| คดีรีดเอาทรัพย์ 338
คดีนี้ แม้จะไม่ใช่คดีอาญาร้ายแรงสำคัญ
แต่ก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ เป็นกรณีศึกษาได้
ซึ่งจะต้องรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นที่สุดอีกครั้ง
ไม่นานเกินรอ ครับ เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2545
(ผู้จัดการ)

วันนี้ (9 พ.ย.53 ) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ ด.940/2546 ที่นายสมบัติ อุทัยสาง อายุ 74 ปี อดีต รมช.มหาดไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ภคพร สันทาลุนัย อายุ 34 ปี อดีตลูกจ้างประจำสำนักงานผังเมืองและโยธาธิการจังหวัดตราด เป็นจำเลยความผิดฐานกรรโชกทรัพย์, รีดเอาทรัพย์, แจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338, 172, 174 มาตรา 326 และ 328 พร้อมขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิด จำนวน 50 ล้านบาท โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า ระหว่างวันที่ 10 พ.ย.2545 - 14 ม.ค.2546 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยขู่เข็ญโจทก์ว่าจะเปิดเผยเรื่องที่โจทก์กับจำเลยร่วมประเวณีกันที่โรงแรมประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย แก่ภรรยาและคนอื่นๆ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง หากโจทก์ไม่จ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ซึ่งภายหลังทราบว่าจำเลยเตรียมกระดาษทิชชูเช็ดเอาคราบอสุจิที่ตกค้างอยู่ภายในอวัยวะเพศไปเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ามีการร่วมประเวณีกับโจทก์ เพื่อต่อรองเรียกร้องเงินจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และยืนยันว่าถูกข่มขืน ศาลชั้นต้นมีพิพากษาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2548 เห็นว่า น.ส.ภคพร จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ให้จำคุก 4 ปี ฐานรีดเอาทรัพย์ มาตรา 338, ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 172 จำคุก 2 ปี, ฐานหมิ่นประมาทฯ มาตรา 326 และ 328 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ข้อหา เป็น 7 ปี ส่วนข้อหาอื่นให้ยก และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จากการกระทำละเมิดที่ไม่ได้รับโอกาสดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการเมือง เป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง และให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รวม 4 ฉบับ เป็นเวลา 10 วันด้วย ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัดอ่านคำพิพากษา ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีออกจากห้องพิจารณาเนื่องจากเป็นคดีส่วนตัว โดยวันนี้ น.ส.ภคพรเดินทางมาพร้อมทนายความและญาติ เพื่อรอฟังคำพิพากษา ขณะที่ฝ่ายโจทก์คงมีเพียงเสมียนทนายความเท่านั้นที่เดินทางมาศาล ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว นางรัศมี ไวยเนตร ทนายความของ น.ส.ภคพรเปิดเผยว่า
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง น.ส.ภคพร ในข้อหารีดทรัพย์ และหมิ่นประมาทฯ เนื่องจากเห็นว่าการนำเสนอเรื่องดังกล่าวเป็นการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่ยังคงให้จำคุก น.ส.ภคพร ฐานแจ้งความเท็จเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ใช่การข่มขืน ซึ่งฝ่ายตนยังจะยื่นฎีกาสู้คดีต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ญาติ น.ส.ภคพรที่มาให้กำลังใจต่างแสดงความดีใจด้วยการตบไหล่ให้กำลังใจ น.ส.ภคพร
|