู่" ฉะนั้น หมากที่ นช.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยกำลังเดินจากนี้ไปคือการกำจัดจุดอ่อน เพื่อลบภาพลักษณ์ไม่เอาอำมาตย์และล้มเจ้าให้หมดไป หวยจึงมาออกที่ขบวนของเสื้อแดงกลุ่มนางธิดาก่อน ซึ่งภาพลักษณ์นี้ก็เป็นสิ่งถูกตั้งคำถามจากสังคมมากที่สุดเป็นเงาตามตัวตลอดมา
       
       มาถึงตรงนี้ ก็ต้องกล่าวว่า สถานการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยสามารถชนะเลือกตั้งและกำลังจะยึดอำนาจรัฐเข้ามาอยู่ในมือแล้ว เชื่อว่าก็ต้องมีการปรับกระบวนทัพภาพลักษณ์กันใหม่ นาทีนี้เชื่อว่า "ยี่ห้อคนเสื้อแดง" ขบวนการล้มเจ้า ไม่เอาอำมาตย์ ยังคงเป็นจำเลยหนึ่งในของร้อน ที่ต้องถูกพับเก็บเอาไว้ก่อน หากไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขขัดแย้งขึ้นมาในสังคมโดยเฉพาะกับฝ่ายตรงกันข้าม และที่สำคัญก็คือ ถ้าหากมองลึกเข้าไปในใจของ นช.ทักษิณ ในยามนี้เชื่อว่าคงต้องการลดบทบาทของ แกนนำคนเสื้อแดงลงไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยถูกขย่มซ้ำ เพราะตอนนี้พรรคเพื่อไทยถือเป็นหมากตัวตัวสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
       
       ดังนั้น เมื่อพิจารณาหลายปัจจัยแล้ว "ของร้อน" อย่างเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์และกลุ่มไม่เอาอำมาตย์ คงจะต้องถูกพับเก็บในไม่ช้าต่อจากนี้ เพราะมิเช่นนั้นแล้วขืนยังมีภาพของความรุนแรงและภาพไม่เอาสถาบันอยู่ พรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาจจะต้องหมดอายุก่อนเวลาอันสมควร

24 ส.ค.2554 ผู้จัดการ

แต่ในทางการเมืองที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนในวันหน้าได้มากกว่า หลายคนคงจับตาไปที่วันเกิดของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 สิงหาคมของทุกปี และในปีนี้อาจจะ “พิเศษ” ตรงที่บรรยากาศอาจผิดแผกไปจากปีก่อน อย่างน้อยก็ในช่วงสองสามปี หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ กลับมาอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้ามนั่นคือฝ่ายของ ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง
       
       หากสังเกตให้ดีจะพบว่า พล.อ.เปรม ได้เก็บตัว ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะตั้งแต่มีการยุบสภาจนกระทั่งมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร
       
       ที่ผ่านมาหากพิจารณาตามความเป็นจริงความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.เปรม กับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นไปด้วยดี และมักเปิดโอกาสให้ อภิสิทธิ์ นำคณะรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมคารวะอยู่เสมอ มีการให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งฝ่ายอดีตผู้นำกองทัพในยุคนั้นที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้งยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมภาพโดยรวมก็ยังราบรื่น
       
       อย่างไรก็ดี เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือกลับมาอยู่ฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง และแม้ว่า พล.อ.เปรม ในฐานะของประธานองคมนตรีต้อง “ไม่ยุ่งเกี่ยว” กับการเมืองก็ตาม แต่ในภาพลักษณ์ที่เป็นปูชนียบุคคล เป็นที่เคารพนับถือของทหารในกองทัพ มีลักษณะเป็น “ผู้นำในเชิงบารมี” ผู้คนในบ้านเมืองให้ความศรัทธาก็ย่อมเป็นที่จับตามองเป็นของธรรมดา
       
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันว่าบรรยากาศวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่า พล.อ.เปรม ถูก “ระบอบทักษิณ” สร้างภาพให้เป็น “หัวหน้าอำมาตย์” และหาทางทำลายอยู่ตลอดเวลาในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา เคยแม้กระทั่งส่งคนเสื้อแดงไปร้องตะโกนด่า พล.อ.เปรม ถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ก็มี รวมไปถึงการรังควาญสร้างความรำคาญในรูปแบบอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
       
       แต่ล่าสุดบรรยากาศดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าสังเกต หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และ ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี “โคลนนิ่ง” ของทักษิณ อย่างน้อยก็มีการแสดงให้เห็นว่าต้องการ “เป็นมิตร” กับอีกฝ่าย โดยเฉพาะกับฝ่ายกองทัพ ซึ่งถือว่าอยู่กันคนละขั้วก่อนหน้านี้
       
       หากจำกันได้ก่อนการเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ถึงกับทอดไมตรีต้องการแตะมือกับผู้นำกองทัพ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เพื่อความเหมาะสมในช่วงนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้พบกัน อย่างไรก็ดีบรรยากาศที่เป็นบวกก็ยังเดินหน้าไปด้วยดี เมื่อมีการส่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ และมีคำสัญญาออกมาจากปากทันทีที่ได้รับการแต่งตั้งก็คือ จะ “ไม่มีการโยกย้ายผู้นำกองทัพ” รวมไปถึงจะไม่มีการแตะต้องโผโยกย้ายนายทหารประจำปี
       
       ล่าสุด นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยังได้ส่งสัญญาณ “พิเศษ” ในช่วงเวลาสำคัญก็คือ อยากจะเข้าไปพบขอคำแนะนำจาก พล.อ.เปรม ในโอกาสครบรอบวันเกิดในปีนี้หากได้รับอนุญาต ทำให้หลายฝ่ายจับตามองเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี “นาทีนี้” ยังไม่มีสัญญาณตอบกลับมาว่าจะ “ไฟเขียว” และแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้เข้าพบหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าในส่วนของกองทัพที่นำโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นคนคุ้นเคยจะต้องนำ “ขุนทหาร” ตบเท้าเข้าคารวะอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าให้รอฟัง “โอวาท” ว่าจะออกมาอย่างไรเท่านั้น
       
       ขณะเดียวกัน หากมองอีกมุมหนึ่งนี่อาจเป็นเกมที่ต้องการ “กดดันอำมาตย์” ให้เกิดภาพลบ เพราะหากยังไม่เปิดไฟเขียวให้เข้าพบเท่ากับแสดงให้สังคมเห็นว่าไม่ต้องการ “ปรองดอง” แต่ถ้าได้เข้าบ้านสี่เสา เมื่อถึงตอนนั้นสังคมภายนอกก็ไม่ได้รับรู้ แค่เปิดประตูเข้าไป แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันภาพที่ออกมาก็ย่อมเป็นบวกต่อฝ่าย “อำนาจใหม่” อีกฝ่ายก็มีแต่เสียกับเสมอตัวเท่านั้น อีกทั้งที่ผ่านมาก็ได้ทำทางมาตั้งแต่ต้นแล้วก็คือไม่มี “หัวโจก” คนเสื้อแดงมีตำแหน่งในรัฐบาลเลยแม้แต่คนเดียว
       
       ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอาจมองได้ว่านี่คือแผนที่ต้องการปรองดองกับฝ่ายอำมาตย์ในช่วงที่ตัวเองเพิ่งกลับเข้ามากุมอำนาจรัฐ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ถ้ามองในด้านธุรกิจ และพิจารณาจากแบ็กกราวด์ของ ทักษิณ ที่ทำทุกอย่างเพื่อหวังผล “กำไรสูงสุด” ไม่ได้มีอุดมการณ์ ไพร่-อำมาตย์ อย่างที่พยายามสร้างกันขึ้นมา ถ้ามองแบบนี้มันก็เป็นไปได้เหมือนกันว่านี่คือความพยายามสร้างไมตรีแบบวิน วิน ด้วยกันทั้งสองฝ่ายก็เป็นได้!!


 

20 ก.ย.2554 มติชน

ถ้าเมืองไทยมีผู้นำที่ใจกว้าง กล้าได้กล้าเสียอย่างนายกฯ พลเอก ชาติชาย   ชุณหะวัณ

คิดอะไรได้กว้างไกล ทำงานฉับไวอย่างนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

ซื่อสัตย์สุจริตไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนอย่างนายกฯ ชวน  หลักภัย

ทำงานจริงจัง เกาะติดปัญหาชนิดแก้ไม่ได้ไม่ปล่อยอย่างนายกฯ บรรหาร  ศิลปอาชา

ประนีประนอมไม่ก้าวร้าวอย่างนายกฯ พลเอก ชวลิต  ยงใจยุทธ

มีความเป็นสากลและสง่าในแทบทุกด้านอย่างนายกฯ อานันท์  ปันยารชุน

ฉลาดพูด รู้เท่าทันคน อยู่ในวัยเหมาะแก่การทำงานอย่างนายกฯ อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

ครองตนดี มีความจงรักภักดี เข้าใจวัฒนธรรมคนไทยอย่างนายกฯพลเอก เปรม  ติณสูลานนท์


หากได้คุณสมบัติทั้งหมดนี้รวมกัน ประเทศไทยในมือผู้นำเช่นนี้น่า


จะเจริญวัฒนาสถาพรอย่างยากจะหาใดปาน


นี่คือ บทสรุปที่กลั่นจากประสบการณ์ตรงของ ดร. วิษณุ เครืองาม  อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและรองนายกฯ ที่มองความเป็นผู้นำของ  8 นายกรัฐมนตรี  ผ่านหนังสือ เล่าเรื่องผู้นำ  ของสำนักพิมพ์มติชน

 

 

มติชนออนไลน์  นำบางตอนมานำเสนอ ดังนี้

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดูจะโดดเด่นในด้านความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยว มากที่สุด ดังคำพูดลือลั่นของท่านที่ว่า “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว”  แต่นั่นเป็นเพราะท่านมีปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุน ซึ่งคนอื่น ไม่อาจเอาอย่างได้ เช่น การเป็นทหาร การได้อำนาจมาโดยการยึดอำนาจ  การเป็นทั้งนายกฯ ผบ. สูงสุด ผบ.ทบ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ และอธิบดีกรมตำรวจ การมีมาตรา 17  ของธรรมนูญการปกครองฯ อยู่ในมือ การมีสภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้ง การไม่มีฝ่ายค้าน รวมความคือการมีอำนาจเบ็ดเสร็จ  สมัยท่านเป็นนายกฯเคยพูดกันว่า ถ้าเด็กร้องโยเย พ่อแม่ขู่ว่าจอมพลสฤษดิ์มา เป็นหยุดร้องทันที!
 
นายกฯ เปรมเป็นคนนุ่มนวล ไม่ก้าวร้าว  แต่บทจะต้องแสดง ความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยว ท่านก็ตัดสินใจได้รวดเร็วและแสดงความรับผิดชอบต่อการผลักดันเรื่องนั้นๆ โดยไม่หวั่นเกรงใดๆ ยิ่งกว่านายกฯ หลายคน  ดูเรื่องอีสเทิร์นซีบอร์ด เรื่องอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เรื่องการลดค่าเงินบาทเป็นตัวอย่าง
 
นายกฯ อานันท์เป็นอีกผู้หนึ่งที่ไม่เลี่ยงปัญหา ไม่ชอบซื้อเวลา ยอมประนีประนอมในเรื่องที่ไม่ใช่หลักการ สุภาพอ่อนโยนในการเจรจา แต่จะแข็งกร้าวในหลักการ  ท่านพูดอยู่เสมอราวกับจะเหน็บใครบางคนว่า ผู้นำต้องไม่กลัวเปลืองตัว มันเปลืองมาตั้งแต่ยอมรับเป็นแล้ว  คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ


 
นายกฯ ชวนเป็นคนไม่ท้าทาย ท้าตีท้าต่อย แต่ก็ไม่กลัวอุปสรรคถ้าอุปสรรคนั้นมาในเกมตามกติกา เช่น เกมการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร เกมฝ่ายค้าน   แต่ถ้าเป็นเกมที่เรียกว่า “วิชามาร” คือนอกรูปแบบนอกกติกา ก็ยากที่ใครจะยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่หวั่นไหว
 
คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นคนเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวคนหนึ่ง  โดยเฉพาะความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้ง เช่น ในการเผชิญหน้ากับสื่อมวลชน และฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง  จุดเด่นของท่านคือการมีความจำดี การรู้จักร้อยเรียงคำพูดให้ฟังง่าย จำง่าย เรียกว่าทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จริงใจต่อเพื่อนร่วมงาน  สมัยนายกฯ สุจินดา และนายกฯ บรรหาร   ท่านเป็นรัฐมนตรีต่างพรรคคนเดียวที่ปลอบว่านายกฯ ไม่ต้องลาออก   ผมจะชี้แจงให้ ในขณะที่คนอื่นหนีกันหมด รวมถึงการมีวิสัยทัศน์ แต่ออกจะมีทีละหลายเรื่องเกินไปจนถูกหาว่าเป็น “จอมโปรเจ็กต์”
 
จุดอ่อนคือ ท่านมุ่งหวังเอาคนชั้นล่างเป็นฐาน จึงใช้ภาษาที่ง่ายไม่สลับซับซ้อน ขณะเดียวกันก็ไม่ไพเราะระรื่นหู แขวะคนโน้นคนนี้  บางครั้งก็ประชดประชันเอามันเข้าว่า  ท่านเองก็คงรู้ตัวจึงมักพูดว่า  “ใครๆ อยากให้ผมเป็นนายแสนดี วจีเสนาะ  แต่ผมก็เป็นผม ไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก”
 


ในเรื่องความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวในทางปลุกเร้าผู้ร่วมงานและประชาชนให้พลอยฮึกเหิมไปด้วยโดยไม่ย่อท้อ   

 ม.ร.ว.  คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยชูกำปั้นปลุกเร้าว่า “เราทำได้”  ขณะที่นายกฯ ชาติชาย  ชอบท่องคาถาสุขนิยมว่า “โน พร็อบเบล็ม” ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันว่า อย่ากลัว อย่าย่อท้อ 

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เคยยกมือชี้นิ้วไปข้างหน้า ทำหน้าขึงขังว่าเราต้องแก้ปัญหาโดยใช้ “can do attitude” จึงจะสำเร็จ

 

ส่วนวิธีการทำงานของนักการเมืองนั้น  จอมพลสฤษดิ์ พลเอกเปรม นายกฯ อานันท์ แล้วจะเห็นว่าบุคคลเหล่านี้เมื่อ “เด็ด” แล้วต้องให้ “ขาด” ทั้งนั้น ไม่คาไว้ ไม่แทงกั๊ก หรือเหยียบเรือสองแคมเลย  ขณะเดียวกันเมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามย้อนเกล็ดตอบ กลับมาอย่างรุนแรงควรแก้เกมอย่างไร 

 

นายกฯ ชวนเป็นคนมีบุคลิกลักษณะละมุนละม่อม อ่อนโยนและอัธยาศัยดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา  แม้ท่านเองจะไม่เคยเป็นข้าราชการ มาก่อน และมีคนบอกผมว่าลึกๆ แล้วท่านเจ็บช้ำมาจากระบบราชการ  มาก  แต่ท่านไม่เคยตำหนิข้าราชการหรือผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าผู้อื่น เลย  ถ้าไม่พอใจถึงระดับหนึ่งก็จะเริ่มเกาต้นคอ ถ้าหนักหนาก็จะเชิญ มาพบแล้วตำหนิเป็นส่วนตัวไม่ให้อาย  แต่ถ้าเป็นเรื่องทุจริต ก็จะใช้มาตรการอื่นที่รุนแรงกว่า คือไม่มองหน้าและไม่พูดด้วย  สื่อเรียกว่าควักมีดโกนเชือดลูกกระเดือก
 

นายกฯ ชาติชายเป็นทหารกลับเป็นคนอารมณ์ดี ใครทำงานด้วยจะไม่รู้จักคำว่า “เครียด”  แต่บทท่านจะเอาจริง หน้าตาท่านจะบึ้ง คิ้วจะขมวด เสียงจะดัง แต่ท่านจะไม่บ่นอะไรยืดยาว  ท่านเคยปรารภ เองว่า “ผู้นำนั้นต้องรู้จักน้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก” ข้อนี้อาจเป็นหลักการทูตก็ได้
 
 

นอกจากนั้นท่านจะแนะนำนักการเมืองใต้บังคับบัญชาเสมอว่า  ริจะเล่นการเมืองต้องรู้จักจบ อย่าผูกใจเจ็บ  ทุกอย่างมันเป็นเกม จึงอย่า เจ้าคิดเจ้าแค้น ลืมๆ เสียบ้าง “ยึดอำนาจผม ผมยังกินเหล้ากับเขาเลย” 


นายกฯ ชาติชายเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน ประสานสิบทิศ คิดอะไรลึกซึ้ง คาดการณ์ต่างๆ ได้ดี ชอบฟังคำวิจารณ์หรือการวิเคราะห์  การที่ท่านแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก ซึ่งหลายคนถูก หาว่าเป็น “ละอ่อนทางการเมือง” แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนเปิดใจกว้าง ยกย่องผู้อื่น ท่านเคยศอกกลับมาแล้วว่า คบกับละอ่อนทางการเมือง ดีกว่าพวกกะล่อนทางการเมือง
 
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์นั้นโดยส่วนตัวแล้ว ท่านไม่ใช่คนเก่ง อาจจะเป็นแค่คนกล้า  แต่เป็นคนมีบุคลิกลักษณะเจ้าเสน่ห์ วาจาอ่อนหวานในยามต้องการความอ่อนหวาน มีจิตวิทยาสูงในการใช้คนหรือเกลี้ยกล่อมคนให้ยอมตาม  การที่ท่านสามารถ “เป่ากระหม่อม” หญิงสาวเข้ามาอยู่ในวิมานสีชมพูหรือรังรักหลังกองพล 1 ได้ น่าจะไม่ใช่ เพราะอำนาจเงินอย่างเดียว แต่เป็นความมีเสน่ห์ ความอ่อนโยน และเมตตาปรานีที่แผ่ไปถึงวงศาคณาญาติหญิงสาวเหล่านั้น  
 
จอมพลถนอม กิตติขจรเสียอีกที่เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนจนมีสมญาว่า “เล่าปี่”  ท่านไม่พูดคำหยาบ ไม่เอะอะมะเทิ่ง มีความเป็นครูบาอาจารย์สูง ฟังคนมากกว่าพูด
 
นายกฯ อานันท์เป็นคนพูดตรงไปตรงมา ไม่ชอบพูดอ้อมค้อม และไม่ชอบคนพูดอ้อมค้อม โดยปกติจะพิถีพิถันรอบคอบในการใช้คำพูด  แต่ถ้าจะต้องตำหนิใคร ท่านก็จะว่าเอาตรงๆ เสียงดัง หน้าเครียด แต่พอจบแล้วท่านก็ไม่ใส่ใจเก็บเอามาคิด เอามาจดจำ เจ้าคิดเจ้า แค้นอีก  แม้คนถูกตำหนิจะยังกระอักเลือดอยู่ จนเคยมีคนพึมพำให้ได้ยินว่า “ประหลาด! เพิ่งว่าเขาเมื่อกี้ มอบงานใหญ่ให้ทำเสียแล้ว”
 

นายกฯ ที่เป็นกันเองกับเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ที่สุดคือนายกฯ บรรหารและพลเอกชวลิต  เวลาโทรศัพท์มาสั่งงาน จะเริ่มด้วยการถามสารทุกข์สุกดิบอย่างเป็นกันเอง กำลังทำอะไร กินข้าวแล้วยัง  บางครั้งก็ชวนคุยตลกโปกฮาเสียยืดยาวแล้วจึงวกกลับมาเข้าธุระ  นายกฯ บรรหารอาจจะ “ขี้บ่น” บ้าง “รำคาญ” บ้างตามประสาหลงจู๊ใจร้อน  แต่พลเอกชวลิตจะใจเย็น พูดจาสุภาพ ให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา เรียกผู้อ่อนวัยกว่าว่า “ลูก” หรือ “น้อง” ไม่แสดงอาการตำหนิผู้ใด  คงอย่างนี้สื่อจึงเรียกท่านว่า “จิ๋วหวานเจี๊ยบ” 
 
นายกฯ ทักษิณ นั้นถ้าไม่พอใจก็จะว่าเอาตรงๆ แรงๆ ติดจะเป็นคนใจร้อน  ถ้าใครมาทำให้ขุ่นเคืองก็จะโต้ตอบเอาเจ็บๆ แสบๆ เรียกว่าไม่มีพื้นที่ให้ใครมาเป็นปรปักษ์ด้วย  หรือถ้าใครจะตั้งตนเป็น  ฝ่ายตรงข้ามก็อย่ามายุ่งกับรัฐบาล  รัฐบาลไม่ใช้คนอย่างนี้ โดยเฉพาะ พวก “ขาประจำ” ที่ชอบวิจารณ์รัฐบาล ทำนองว่า “ถ้าไม่เป็นมิตร ก็จงเป็นศัตรูไปก็แล้วกัน”  “มิตรของศัตรูคือศัตรู”  “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” 

 

แล้วก็เป็นคน “จำแม่น” เสียด้วย  แต่ถ้าทำคุณประโยชน์ให้ก็จะสนองคุณอย่างที่สุนทรภู่แต่งให้โยคีสอนสุดสาครตอนช่วยเอาขึ้นมาจากเหวว่า

 

“แม้ใครรักรักมั่งชังชังตอบ” เสียดายไม่เอามาอีกประโยคคือ “ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา”

 

นี่เป็นเพียงบางส่วนจากหนังสือ เล่าเรื่องผู้นำ โดย ดร.วิษณุ เครืองาม ที่วางแผงอยู่ในขณะนี้.

 

 

 

29 ธันวาคม 2554

 วันนี้(29ธ.ค.54) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ปานศิริ  ประภาวัต  รอง ผบ.ตร. ผู้แทน ผบ.ตร. นำผู้บังคับบัญชาระดับ รอง ผบ.ตร.   ผู้ช่วย ผบ.ตร.  ผบช.และข้าราชตำรวจ  เข้าอวยพร พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่  ณ บ้านพักสี่เสาเทเวศร์  กทม.

 

สวัสดีปีใหม่ 2555

ผมติดตามข่าว พลเอกเปรมฯ ตลอดมา  เพราะเป็นที่เฝ้าจับตากัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ของประเทศไทย แถมเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ยังไม่มีวี่แวว ปรากฎข่าว ภาพ การเข้าพบ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  ช่วงระยะเวลา 7 เดือนเศษ ไม่ค่อยพบข่าว พลเอกเปรมฯ มาปรากฎอีกครั้งเมื่อวันคล้ายวันเกิด และส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่  หลายคนคิดว่า ทำไม?  น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ไม่ใช่ลูกป๋า แถมเป็นสตรี และเป็นน้องสาวอดีตนายกทักษิณฯ หรือไง? จึงไม่สามารถเข้าพบ 

จึงไม่ทราบแน่ชัด ว่า ป๋ายังไม่กดรีโหมดเปิดประตู หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ไม่กดกริ่งประตูบ้าน ??  

ที่ประตูยังไม่ยอมเปิด และเข้าไม่ได้ ก็แค่ใช้นิ้วเท่านั้น ว่าจะ "กด" หรือไม่ ?

ติดตามกันต่อไป ครับ

 

 

 

มติชน 8 มกราคม 2555

สถานการณ์การเมืองในปี 2555 นี้ ถูกคาดหมายว่าจะรุนแรงและร้อนระอุมากขึ้น เพราะมีสัญญาณบอกเหตุต่างๆ มากมาย แบบที่เรียกว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้

มีเหตุระเบิด และความเคลื่อนไหวในทางลับของกลุ่มต่างๆ และขบวนการล้มรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้มาตรา 112 การแก้ไขมาตรา 309 และการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ปี 2551 และการรุกคืบคดีเสื้อแดง 91 ศพ รวมทั้งการนิรโทษกรรรม และความพยายามในการกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสริมด้วยการกลับมาสู่การเมืองของนักการเมืองบ้านเลขที่ 111

แม้แต่การปฏิวัติรัฐประหาร ที่จะเป็นทางออกที่เป็นทางเลือกสุดท้ายก็ตาม เพราะแม้บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เองก็ย้ำว่าปีนี้ไม่มีปฏิวัติ "จะไปมีได้ยังไง ไม่มีหรอก" ก็ตาม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะมีเงื่อนไขให้ได้ลุ้น

"ใครจะสร้างปัญหาอะไรหรือเปล่า และทหารจะไปอะไรตรงไหน ทุกคนมีบทเรียนกันอยู่แล้วว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ไปถึงจุดนั้น ก็แค่นั้น อย่าบอกว่า ความผิดข้างโน้น ข้างนี้ มันไม่ใช่ อยู่ที่ว่าทุกคนต้องช่วยกันและอย่าไปให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างก็จบ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ฝ่ายนั้นหรือฝ่ายนี้เป็นคนผู้เริ่ม ไม่จบเสียที" พล.อ.ประยุทธ์ แจง

ทุกความเคลื่อนไหวของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ยังอยู่ในสายตาของฝั่งตรงข้าม ที่จ้องอยู่ไม่กะพริบ

แต่ที่จะเป็นสัญญาณบอกเหตุว่า รัฐบาลของปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมั่นคงไปได้แค่ไหน หรือมีพายุก่อตัวอยู่เบื้องหน้า ก็ที่ประตูบ้านสี่เสาเทเวศร์



แม้ว่า บ้านสี่เสาฯ ของป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จะดูเงียบงัน เหงาๆ ไปไม่น้อย ตั้งแต่เปลี่ยนจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มาสู่พรรคเพื่อไทย จนถูกตีความได้ว่า หนึ่ง เงียบเพราะว่า ยอมแพ้ และยอมสยบต่ออำนาจรัฐ และการต่อรอง

อีกสาเหตุหนึ่ง เงียบเพื่อหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจ คิดว่ายอมแพ้ ถึงแม้จะเงียบแต่ทว่าเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวภายในอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในมันสมอง

"ป๋าท่านยังเป็นคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยน และไม่มีวันเปลี่ยนจุดยืน" ลูกป๋าผู้ใกล้ชิด ยืนยัน

แต่ทว่าการแสดงออกจะอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง...

"ระยะหลังนี้ ป๋าท่านสบายใจขึ้นเยอะ อาจเป็นเพราะคิดได้ ทำใจได้" ลูกป๋าเปรยถึงความเป็นห่วงใยบ้านเมืองของป๋า ในฐานะที่ป๋า นั้นเป็นทหารเก่าทหารแก่ เป็น old soldier ที่ไม่มีวันตายไปจากการเป็นทหาร และความห่วงใยชาติ

ในวันที่ป๋าเปรมปรากฏกายภายใต้เสื้อสีชมพูหวาน ต้อนรับ รมว.กลาโหม และผู้นำเหล่าทัพที่มาตบเท้าอวยพรและขอพรปีใหม่ นั้น ก็มีสีหน้าที่เปี่ยมสุข แต่ก็แค่ชั่วครู่ชั่วยาม และแค่ในระยะนี้ ก็ตาม

"ผมมั่นใจอย่างหนึ่งว่า ตราบใดที่กองทัพมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสามัคคี มีพลัง และมีความสง่า น่าเกรงขาม ผมคิดว่ากองทัพจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้แน่นอน อยากให้ช่วยกัน ร่วมมือกัน และทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองด้วยกัน" พล.อ.เปรม บอกกับผู้นำกองทัพ

ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.เปรม ลดบทบาทตัวเองลง ทั้งการไม่ค่อยได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพ มาพบปะหารือ เนื่องจากรู้ว่า ทุกคนกำลังวุ่นกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม

ป๋าเปรม จึงอยู่แบบเหงาๆ ประหนึ่งไม่มีใครให้ความสำคัญ แต่ก็ใช้ดนตรีและเสียงเพลง การแต่งเพลง เขียนเพลง แก้เหงาไปวันๆ

แม้ว่าจะมีนายทหาร ผบ.หน่วย และอดีตลูกป๋าที่ใกล้ชิดแวะเวียนมาหาบ่อยๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่มี ผบ.เหล่าทัพ

แม้แต่บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ซึ่งเป็นเสมือนทหารเสือราชินี ที่ใกล้ชิดมายาวนาน ก็วุ่นๆ กับงาน ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ยิ่งไม่มีเวลา



ว่ากันว่า ในยุคนี้บารมีและบทบาทของ พล.อ.เปรม ลดน้อยและเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากทั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นนายทหารสายตรง ที่ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดสถาบันมาตลอด

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดที่จะต่อสายตรงหรือผ่านลูกป๋า เพื่อเคลียร์กับ พล.อ.เปรม

รวมถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ยอมเข้าบ้านสี่เสาฯ ทั้งตอนวันเกิดป๋า 26 สิงหาคม 2554 และช่วงปีใหม่

เมื่อครั้งเบิร์ธเดย์ป๋า นั้น ฝ่ายนายกรัฐมนตรี อ้างว่าได้พยายามติดต่อขอเข้าอวยพรแล้ว แต่ พล.อ.เปรมไม่ยอมเปิดบ้าน แต่ทว่าให้เฉพาะ ผบ.เหล่าทัพ และ รมว.กลาโหม เท่านั้น

"ท่านไม่เปิดบ้านค่ะ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

แต่ลูกป๋ายืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดต่อขอเข้าพบมาเลย เช่นเดียวกับปีใหม่ ที่เธอก็เงียบหาย ไม่ได้ส่งหนังสือมาขอพบเลย

แถมทั้งเป็นช่วงที่นายกฯ ปู ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และจะเดินทางกลับบ้านเกิดเชียงใหม่

แต่จะให้มองว่าเป็นเหตุผลในการไม่เข้าพบ พล.อ.เปรม ก็คงไม่สวยงามนัก จริงอยู่ แม้ พล.อ.เปรม จะลดความสำคัญลง แต่โดยสถานภาพแล้ว นายกรัฐมนตรีทุกคนก็ล้วนต้องเข้าพบเข้าหา

เพราะตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ยอมไปพบป๋า จนทำให้ความขัดแย้งปรากฏออกมาชัด จนมาถึงยุคน้องสาว เป็นนายกฯ ก็จะไม่เข้าบ้านสี่เสาฯ อีก จนถูกวิจารณ์ว่า เป็นการทำตามใบสั่ง

"ถ้าขอมาพบ ป๋าก็ให้เข้าพบอยู่แล้ว" ลูกป๋า ยัน

แต่ไม่ว่า ในที่สุดนายกฯ ปู จะมาขอพรปีใหม่ป๋าเปรมหรือไม่ก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ของนายกฯ หญิง กับ ป๋าเปรม ก็คงไม่สู้ดีนัก ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ นามสกุลชินวัตร และถูกมองเป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ



ในตอนเกิดวิกฤติน้ำท่วมนั้น ป๋าเปรมเองก็อึดอัดกับบทบาทของผู้นำ และรัฐบาล ในการแก้ไขและการช่วยเหลือประชาชน จนทำให้ทหาร โดยเฉพาะ ทบ. จะต้องเป็นกำลังหลัก ที่แม้แต่ป๋าเองก็ยังชื่นชม

"เวลากองทัพได้รับคำชมเชยจากประชาชน ผมก็พลอยดีใจ และได้หน้าไปด้วย แต่ถ้ากองทัพถูกตำหนิ ผมก็เสียใจ" ป๋าเปรม บอกกับ ผบ.เหล่าทัพ เมื่อช่วงปีใหม่

พล.อ.เปรม ยังคงเฝ้ารอดูกองทัพอยู่ห่างๆ ตามประสาทหารแก่ไม่มีวันตาย และจะไม่มีวันยอมแพ้

"ให้รอดูแล้วกัน สถานการณ์แบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับการเมืองไทย" ลูกป๋าทิ้งท้าย

แต่ที่แน่ๆ นายทหารคนสำคัญอีกคนหนึ่งที่ถูกวิจารณ์ทั่วบ้านทั่วเมือง ว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ก็ให้คำตอบแล้ว

"ผมยังเป็นคนเดิม ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนผมได้" บิ๊กตู่ ฝ่ากระแสซุบซิบนินทาที่ว่า ผบ.ทบ. เปลี่ยนไป

"คนเราจะมาเปลี่ยนจุดยืนกันง่ายๆ ได้ยังไง" บิ๊กตู่ ยืนยัน

"จุดยืนของผมเปลี่ยนไม่ได้ เพราะจุดยืนผมอยู่บนความถูกต้อง"

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แล้วก็ตาม

"ขอให้มั่นใจ ใครที่ยังรักผม ก็ขอให้รักต่อไป แต่ใครที่ไม่รัก ก็ไม่รู้จะทำยังไง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"ขอให้เห็นใจผมบ้าง แต่ผมก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



ในส่วนของการทำหน้าที่ ผบ.ทบ. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระลึกเสมอว่า "การจะเป็นผู้บังคับบัญชานั้น ถ้าจะเป็นเพื่อให้ตัวเองมีความสุข ก็ง่าย แต่การเป็นผู้บังคับบัญชาคือ ความทุกข์ ทุกข์ตรงที่ห่วงว่าลูกน้องจะเป็นยังไง กินอยู่หลับนอน จะมีอะไรมั้ย จะบอกว่า คนเป็น ผบ.ทบ. ไม่มีความสุขหรอก จะเชื่อหรือเปล่า เพราะมีเรื่องให้ห่วงให้ทุกข์ตลอด แต่ถ้าเป็นแล้วเพื่อที่สุข ก็อย่าเป็นเลยผู้บังคับบัญชา"

เพราะในนิยามของการเป็นทหารอาชีพของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว เขาบอกว่า ทหารทุกคนมีหัวใจดวงเดียว แต่มี 4 ห้อง ที่มีให้ทั้งชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้กองทัพ ให้ประชาชน และให้ครอบครัว

แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ไม่วิจารณ์รัฐบาล ไม่สัมภาษณ์ในเรื่องการเมืองอย่างรุนแรงดุดัน นั้นถูกมองว่า เป็นการแสดงละคร ที่สำคัญคือ การอารมณ์เย็น ไม่ฉุนเฉียว ที่ทำให้ไม่เสียภาพพจน์

"ก็ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วไง" บิ๊กตู่ เปรย

 



แต่ทว่า ก็ต้องขอร้องสื่อว่า อย่าถามอะไรที่เป็นการยั่วยุ หรือถามไปถามมา ถามฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ หรือว่าถามเพื่อที่จะให้ผมตอบผิด แล้วอะไรที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม หรืออะไรที่ผมไม่ควรตอบก็ไม่ตอบ

"สื่อต้องช่วยกันนะ การจะปรองดองได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทหาร แต่ขึ้นอยู่กับสื่อด้วย เพราะชีวิตผม แค่รบกับสื่อก็เหนื่อยแล้ว ช่วยกันนะ" ผบ.ทบ. กล่าว

"รมว.กลาโหม ยกคำสอนท่านพุทธทาส ว่า ให้เป็นเหมือนลิ้นงูในปากจงอาง ที่จำเป็นต้องอยู่ในที่อันตราย แต่ก็ต้องรอดให้ได้ แต่สำหรับผม เป็นลิ้นอยู่ในปาก แต่ก็ถูกลาออกมาถูกกัด" บิ๊กตู่ เปรย

"ก็ต้องขอร้องกันว่า อย่าเอาผมไปทะเลาะกับใครเลย จะมีปัญหา ปีหน้าขอให้เป็นปีทองของผม ของกองทัพ ของทหารทุกคน ที่จะได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่ และได้พักผ่อน ไม่ต้องมีเรื่องอะไรอีก" บิ๊กตู่ สำทับท้าย

ไม่แค่นั้นในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ ก็ดูจะแนบแน่นและมีจุดยืนเดียวกัน ทั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ผบ.สส. ทหารเสือราชินี บิ๊กหรุ่น พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. ที่ยืนยันที่จะเลือกกองทัพ และผลประโยชน์ของชาติและกองทัพมาก่อนอย่างอื่น และ บิ๊กเฟื่อง พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ที่ทำให้กองทัพเป็นเอกภาพและเหนียวแน่น ในการเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน และต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ร่วมกัน

ท่ามกลางการจับตามองกันว่า เมื่อ ป.ปู ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลัง จะต้องมาเจอกับ ป.เปรม และ ป.ประยุทธ์ ที่เป็นคนเดิม จุดยืนเดิม แล้วอะไรจะเกิดขึ้น...

17 มกราคม 2555 มติชน

วันที่ 18 มกราคมทุกปี ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ

ด้วยเพราะเป็นวันที่ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยต่อพระมหาอุปราชาของพม่า เมื่อวันจันทร์ เดือน 2 แรม 2 ค่ำ จุลศักราช 954 ตรงกับวันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2135

จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของ "วันกองทัพไทย"

นอกจากนี้ การทำยุทธหัตถีในครั้งนั้นถือเป็นการรบทางบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย กองทัพบกจึงได้ยึดถือวันดังกล่าวเป็น "วันกองทัพบก" เช่นเดียวกัน

นับตั้งแต่ในอดีต กองทัพไทยมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เคียงข้างกับการสร้างประเทศชาติให้เป็นปึกแผ่นเจริญรุ่งเรืองมายาวนาน นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้รวบรวมชาวไทยตั้งราชอาณาจักร โดยยึดหลักในการสร้างกองทัพเพื่อป้องกันประเทศว่า "ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องเป็นทหารเพื่อจะได้ป้องกันบ้านเมืองให้ปลอดภัย"

ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ.1991 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการแบ่งกิจการทหารกับพลเรือนออกจากกัน ในส่วนราชการทหารทรงแต่งตั้งสมุหกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชา มีการจัดกำลังแบ่งเป็น 4 เหล่า ได้แก่ ราบ (เดินเท้า) ม้า รถ ช้าง หรือที่เรียกว่า "จตุรงคเสนา" ปี พ.ศ.2081 ในสมัยพระไชยราชาธิราชมีการใช้อาวุธที่ทันสมัยในกองทัพ โดยใช้ปืนไฟในการรบกับพม่าเป็นครั้งแรกที่เมืองเชียงกราน

ต่อมาในปี พ.ศ.2199 จึงได้ริเริ่มสร้างปืนไฟขึ้นใช้เอง

สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอาณาเขตจรดทะเลและดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีความจำเป็นต้องมีทั้งกำลังทางเรือและกำลังทางบกไว้เพื่อปกป้องราชอาณาจักร

ในระยะแรกนับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ยังไม่มีการแบ่งแยกทหารบกและทหารเรือ คงใช้กองทัพในลักษณะรวมปกป้องประเทศชาติตามแต่ว่าจะมีภัยรุกรานจากทางด้านใด

"กองทัพไทย" ได้ผ่านการพัฒนาและมีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ในปัจจุบันสามารถมั่นใจได้ว่ากองทัพบกจะเป็นกำลังหลักที่สำคัญของชาติในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับกองทัพเรือที่ปกป้องราชอาณาจักรทางทะเล และกองทัพอากาศในการทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไทย

ทุกกองทัพต่างปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย ทำหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชาและประสานงานระหว่าง 3 เหล่าทัพ

ทุกวันที่ 18 มกราคมของทุกปี จะมีการจัดงาน "วันกองทัพไทย" เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเตือนใจให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมใจกันน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและคุณงามความดีนักรบไทย ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยไว้ให้ลูกหลานสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

โดยในปีนี้ช่วงเช้า "พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร" ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานนำ ผบ.เหล่าทัพในพิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณของนักรบไทย และพิธีสงฆ์ ณ ลานประกอบพิธีอนุสรณ์สถานแห่งชาติ รวมถึงพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงเฉลิมพล ณ ที่ตั้งหน่วยทหารแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งที่แต่ละเหล่าทัพจะเข้าร่วมพิธีที่หน่วยของตนเอง

กองบัญชาการกองทัพไทย กระทำพิธีที่กองพันทหารสื่อสารกองบัญชาการกองทัพไทย ทุ่งสีกัน ดอนเมือง

กองทัพบก กระทำพิธีเป็นส่วนรวมที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน

กองทัพเรือ กระทำพิธีที่หน่วยบัญชาการต่อสู้ทางอากาศยานและรักษาฝั่งอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี

กองทัพอากาศ กระทำพิธีที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง

สำหรับหน่วยทหารอื่นๆ ที่มีที่ตั้งนอกเขตจังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ จะกระทำพิธีรวมกัน ณ ที่ตั้งหน่วยทหาร หรือพื้นที่ที่เหมาะสม อาทิ กองกำลังบูรพาเตรียมจัดสวนสนามพร้อมปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลและพระสยามเทวาธิราช บริเวณศาลาสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพและเพื่อข่มขวัญต่ออริราชศัตรูจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีมาแต่ในอดีต รวมถึงสดุดีวีรกรรมชัยชนะ "สมเด็จพระนเรศวร" ในศึกกับอาณาจักรกัมพูชา

แต่ไฮไลต์ของปีนี้อยู่ที่งานเลี้ยงรับรองช่วงหัวค่ำของวันที่ 19 มกราคม เนื่องใน "วันกองทัพบก" ซึ่งจะใช้สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต จัดดินเนอร์แบบค็อกเทล โดยมี "แม่ทัพบก" ในอดีตตบเท้ามาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

 

 



ในจำนวนนี้มี "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รวมอยู่ด้วย

จึงกลายเป็นเวทีแรกที่ "ป๋าเปรม" จะมีโอกาสปะหน้า "นายกฯ ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ที่ตอบรับมาร่วมรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษนี้แล้ว!!!

 


เวลา 18.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางมาถึงสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ เพื่อร่วมงานเลี้ยงวันกองทัพบก โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มารอต้อนรับ ซึ่งนายกฯ ได้เปลี่ยนชุดแต่งกายหลังจากเดินทางกลับจากฟิลิปปินส์ เป็นชุดราตรียาวสีเขียวเหลือบ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์กองทัพบก เมื่อมาถึงนายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและเดินเข้าไปในห้องโถงเพื่อทักทายพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ว่าที่รองนายกฯ

ต่อมาเวลา 18.55 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางมาถึง โดยพล.อ.ประยุทธ์ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน จากนั้น ได้นำพล.อ.เปรมเข้ามายังห้องโถง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และรมว.กลาโหมของสิงคโปร์ รอต้อนรับ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ยกมือไหว้สวัสดีทันทีที่พล.อ.เปรมเดินมาถึง ซึ่งพล.อ.เปรมเดินเข้าไปรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายกับนายกฯ พล.อ.ยุทธศักดิ์ และพล.อ.ประยุทธ์ นาน 3 นาที

จากนั้น พล.อ.เปรมได้ไปลงนามแล้วเดินกลับมาพูดคุยกับแขกคนอื่นๆ รวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนจะเดินขึ้นชั้น 2 ของสโมสร ไปพร้อมกับนายกฯ และไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปสังเกตการณ์ภายในงานเลี้ยง ในการจัดโต๊ะนั่งภายในงานนั้น กองทัพได้จัดโต๊ะวีไอพีให้น.ส. ยิ่งลักษณ์นั่งคู่กับพล.อ.เปรม

 

 

 

เผยเป็นการพบหน้ากันครั้งแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพบก ครบรอบ 420 ปี ประจำปี 2555 มีบุคคลสำคัญมาร่วมงาน อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผบ.ทบ. พร้อมด้วยผบ.เหล่าทัพ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการกองทัพบก ประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา องค์กรด้านนิติบัญญัติ และตุลาการ ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยนำม้าจำนวน 12 ม้า จากกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ (ม.พัน 29 รอ.) มาเข้าแถวต้อนรับผู้ที่มาร่วมพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพล.อ.เปรม ครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาดำรง ตำแหน่งนายกฯ ทั้งนี้ ตามกำหนดการพล.อ. เปรมจะเป็นประธานกล่าวนำเชิญชวนดื่มถวายชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวเนื่องในวันกองทัพบก และนายกฯ จะกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี และเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพบกประจำปี 2555 ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรเลงเพลงจากวงออร์เคสตร้าของกองดุริยางค์ทหารบก ซึ่งเป็นบทเพลงที่มีความหมายแสดงให้เห็นถึงความรัก ความหวงแหนในแผ่นดิน และความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยทุกคน ที่พร้อมปกป้องแผ่นดินไทยไว้ด้วยชีวิต โดยกองทัพบกได้มอบนาฬิกาตั้งโต๊ะของกองทัพบกบรรจุอยู่ในผ้าแพรสีทองให้เป็นที่ระลึกกับผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงาน ทางกองทัพบกจัดโต๊ะรูปตัวยูไว้ด้านหน้าเวทีพร้อมจัดเก้าอี้ให้แขกวีไอพีได้นั่ง โดยให้นายกฯ นั่งอยู่ข้างพล.อ.เปรม เหมือนเช่นที่ทำมาทุกปี สำหรับอาหารในงาน ทบ.ได้จัดดินเนอร์แบบค็อกเทล รวมถึงสั่งอาหารจากโรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค พร้อมการออกร้านด้วยอาหารญี่ปุ่น, ปิ้งย่าง, อบ, ข้าวต้มปลากะพง, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ


7 ก.พ.2555

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันศุกร์ที่ 10 ก.พ.55 ที่จะถึงนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกคน เตรียมจัดงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีเป็นแม่งาน ซึ่งไฮไลท์ที่น่าจับตามองสำหรับงานนี้ก็คือ นายกฯ จะเรียนเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาเป็นประธานในงานนี้ ซึ่งกำหนดการที่น่าสนใจในงานมีดังต่อไปนี้

  เวลา 17.00 น.คณะองคมนตรี เดินทางถึงตึกไทยคู่ฟ้า และเดินทางเข้าไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ ห้องสีงาช้าง

  เวลา 17.30 น.นายกรัฐมนตรี รอรับ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นประธานในงานดังกล่าว ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

  เวลา 17.45 น.ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางถึงตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น นายกฯ กราบเรียนเชิญ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าไปยังห้องสีงาช้าง และสนทนาอย่างใกล้ชิดตามอัธยาศัย

  เวลา 18.00 น.นายกฯ กราบเรียนเชิญ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และคณะองคมนตรี ไปยังตึกสันติไมตรี เพื่อร่วมงานเลี้ยงรับรอง ซึ่งเป็นรูปแบบค็อกเทล เพื่อต้องการสร้างบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง พร้อมรับชมการแสดงดนตรีจาก วงไทยแลนด์ฮาโมนิคอร์เคสตรา , วงซิมโฟนีออร์เคสตราของเหล่าทัพ โดยนักร้องดุริยางคศิลป์ของมหาวิทยาลัยมหิดล มาขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ และหลวงวิจิตรวาทการ และวงออร์เคสตราจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดยะลา จากนั้นร่วมสนทนากับผู้เข้าร่วมงานตามอัธยาศัย เมื่อจบการแสดงดนตรี ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มอบช่อดอกไม้ให้ผู้ควบคุมวงดนตรี และหลังจากนั้น นายกฯ กล่าวเรียนเชิญ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมด้วยคณะองคมนตรี ไปยังห้องสีเหลือง เพื่อพูดคุยสนทนาอย่างใกล้ชิดอีกครั้งตามอัธยาศัย

  เวลา 18.30 น.นายกฯ กราบเรียนเชิญ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และคณะองคมนตรี เดินไปยังสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากนั้น นายกฯ ขึ้นกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ในครั้งนี้

  เวลา 20.00 น.จบการแสดงดนตรี ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มอบช่อดอกไม้ให้กับผู้ควบคุมวงดนตรี และกล่าวชื่นชม จากนั้น ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางกลับ พร้อมด้วยคณะองคมนตรี และผู้ร่วมงานทุกคน เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการดังกล่าว

     ทั้งนี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า เป็นงานที่รัฐบาลตั้งใจจัดขึ้น โดยการจัดงานครั้งนี้ มี พล.อ.เปรม จะให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีการเปิดงาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่จากรัฐบาลเดินทางไปเชิญด้วยตัวเอง พร้อมทำทำหนังสือเอกสารเรียนเชิญอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น นายสุกรี สุขเจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของดนตรี ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่มีการจ้างบริษัทออร์แกไนท์มาจัดงาน นอกจากการจ้างในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.พ.ช่วงบ่าย จะประชุมเพื่อลงมติอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

10 ก.พ.2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดโพล้เพล้ลมเอื่อยๆพัดเย็นๆ ปรากฏว่ารัฐบาลได้ใช้โอกาสนี้จัดงานขอบคุณทุกภาคส่วนในการช่วยกันฟันฝ่าปัญหาอุทกภัย 2554 มาด้วยกัน ภายใต้ชื่องานว่า “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” โดยมีการจัดเตรียมสถานที่จัดงานทั้งภายในตึกสันติไมตรี และสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการจัดงาน โดยมีการเชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมาเป็นประธานในงานดังกล่าว และนอกจากพล.อ.เปรม แล้วรัฐบาลยังได้เชิญแขกมาร่วมงานกว่า 500 คนจากหลากหลายวงการอาทิ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักธุรกิจ และภาคประชาชน ทั้งนี้งานได้เริ่มขึ้นเวลา 17.15 น. โดยมีการถ่ายทอดสดพร้อมกัน 2 ช่องทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 และช่อง 9 อสมท.

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 17.50 น. พล.อ.เปรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยที่รถของพล.อ.เปรม ขึ้นไปจอดเทียบด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งพล.อ.เปรมสวมชุดผ้าไหมพระราชทานสีเทาเข้ม โดยที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ที่สวมเสื้อผ้าไหมสีชมพูอ่อนออกมาต้อนรับพร้อมกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรม.มหาดไทย ที่มาในเสื้อผ้าไหมสีส้มอ่อนๆ โดยทันทีที่พล.อ.เปรมลงจากรถนั้น นายกรัฐมนตรีก็ได้ยกมือสวัสดี ซึ่งพล.อ.เปรมก็ได้ยิ้มรับไหว้ และทั้งหมดก็เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปยังทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรีเพื่อเดินเข้าไปในงาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และระหว่างที่เดินนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดคุยกับพล.อ.เปรม ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

โดยกิจกรรมแรกที่นายกฯและพล.อ.เปรม และแขกทุกคนในงานได้ชมร่วมกันคือการแสดงดนตรีจากวงออร์เคสตร้าจากเยาวชนจากจังหวัดยะลา จากนั้นพล.อ.เปรม ได้มอบช่อดอกไม้ให้ผู้ควบคุมวงดนตรี และจากนั้นก็เดินออกมาที่เวทีใหญ่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ที่เป็นการนำวงออร์เคสตร้าของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลและวงของสี่เหล่าทัพมาบรรเลงร่วมกัน ทั้งนี้ในระหว่างที่พล.อ.เปรมเดินมาพร้อมกับนายกฯนั้นก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม และเมื่อมานั่งเก้าอี้ด้านหน้าคู่กัน มีช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีที่นั่งฝั่งซ้ายของพล.อ.เปรมได้หันมาคุยอะไรบางอย่างกับพล.อ.เปรม จนทำให้พล.อ.เปรมยิ้ม โดยที่กล้องถ่ายทอดสดก็สามารถจับภาพนี้ทันพอดีด้วย

ต่อจากนั้น เป็นการเปิดวีทีอาร์ของนายสุกรี เจริญสุขสุกรี คณบดีวิทยาลัยดุริยงคศิลป์ ที่มาควบคุมการแสดงได้ อธิบายถึงเหตุผลในการเลือกใช้ดนตรีมาบรรเลงในงานนี้ว่า มีผู้ใหญ่มาถามตนว่าอยากจะให้นำวงดนตรีมาเล่นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าไหม ซึ่งตนบอกว่าที่นั่นไม่เหมาะกับการฟังเพลง และมีคนบอกว่าไปสนามหลวงตนก็บอกว่ามันเวิ้งว้าง และถามอีกว่าสนใจไหมที่จะเล่นที่ทำเนียบไหมที่มีตึกไทยคู่ฟ้าสวยมาก ทั้งนี้เราไม่เคยใช้ความงามของสถาปัตยกรรมของที่นั่นเลย ดังนั้นในวันนี้จึงนำเพลงที่เกี่ยวกับความงามของประเทศ การรักชาติความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว นำวงสองวงมาตั้งหน้าทำเนียบก็สวยมาก และความโพล้เพล้ในการเชื่อมโยงจิตใจคนที่เป็นคนของแผ่นดินถ้าออกไปสู่ใจคนทั้งประเทศซึ่งความไพเราะไม่ต้องอธิบาย

"ประเทศเราไม่เคยใช้เสียงดนตรีในกล่อมเกลาใจคน เราใช้แต่ทางธุรกิจ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ในการปกครองนำพาประเทศ เราไม่เคยใช้วิถีวามงามศิลปะในการนำประเทศเลย คิดว่ามิตินี้เป็นมิติที่งดงาม ถ้าออกข่าวต่างประเทศดูปั๊บว่าประเทศไทยเจริญนะ"นายสุกรี กล่าว

นายสุกรี กล่าวอีกว่า การนำบทเพลงของพล.อ.เปรม ของหลวงวิจิตรวาทการ มาบรรเลง ซึ่งเพลงเหล่านี้งามทั้งนั้น ที่เอาเพลงที่เป็นรากเหง้ามาเล่นแล้วถ่ายทอดผ่านหน้าทำเนียบ ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นความงามที่หาดูได้ยาก ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็ตกลง ตนก็ดีใจมาก อย่างน้อยที่เป็นนักดนตรีที่ได้ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นคุณูปการสู่ประเทศ

"ส่วนผู้ฟังรู้สึกอย่างไร อิ่มอกอิ่มใจน้ำตาคลอดนตรีได้ทำหน้าที่แล้ว หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอยู่กับคนไทย แต่เพลงได้ฝังในหัวใจคนเรียบร้อยแล้ว" นายสุกรี กล่าว

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นเวที กล่าวขอบคุณพล.อ.เปรมและแขกทุกคนที่สละเวลามาร่วมงานที่รัฐบาลจัดวันนี้ ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปีต่อเนื่องมาจนถึงปลายปีที่แล้วประเทศไทยต้องเผชิญภาวะภัยธรรมชาติร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนมาในประเทศไทยและประวัติศาสตร์ไทยที่กระทบวงกว้างครอบคลุมหลายจังหวัดสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมูลค่าหลายแสนล้าน ทั้งกายภาพและสภาวะทางจิตใจ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความทุกข์ร่วมกันของคนไทย ในสภาวะวิกฤติความตึงเครียดเราได้แสดงความกล้าหาญอดทนกับการไหลของน้ำและเรารักษาชีวิตบ้านและทรัพย์สิน โดยสิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือความร่วมมือของคนไทย บริษัทห้างร้าน พลเรือนทหารและตำรวจ ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น มิตรประเทศ พลังในความหมายของคำว่าสามัคคีที่ทำให้เราฟันฝ่าวิกฤติไปได้ ที่พูดกันว่าคนไทยไม่เคยทิ้งกันประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกแล้ว ในนามรัฐบาลของคุณคนไทยทุกคนเจ้าหน้าที่ที่รัฐเอกชน องค์กรการกุศล ผู้มีจิตอาสา และเพื่อนจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวเราพิสูจน์แล้วความพร้อมเพรียงร่วมแรงร่วมใจความมีน้ำใจไมตรีเป็นพลังที่เป็นกำลงใจให้คนไทยทั้งประเทศทำให้มั่นใจว่าพยันอันตรายใดจะเกิดขึ้นแผ่นดินของเราจะก้าวเดินอย่างมั่นคงเพื่อลูกหลานของเราทุกคน

 

 

 

 

( จำได้ว่า พลเอกเปรมฯ ชอบเพลงนี้มาก ๆ  admin jad )

"เรายังมีภารกิจฟื้นฟูยังไม่เสร็จสิ้น คนทุกหมู่เหล่าเป็นคนสำคัญที่ขอขอบคุณทุกท่าน ขอความร่วมมือในการสร้างสามัคคีในการรวมพลังขับเคลื่อนองคาพยพในการฟันฝ่าอุปสรรคและฟื้นฟูประเทศในการดำเนินการแผนงานตามแนวทาง การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริให้คนกลับสู่วิกฤติที่ปกติ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนให้คลายความกังวลกับภัยภิบัติที่อาจมาเยือนในภายภาคหนาอย่างมั่นใจ ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ ทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยมาได้ การมาอยู่ในวันนี้ไม่ใช่มาพบกันเพื่องานเลี้ยงฉลองชัย แต่เป็นการกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการบทเรียนที่เราฟันฝ่าด้วยกัน ขอเป็นกำลังใจและสร้างความมั่นใจด้วยกัน เป็นคำสัญญาว่าเราจะฟื้นฟูเยียวยาดูแลประชาชนที่ยังทุกข์ยาก นี่เป็นการยืนยันชัดเจนว่าบนพื้นฐานสามัคคีปรองดองของคนไทยเราจะททำทุกวิถีทางในการทำให้ประเทศก้าวหน้าจนสุดกำลังความสามารถทำให้ประเทศยืนยงและมั่นคง ถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้คนไทยอยู่อย่างสงบสันตทภายใต้พระมหากษัตรย์ของปวงชนชาวไทย ขอบคุณค่ะ "นายกฯ กล่าว 
 
และในเวลา 19.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวนี้ด้วย ได้ลุกจากเก้าอี้เพื่อออกจากงาน ทั้งที่งานยังไม่เลิก

ทั้งนี้การแสดงดนตรีจากวงออร์เคสตร้า และงานเลี้ยงได้จบลงในเวลา 20.10น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ครับ นี่คือความรู้สึกหวง ๆ ในใจของนายอภิสิทธิ์ฯ ลูกป๋า ฯ ???

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามแปรวัตถุประสงค์การจัดงาน "รักประเทศไทย เดินหน้าประเทศไทย" จากการแก้ปัญหาน้ำท่วม มาเป็นเรื่องความปองดองว่า

ไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์ของงานเลี้ยงในตอนต้น และตอนนี้จะเหมือนกันหรือไม่ แต่ทราบว่าการติดต่อประสานงานในการเชิญเข้าร่วมงานก็ไม่เรียบร้อย แต่กลับอาศัยเงื่อนไขการเชิญประธานองคมนตรีและพยายามพูดว่าเป็นเรื่องของความปรองดอง


"อย่างไรก็ตาม ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรี ไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร และที่รับเชิญก็เป็นเพียงการไปฟังดนตรีเท่านั้น แต่ก็มีมวลชนไปวิจารณ์มากมาย แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรี ถือตัวเองเป็นคู่ขัดแย้ง ทุกคนมีหน้าที่ทำกันไป แต่ความพยายามในขณะนี้คือจะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งหรืออย่างไร จึงจะต้องมีการปรองดองโดยการพบปะกัน ขอย้ำว่าคนที่อยู่ศูนย์กลางความขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในประเทศในขณะนี้" นายอภิสิทธิ์


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจัดงานดังกล่าว เพราะสามารถนำเงินนี้ไปช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อนได้ และที่มากไปกว่านั้น กระทบกับความรู้สึกของคนที่มีการฉลองความสำเร็จในภาวะที่ยังไม่มีการแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อน จึงไม่อยากให้รัฐบาลใช้การเมืองเป็นตัวตั้งมากกว่าการแก้ไขเพื่อประชาชน

 

 

3 เมษายน 2555

แนวคิดทฤษฎีที่สวยหรู  กับ การปฎิบัติมักสวนทางกันเสมอ  เพราะเราได้คนไม่ดี

คุณธรรม กับ อุปถัมภ์ คนเป็นนายก็แยกไม่ออก และ คนที่จะแยกออก ก็คือ นาย

( พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ )

 

 

เดลินิวส์

วันนี้( 3 เม.ย.55) ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้จัดงานสัมมนาวิชาการและบรรยายพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เดินทางมาร่วมงานพร้อมกับมอบรางวัลเกียรติยศ “คนดีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นายดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าไทย คนที่ 21 และนายชาญชัย จารุวัสตร์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี)  ซึ่งบุคคลทั้งสองมีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการเพื่อสร้างความโปร่งใสและต่อต้านคอร์รัปชันมายาวนานและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม


ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ได้กล่าวบรรยายพิเศษมีใจความตอนหนึ่งว่า ตนมีความคิดเห็นว่าหากมีการพูดถึงเรื่องจริยธรรมแล้ว ต้องพูดถึงเรื่องคุณธรรมด้วย เพราะถ้าพูดสองคำไปพร้อมๆกันจะทำให้มีความสมบูรณ์ของความหมาย ที่ผ่านมาตนพูดเสมอว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งตนเป็นคนคิดเองและมาพูดในที่สาธารณะมา 23 ปี อีกทั้งวันนี้ก็ยังชอบพูดประโยชน์นี้อยู่มากๆ แต่คิดว่าไม่ค่อยมีคนชอบฟังมากเท่าไหร่ คำว่าการเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินนั้นอธิบายได้สองวิธี คือแบบสั้นหมายความว่าคิดทำความดี เพื่อให้แผ่นดินมีความสงบ คนในแผ่นดินมีความสุข ช่วยกันสร้างคนดีในแผ่นดิน อีกทั้งไม่ทำให้แผ่นดินมีปัญหา ไม่ทำให้คนในแผ่นดินเดือดร้อน ซึ่งเฉพาะคนดีเท่านั้นถึงจะทำได้ คนไม่ดีทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทำยากมาก แต่ก็ทำได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยากกว่านั้นคือการรักษาความดีให้คงอยู่กับผู้ทำตลอดไปจนกระทั่งตาย มีหลายคนในประเทศของเราเคยทำความดีให้ปรากฏจนกระทั่งได้รับการยกย่องสรรเสริญได้รับความศรัทธา แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถรักษาความดีที่ตนทำไว้ได้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก


พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า สำหรับการอธิบายแบบยาวนั้น 1.ต้องมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ 2.ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ จงรักภักดี 3.ผู้บังคับบัญชาต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความเมตตา เป็นคนไทยต้องมีความเป็นไทย มีความเป็นธรรม เป็นนายคนต้องมีแต่ให้ จะรับได้อย่างเดียวคือรับความทุกข์ ความลำบากยากเข็ญของคนอื่นนำมาพิจารณาแก้ไข เหมือนอย่างที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนกำลังดำเนินการอยู่ 4. ปัญหาชาติบ้านเมืองที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดคือความยากจน เพราะฉะนั้นเราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน หาทางขจัดความยากจนในแผ่นดินของเรา 5.เราต้องยึดถือและปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 6.ภาครัฐ เอกชน หรือภาคไหนๆ ต้องทำงานให้คุ้มค่า คุ้มเวลา คุ้มความเป็นคน ที่น่าจะเข้าใจได้ง่ายว่าเกิดมาเป็นคนต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตนใช้วิธีทำงานต้องยึดถือ 3 อย่างคือ สะดวก เรียบง่าย ประหยัด ถ้าทุกคนนำไปใช้ก็คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ 7.ต้องดำรงวัฒนธรรมไทย เช่นการละเล่นท้องถิ่นภาคต่างๆ  การพูดภาษาท้องถิ่น ไม่ควรจะลอกเรียนฝรั่งจนไม่เหลือความเป็นไทยก็น่าเสียดายความเป็นไทย 8 .ผู้ใหญ่ต้องถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะดูแลยุวชนและเยาวชน เพราะความสำคัญของเด็กเป็นความสำคัญของชาติบ้านเมือง ต้องถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราต้องรับผิดชอบดูแลให้เด็กเติบโตมาเป็นคนดีของชาติบ้านเมืองให้ได้ 9. ศ.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาไทย ได้ให้คำชี้แจงกับตนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งหมายถึงความดีที่มีอยู่ในใจของตน ทำให้ผู้มีคุณธรรมประพฤติดี ปฏิบัติดี คุณธรรมเป็นธรรมะที่ควบคุมจิตใจของคนให้คิดให้พูดในสิ่งที่เป็นคุณ โดยเฉพาะเป็นผลดีต่อผู้อื่น คุณธรรมเป็นความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นเอง หรือเกิดจากการอบรมสั่งสอน ที่เมื่อยึดมั่นเป็นคุณธรรมฝั่งในจิตใจ คนดีมีคุณธรรมจะต้องซื่อสัตย์ สุจริต คิดดี ทำดี พูดดี คิดตรง ทำตรง พูดตรง มีเมตตาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่คดโกงแม้ว่าไม่มีผู้รู้เห็น จะไม่เอารัดเอาเปรียบ ข่มแหงผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ทุจริต ส่วนเรื่องจริยธรรม หมายถึงความประพฤติทางกายและวาจาที่แสดงออกถึงธรรมะที่อยู่ในใจ จริยธรรมหมายถึงการปฏิบัติในทางดีควบคู่กับคำว่าศีลธรรมที่มีการชี้แจงชัดเจน จริยธรรมบังคับได้แต่กายวาจา บังคับใจไม่ได้ ส่วนคุณธรรมบังคับใจ ความดีที่มีอยู่ในใจ คุณธรรมคือเรื่องของใจ จริยธรรมเรื่องของกายและวาจา


“ผมได้อ่านประมวลจริยธรรม เช่นของส.ส. ส.ว. ซึ่งเป็นเรื่องดีมากและเป็นประโยชน์มาก หากรวมคุณธรรมเข้าไปด้วย ผมสังเกตว่าในประมวลจริยธรรมหากไม่ปฏิบัติก็ไม่มีบทลงโทษ เพราะฉะนั้นคิดว่าจะตัดสินได้อย่างไร ซึ่งก็ต้องใช้มโนธรรมและกติกาในใจของตนเองเป็นมาตรการในการตัดสิน มโนธรรมคือการรู้สึกผิดชอบชั่วดี แยกความดีจากความชั่วได้ อย่างไรก็ตามผมขอพูดนอกเรื่องว่า ผมเชื่อมั่นว่าชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครมีสิทธิยึดถือเป็นของตนเองได้ เชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง จะปกป้องคนดีและสาปแช่งคนไม่ดี สาปแช่งคนทรยศต่อชาติบ้านเมืองให้พินาศ ผมเชื่ออย่างนั้น ผู้มีเกียรติจะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมจริยธรรมของแต่ละคน” พล.อ.เปรม กล่าว
 

 

 

 "ป๋า-ปู"ชื่นมื่น ปิดห้องคุยกันสองต่อสองนานครึ่งชั่วโมง หลังนายกฯ นำ 3 รองนายกฯ เข้ารดน้ำขอพร "ยงยุทธ" เผย "ป๋า" อวยพรนายกฯ ให้สุขภาพแข็งแรง ดูแลประชาชนให้ดี "เติ้ง" ชี้บรรยากาศตอนนี้เอื้อปรองดอง เพื่อไทยนัดประชุม 30 เม.ย. เฟ้นผู้สมัครลงซ่อมส.ส.เชียงใหม่ กรรมการสอบ ส.ส.กดบัตรแทนกันขอเวลา 1 สัปดาห์ เผยสอบเฉพาะกรณีส.ว.นำมาแฉ "ประชา ประสพดี" แถลงบี้ "มาร์ค" สงสัยเคยไม่กดบัตรเอง กมธ. กิจการสภาเรียก "ณัฏฐ์" ชี้แจงดู "ภาพโป๊" "แม้ว" ทัวร์อังกฤษ ดูบอลพรีเมียร์ลีก "แมนฯยู"ปะทะ"แมนฯซิตี้"

คณะนายกฯพบ"เปรม"

วันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ นายกฯ เดินทางมายังรัฐสภาเพื่อลงชื่อเข้าร่วมประชุมสภา พร้อมนัดแนะรองนายกฯ 3 คน คือ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว. มหาดไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ รมว.คลัง และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ทั้งหมดขึ้นรถตู้โฟล์กสีดำป้ายแดง ทะเบียน ช 3438 ของนายกฯ เดินทางไปยังบ้านสี่เสาฯ

คณะของนายกฯ ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีชมพู รวมถึงนายกฯ ที่ใส่สูทผ้าไหมสีชมพู ยกเว้นพล.อ.ยุทธศักดิ์สวมเสื้อสีครีมระบุว่าไม่มีเสื้อสีชมพู และนายกิตติรัตน์สวมเสื้อลายไทยสีน้ำตาลทอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แต่ยิ้มไม่ตอบคำถามว่าทำไมใส่เสื้อสีชมพู ขณะที่นายยงยุทธระบุว่า การเข้าพบครั้งนี้นำกระเช้าผลไม้และดอกไม้ไทยพร้อมผ้าไทยไปอวยพร และที่สวมเสื้อชมพูเหมือนกันทุกคนเพราะเป็นสีแห่งความรัก

ทั้งนี้ คณะทำงานของนายยงยุทธเดินทางไปถึงล่วงหน้า หอบกระเช้าผลไม้ กระเช้าดอกไม้ไทยเน้นสีชมพูและพวงมาลัย มารอในบ้านสี่เสาฯ อยู่ก่อนแล้ว

"ปู-ป๋า"หารือสองต่อสอง

ก่อนที่คณะของนายกฯ จะเดินทางมาถึง บริเวณหน้าบ้านสี่เสาฯ นายสมพงษ์ โพธิ์โน อ้างเป็นสมาชิกกลุ่มรักประชาธิปไตย (ขอนแก่น) ได้ยืนชูป้ายข้อความว่า "พ.ร.บ.ปรองดองเราเห็นด้วย แต่ 91 ศพ ใครรับผิดชอบ รัฐบาลอย่านั่งทับหัวเสื้อแดงเสวยสุข" ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.สามเสน ที่มาจัดวางกำลังดูแลความสงบ คุมตัวไปสอบสวนภายในป้อมยามหน้าบ้านสี่เสาฯ และเชิญตัวออกไปโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยมีกำลังตำรวจสน.สามเสน 20 นาย และเตรียมพร้อม 1 กองร้อยใน บช.น.

เวลา 15.25 น. นายกฯ และคณะมาถึงหน้าบ้านสี่เสาฯ มีพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี รอต้อนรับและเชิญเข้าพบพล.อ.เปรม ภายหลังคณะนายกฯ เข้าไป 15 นาที รองนายกฯ ทั้ง 3 คน ออกมานั่งรอที่โต๊ะรับแขกนอกบ้านพร้อมพล.ร.อ.พระจุณณ์ เหลือเพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.เปรมลำพังสองต่อสองเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง

นายกฯส่งยิ้มแต่ไม่ตอบ

เวลา 16.15 น. พล.อ.เปรมซึ่งใส่เสื้อผ้าไหมไทยแขนสั้นสีส้ม เดินออกมาส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วยตัวเอง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนเดินทางกลับน.ส.ยิ่งลักษณ์และรองนายกฯ ทั้ง 3 คน ยกมือไหว้ลา พล.อ.เปรมยกมือรับไหว้ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นรถคันเดียวกันเดินทางกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 16.45 น. นายกฯ เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โอกาสทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ผ้า ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าบรรยากาศการพบกับพล.อ.เปรมเป็นไปด้วยดีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบคำถาม ได้แต่ส่งยิ้มและโบกมือให้อย่างอารมณ์ดี ผู้สื่อข่าวถามย้ำนายกฯ ก็ได้แต่ยิ้มก่อนชี้นิ้วชี้ไปที่รถ และขึ้นรถออกไปทันที

ยงยุทธเผยบรรยากาศอบอุ่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกฯ เข้ารดน้ำขอพรว่า บรรยากาศน่าชื่นใจและอบอุ่น นายกฯ ได้พูดคุยส่วนตัวกับพล.อ.เปรม และเล่าให้ฟังว่าพูดคุยถึงกรณีรัฐบาลอยากเข้าไปช่วยงานพล.อ.เปรม อาทิ โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ และงานการกุศลต่างๆ ที่พล.อ.เปรม ดำเนินการอยู่ โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือให้มากขึ้นเพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ส่วนพล.อ.เปรม ให้พรให้สุขภาพแข็งแรงและดูแลประชาชนให้ดี ตามหลักที่ผู้ใหญ่พูดคุยกับคนอายุน้อยกว่าตามธรรมเนียมประเพณีที่ดี

นายยงยุทธกล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอายุรัฐบาล ไม่มีมิติการเมืองแต่เป็นมิติทางวัฒนธรรม ความเคารพนับถือและมิติของไมตรีจิตมิตรภาพซึ่งกันและกัน พล.อ.เปรมไม่ ได้แสดงความเป็นห่วงบ้านเมือง นายกฯ กราบเรียนพล.อ.เปรมว่า จะขออนุญาตหาเวลาเข้าไปพบเพื่อปรึกษาหารือในฐานะที่พล.อ.เปรม เป็นผู้ใหญ่และอดีตนายกฯ มีประสบการณ์มากเพราะทำงานมาหลายปี

ยันไม่มีวาระซ่อนเร้น

ช่วงเช้าก่อนเข้าบ้านสี่เสาฯ นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารดน้ำขอพร ถึงเสียงวิจารณ์รัฐบาลหวังผลทางการเมืองจากเรื่องนี้ว่า พล.อ. เปรมเป็นบุคคลที่เราเคารพ ขณะที่รัฐบาลเป็นคนที่ประชาชนเลือกเข้ามาและในเทศกาลสงกรานต์คนไทยจะรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเรามองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองจะกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย คับแคบ ต้องคิดอะไรที่สร้างสรรค์และคิดบวก การเข้าอวยพรพล.อ.เปรม ไม่มีเรื่องซ่อนเร้น และไม่ได้มุ่งหวังจะใช้ประโยชน์จากพล.อ.เปรม ถือเป็นเรื่องดี ถ้าคิดอีกอย่างหนึ่งก็เป็นบาปและไม่บริสุทธิ์ใจ

เมื่อถามว่ารัฐบาลคาดหวังว่าหลังเข้าพบพล.อ.เปรม บรรยากาศของประเทศจะดีขึ้น นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องการเมือง เรื่องการปรองดอง เพราะไม่เกี่ยวกัน เหมือนลูกไปรดน้ำพ่อแม่ในวันสงกรานต์เพื่อแสดงความรัก ความกตัญญู ไม่ได้หวังไปเอามรดก แต่ถ้าลูกคนไหนไปเพื่อหวังสมบัติอย่างนั้นจิตใจไม่บริสุทธิ์และเป็นบาป ชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นการเมืองทุกเรื่อง ต้องมีเรื่องอื่นด้วย

 

 

 

 

24 สิงหาคม 2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 92 ปี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ได้สั่งคนใกล้ชิดให้แจ้งไปยังคณะนายทหารและบุคคลที่เข้าอวยพร ว่า ปีนี้งดเปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์เพื่อให้เข้ามาอวยพร เพราะไม่ต้องการจัดงานให้เอิกเกริกและวันดังกล่าวตรงกับวันอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ เตรียมส่งกระเช้าดอกไม้ไปอวยพร พล.อ.เปรมในวันดังกล่าวในฐานะผู้ใหญ่ที่เคารพของบ้านเมืองและอดีตผู้บังคับบัญชา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีนี้ พล.อ.เปรมจะไม่เดินทางไปพักที่บ้านแม่ทัพ จ.นครราชสีมา หรือ จ.สงขลา เหมือนเช่นทุกปี แต่จะพักอยู่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ และช่วงเช้า พล.อ.เปรมจะไปทำบุญที่วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ

 

 

 

 

 "ป๋าเปรม" ยิ้มรับยิ่งลักษณ์-ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าพรึ่บร่วมงานเลี้ยงวันกองทัพบก

เวลา 18.30 น. วันที่ 21 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานในการจัดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพบก ครบรอบ 421 ปี ประจำปี 2556 โดยมีบุคคลสำคัญมาร่วมงานมากมาย อาทิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งสวมชุดราตรียาวสีบานเย็น พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทบ. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีมาร่วมงานด้วย อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับสูง ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย

โดยภายในงานได้มีการนำม้าจำนวน12ม้าจากกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ (ม.พัน 29 รอ.) มาเข้าแถวต้อนรับผู้ที่มาร่วมพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกมารับพล.อ.เปรม โดยพล.อ.เปรมได้พูดคุยทักทายกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเคียงคู่กับพล.อ.เปรม นำผบ.เหล่าทัพ อดีตผู้บังคับบัญชา และผู้มีเกียรติที่ร่วมงานทั้งหมดขึ้นไปยังห้องมัฆวานรังสรรค์เพื่อร่วมพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยตามกำหนดการพล.อ.เปรม จะเป็นประธานในการกล่าวนำเชิญชวนดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวเนื่องในวันกองทัพบก และนายกรัฐมนตรี จะกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี และเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพบกประจำปี2555 ทั้งนี้ภายในงานมีการบรรเลงเพลงจากวงออเครสต้าของกองดุริยางค์ทหารบก ซึ่งเป็นบทเพลงที่มีความหมายแสดงให้เห็นถึงความรัก ความหวงแหนในแผ่นดิน และความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยทุกคน ที่พร้อมจะปกป้องแผ่นดินไทยไว้ด้วยชีวิต



 








โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง