ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




คดีพระไม่ดี กับ สีกาเลว

 

song yong joon 24 มกราคม 2553

 

 

ไม่ใช่พระ แต่อาศัยผ้าเหลือง  ขออนุญาตใช้ชื่อหัวข้อว่า "พระไม่ดี กับ สีกาเลว"  บางคนอาจให้ชื่อหนักกว่านี้ ไม่ว่ากัน

 

 

   

 

 

 

ผมนี่แหละตัวทำบุญ ไปวัด ใส่บาตรเป็นประจำ ไม่เคยอยากเขียนอะไร ที่จะเหมือนกับการลบหลู่ ไม่เคารพพระภิกษุสงฆ์ แต่ที่เขียนนี้ เพราะเหตุการณ์ หรือคดี พระกับสีกา เกิดขึ้นค่อนข้างถี่ พระก็คือคน สีกาก็คือคน มีอารมณ์ มีรักโลภโกรธหลง ได้เช่นกัน และเกิดเหตุ คดีสำคัญ ๆ ทำให้ศาสนาเรามัวหมอง  ถึงเวลาแล้ว ที่พระไม่ดีกระทำผิดวินัยสงฆ์ จะต้องโทษในคดีอาญาอีกด้วย รวมทั้งสีกาที่เข้าไปพัวพัน

พระที่ดีมีมากกว่า เหมือนวงการตำรวจ ครับ มีทั้งดี ไม่ดี อย่าให้ไอ้ที่ไม่ดีมีมากกว่า เมื่อใด เมื่อนั้น สำนักงานตำรวจฯก็เจ๊งทันที

 

 

....ปกติ ตัวละครเอก ในเรื่องของอาชญากรรม หรือคดีที่น่าสนใจ จริง ๆ แล้วคงหนีไม่พ้น ครู - พระ - ตำรวจ / เป็นความจริง เหมือนกันทุกวงการ มีทั้งคนดี คนไม่ดี สำหรับเรื่องพระภิกษุ ที่ดีมีมากมาย น่าเลื่อมใส น่ากราบไหว้บูชา แต่ก็มีคนบางคน เข้ามาในวงการสงฆ์ ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ปี ๆ หนึ่งมีพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากแหกศีลห้า บางข้อก็เล็กน้อย มึนเมา โกหก ตบยุง  ศีลขาดต่อศีลกันได้ จึงไม่แปลกอะไร ถ้าพบเห็นพระขับรถยนต์ ขี่จักรยานยนต์ เปิดเพลง เต้นร้องเพลง ดูซีดีลามก พระตุ๊ดพระแต๋ว เล่นเน็ทแช๊ท เดินห้างช๊อปปิ้ง และไปไหนมาไหนกับสุภาพสตรียามวิกาล รวมทั้งเข้าไปในที่อโคจร ฯลฯ  

....บางเรื่อง นอกจากศีลขาดแล้ว ชะตายังขาดอีกด้วย ไม่ว่าจะเรื่องชู้สาวเมียชาวบ้าน ฆาตกรรม ยาบ้า ฯลฯ เรื่อง พระกับสีกา มีมาแต่โบราณแล้วครับ เสมือนขั้วไฟฟ้า + บวก - ลบ เจอกันเมื่อไหร่ ไฟลัดวงจรแน่ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ แต่ก่อนในวัดมักจะปรากฎข่าวคราวแบบนี้เกิดขึ้นกับชีมากกว่า แต่ปัจจุบันไม่ใช่เสียแล้ว ลามปามออกมานอกวัด ในเรื่องที่สื่อมวลชนลงข่าวพระมั่วสีกา ตำรวจ หรือชาวบ้านจับกุมได้คาหนังคาเขา ปรากฎรูปภาพถ่าย ผมจึงโทษทั้ง พระไม่ดี และสีกาเลว สีกาก็รู้อยู่เต็มอกว่าคู่นอนคือพระที่ต้องเคารพกราบไหว้ ศีรษะก็ยังโกนโล้นอยู่ ทำได้ไง? แต่ก็ยังเต็มใจมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย มันน่าละอายใจแทน ครับ

....ผมจึงรวบรวมเรื่องต่าง ๆ เกี่บกับพระที่ประพฤติปฎิบัติตนไม่ดีมาไว้เป็นกรณีศึกษา

....เชิญอ่านไป เรื่อย ๆ ครับ

 

 

 

 

วันที่ 16 ม.ค. 53 ร.ต.ท.ศิวกร จันทเมนชัย ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านโพธิ์ รับแจ้งเหตุพระสงฆ์ถูกยิงมรณภาพคาผ้าเหลือง บริเวณบ้านเลขที่ 100/2 ม.1 ต.แหลมประดู่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แล้วพร้อมด้วยพล.ต.ต. มณฑล มีอนันต์ ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ แป้นสุวรรณ รักษาการ ผกก.สภ.บ้านโพธิ์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้านมีรถเก๋งโตโยต้าสีน้ำเงิน ทะเบียน กค 496 ฉะเชิงเทรา จอดอยู่โดยเปิดไฟหน้าทิ้งไว้ กระจกหน้ารถถูกยิงด้วยปืนลูกซองเป็นรูขนาดใหญ่ ที่นั่งคนขับพบศพ พระสนมสิงห์ท้าย อายุ 47 ปี รองเจ้าอาวาสวัดแหลมประดู่ใหม่ ต.แหลมประดู่ อ.บ้านโพธิ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่หน้าอกขวา 1 นัด รวม 12 รู

 

สอบสวน นางลัดดา พุทธรัตน์ อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่าดูโทรทัศน์กับลูกชายอายุ 18 ปี และ ลูกสาวอายุ 14 ปี อยู่ในบ้าน 3 คน ส่วนนายประเทือง พุทธรัตน์อายุ 45 ปี สามี ออกไปเฝ้าบ่อกุ้ง ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิ โลเมตร โดยนำเอาปืนลูกซองสั้นติดตัวไปด้วย ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงรถยนต์ขับเข้ามาจอด จากนั้น มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงได้รีบออกมาดูพบว่าพระสนมถูกยิงมรณภาพแล้ว ซึ่งรู้จักนับถือกันเป็นอย่างดี นานๆ จะมาหาตนที่บ้าน โดยปกติพระสนม จะมาที่บ้านช่วงกลางวันเท่านั้น และเพิ่งจะมาช่วงกลางคืนในวันเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุไม่ทราบ

 

ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนางลัดดา ขณะเดียวกันหลังจากเกิดเหตุไปติดตามตัวนายประเทืองที่บ่อกุ้ง แต่ไม่พบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายประเทืองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้

 

ด้าน พล.ต.ต.มณฑล กล่าวว่า สันนิษฐานสาเหตุอาจเกิดจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากพระสนมจะมาหานางลัดดาที่บ้านเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ผู้ตายเป็นพระไม่สมควรขับรถออกจากวัดเพียงลำพัง โดยเฉพาะเข้ามายังบ้านของอุบาสิกาในยามวิกาล ส่วนคนร้ายเชื่อว่าเป็นคนไม่ไกลตัวเจ้าของบ้านมากนัก และคิดว่าผู้ตายอาจรู้ตัวดีจะถูกปองร้าย จึงพกเครื่องรางของขลังติดตัวจำนวนมาก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวนายประเทืองมาสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัย โดยจะเร่งสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 

อันนี้ทำถูกต้อง ครับ

 

 

อดีตพระดังเปิดใจพบรักกับเจ้าสาวซึ่งเป็นอดีตนางงามสมัยที่ยังบวชเป็นพระ ช่วยรักษาโรคให้ฝ่ายหญิงด้วยสมุนไพรจนหาย แล้วแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นประจำ ประทับใจฝ่ายหญิงจนตัดสินใจสละผ้าเหลืองเมื่อช่วงปีใหม่ ขอฝ่ายหญิงวิวาห์ มีสินสอดเป็นบ้านสีชมพูราคา 1.3 ล้าน เก๋งวีออสป้ายแดงอีกคัน เจ้าสาววัยดึกเผยประทับใจเจ้าบ่าวเสมอต้นเสมอปลาย

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่ศาลาเจริญศรี บ้านหนองไผ่พัฒนา หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง นครราชสีมา มีพิธีแต่งงานระหว่างนายเวชยันต์ รุมพล อายุ 71 ปี หรืออดีตพระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดปอแดง ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กับนางเตือนใจ กองทรัพย์ อายุ 69 ปี อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอดีตนางงามวัดบึง อ.เมืองนครราชสีมา อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 10 บ้านหนองไผ่พัฒนา ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง นครราชสีมา โดยพิธีแต่งงานมีการจัดเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีนรวม 45 โต๊ะ โดยพ.ท.พิเชษฐ์ แข็งขัน อดีตนายทหารสังกัดค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และนายโพธิ์ทอง ไกรอ่ำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง เป็นประธาน ท่ามกลางแขกที่มาร่วมงานประมาณ 400 คน

 

นายเวชยันต์ เปิดเผยว่า เรียนจบการช่างนครราชสีมา หรือวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมาในปัจจจุบัน บวชเป็นพระเมื่อวันที่ 29 มี.ค.30 และจำวัดที่วัดซับก้านเหลือง ต.คร บุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 12 ปี จากนั้นย้ายมาจำพรรษาที่วัดปอแดง ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย อีก 11 ปี เคยเป็นพระนักเทศน์และเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมและเป็นพระธรรมทายาท รุ่นที่ 11 ของวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามพระอาจารย์เวช ต่อมาพบกับนางเตือนใจ หรือน้องนิด ครั้งแรก เมื่อปี 2539 ที่บ้านหนองไผ่พัฒนา ต.โพธิ์กลาง ขณะที่บวชเป็นพระและเดินทางมาเยี่ยมพี่สาวที่ป่วยเป็นเบาหวาน โดยตนจอดรถที่หน้าบ้านของน้องนิดและสอบถามบ้านพี่สาวจนเกิดความประทับในไมตรีจิต ขณะเดียวกันตนมีความสามารถทางการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ด้วยสมุนไพรจากที่เคยเล่าเรียนมาครั้งยังบวชอยู่ จึงได้รักษาให้กับน้องนิดที่มีโรคประจำตัวหลายโรคและรักษาติดต่อกันหลายปีจนหายเป็นปกติ

 

นายเวชยันต์กล่าวต่อว่า หลังจากหายดีแล้ว น้องนิดได้ถามว่าต้องการที่จะให้ช่วยเหลืออะไร จึงแนะนำให้น้องนิดไปทำบุญและนั่งวิปัสสนากรรมฐานที่วัดปอแดงที่ตนจำวัดอยู่ และน้องนิดก็ได้ปฏิบัติธรรมตามคำแนะนำเป็นประจำ จึงเกิดความประทับใจในเรื่องของความซื่อสัตย์ที่ไม่ได้ไปข้องแวะหรือสนใจผู้ชายคนอื่นทั้งๆ ที่เลิกรากับสามีเก่าที่เป็นถึงระดับนายทหารมาหลายปีแล้ว หลังจากนั้นตนจึงตัดสินใจลาสิกขาบทเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อมาขอน้องนิดแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีไทย โดยมีสินสอดเป็นบ้านชั้นเดียวสีชมพูพร้อมที่ดินราคา 1.3 ล้านบาท และรถยนต์เก๋งโตโยต้ารุ่น วีออส สีบรอนซ์ ป้ายแดง ราคา 7 แสนบาทอีก 1 คัน ส่วนที่เลือกแต่งในวันเสาร์ที่ 9 ม.ค.ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ เพราะเป็นวันดีในทางโหราศาสตร์และเป็นโอกาสที่เหมาะสมพอดี

 

ด้านนางเตือนใจ เปิดเผยว่า ประทับใจในตัวของเจ้าบ่าวเพราะเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตัว เสมอต้นเสมอปลาย และเชื่อว่าจะเป็นผู้นำครอบครัวและดูแลตนได้ในบั้นปลายชีวิตเพราะตนมีโรคประจำตัว ส่วนลูกๆ ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวหมดแล้ว โดยหลังแต่ง งานจะไปฮันนีมูนกันที่หาดจอมทอง อ.เสิง สาง จ.นครราชสีมา และไม่คิดจะมีบุตรเพราะอายุมากแล้ว ตนเองไม่แคร์ว่าชาวบ้านจะนินทาที่แต่งงานในวัยสูงอายุเพราะเราทำตามประเพณีถูกต้อง เพราะอยู่คนเดียวก็เหงาไม่มีใครคอยดูแลเวลาเจ็บป่วย แต่งงานแล้วสบายใจก็แต่งและไม่ต้องการอะไรจากเจ้าบ่าวเพราะตนก็มีหมดแล้วตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้

..........................

 

 

 

12 ก.พ.2552  ตำรวจ สภ.เมืองน่าน รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระภิกษุแอบพาสีกาไปเสพสุข ภายในห้องพักหมายเลข 207 โรงแรมน่านฟ้า ซึ่งเป็นโรงแรมดังตั้งอยู่กลางเมืองน่าน พ.ต.ท.สมศักดิ์ ผิวสลิด สว.สส.สภ.เมืองน่าน ร.ต.ท.พิชัย บังเมฆ รอง สว.สส.ฯ จึงนำกำลังไปตรวจสอบทันที

 

เมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นเรื่องจริง ตำรวจจึงวางแผนให้แม่บ้านไปเคาะประตูทำทีส่งอาหาร ระหว่างนั้นได้มีชายศีรษะโล้น นุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวแง้มประตูออกมา เจ้าหน้าที่จึงผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นสุดอนาถใจ เมื่อพบหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ใต้ผ้า ห่มมีจีวรวางพาดไว้ เมื่อทั้งคู่เห็นตำรวจก็ตาเหลือกยิ่งกว่าเห็นผี พยายามวิ่งกระโจนหลบหนีไปทันที แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้เพราะห้องแคบแค่นี้ โดยฝ่ายหญิงได้เข้าไปแอบในห้องน้ำ ล็อกประตูไว้อย่างแน่นหนา ไม่ยอมเปิดแม้ตำรวจจะพยายามเจรจาให้ออกมาแต่โดยดี

 

ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเจรจาอยู่พักใหญ่ เธอจึงยอมเปิดประตูออกมา แต่ก็ยังไม่วายที่จะพยายามวิ่งหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่จับกันอย่างชุลมุนอยู่พักใหญ่จึงควบคุมตัวทั้งคู่ไว้ได้

 

งานนี้ตำรวจไม่มีข้อหาอะไรจะดำเนินคดีกับคนทั้งสอง เนื่องจากฝ่ายหญิงมีอายุ 27 ปีแล้ว และก็ไม่ได้มีการค้าประเวณีแต่อย่างใด โดยฝ่ายหญิงให้การว่า เป็นเด็กอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองน่าน ที่ยอมมากับพระเพราะพระบอกจะให้เงินใช้ เลยยอมมาเพราะอยากได้เงิน ซึ่งหลวงพ่อให้เงินไว้ใช้ 4 พันบาท

 

หลังจากนั้นตำรวจจึงปล่อยตัวไป พร้อมว่ากล่าวตักเตือน

 

ส่วนพระก็โดนสึกตามระเบียบ

 

ทางด้านโล้นแสบ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานใบสุทธิที่พกติดตัวไว้ ทราบชื่อคือพระบุญตัน เขยตุ้ย บวชมาแล้ว 28 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ไทร ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน และยังเป็นเลขาฯ เจ้าคณะตำบลยมอีกด้วย จึงอายัดตัวไว้ เพราะถึงแม้ไม่ผิดกฎหมาย

 

แต่ผิดวินัยสงฆ์ขั้นร้ายแรงจึงนำตัวมา สอบสวนที่โรงพักเมืองน่าน

 

พระบุญตันให้การว่า ขณะบวชอยู่วัดเป็นผู้ที่มีความสนใจเรื่องเทคโนโลยี จนมีความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ ชอบเล่นแช็ตคุยกับสาวๆ ทางอินเตอร์เน็ต โดยรู้จักและติดต่อกันทางโทรศัพท์ และส่งเอสเอ็มเอสหากันบ่อยๆ จนได้รู้จักกับหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งเป็นชาว อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นได้แช็ตและโทรศัพท์จีบกันเรื่อยมา จนกระทั่งเช้าวันนี้ได้นัดหมายหญิงสาวมาที่โรงแรมดังกล่าว โดยได้กดเงินจากตู้เอทีเอ็มให้หญิงสาว 4,000 บาท ก่อนจะมีความสัมพันธ์ทางเพศร่วมกันจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วที่นอนรอเวลาเพื่อจะต่ออีกรอบ ก็มีตำรวจมาจับกุมดังกล่าว

 

................

 

 

 

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 21 ม.ค. นายชีวิน ปิยะทัศน์ศรี ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา เขต อ.อุทัย เข้ายื่นหลักทรัพย์จำนวน 30,000 บาท ต่อ ร.ต.อ.พุฒิพงศ์ อินธาระ พนักงานสอบสวน สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอประกันตัวนางบุญธรรม ทรัพย์เย็น อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/3 ม.8 ต.สามบัณฑิต อ.อุทัย หลังถูกตำรวจจับกุม ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็น เหตุอันตรายแก่ร่างกาย โดยนางบุญธรรมใช้ไม้กระบองยาว 1 ฟุต ตีหัวพระประทวน ชัยมี อายุ 57 ปี พระลูกวัดวัดสามบัณฑิต จนบาดเจ็บ เหตุ เกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. ภายในบ้านเลขที่ 33/2 ม.8 ต.สามบัณฑิต ของนางบุญธรรมเอง หลังตรวจสอบเอกสารเจ้าหน้า ที่ตำรวจอนุญาตให้ประกันตัวออกไป

 

นาง บุญธรรมเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา พระประทวนเดินออกมาจากวัด เพื่อมาซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าริมถนน ข้างบ้านตนและพี่สาวที่ปลูกติดกัน โดยลูกสาวชื่อ ด.ญ.เปิ้ล (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นอนเล่นอยู่ในบ้านของพี่สาวเพียงลำพัง ระหว่างนั้นมีคนมาบอกว่าเห็นพระประทวนเดินเข้าไปในบ้านของพี่สาว ตนตกใจมาก เพราะไม่ไว้ใจพระประทวนอยู่แล้ว เนื่องจากเมื่อประ มาณ 1 เดือนที่ผ่านมาพระประทวนเคยเข้ามาลวนลามลูกสาวและหลานสาว ด้วยการชวน ไปร่วมเพศ แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่นด้วย พระประ ทวนจึงสำเร็จความใคร่ต่อหน้าลูกสาว ทำให้ชาวบ้านที่รู้พฤติกรรมต่างไม่พอใจ พยายามขับไล่พระรูปนี้ให้ออกไปจำพรรษาที่อื่น

 

นางบุญธรรมกล่าวว่า พอมีคนแจ้งว่าเห็นพระประทวนบุกบ้านพี่สาว ตนจึงรีบวิ่งตามเข้าไป พบว่าพระประทวนถอดจีวรออกหมดแล้ว กำลังสำเร็จความใคร่ต่อหน้าด.ญ.เปิ้ล ตนสุดทนจึงกระโดดเตะพระประทวนเข้าที่ปลายคาง แล้วคว้ากระบองตีเข้าที่หัวพระประทวน 3 ครั้ง จนหัวแตกเลือดอาบใบหน้า วิ่งหนีออกมาอยู่ข้างถนน ชาวบ้านผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงช่วยเหลือพระประทวนนำส่งร.พ.อุทัย ส่วนตนไม่หนีไปไหน รอมอบตัวกับตำรวจที่บ้านเกิดเหตุ ที่ตนทำไปก็เพื่อปกป้องลูกสาวเท่านั้น

 

ทางด้านด.ญ.เปิ้ลกล่าวว่า เมื่อเดือนที่แล้วพระรูปนี้เคยเข้ามาลวนลามตน แต่ร้องให้ช่วยจนรอดมาได้ มาครั้งนี้พระรูปเดิมเข้ามาหาอีก พร้อมยื่นข้อเสนอว่าขอร่วมเพศ จะให้เงิน 200 บาทเป็นค่าตอบแทน ตนจึงร้องโวยวาย แล้วแม่ก็เข้ามาช่วยได้ทันเวลา

 

จาก นั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ ร.พ.อุทัย พบว่าพระประทวนยังนอนพักรักษาตัวอยู่ เนื่องจากอาการสาหัส หัวแตกเป็นแผลยาว ต้องเย็บถึง 30 เข็ม พระประทวนเล่าว่า ตนเองบวชเป็นพระมานาน 20 พรรษาแล้ว เดิมจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด ต.ป่าพุทรา อ.ขาณุวร ลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เพิ่งจะย้ายมาจำพรรษาที่วัดสามบัณฑิตได้เพียง 1 พรรษาเท่านั้น เหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นไม่ขอพูดอะไร เพราะจำอะไรไม่ได้ ยังปวดหัวอยู่มาก จำได้แค่ว่าเดินออกมาจากวัดเพื่อมาซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าริมถนน มีคนมาขอ เงิน แต่ไม่ได้ให้ไป จากนั้นโดนตีที่หัวหลายครั้ง จนสลบไป มารู้สึกตัวตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

 

“อาตมาเองไม่อยากเอาความอะไรกับ แม่ของ เด็ก ไม่อยากอยู่ที่ชุมชนนี้แล้ว หากหมอให้กลับบ้านออกจากโรงพยาบาลเมื่อใดจะย้ายกลับวัดบ้านเกิดทันที” พระประทวนกล่าว

 

ขณะที่ญาติที่มาเฝ้าไข้ กล่าวว่า ไม่เชื่อพระประทวนจะมีนิสัยแบบที่คู่กรณีกล่าวอ้าง เพราะพระประทวนบวชมานาน หากมีใครมาขอยืมเงินก็จะให้จนไม่เหลือเงินติดย่ามแล้ว อีกอย่างพระก็แก่แล้ว จะไปทำอะไรอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง คงไม่จริง

 

ด้าน พ.ต.ท.ธีระยุทธ์ ทองสาริ รอง ผกก. สอบสวน สภ.อุทัย กล่าวว่า สำหรับคดีทำร้ายพระนั้นต้องว่าไปตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำพระประทวนได้ เพราะยังบาดเจ็บสาหัส และจะต้องเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำต่อไป

 

............

 

  

 

เมื่อ เวลา 18.40 น.วันที่ 23 ม.ค.53 พ.ต.ท. ภุชงค์ ศรีวิสิฐศักดิ์ สารวัตรเวรสภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดในรถเก๋งมีคนเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 4 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรุดไปตรวจพร้อมด้วยพล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุทธิวงษ์ ผกก. พ.ต.ท.พรชัย ไข่สนอง รองผกก. สส.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.ท.ศราวุธ วรรณวิไล รองผกก.ป. แพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม

 

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิ สสัน รุ่นทิด้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กฉ-4920 ลพบุรี จอดอยู่หน้าบ้านในสภาพถูกแรงระเบิดเป็นรูพรุนทั้งคัน กระจกหน้าหลังและกระจกข้างแตกละเอียดทั้งหมด ตรงเบาะที่นั่งคนขับพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงสภาพสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว ถูกสะเก็ดระเบิดแขนซ้ายขาด ไส้ไหล ตามตัวยับเยินเต็มไปด้วยสะเก็ดระเบิด ใบหน้าถูกเขม่าดินระเบิดดำเปื้อน ทราบชื่อต่อมาว่าน.ส.ศุวดี พนาศรี อายุ 37 ปี เจ้าของรถ และเจ้าของบ้านดังกล่าว

 

ส่วนเบาะที่นั่งข้างคนขับพบศพพระธีรศักดิ์ เกตุแก้ว อายุ 59 ปี พระลูกวัดกัณฑาพฤกษ์ ต.มะนาวหวาน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มรณภาพในสภาพแหลกเหลวเช่นกัน มือขวาขาด ขาขวาขาด ไส้ไหลออกมากอง ตามตัวและใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าดินปืน และที่เบาะนั่งด้านหลังพบต้นไม้จำนวนหลายต้น

 

ตำรวจตรวจค้นรถเก๋งคัน เกิดเหตุโดยละเอียดพบย่ามพระเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 ใบ เศษชิ้นส่วนอวัยวะคนจำนวนมาก โทรศัพท์มือถือแตกกระจาย 1 เครื่อง ใบสุทธิพระ 1 เล่ม นาฬิกาข้อมือผู้หญิง 1 เรือน จึงเก็บรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำเชือกมากั้นห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการทำลายหลักฐาน พร้อมกันนี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการภ.จว.ลพบุรี มาตรวจหาสาเหตุของการเกิดระเบิดโดยละเอียดอีกครั้ง

 

นายสุนทร พนาศรี อายุ 28 ปี น้องชายน.ส.ศุวดี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุน.ส.ศุวดีขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีพระธีรศักดิ์นั่งคู่มาด้วยได้ไม่ถึง 5 นาที หลังดับเครื่องยนต์รถ ก็เกิดระเบิดเสียงดังกึกก้องจึงรีบวิ่งมาดูพบว่าทั้งคู่นอนหายใจรวยรินยัง ไม่สิ้นลม จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมานำส่งโรงพยาบาล แต่คนทั้ง 2 ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงก่อนตำรวจจะมาถึง

 

นายสุนทรกล่าวต่อว่า พระธีรศักดิ์กับน.ส. ศุวดีรักใคร่ชอบพอกัน โดยพระธีรศักดิ์จะสึกจากการเป็นพระมาแต่งงานกับพี่สาววันที่ 9 ก.พ.นี้ ก่อนมรณภาพเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา พระธีรศักดิ์ให้พี่สาวขับรถพาไปพบญาติที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อแนะนำตัวพร้อมพูดคุยเรื่องงานแต่งงาน และขับรถกลับมาถึงบ้าน หลังจอดรถได้ไม่ถึง 5 นาทีก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นในรถ ทำให้เสียชีวิตทั้ง 2 คนดังกล่าว

 

เบื้องต้นตำรวจยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่า ระเบิดครั้งนี้เกิดจากการพกพาติดตัวของพระธีรศักดิ์ หรือน.ส.ศุวดี หรือเกิดจากการวางระเบิดสังหารจากบุคคลอื่น แต่จากสภาพศพเชื่อว่าระเบิดน่าจะเกิดจากทางฝ่ายพระธีรศักดิ์เพราะศพแหลกเละ มากกว่า

 

รายงานข่าวเปิดเผยว่า พระธีรศักดิ์อดีตเป็นข้าราชการระดับสูงของกรมป่าไม้ ลาออกจากราชการมาบวชเป็นพระ ชอบดูดวงจนสนิทสนมกับน.ส.ศุวดีซึ่งเป็นคนชอบดูดวง จนถึงขั้นมีกำหนดการจะแต่งงานกัน ส่วนน.ส.ศุวดีประกอบอาชีพส่วนตัว เป็นผู้หญิงหน้าตาดีมีผู้ชายมาติดพันหลายคน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในครั้งนี้ก็ได้

 

............

 

 

จับสึกพระนักเทศน์ชื่อดัง เป็นถึงเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตร ดิตถ์ หลังชาวบ้านสงสัยพฤติกรรมชายหญิงคู่หนึ่ง ทำลับๆล่อๆหวั่นเป็นโจร เลยแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ความเลยแตกแอบมาเช่าบ้านอยู่กินกับสีกาคนรัก ลักลอบมาหาทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาจะมา 4 ทุ่มกลับก่อนสว่าง

 

วันที่ 14 พ.ย. ร.ต.อ.ศักดา จันจี พงส.สบ.1 สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รับแจ้งจากนายอุดม ประคุณคงชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านไผ่ล้อม-ขอนแก่น ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ว่า

 

ที่อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง เลขที่ 96/6 หมู่ 7 ริมถนนสายบ้านน้ำริด-หัวดง ทางแยกเข้าสำนักงานเทศบาลตำบลน้ำริด มีคนต้องสงสัยมาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ กระทำตัวแบบหลบซ่อน ปกปิดใบหน้าอยู่ตลอด หวั่นว่าจะเป็นคนร้ายที่หลบหนีคดีมาหลบซ่อนตัว ต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบชายและหญิงที่เข้ามาพักหลังนี้ หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง

 

เมื่อไปถึงพบว่ากลุ่มชาวบ้านประมาณ 20 คน กำลังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวอยู่ ระหว่างนั้นมีรถเก๋งยี่ห้อเรโนลด์ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กข 2010 อุตรดิตถ์ ขับเข้ามาหน้าบ้าน มีชายและหญิงอยู่ในรถ ผู้ชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสวมทับด้วยเสื้อยีนแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นลายการ์ตูน สวมหมวกแก๊ปสีดำ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ

 

จากการตรวจสอบทราบว่าฝ่ายชายคือนายภิรมณ์ เอี่ยมสอาด อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 421/9 ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ส่วนผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนสาว คือน.ส.ชลธิดา โตธินา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 309/1 หมู่ 6 ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ทั้งคู่กลับจากไปซื้อของในเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อขอดูบัตรประชาชนน.ส.ชลธิดาแสดงบัตรให้ตรวจสอบ แต่นายภิรมณ์อ้างว่าไม่ได้พกบัตรประชาชนมา ส่วนใบขับขี่ก็ไม่มี

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นภายในรถ พบจีวรพระ สบง ผ้าประคดรัดเอว อย่างละ 1 ชิ้นอยู่ที่เบาะหลัง กระเป๋าย่ามสีเขียวอ่อน ภายในย่ามมีหนังสือมนต์พิธี ซึ่งเป็นหนังสือท่องบทสวดมนต์และพิธีกรรมทางศาสนา เอกสารสุทธิหรือสมุดคู่มือประจำตัวพระ ระบุชื่อ พระภิรมณ์ เอี่ยมสอาด ฉายา จิตตสังวโร อุปสมบทเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2549 ที่วัดวังกะพี้ ต.วังกะพี้ มีพระครูพิศาลจริยธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระใบฎีกาสมจิตร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดสมบัติ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ จึงคุมตัวพระภิรมณ์มาสอบสวน พระภิรมณ์ให้การว่า เป็นพระลูกวัดวังกะพี้ บวชเณรมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เมื่ออายุได้ 20 ปี ก็ลาสิกขา กระทั่งอายุ 27 ได้บวชอุปสมบทเป็นพระภิกษุเป็นเวลา 3 พรรษา มีตำแหน่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ต่อมาเมื่อปี 2550 เกิดรักใคร่ชอบพอกับน.ส.ชลธิดา และลอบมีความสัมพันธ์กันมา โดยให้น.ส.ชลธิดาไปหาบ้านเช่าอยู่อาศัย ตนจะแอบไปหาทุกเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาจะแอบมาหาหลังสี่ทุ่ม และกลับวัดก่อนเช้ามืด โดยเปลี่ยนบ้านเช่ามาตลอด เนื่องจากเกรงญาติโยมจะจับได้ สำหรับเงินที่ได้จากการเทศนาธรรม ก็จะแบ่งให้สีกาใช้เป็นประจำตลอดมา จนกระทั่งมาถูกจับได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระภิรมณ์ เป็นพระนักเทศชื่อดังในจ.อุตรดิตถ์ โดยเทศนาเกี่ยวกับพระคุณพ่อและพระคุณแม่เป็นหลัก หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่นำตัวไปส่งมอบพระเทพปริยัติวิธาน เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่วัดคลองโพธิ์พระอารามหลวง พร้อมแจ้งเรื่องราวให้ทราบ พระเทพปริยัติวิธาน กล่าวว่า พระภิรมณ์ขาดจากการเป็นพระแล้วด้วยเหตุปาราชิก เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับสีกาด้วยการเสพเมถุน ผิดศีลต้องห้าม ต้องปาราชิกโดยไม่จำเป็นต้องลาสิกขาบทต่อหน้าพระสงฆ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปทำบันทึกประจำวันก่อนปล่อยตัวไป

.............

 

 

ผงะ! ซีดีฉาวพระครูคนดังสิงห์บุรีนอนคาบไปป์เสพเมถุนสีกาสาวในม่านรูด ชาวบ้านสุดทนเจอซีดีโฉ่ระบาดทั้งเมือง ร้องสื่อมวลชนช่วยเปิดโปงพฤติกรรมนอกรีตของพระดังรูปนี้ เปิดดูเห็นหน้าพระครูชัดเจนเป็นทั้งเจ้าคณะตำบล-สมภารวัดแห่งหนึ่งอยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน มีสีกาคลอเคลียไม่ห่าง ตามไปพิสูจน์ถึงที่วัด ปรากฏว่าพระครูฉาวขนข้าวขนของเผ่นหายไปหลายวันแล้ว

 

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.52  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.สิงห์บุรีว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงพฤติกรรมของพระครูรูปหนึ่งในจังหวัด โดยมีหลักฐานเป็นซีดีลามกอนาจาร โดยซีดีดังกล่าวเป็นภาพของพระครูซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดดังในจ.สิงห์บุรีกำลังเสพเมถุนกับสีกาสาวใหญ่ โดยพระครูรูปดังกล่าวเปลือยกายสูบไปป์นอนอยู่บนเตียง มีสีกาสาวเปลือยกายเช่นกันคลอเคลียอยู่ตลอดเวลา ซึ่งซีดีดังกล่าวมีความยาวเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น แต่เห็นหน้าพระครูรูปนี้อย่างชัดเจน

 

โดยชาวบ้านที่ร้องเรียนระบุว่า พบซีดีอื้อฉาวดังกล่าวแพร่ระบาดไปทั้งจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อเปิดดูก็จำได้แม่นว่าผู้ชายในซีดีก็คือพระครูซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.สิงห์บุรี และยังเป็นถึงเจ้าคณะตำบลแห่งหนึ่งด้วย จึงนำมาร้องเรียนสื่อมวลชน

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดดังกล่าว เพื่อสอบถามกับตัวเจ้าอาวาส ปรากฏว่าที่หน้าประตูกุฏิเจ้าอาวาสมีข้อความว่า "ปิดชั่วคราว" มีลายเซ็นเจ้าอาวาสกำกับเอาไว้ด้วย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระลูกวัดที่จำวัดอยู่ทั้งหมด 4 รูป โดยทั้งหมดกล่าวเพียงว่า ไม่ทราบเรื่อง มีอะไรให้ไปถามกับเจ้าอาวาสเอง

 

จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้วัดได้ความว่า เมื่อคืนวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าอาวาสนำรถบรรทุกมาขนของไปจากวัดในกลางดึก ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร แต่ก็พอทราบว่ามีปัญหาเรื่องผู้หญิงอยู่ เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมของพระครูรูปดังกล่าวนั้นไม่ดีเท่าไรนัก เข้ากับชาวบ้านไม่ได้ ตั้งแต่ย้ายมาจำวัดแห่งนี้ได้ประมาณ 3 ปี แม้กระทั้งพระที่บวชอยู่จำนวนหลายรูปก็ต้องขอย้ายออกไปเพราะทนดูพฤติกรรมเจ้าอาวาสไม่ได้

 

ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า พระครูรูปดังกล่าวตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่วัดก็ตั้งตัวเองเป็นหมอดู หมอเสน่ห์ และอาจารย์สักยันต์ และพฤติกรรมพาสีกามามั่วสุมในกลางดึกมาตลอด จนชาวบ้านระอาย้ายไปทำบุญที่วัดอื่นกันหมด รวมทั้งพระที่วัดก็แทบจะไม่เหลืออยู่ ซึ่งเมื่อกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีสีกาคนหนึ่งนำซีดีพฤติกรรมของพระครูรูปนี้ไปมอบให้เจ้าคณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี และเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี จากนั้นก็ทราบว่าพระครูรูปดังกล่าวได้เก็บของออกไปแล้ว ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่ที่จ.ปราจีนบุรี

.....................

 

 

เหตุสมภารฉาวมั่วสีการายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 เม.ย. พ.ต.ท.อวัช มูลศิริ สวญ.สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากนายสมชาย สุขสามดาว อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ช้างใหญ่ ว่ามีชาวบ้านฮือปิดล้อมกุฏิพระครูวินัยธรมรรยาท สุภาจาโร อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดช้างใหญ่ เนื่องจากจับได้ว่าพาสีกาเข้าไปในกุฏิกลางดึก เกรงจะถูกชาวบ้านบุกเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ จึงสั่งการให้ พ.ต.ต. สันติ ธัยมาตร สว.สส. นำกำลังเข้าไประงับเหตุ

 

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิทรงไทยยกพื้นสูง พบนายสมชาย พร้อมด้วยพระ เณร และชาวบ้านราว 100 คน ล้อมกุฏิที่เกิดเหตุ ต่างพากันตะโกนด่าและสาปแช่งพระฉาว พยายามจะพังประตูบุกเข้าไป จึงขอให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบ และพูดเกลี้ยกล่อมให้พระครูวินัยธรมรรยาท เปิดประตูให้เข้าไปตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง พระครูวินัยธรมรรยาท ถึงยอมเปิดประตูกุฏิออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือด พร้อมปฏิเสธไม่ได้นำสีกาเข้ามาในกุฏิ

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นในกุฏิอย่างละเอียดกระทั่งพบ น.ส.ฝน ไม่ทราบนามสกุล อายุราว 30 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ ซ่อนตัวอยู่ ใต้เพดาน จึงเรียกลงมาในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยหยากไย่ทำให้พระครูวินัยธรมรรยาทถึงกับหน้าถอดสี ไม่ยอมพูดจาใดๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุ้มกันสมภารฉาว กับ น.ส.ฝนฝ่ากลุ่มชาวบ้านขึ้นรถสายตรวจ นำไปให้ พระครูทักษิณวรกิจ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง และเป็นเจ้าคณะตำบลไม้ตราทำการสึกก่อนปล่อยตัวไป

 

นายสมชาย สุขสามดาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า พระครูวินัยธรมรรยาท เป็นคนในหมู่บ้าน บวชมาราว 25 พรรษา จนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดช้างใหญ่ เมื่อ 4-5 ปีก่อน ระยะหลังการบริหารเงินของวัดไม่ค่อยโปร่งใส และมีชาวบ้านพบเห็นพระครูฉาวพาผู้หญิงเข้ากุฏิบ่อยครั้งจนชาวบ้านหมดศรัทธาไม่มาทำบุญที่วัด กระทั่งก่อนเกิดเหตุราวสี่ทุ่ม มีคนเห็น น.ส.ฝนนั่งรถตุ๊กตุ๊กมาลงหลังกุฏิเจ้าอาวาส แล้วเดินเข้าไปในกุฏิ และจำได้ว่า น.ส.ฝนแอบมาหาพระครูฉาวบ่อยครั้ง จึงมาปรึกษาตน ก่อนระดมชาวบ้านปิดล้อมกุฏิเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขาจนมีการตรวจค้นกุฏิพบว่าพาสีกาเข้ามานอนกกจริง ถึงได้ยอมสึกโดยดี

 

.................

 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงผลคลี่คลายคดีนายนพวรรณ กองโคตร คนงานขายวัสดุก่อสร้างโรงไม้เหรียญไทย วัย 38 ปี

 

ที่ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถูกคนร้ายฆ่าแล้วเผาทิ้งอยู่ในไร่อ้อยบ้านหนองโพใกล้กับสะพานข้ามลำน้ำชี บ้านหนองบัวดีหมี หมู่ 2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น พบศพในเช้าวันที่ 29 พ.ย. โดยจับกุมพระเทวา ธมมธีโร หรือ นายเทวา ฉิมมาลี อายุ 37 ปี ชาวจ.อุทัยธานี และนางดวงเดือน กองโคตร อายุ 35 ปี ภรรยาผู้ตาย เป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตรตรองไว้ก่อน และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พระเทวาที่ถูกจับสึกในวัด จ.สกลนคร

 

มีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนกอดหอมแก้มนางดวงเดือนด้วยความรัก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสื่อมวลชน ที่ไปทำข่าวจำนวนมาก และยอมรับสารภาพว่าวางแผนฆ่าแล้วเผาผัวนางดวงเดือนจริง โดยทำงานเพียงคนเดียว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นได้เล่าให้นางดวงเดือนทราบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

 

 

ในการแถลงข่าว ตำรวจแสดงของกลาง โดยเฉพาะจดหมายรักระหว่างพระเทวา ธมฺมธีโร และนางดวงเดือน กองโคตร จำนวน 4 แผ่น

 

ที่ได้เขียนบรรยายความรักของพระเทวาต่อครูบ้านหนองฮี ว่า "ขอเป็นแต่ชู้ทางใจก็พร้อมจะยินยอมน้อมรับโดยไม่เสียใจใดๆเลย ยอมทุกอย่างถ้าเขาสบายใจ แม้นรักไม่สมหวังจะขออยู่ในสมณเพศตลอดชีพ ขอเพียงได้รักเธอ พี่ก็รู้สึกคุ้มค่าที่สุดแล้ว"

 

ตำรวจ กก.1 บก.สส.ภ.4 สืบทราบว่า  เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2551 นายเทวาหรือพระเทวาในขณะนั้นได้บวชเป็นพระมาจำพรรษาที่บ้านหนองฮี และติดพันกับนางดวงเดือนขณะที่บวชเป็นพระ โดยก่อนเริ่มคบหากัน พระเทวาได้บอกความฝันว่าฝันว่าตนเองได้สร้อยคอ นางดวงเดือนจึงบอกว่าถ้าฝันในลักษณะนี้จะได้คู่ครอง และนางดวงเดือนเคยดูดวงว่าสามีคือนายนพวรรณจะเสียชีวิต ขณะที่นางดวงเดือนอายุประมาณ 37 ปี ซึ่งจะได้สามีใหม่ ชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร “” หลังจากนั้นทั้งสองจึงแอบคบหาจนได้เสียกันหลายครั้ง หลังจากออกพรรษาแล้ว พระเทวาออกจากวัดบ้านหนองฮีไป แต่ก็ยังมีการติดต่อกับนางดวงเดือนมาโดยตลอด และพระเทวาได้เขียนจดหมายบรรยายความรักและความรู้สึกที่มีต่อนางดวงเดือน ซึ่งนางดวงเดือนก็ยังเก็บไว้กับตัวไว้เพื่อดูต่างหน้า ต่อมาพระเทวาได้โทรศัพท์ติดต่อกับนางดวงเดือนเรื่อยมา ต่อมานายนพวรรณมาจับได้ว่าพระเทวาแอบลักลอบได้เสียกับนางดวงเดือนมาเป็นเวลานาน จนพระเทวาและนายนพวรรณมีปากเสียงกันขึ้นมาอย่างรุนแรง  ถึงขนาดอาฆาตขู่ฆ่าจะเอาชีวิตกันในทางโทรศัพท์ จนพระเทวาตัดสินใจเก็บเงินซื้อปืนจากคนรู้จักใน จ.อุทัยธานีในราคา 5,000 บาท จำนวน 1 กระบอก แล้วเดินทางจากวัดบ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มาที่ จ.ขอนแก่น เปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มจากใส่เสื้อผ้าเป็นฆราวาส มาปักกรดดักรอฆ่านายนพวรรณสามีของนางดวงเดือนในไร่อ้อย กระทั่งวันเกิดเหตุ พระเทวาโทรศัพท์ลวงนายนพวรรณ ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านเหรียญไทยวัสดุก่อสร้าง ให้ออกมาในที่เกิดเหตุ

โดยอ้างว่าจะจ้างให้นายนพวรรณออกมาดูไม้เพื่อที่จะตัดและใช้ก่อสร้าง นายนพวรรณหลงเชื่อออกมาพบพระเทวาในเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พระเทวานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายนพวรรณเข้าไปในบริเวณไร่อ้อยจุดเกิดเหตุ แล้วชักอาวุธปืนที่เหน็บเอวไว้ยิงที่ด้านหลังนายนพวรรณจนถึงแก่ความตาย แล้วใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมาด้วยจัดการเผาศพนายนพวรรณ ทั้งนี้ ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุไร่อ้อยบ้านหนองโพ หมู่ 2 ต.หนองแวง อ.พระยืน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเสร็จสิ้น โดยนายเทวายอมรับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองคนเข้าห้องขัง สภ.พระยืน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

ตร.บุกจับ หลวงพ่อเฮียง ปิยทสฺสี อายุ 70 ปี เจ้าอาวาสวัดจบกเกร็ง อ.ประโคนชัย ขณะร่วมหลับนอนกับสาวใหญ่ในห้องพักบังกะโล แห่งหนึ่งใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ (13 ต.ค.) ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ตำรวจสภ.อ.ละหายทราย บุกจับเจ้าอาวาสวัดชื่อดังบุรีรัมย์วัย 70 ปี ทำตัวนอกรีดหื่นกามนัดสาวใหญ่ขาประจำเข้าบังกะโลเสพเมถุนอ้างทำคุณไสยมัดใจสามี ด้านฝ่ายหญิงบอกพระแก่กระโจนเข้าปลุกปล้ำด้วยอารมณ์รุนแรงเลยเผลอตัวส่งเสียงร้องดังจนพนักงานบังกะโลได้ยินโทรฯ แจ้งตำรวจเข้าบุกจับได้คาเตียง เผยหลังถูกจับสึกพระหื่นยอมรับเป็นเมียแต่สาวใหญ่ปฏิเสธต่างไม่ติดใจเอาความกันและโทรฯบอกสามีให้มารับ เหตุการณ์บัดสีวงการผ้าเหลือง ดังกล่าว เมื่อเวลา 10.30 น. (13 ต.ค.) พ.ต.อ.เปรื่อง นาคะพงษ์ ผกก.สภ.อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากพนักงานของบังกะโลแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ชุมชนป่ากล้วย ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ว่า มีพระสงฆ์แอบมาเปิดห้องพักอยู่กับหญิงสาว จึงแจ้งให้ พ.ต.ท.สราวุธ ศรีธนายุสบดี สวป. นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบเป็นห้องพักไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ท้ายบังกะโล จึงเคาะประตูเรียกสักครู่ คนในห้องยังไม่ยอมเปิดประตู จึงใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป ตำรวจถึงกับผงะเมื่อพบชายสูงอายุหัวโล้นนั่งอยู่ข้างเตียง โดยมีจีวรพระกองอยู่และพบหญิงสาวในชุดเกือบเปลือยสวมผ้าขนหนูผืนเดียว จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ.ละหานทราย จากการสอบสวนพระหื่นทราบภายหลังว่าเป็น หลวงพ่อเฮียง ปิยทสฺสี อายุ 70 ปี เจ้าอาวาสวัดจบกเกร็ง ม.6 ต.โคกตูม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ บ้านจริงอยู่บ้านเลขที่ 7 ม.5 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ส่วนหญิงสาวคือ นางพร พันธุ์ขาว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ม.4 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

นางพรให้การว่า พระเฮียง เป็นพระเก่งทางทำคุณไสยเสน่ห์ยาแฝด ตนเองเคยมีสามีและลูก 3 คน ต่อมาแยกทางกันและมีสามีใหม่ได้ประมาณ 2 เดือน จึงมาหาพระเฮียงให้ทำเสน่ห์เพื่อมัดใจสามีใหม่ ซึ่งตนเคยไปหาที่วัดจบกเกร็ง วิธีทำเสน่ห์คือ พระเฮียง จะใช้รูปปั้นขี้ผึ้งชายหญิงมาถูบริเวณหัวนมและอวัยวะเพศพร้อมใช้มือถูน้ำมันไปทั่วร่าง จนเกิดมีเพศสัมพันธ์กันในวัดหลายครั้ง เพราะพระเฮียง ถึงจะอายุมากแต่ยังแข็งแรง และ ล่าสุด พระเฮียง ได้โทรศัพท์นัดให้ขึ้นรถโดยสารพร้อมกันที่ อ.ประโคนชัย โดยทำเป็นไม่รู้จักกัน พอลงรถต่างก็จ้างรถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่บังกะโล พระเฮียงจะแอบถอดจีวรใส่กระเป๋าและสวมชุดธรรมดาไปเปิดห้อง แต่วันนี้พระเฮียงมีอารมณ์รุนแรงพอเปิดห้องก็บุกเข้าปลุกปล้ำด้วยความร้อนแรง จนตนร้องเสียงดังทำให้พนักงานต้อนรับได้ยินและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนพระหื่นนั่งก้มหน้านิ่ง พร้อมสารภาพว่า บวชมานานกว่า 10 ปี มีชาวบ้านนิมนต์ให้เป็นเจ้าอาวาส ตนถนัดเรื่องทำเสน่ห์ยาแฝดมีสาวแก่แม่หม้ายมาให้ทำคุณไสยจำนวนมาก แต่มาติดใจนางพร จึงนัดมาพบที่โรงแรมจนตำรวจมาจับได้ดังกล่าว

โดยพระเฮียงได้ยอมถอดจีวร สละจากความเป็นพระสงฆ์ด้วยตัวเอง พร้อมบอกจะยอมรับนางพรเป็นเมียไปเลี้ยงดู แต่นางพรปฏิเสธไม่เล่นด้วย และได้โทรศัพท์บอกสามีที่ทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้ทราบเรื่องและให้มารับตัวกลับ จากนั้น ร.ต.ท.ธีรวุฒ สุทธิพนไพศาล ร้อยเวรฯ สภ.อ.ละหานทราย ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวทั้งคู่ไป และต่างฝ่ายต่างเลิกราไม่เอาเรื่องกัน

 

 

 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ธ.ค.  ร.ต.อ.ชัยชนะ สุดสง่า รอง สว.สส.ภจว.สระบุรี พร้อมพวก นำกำลังไปดักซุ่มบริเวณป่าละเมาะ ข้างพระอุโบสถวัดแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองยาว  อ.เมืองสระบุรี เพื่อจับพระลูกวัด ที่หลอกลวงนางเปิ้ล (นามสมมุติ) สาวใหญ่อาชีพแม่บ้านโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งไปทำมิดีมิร้าย หลังจากทราบเบาะแสว่านางเปิ้ลได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์นัดแนะจากพระ ให้ซื้อเบียร์พร้อมแก้วติดตัวไปด้วย และพระดังกล่าวรออยู่ที่จุดนัดหมายแล้ว

 

เมื่อถึงเวลานัด นางเปิ้ลได้ขี่จักรยานไปจอดทิ้งไว้ชายป่าละเมาะ แล้วเดินถือถุงใส่เบียร์ 2 กระป๋องไปในป่าริมทุ่งนา โดยมีพระนั่งปูเสื่อคอยท่าอยู่ เมื่อดื่มเบียร์หมดไป 2 กระป๋อง พระจึงเริ่มลวนลามหวังเคลมสวาท นางเปิ้ลจึงส่งสัญญาณให้ตำรวจตะครุบตัวทันที ทราบชื่อต่อมาคือพระคม (ไม่ทราบฉายา) อายุ 45 ปี ทำให้พระคมถึงกับหน้าถอดสี พูดจามีกลิ่นเบียร์เหม็น   คลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงพาส่งให้พระครูพิศาลศรธรรม เจ้าคณะตำบลปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี ทำการสึกจากพระ สอบสวนนางเปิ้ลให้การว่าเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนพระคมบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน และขอเบอร์โทรศัพท์มือถือ โดยอ้างว่าเป็นเพื่อนกับสามีของตนที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งตนไม่ให้ แต่พระคมก็ไม่ละความพยายามไปขอเบอร์ฯจากลูกสาว และโทรฯมาหาหลายครั้งในลักษณะเกี้ยวพาราสี พูดจาหยาบคาย ตนจึงเข้าหารือกับตำรวจและวางแผนหลอกล่อจับกุมพระคมได้คาหนังคาเขา.

 

     ถึงเวลาหรือยังที่จะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้?

 

 

แนวทางการแก้ไข ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ?????

กฏหมายเอาผิดอาญา พระ-คู่นอน เสพเมถุน

"หมอเกษม" เสนอออก ก.ม.เอาผิดทางอาญาพระสงฆ์ทำชั่ว พระชั้นผู้ใหญ่-สำนักพุทธฯ หนุน ชี้ เอาผิดพระเสพเมถุน รวมทั้งคู่นอน เหตุทำร้ายศาสนาอย่างร้ายแรง ที่ผ่านมาพระสงฆ์ที่เสพเมถุนมีความผิดเพียงวินัยสงฆ์ ทั้งที่เป็นการทำร้ายศาสนาอย่างร้ายแรง น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี จึงเสนอให้มีบทลงโทษพระสงฆ์ที่ทำชั่วด้วย โดย น.พ.เกษม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "สังคมคุณธรรม คือ วัฒนธรรมกตัญญู" ในการสัมมนาเวทีสาธารณะปรับแนวคิดเพื่อชีวิตผู้สูงวัย ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ว่า การปลูกฝังศีลธรรมให้แก่เด็กๆ ควรเริ่มตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยพ่อแม่พาเด็กเข้าวัด แต่วัดต้องสะอาด สงบ สว่าง ไม่ใช่ขายของเต็มไปหมด มีทั้งร้านขายกางเกงยีนและกล้วยทอด  น.พ.เกษม กล่าวด้วยว่า ช่วงหลังๆ มีคนมากระซิบว่า เข้าวัดแล้วไม่รู้พระรูปไหนควรไหว้ไม่ควรไหว้ จึงบอกไปว่าเข้าวัดเถอะ อย่างพระประธานก็ไหว้ได้ เพราะท่านเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่เชื่อว่าพระดีๆ มีอยู่มาก พระไม่ดีมีน้อย และเห็นด้วยกับอาจารย์เสถียรพงษ์ วรรณปก ที่เขียนบทความเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่คณะสงฆ์ต้องดูแลคนที่แอบเข้ามาบวชแล้วทำชั่ว จึงอยากให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกกฎหมายลงโทษทางอาญา สำหรับคนที่เข้ามาบวชแล้วทำชั่ว นอกจากถูกลงโทษทางวินัยสงฆ์แล้ว ยังต้องได้รับการลงโทษทางอาญาด้วย

 

"ที่เสนอให้ออกกฎหมายนี้ เพราะพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสังคมมาก และคนที่แอบมาบวชก็ทำมิดีมิร้ายต่อพุทธศาสนา นอกจากจะจับสึกแล้วควรจะดำเนินคดีทางอาญาด้วย" น.พ.เกษม กล่าว

 

ด้าน พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เห็นด้วยกับแนวคิดข้างต้น เนื่องจากทุกวันนี้พระสงฆ์ที่ยุ่งเกี่ยวกับสีกาที่บรรลุนิติภาวะแล้ว เมื่อถูกจับสึกก็ไม่ได้ถูกลงโทษในคดีอาญา เพราะถือเป็นการสมยอมกัน ไม่มีการลงโทษทางอาญา ทั้งที่การกระทำผิดนั้นไม่ใช่แค่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่คณะสงฆ์ แต่ยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่พุทธศาสนาด้วย

 

"อยากให้มีกฎหมายนี้ขึ้นมา และไม่ใช่แค่เอาผิดพระสงฆ์เท่านั้น แต่คนที่เกี่ยวข้อง เช่น สีกาที่ไปยุ่งเกี่ยวกับพระ ก็ต้องถูกลงโทษด้วย และต้องลงโทษให้หนัก เพราะศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ แต่ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดทางอาญากับคนที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย เชื่อว่าการออกกฎหมายนี้ จะช่วยลดจำนวนพระสงฆ์ที่ทำชั่วลงได้" พระเทพวิสุทธิกวี กล่าว

 

เช่นเดียวกับ พระรัตนเมธี หัวหน้าพระวินยาธิการ กทม. ที่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายเอาผิดพระสงฆ์ทำชั่ว เพราะปัจจุบันแม้พระสงฆ์ยุ่งเกี่ยวกับสีกาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะมีโทษทางสงฆ์สูงสุดให้จับสึก และโทษทางโลกให้ดำเนินคดีอาญา แต่โทษอาจจะเบาไป ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย หากเอาผิดทางอาญาในข้อที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียด้วย จะช่วยให้คนที่เข้ามาบวชเป็นพระสงฆ์ปฏิบัติตนอยู่ในวินัยของสงฆ์มากขึ้น

 

ด้าน น.พ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้สำนักงานพระพุทธฯ เคยปรึกษาหารือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว และได้เสนอให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก่อนจะมาเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยเสนอให้มีบทลงโทษทางอาญากับพระที่เสพเมถุน ส่วนความผิดทางวินัยสงฆ์อื่นๆ ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยเดิม

 

"ดีมาก เรื่องนี้ดีทีเดียว เราเคยเสนอไปแล้ว นอกจากพระที่เสพเมถุน ยังให้ลงโทษมาตุคาม หรือคู่นอน ทั้งที่เป็นหญิงและชาย ปกติแล้วพระที่ทำผิด เช่น ขโมยเงินวัด เข้าข่ายคดีอาญาอยู่แล้ว พอสึกก็ต้องถูกลงโทษทางอาญาด้วย ตรงกันข้ามกับการเสพเมถุน พอสึกออกไปแล้วยังสบายใจเฉิบ เพราะการเสพเมถุนไม่เป็นความผิดทางอาญา ทำให้คนไม่ดีตั้งใจทำผิดกันจนเพลิน ทั้งที่เป็นการทำร้ายพระพุทธศาสนาเหลือเกิน" น.พ.จักรธรรม กล่าว

 

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก

 

 

 

ชาวบ้านแห่บุกล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดดัง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังได้ข่าวชอบพาสาวมาร่วมหลับนอน เจอจะจะขณะสาวเดินออกจากกุฏิตอนตี 4 เลยกักตัวไว้ซักถาม เจ้าตัวยอมรับเพิ่งมาร่วมหลับนอนกับเจ้าอาวาสหมาดๆ ชาวบ้านจึงฮือล้อมวัด ร้อนถึงกำนันต้องไปตามตร. กับเจ้าคณะตำบลมาช่วยเจรจา แต่เจ้าอาวาสก็ยังเก็บตัวเงียบ ก่อนตัดสินใจหนีออกประตูหลังไปขึ้นรถลูกศิษย์ที่จอดรอไว้ โดนรุมสกรัมไปหลายหมัด แต่หนีรอดไปได้ เจ้าคณะตำบลเตรียมเสนอเจ้าคณะจังหวัดปลดจากเจ้าอาวาส เจอตัวเมื่อไหร่สึกเมื่อนั้น

 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 มี.ค. นายสมทรง แถวโชติ กำนันต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง รับแจ้งจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อปพร.ตำบลพลา อ.บ้านฉาง ว่า สามารถจับผิดพฤิตกรรมพระปลัดนพรัตน์ เจ้าอาวาสวัดพลา ซึ่งพาสีกามาเสพเมถุนในกุฏิเอาไว้ได้อย่างคาหนังคาเขา นายสมทรงจึงประสานด.ต.มงคล วิงวอน ตร.ประจำตู้ยามหาดพยูน สภ.บ้านฉาง รีบเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนมาก พากันล้อมกุฏิพระปลัดนพรัตน์เอาไว้ทุกด้านตั้งแต่ตอนเช้ามืด พร้อมกักตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี หญิงสาวที่มาร่วมหลับนอนกับพระปลัดนพรัตน์เอาไว้สอบสวน ซึ่งน.ส.เอ ยอมรับสารภาพว่าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับพระปลัดนพรัตน์จริง ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาร่วมหลับนอนด้วย 3-4 ครั้ง ภายในช่วง 3 เดือน ซึ่งน.ส.เอ อยู่ในอาการตกใจกลัว จึงไม่ยอมเปิดเผยอะไรมาก ได้แต่ปิดหน้าร้องไห้และพูดอยู่อย่างเดียวว่ากลัวสามีรู้ พร้อมขู่จะฆ่าตัวตาย นายสมทรงจึงกันตัวไว้ในที่ปลอดภัย ก่อนจะเป็นตัวแทนเข้าเจรจากับพระปลัดนพรัตน์ที่ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในกุฏิ

 

กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีชาวบ้านข้องใจในพฤติกรรมของพระปลัดนพรัตน์ เจ้าอาวาสวัดพลา มานานแล้ว เพราะทราบมาว่าเจ้าอาวาสมักพาสีกามาร่วมหลับนอนที่วัดบ่อยครั้ง หรือไม่ก็แต่งชุดฆราวาสออกเที่ยวเตร่ตอนกลางคืนเป็นประจำ จึงประสานเจ้าหน้าที่อปพร. พากันมาจับผิดดูพฤติกรรม รอจนกระทั่งตอนตี 4 จึงเห็นน.ส.เอ เดินออกมาจากกุฏิพระปลัดนพรัตน์ กำลังเดินไปขึ้นรถเก๋งโตโยต้า วีออส กลุ่มชาวบ้านจึงฮือเข้าจับตัวไว้ก่อนจะพาไปสอบสวนเอาความจริง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการปิดล้อมวัด ว่า หลังความจริงปรากฏออกมา พระปลัดนพรัตน์ ได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่ในกุฏิ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอจากชาวบ้านดังขรม นายสมทรงและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ไปลาสิกขาและรีบออกไปจากวัดก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เนื่องจากในช่วงสายมีชาวบ้านหลายร้อยคนฮือสมทบจำนวนมาก แต่พระปลัดนพรัตน์ยังคงต่อรอง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง นายสมทรงจึงรีบไปนิมนต์พระมหาประวิทย์ เจ้าคณะตำบลสำนักท้อน อ.บ้านฉาง มาเกลี้ยกล่อมอีกทาง แต่ทำอย่างไรพระปลัดนพรัตน์ ก็ไม่ยอมเปิดประตู และยังปฏิเสธว่ามีผู้หญิงเข้ามาจริง แต่ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกัน เลยทำให้เหตุการณ์ยิ่งคุกรุ่นขึ้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การเจรจาผ่านไปนานร่วม 2 ชั่วโมง นายสมทรง และนายสมพร ล้นเหลือ นายกเทศมนตรีตำบลพลา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตัดสินใจงัดประตูเข้าไป แต่ก็ไปติดประตูกระจกกุฏิของพระปลัดนพรัตน์อีกจนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าตลอดเวลาพระปลัดนพรัตน์ อยู่ในอาการเครียด เดินวนไปวนมาภายในห้อง หลังจากนั้นไม่นานพระปลัดนพรัตน์จึงตัดสินใจเดินออกทางประตูด้านหลัง โดยมีลูกศิษย์ส่วนหนึ่งคุ้มกันอย่างแน่นหนา พยายามพาขึ้นรถยนต์ที่จอดรอไว้ แต่ก็ถูกชาวบ้านจำนวนหนึ่งฮือเข้าไปประชาทัณฑ์ ถูกเตะต่อยไปหลายหมัด ก่อนที่จะขึ้นรถหนีไปได้ ท่ามกลางเสียงขับไล่ดังไล่หลัง หลังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในกุฏิ พบเสื้อชั้นในผู้หญิงสีชมพู ยี่ห้อวาโก้ 1 ตัว กางชั้นในสีชมพู 1 ตัว ถุงยางอนามัย 1 กล่อง และยังพบแผ่นหนังลามกถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเก็บแผ่นซีดี ประมาณ 100 แผ่น เบียร์ 2 ขวด พร้อมด้วยก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ภายในชาม ในตู้เย็นพบขนมเครื่องดื่มเต็มตู้ จึงบันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน

 

พระมหาประวิทย์ กล่าวว่า ได้รายงานไปยังเจ้าคณะจังหวัดทราบแล้ว เบื้องต้นได้ปลดพระปลัดนพรัตน์ออกจากการเป็นเจ้าอาวาส แล้ว และเตรียมดำเนินการสึก เพราะหลักฐานที่พบก็ถือว่าผิดวินัยสงฆ์ และยังมีฝ่ายผู้หญิงที่ให้การว่ามีเพศสัมพันธ์กัน ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

 

สำหรับพระปลัดนพรัตน์ เดิมชื่อนายนพรัตน์ วงษ์ทิพย์รัตน์ อายุ 50 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ต.กร่ำ แต่ถูกชาวบ้านขับไล่ออกจากวัด ด้วยสาเหตุในเรื่องทำนองเดียวกัน แต่ไม่มีหลักฐานจนกระทั่งได้มาอยู่ที่วัดพลา เมื่อประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมา ในตอนแรกก็พฤติกรรมดี จนกระทั่งเริ่มออกลายภายหลัง ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านเคยรวมตัวขับไล่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานจึงทำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งชาวบ้านมาจับได้ในครั้งนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงนี้ชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่ภายในวัด และผลัดเปลี่ยนเข้าเวรยามกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจับตาดูว่า พระปลัดนพรัตน์ จะหวนกลับมาอีกหรือไม่ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเรียกร้องให้กรรมการวัดตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายของทางวัดอีกด้วยเพราะมีการใช้จ่ายเงินวัดนับล้านบาทเลยทีเดียว

 

 

 

"พระพยอม" อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารสำนักพุทธฯ หนุนแนวคิด "หมอเกษม" ออกกฎหมายลงโทษทางอาญาพระสงฆ์ทำชั่ว ระบุต้องหารือกับฝ่ายรัฐ-คณะสงฆ์ก่อน

กรณี น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติออกกฎหมายลงโทษทางอาญาสำหรับคนที่เข้ามาบวชแล้วทำชั่ว นอกจากถูกโทษทางวินัยสงฆ์แล้ว ยังต้องได้รับการลงโทษทางคดีอาญาด้วยนั้น   เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นด้วยกับการออกกฎหมายเอาผิดทางอาญาพระสงฆ์ที่ทำชั่ว เช่น ไปยุ่งกับสีกาโดยเฉพาะถ้าพาสีกามามีอะไรกันถึงในกุฏิภายในวัด ควรจะลงโทษทั้ง 2    ฝ่ายทั้งพระสงฆ์ที่ทำผิดและสีกา โดยเฉพาะสีกาเพราะทั้งๆ ที่รู้ว่ายุ่งกับพระแล้วทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย ก็ยังมายุ่งเพราะคิดว่าตัวเองรักชอบ แม้จะเป็นพระสงฆ์

  "การออกกฎหมายนี้พูดกันมานานแล้ว จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครทำออกมา อยากให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเร่งๆ ทำออกมา จะช่วยคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็งและมั่นคงเพราะการที่พระสงฆ์ทำผิด เช่น ไปยุ่งกับสีกาเป็นเรื่องที่บั่นทอนและทำลายความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอย่างมาก แต่กลับถูกลงโทษทางสงฆ์แค่จับสึกเท่านั้น  ไม่มีโทษอาญาอะไร  หากมีกฎหมายนี้ออกมาจะทำให้พระสงฆ์ ประชาชนเกรงกลัวกัน ไม่กล้าทำชั่ว ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในทางที่ดี  เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พุทธศาสนา คนก็จะได้สบายใจด้วย" พระราชธรรมนิเทศ กล่าว   นางจุฬารัตน์ บุณยากร  รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนี้ตามที่ น.พ.เกษม เสนอ แต่ถ้าจะทำออกมาคงต้องร่างขึ้นมาเป็นกฎหมายใหม่ เพราะปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่เอาผิดพระสงฆ์ในทางอาญา จะจัดทำกฎหมายนี้ออกมาหรือไม่  จะหารือกับฝ่ายรัฐและฝ่ายคณะสงฆ์ก่อน

  นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการออกฎหมายเอาผิดพระสงฆ์ที่แอบแฝงเข้ามาบวชแล้วทำชั่ว เช่น พระสงฆ์ที่อยู่ในกุฏิกับสีกาสองต่อสอง  หรือไปยุ่งเกี่ยวกับสีกา จะมีความผิดแค่ทางวินัยสงฆ์มีโทษสูงสุดจับสึกเท่านั้น ทั้งๆ ที่จริงแล้วนอกจากถูกจับสึกแล้วควรถูกลงโทษทางอาญาด้วย  และจะต้องเอาผิดสีกาที่ไปยุ่งเกี่ยวกับพระสงฆ์ด้วย เพื่อจะได้ไม่กล้าทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย   พระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า หากพระสงฆ์ทำผิด เช่น ไปยุ่งเกี่ยวกับสีกาที่บรรลุนิติภาวะแล้ว  ก็มีโทษทางวินัยสงฆ์สูงสุดจับสึก แต่หากจะเอาผิดทางโลกให้ดำเนินคดีอาญาด้วยโดยออกเป็นกฎหมายนั้น คงเป็นเรื่องของฝ่ายบ้านเมืองที่จะต้องดำเนินการ

 

 

 

 

ฎีกาที่ 736/2505 จำเลยขณะเป็นพระภิกษุได้ร่วมประเวณีกับหญิงในกุฏิของของจำเลยบนเขาวัง  จังหวัดเพชรบุรี  มีกุฏิของพระภิกษุอื่นๆอยู่ใกล้เคียงหลายหลัง และมีพระพุทธรูป  อยู่บนเขาวัง  เห็นได้ว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง  แต่จะถือว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนาตามมาตรา 206 ยังไม่ได้ถนัด   (ฎีกาข้อนี้บอกยังไม่ถนัด  แต่ภาพพจน์พระสงฆ์เสียหายถนัดแน่ๆ .... แหมทำไปได้ !!!! )

 

 

 

ส่วนใหญ่ที่เป็นข่าวกันนั้น มักจะไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดทางเพศ  เพราะการที่พระสงค์หลับนอนกับสีกาด้วยความสมัครใจโดยสีกานั้นอายุเกินยี่สิบปีแล้ว ไม่เป็นความผิด เหมือน ๆ กับคนทั่วไป ซึ่งก็ไม่มีความผิดเช่นเดียวกัน  การที่ตำรวจจับสึกก็เพราะเป็นการผิดวินัย และพระท่านดำเนินการสึกกันเองตามพระธรรมวินัยของท่าน   การจะไปตรากฎหมายกำหนดให้พระต้องได้รับโทษสูงกว่าคนทั่วไป จะกระทำไม่ได้เพราะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

 

มีชัย ฤชุพันธุ์

12 พฤษภาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

  เดลินิวส์

 

 13 มิถุนายน 2554

ตร.ปราจีน จับสึกพระแสบขับกระบะพาสีกาเข้าม่านรูดเสพกาม

วันนี้ (13  มิ.ย.)  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง  จ.ปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งว่ามีรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน  บน 3359  ปราจีนบุรี  พาหญิงสาวเข้าโรงแรมม่านรูด ต.ดงพระราม อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังจากรับแจ้ง  พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ภูเดช สว.สส จึงได้รายงานพล.ต.ต.อัครชัย  พงษ์ศิริ  ผบก.ภ.จว. พ.ต.อ.นพดล  สุทธิเสริม  พ.ต.ท.บุญสม  จิตรนิยมเสน  รอง ผกก.ป. เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ  พบว่ารถคันดังกล่าวเข้ารับบริการที่ห้องหมายเลข  6  ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเคาะประตูเรียก อยู่นาน จึงมีชายหัวโล้นนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตูออกมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัว พร้อมให้ชายดังกล่าวเปิดภายในรถเพื่อตรวจสอบ พบจีวร สบงของพระภิกษุสงฆ์อยู่ภายในถุง  ต่อมาจึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในห้องพัก  ยังพบเครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุ 1  ชุด  ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอน  ส่วนโต๊ะหัวเตียงพบถุงยางอนามัยจำนวน  7  ถุง  และใช้ไปแล้ว  1  ถุง  ในห้องน้ำพบน.ส.ณัฐพร  ขอเงินกลาง  อายุ  32  ปี  บ้านเลขที่  70  หมู่ 11 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซ่อนตัวอยู่

จากการสอบสวนทราบว่า  ชายดังกล่าวเป็นพระกุลประเสริฐ  ฐานิโย  หรือ นายกุลประเสริฐ  พวงมาลีประดับ   อายุ  43  ปี  อยู่บ้านเลขที่  347  หมู่  9  ต.วังท่าช้าง  อ.กบินทร์บุรี  จ.ปราจีนบุรี  อดีตเป็นตำรวจ รุ่น  25 ชลบุรี  และได้ออกจากราชการ มาประกอบอาชีพส่วนตัว  ต่อมาได้บวชเป็นพระและได้รู้จักกับน.ส.ณัฐพร ซึ่งในเช้าวันนี้ได้พากันมาเปิดห้องเพื่อหลับนอน โดยไม่ได้ทำสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด  เพียงแต่ทำผิดเรื่องวินัยสงฆ์เท่านั้น  พร้อมยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปสึกต่อไป.

 

 

 

 

 เดลินิวส์

 14 มิ.ย.2554

 

 

พระลูกวัดนั่งสวดมนต์เห็นคนย่องเข้ากุฏิเจ้าอาวาสกลางดึก หวังดีแจ้ง ผญบ.พาชาวบ้านล้อมจับ เจอตำตาสีกาซ่อนในกุฏิ ไล่สึกทันควัน

วันนี้ ( 14 มิ.ย.) ร.ต.ท.พิทักษ์ ไชยราช รอง สวป.สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก นายบรรจง กัลยา ผญบ.หมู่ 7 บ้านอ้อมแก้ว ต.ก้านเหลือง ว่าชาวบ้านได้ช่วยกันล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดอ้อมแก้ว เนื่องจากมีผู้พบเห็นว่า มีผู้หญิงปีนหน้าต่างเข้าไปในกุฏิ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกำลัง ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิของ พระอธิการสุรินทร์ เขมจิตโต อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัด แบบชั้นครึ่ง ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม พบชาวบ้านกลุ่มใหญ่กว่า 100 คน พากันร้องโห่ไล่ตะโกนให้ออกมามอบตัว แต่พระอธิการสุรินทร์เกรงได้รับอันตราย จึงไม่ยอมออกมา กระทั่งพระอธิการสมพงษ์ กวิวันโส เจ้าอาวาสวัดสีแก้ว ซึ่งได้รับมอบหมายจากพระครูพิมลถาวรธรรม เจ้าคณะตำบลก้านเหลือง ให้มาทำการสอบสวนเบื้องต้น เดินทางมาถึงที่วัด พระอธิการสุรินทร์จึงได้ยอมออกมาจากกุฏิ

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในกุฏิมีหญิงสาวทราบเพียงชื่อเล่นว่า “ยาว” อายุ 40 ปี ชาวบ้านใน อ.อุทุมพรพิสัย สวมเสื้อคอระย้าสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอนของเจ้าอาวาส ซึ่งหญิงคนดังกล่าวไม่ยอมให้การใด เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ ด้วยความหวาดกลัวจะถูกชาวบ้านทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปส่งที่บ้าน เพื่อรอให้สภาพจิตใจเป็นปกติ จึงจะเรียกตัวมาทำการสอบสวน ส่วนพระอธิการสุรินทร์ ให้การปฏิเสธเสียงแข็ง อ้างว่าไม่รู้จักหญิงสาวเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

พระสุพิน ฐิตสีวโล อายุ 47 ปี พระลูกวัดอ้อมแก้ว กล่าวว่า ขณะที่กำลังท่องบทสวดมนต์ใต้ร่มไม้ สังเกตเห็นคนขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาภายในวัดกลางดึก พร้อมจอดรถไว้ข้างกุฏิเจ้าอาวาส จากนั้นได้ปีนขึ้นนั่งร้านที่อยู่ด้านหลังกุฏิ เปิดหน้าต่างเข้าไปภายใน ซึ่งภายในกุฏิมีเจ้าอาวาสพักอยู่กับ นายทองคำ บัวลา อายุ 34 ปี เด็กวัด ทีแรกเข้าใจว่าเป็นคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน จึงวิ่งไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้นำชาวบ้านมาล้อมจับกุม แต่เรื่องกลับโอละพ่อ คนร้ายกลับกลายเป็นสีกานั่งอยู่ในกุฏิ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ เข้าใจว่าเจ้าอาวาสวัดมาหากลางดึก

ต่อมาพระครูพิมลถาวรธรรม ได้เดินทางมาทำพิธีลาสิกขาบท ให้กับพระอธิการสุรินทร์ทันที พร้อมกับเปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะอดีตเจ้าอาวาสเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ บวชมาแล้วกว่าสิบพรรษา มาต้องลาสิกขาบทเสียก่อน ซึ่งเป็นโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบท ประเภทครุกาบัติ แม้เจ้าตัวจะไม่กล่าวลาสิกขาบทก็ตาม ก็ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที เมื่อความผิดสำเร็จ นับว่านำความเสื่อมเสียต่อวงการพระพุทธศาสนา ในการประชุมคณะสงฆ์แต่ละครั้ง พระชั้นผู้ใหญ่จะเตือนเรื่องนารีพิฆาตเสมอ อย่างไรก็ตาม ให้ถือว่าเป็นเรื่องของบุคคล คนเสื่อม ศาสนามิได้เสื่อม พระพุทธศาสนาธำรงอยู่ได้ ก็ต้องอาศัยชาวบ้าน พุทธศาสนิกชน หากพระภิกษุประพฤตินอกรีต ก็ต้องโดนสังคมตรวจสอบกดดัน.

 

 

 

 

ผัว-เมียหอบคลิปร้อง "ข่าว สด" กล่าวหาพระระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดังในกทม. กระทำ เสพเมถุนในกุฏิหลายครั้ง รับสิ้นตั้งกล้องแอบถ่าย เพราะหวังแบล็กเมล์เอาเงินจากพระ เรียกไปครึ่งล้าน แต่ได้มาแค่แสนเศษ เผยเข้าตาจนต้องร้องเรียนเอาคลิปมาโชว์ เพราะถูกโทร.ลึก ลับตามข่มขู่จนหวาดผวา ย้ายที่อยู่หนีหัวซุกหัวซุน เล่าความเป็นมา ฝ่ายหญิงไปถวายสังฆทานจากความเครียดปัญหาเงินทอง เลยถูกพระชักชวนให้ทำผิดจนถลำ สุดท้ายฝ่ายชายจับได้ เพราะพระโทร.มาตื๊อทีละนานๆ ให้ออกไปหาดึกๆ ดื่นๆ เลยช่วยกันวางแผนแบล็กเมล์เอาเงิน เผยหลังร้องเรียนเข้าแจ้งความ ตร.ดำเนินคดีแล้วด้วย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มี.ค. นายเอก (นามสมมติ) อายุ 56 ปี และนางซี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา เข้าร้องเรียน "ข่าวสด" ระบุว่า พระรูปหนึ่งตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในวัดดังแห่งหนึ่งในกทม. ได้เสพเมถุนกับนางซี เมื่อตนวางแผนถ่ายคลิปการเสพเมถุนเพื่อแบล็กเมล์เอาเงินจากพระ ก็ถูกลูกศิษย์ที่เป็นตำรวจและทหารโทร.มาข่มขู่เอาชีวิต จนต้องพาลูกย้ายที่อยู่มาแล้วหลายแห่ง เตรียมจะเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกและนางซีนำหลักฐานมาแสดง เป็นคลิปวิดีโอมีความยาวประมาณ 10 นาที เป็นภาพขณะที่พระกับนางซีกำลังกอดจูบลูบคลำอย่างเมามันภายในกุฏิ ซึ่งนายเอก เล่าความเป็นมาว่า ตนกับนางซีคบหากันประมาณปีเศษแล้ว โดยนางซีเป็นแม่ม่ายลูกติด ส่วนตนมีอาชีพขายยาสมุนไพรไทยตามตลาดนัดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปกติแล้วจะกลับมาหานางซีเดือนละประมาณ 3-4 ครั้ง มาช่วงประมาณปลายเดือนพ.ย. 53 ตนสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เพราะมักมีคนโทรศัพท์มาหา พูดคุยนานนับชั่วโมง หลังจากวางสาย นางซีก็จะออกไปนอกบ้านทันที กลับมาบ้านประมาณ 4-5 ทุ่ม ตนสอบถามภรรยาว่าไปไหนมา แต่ก็ตอบแบบบ่ายเบี่ยง ตนเชื่อว่านางซีคบชู้อยู่อย่างแน่นอน จึงลงมือทุบตีด้วยความโมโห จนนางซียอมสารภาพมาว่าเข้าไปหาพระรูปดังกล่าว โดยมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับพระมาแล้วประมาณ 5-6 ครั้ง

"พอรู้ว่าเป็นพระรูปนี้ผมยิ่งโกรธอย่างมาก เพราะช่วงที่ผมไปบวชอยู่วัดเดียวกัน พระรูปนี้เคยขับไล่ผมออกจากวัดโดยไม่เป็นธรรม แล้วยังกลับมาทำอย่างนี้กับภรรยาผมอีก ผมจึงได้วางแผนกับภรรยาที่จะถ่ายคลิปวิดีโอตอนเสพเมถุนไว้ เพื่อจัดการพระรูปนี้ให้พ้นจากศาสนาไป" ผู้ร้องเรียนกล่าว

ทางด้านนางซีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. 53 เป็นต้นมา ตนเข้าไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด เนื่องจากช่วงนั้นเครียดมาก เพราะไม่มีงานทำ ประกอบกับเงินก็ไม่พอใช้ ต้องรอขอเงินจากสามีอย่างเดียว จึงหวังพึ่งโชคลาภจากการเข้ามาทำบุญ จนมารู้จักกับพระดังกล่าว เพราะท่านเป็นคนรับสังฆทาน ท่านเป็นพระที่พูดจาดีมาก มีหลักธรรมสอนอยู่ตลอด ชักชวนให้เข้ามาทำบุญที่วัดอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่นั้นตนเข้ามาถวายสังฆทานเรื่อยมา จนรู้สึกว่าคุ้นเคยกัน เพราะท่านให้ความเป็นกันเองกับตนมาก ท่านได้สอบถามถึงประวัติความเป็นมา จึงได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังว่ามีลูก 3 คน สามีคนแรกเสียชีวิต และปัจจุบันมีสามีเป็นพ่อค้าขายยาสมุนไพรไทย ทางบ้านมีฐานะยากจนมาก ตนเองไม่มีงานทำ เงินที่ใช้จ่ายแต่ละเดือนที่ได้จากสามีก็ไม่พอใช้ และบ้านที่อยู่นี้ก็ถูกไล่ที่ จึงไม่มีที่อยู่แล้วในตอนนั้น

นางซีกล่าวต่อว่า หลังจากตนเล่าเรื่องราวจนจบ หลังจากวันนั้นประมาณ 2-3 วัน ทางพระได้ให้คนขับรถมาที่บ้านตนย่านภาษีเจริญ นำข้าวสารอาหารแห้งจำนวนมากมาให้ที่บ้าน หลังจากนั้นท่านก็ได้โทรศัพท์มาหา บอกว่าให้ไปหาที่อยู่ใหม่ แล้วท่านจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด หลังจากนั้นประมาณ 5-6 วัน ตนตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปบอกท่านว่าหาที่อยู่ไม่ได้ เพราะไม่รู้จักกับใครที่ไหน ท่านจึงได้บอกว่าให้มาหาที่กุฏิในเวลา 21.00 น. จะรออยู่ที่ใต้ถุนกุฏิ ตนจึงเดินทางไปหา พร้อมกับนำยาสมุนไพรแก้อัมพฤษก์อัมพาตของสามีไปขายให้ในราคาถุงละ 100 บาท ท่านรับไว้ 2 ถุง ให้เงินมา 300 บาท ก่อนที่จะเอื้อมมือมาจับที่แขนตน แล้วพูดว่า "ทำเป็นหูหนวกตาบอดได้ไหม เดี๋ยวฉันจะให้เงินไปหาที่อยู่ใหม่" ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก เสร็จแล้วพระให้เงินมา 500 บาท เป็นค่ารถกลับบ้าน

นางซีกล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้นมาทางพระมักโทรศัพท์มาพูดคุยหว่านล้อมต่างๆ นานา และนัดให้ไปพบที่ห้องลับใต้ถุนกุฏิอยู่ 5-6 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะให้เงินมาเพียง 300-500 บาท เท่านั้น ตนรู้สึกคับแค้นใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเป็นผู้ใหญ่แล้วถึงพูดไม่เป็นคำพูด ทีกับผู้หญิงคนอื่นให้เงินซื้อบ้านให้อยู่ได้ แต่ตนไม่ได้อะไรเลย จนกระทั่งถูกสามีจับได้ และวางแผนให้นำกล้องไปตั้งถ่ายคลิปวิดีโอไว้เพื่อเป็นหลักฐาน เมื่อได้แล้วก็นำคลิปวิดีโอไปให้พระดังกล่าวดู ท่านโทรศัพท์มาแล้วบอกว่าไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ไม่สงสารบ้างเหรอ ที่ทำไปเพราะเธอเป็นคนมอมยา ตนโมโหมาก เพราะสิ่งที่เขาพูดมาไม่เป็นความจริง จึงได้แบล็กเมล์ขอเงินไปจำนวน 5 แสนบาท ทางพระตกลงยอมจ่ายให้ มีเงื่อนไขห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกกับใคร จากนั้นโอนเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 129,000 บาท แล้วหลังจากนั้นกลับมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ โทร.เข้ามาหา บอกว่าเป็นตำรวจ สน.บางกอกใหญ่บ้าง เป็นทหารเรือยศนายพลบ้าง พูดจาข่มขู่เอาชีวิตต่างๆ นานา กว่า 20 ครั้ง จนเกิดความกลัวต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นางซีเดินทางเข้าแจ้งความกับร.ต.ท.หญิงจารุวรรณ มากยงค์ พงส.สบ 1 สน.บางกอกใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับพระดังกล่าว ข้อหากระทำชำเรา และข่มขู่ โดยทางร้อยเวรได้รับแจ้งความและนัดมาสอบปากคำ

 

 

 

 

 

ลำปาง - ชาวบ้านสุดทนพระ-เณรลูกวัดดังกลางเมืองลำปาง ตั้งวงดื่มเหล้าส่งเสียงดังกลางดึกเป็นประจำจนต้องแจ้งตำรวจจับ เข้าตรวจสอบพบมีการชวน นศ.ร่วมวงด้วย สารภาพดื่มทุกวัน แถมนำอาหารที่ญาติโยมใส่บาตรมาเป็นกับแกล้ม ส่งตัวให้เจ้าคณะจังหวัดจับสึก
       
       เมื่อคืนที่ผ่านมา(10 ก.พ.55) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่กฏิพระ ภายในวัดเชียงราย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง มีเสียงพระร้องเพลงสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ โดยเมื่อได้รับแจ้ง ร.ต.ต.บุญช่วย ปัญญามา รอง สวป.สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดที่2 เข้าตรวจสอบ พบว่าเสียงดังออกมาจาก กุฏิห้องที่ 6 จึงเคาะให้เปิดประตู เมื่อเปิดออกพบว่ามีทั้งพระ และเณร จำนวน 5 รูป รวมทั้งนักศึกษานั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันอยู่เกือบ 10 คน
       
       ทั้งนี้จากการสอบสวนพระ 2 รูป ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ทราบว่าเป็นพระลูกวัดวัดเชียงราย ชื่อ พระสรวิทย์ นุสราพันธ์ กับ พระวรกิจ กิติมังโร และเณรอีก 3รูป โดยทุกวันหลังจากที่พระรูปอื่นจำวัดกันหมดแล้วตนก็จะชวนกันมานั่งดื่มเหล้าโดยเก็บอาหารที่ญาติโยมใส่บาตรในตอนเช้ามาเป็นกับแกล้ม ส่วนวันนี้เห็นเณรยังไม่นอนเลยเรียกเข้ามาในห้องเพื่อจะสอนให้ดื่มเหล้า เมื่อเณรเข้ามาในห้องแต่ยังไม่ได้ดื่มเหล้าเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาตรวจสอบเสียก่อน
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์พระทั้งสองรูปเดินทางไปพบเจ้าคณะจังหวัดเพื่อทำการสึก เนื่องจากทำผิดวินัยของสงฆ์ และให้พระผู้ใหญ่ตักเตือนก่อนปล่อยตัวไป สำหรับนักศึกษาที่เข้าไปร่วมดื่มสุรากับพระในวัดเจ้าหน้าที่ได้อบรมและตักเตือนก่อนปล่อยตัวกลับบ้านไป

 

 

 

 

 

จากกรณีมีคลิปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ ชื่อ "ส้ม สักยันต์" เป็นวิดีโอบันทึกภาพสาวผมทองปลดเสื้อสายเดี่ยวเว้าหลังให้พระในวัดแห่งหนึ่งสัก
 
ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมตามเว็บบอร์ดต่างๆ นั้น ล่าสุด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า "เป็นสิ่งไม่เหมาะที่พระสงฆ์จะไปสักยันต์ให้สีกา ถึงจะไม่ได้สัมผัสร่างกายก็ถือว่ามีความผิด แต่ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าคณะปกครองว่าจะเข้มงวดแค่ไหน ส่วนในกรณีดังกล่าว อาจจะตรวจสอบยากว่าอยู่วัดใด คณะสงฆ์ปัจจุบันพยายามกำชับว่า ผู้จะเข้ามาบวชไม่ควรสักที่ตัว หากใครสักก็ไม่รับบวช ส่วนภาพที่ปรากฏร่างกายของพระเองก็สักถือว่าเป็นรุ่นเก่า หากเป็นพระรุ่นใหม่จะไม่บวชให้" 


 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ล่าสุดคลิปฉาวนี้มีผู้ลบออกไปจากยูทูบแล้ว หลังจากโพสต์เอาไว้ตั้งแต่ปี 2010 แต่เพิ่งมาเป็นข่าวและได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเน็ตชาวไทย อย่างไรก็ตาม ในบางเว็บไซต์ยังเก็บคลิปนี้ไว้เป็นหลักฐาน
 
 
 
 


เมื่อ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์สร้างเพิงไม้อยู่บริเวณที่ดินร้างข้างหมู่บ้านเสนากรีนวิลล์ ถนนเสมาฟ้าคราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่มีพฤติกรรมเสื่อม ห่มจีวรตั้งวงก๊งเหล้ากับชาย 2 คน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ชาย 2 คนวิ่งหนีไปได้ พบเพียงพระสงฆ์ 1 รูป อยูในสภาพเมาสุรา นอนไม่รู้สติอยู่บริเวณข้างเพิงไม้ และมีขวดเหล้าวางตั้งอยู่


นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบโดยรอบ ก็พบมีพระสงฆ์อีก 2 รูป ทราบฉายาคือ พระสมจิตร ขนฺติโก อายุ 59 ปี พระวัดพ่อสามแสน จ.กำแพงเพชร และพระประสิทธิ์  สุขเจริญ อายุ 64 ปี พระวัดเขาแดง จ.จันทบุรี เป็นพระสงฆ์ ซึ่งกางเต็นซ์เพื่ออาศัยอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุเช่นกัน เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสอบถาม พระทั้งสองรูปพากันเดินหนี เมื่อตามจับได้ พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปก็ยอมรับว่าดื่มสุราเช่นกัน จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.คูคต และรอจับสึกให้พ้นสภาพ


เมื่อพระทั้ง 3 รูป มาถึงที่ สภ.คูคต พระรูปแรกที่เมาไม่ได้สติ ตื่นขึ้นมาก็พูดว่าเป็นความดัน มีคนบอกว่าเหล้าจะชวนแก้โรคที่เป็นความดันได้ แต่เมื่อสอบถามชื่อฉายาพระ ว่ามาจากที่ไหน ก็ไม่สามารถตอบได้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปให้เจ้าอาวาสวัดโพสพผลเจริญ ทำการสึกเพื่อให้พ้นสภาพจากการเป็นพระสงฆ์ แต่ระหว่างนั้น มีชาย 2 คนนำรถแท็กซี่สีชมพู เข้ามารับตัวกลับไป พร้อมกับพระสงฆ์อีก 2 รูปก็พากันขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวออกไป  โดยไม่แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว แจ้งว่า พื้นที่เปล่าที่มีสภาพร้างบริเวณนี้ มีพระสงฆ์มาปลูกเพิงอาศัยอยู่ประมาณ 4-5 รูป ตอนเช้าจะออกไปบิณฑบาตร พอสายประมาณ 8 โมงเช้าก็จะนั่งรถวินจยย.รับจ้างกลับมาบ้าง นั่งรถแท็กซี่กลับมาบ้าง โดยที่มีข้าวของที่ญาติโยมใส่บาตร ถือกลับมาด้วย แต่ที่ชาวบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหว เพราะเห็นว่าช่วงเย็นๆ มักตั้งวงดื่มสุรากันหลายครั้ง

 

 

 

 

 

29 ก.พ.2555

 

 

จับคาหนังคาเขาสมภารอยู่กับม่ายสาวสองต่อสองในกุฏิวัดดังหัว ไทร นครศรีธรรมราช ชาวบ้านแจ้ง กก.วัดและตำรวจบุกเข้าไป
 
ถึงกับตะลึงพบอยู่ในห้องกันสองคนมีขวดเหล้าทิ้งเกลื่อน รักษาการเจ้าอาวาสสารภาพ รู้จักกับม่ายสาวตอนมาทำบุญพูดคุยสนิทสนมจนมีสัมพันธ์ต่อกัน ยอมลาสิกขาและพาม่ายสาวออกจากวัดไปพร้อมกัน ชาวบ้านมึนไม่นึกว่าจะเป็นพระรูปนี้ เพราะปกติเคร่งระเบียบวินัยจนได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ตอนแรกเห็นผู้หญิงแวะมาตอนกลางคืนคาดว่ามาหาพระลูกวัด จึงพากันจับตากระทั่งเข้าไปเจอจะจะ

เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 28 ก.พ. ขณะที่ด.ต.วรวิทย์ คำคลาย ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

กำลังออกตรวจ พื้นที่ได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ม.12 ต.หัวไทร อ.หัวไทร มีพระภิกษุอยู่กับสีกาภายในกุฏิวัดวัดอมรานุยุตต์ หรือวัดอีมอญ จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพ.ต.ท.เจียร ชูหนู พนักงานสอบสวนเวร สภ.หัวไทร ประสานงานกับกรรมการวัด เข้าปิดล้อมกุฏิวัดดังกล่าว
โดยได้ยินเสียงผู้ชายกับผู้หญิงอยู่กันสองต่อสอง พูดคุยกะหนุงกะหนิงกันภายในกุฏิ

หน้ากุฏิพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน
เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงฮือบุกเข้าไปภายในถึงกับตกตะลึงเมื่อพบพระบุญลือ อทินนโท อายุ 50 ปี รักษาการเจ้าอาวาส อยู่กับนางสายชล อุ่นสอน อายุ 51 ปี ทั้งคู่ถึงกับแตกตื่นเมื่อเห็นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา ภายในกุฏิยังพบขวดเหล้านอกซึ่งดื่มหมดแล้วหลายขวด ขณะที่ชาวบ้านเองก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าพระที่อยู่กับสีกาจะเป็นพระบุญลือ

ตอนแรกพระบุญลือปฏิเสธอ้างว่าแค่พูดคุยกันธรรมดาเท่านั้น
 
แต่เมื่อถูกซักถามหนักขึ้นสุดท้ายก็ยอมสารภาพว่ามีความสัมพันธ์กันจริง โดยฝ่ายหญิงเป็นแม่ม่าย ทำธุรกิจส่วนตัวในตลาด อ.หัวไทร รู้จักกันตอนมาทำบุญ จากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมากระทั่งมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง หลังยอมสารภาพตำรวจให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยพระบุญลือยอมลาสิกขาด้วยตัวเอง ก่อนพาผู้หญิงลงจากโรงพักไปด้วยกัน

ด้านชาวบ้านที่ร่วมจับกุม กล่าวว่าไม่คิดว่าพระที่ก่อเหตุจะเป็นนายบุญลือ เพราะปกติเป็นพระที่เคร่งมากรูปหนึ่ง จนได้รับความไว้วางใจตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาส

ที่ผ่านมาเห็นนางสายชล แวะมาที่วัดตอนดึกๆ เป็นประจำ สงสัยว่าจะมีเรื่องไม่งามเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นพระรูปใด จึงพากันจับตากระทั่งวันนี้นางสายชลเดินทางมาอีก จึงไปแจ้งตำรวจและกรรมการวัดมาตรวจสอบ กระทั่งทราบเรื่องดังกล่าว

 

 

 

 

 

วันที่ 29 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พระราชวิมลโมลี ป.ธ. 9 เจ้าอาวาสวัดพายัพ พระอารามหลวง และ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
 
ในฐานะได้รับบัญชาทำหน้าที่ดูแลการปกครองพระภิกษุ สามเณร ซึ่งมีกว่า 1 หมื่นรูป และ วัดร่วม 2.8 แห่ง มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเว็บเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงเฟซบุ๊ก ตั้งประเด็นความไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมของพระสงฆ์ โดยโพสต์ข้อความในแฟนเพจ “ เครือข่ายระวังภัย ” พร้อมภาพผู้ชายรูปร่างอ้อนแอ้น สวมจีวรนั่งคุกเข่าเอามือประสานไว้ที่หน้าขา ใช้กระเป๋าหลุยส์วิตตอง มีผ้าคลุมไหล่ลายเสือ โพต์ท่ายิ้มอยู่ภายในเต็นท์
ซึ่งเป็นภาพจากเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ “ นราวิชญ์ เมธีประยูร เอ็มม่า ” เป็นชายอายุ 28 ปี
คาดน่าจะเป็นพระสงฆ์ อยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.โชคชัย นครราชสีมา ก่อนนี้เคยเป็นทหารเกณฑ์ประจำการอยู่ที่ จ.เพชรบุรี

 พระราชวิมลโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า อาตมาเพิ่งรับทราบข่าวจากโยมสื่อมวลชน จึงไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก

ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ในขณะนี้มีพระภิกษุ สามเณร ในสังกัดมหานิกาย ในเขตปกครองจังหวัดนครราชสีมา มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ หากเฉลี่ยจำนวนมีประมาณร้อยละ 5-10 ที่แต่งกายไม่สำรวม กระตุ้งกระติ้ง
ทุกครั้งในการประชุมร่วมกับพระที่รับผิดชอบดูแลการปกครองในเขต 32 อำเภอ อาตมากำชับให้ช่วยสอดส่องดูแล หากไม่เชื่อฟังให้ดำเนินการลงโทษตามกระบวน หากพระที่รับผิดชอบการปกครอง เพิกเฉย อาตมาจะดำเนินการเอง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

 
รองเจ้าคณะจังหวัดฯ กล่าวต่ออีกว่า บุรุษที่มีความผิดปกติทางเพศ เข้ามาบวชในสังฆมณฑล ย่อมทำให้สังฆมณฑลเกิดความวิบัติ พระอุปัชฌาย์
 
ต้องเข้มงวดในตัวผู้ขอบวชให้มากขึ้น เพียงแค่เสียงที่เพี้ยนจากปกติ
ควรขอใบรับรองจากแพทย์ เพื่อยืนยันความเป็นบุรุษของผู้นั้น โดยให้ผู้ขอบวชมาอยู่วัดก่อนบวชระยะหนึ่ง เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บวช มีความผิดปกติทางเพศหรือไม่
ถ้าพบเหตุชวนสงสัย ก็ต้องงดการบวชของผู้นั้นไว้ก่อน ซึ่งผู้ขอบวช บางครั้งจะไม่มีการแสดงพฤติการณ์น่าสงสัย

 "ประเด็นสำคัญเขาไม่ยอมรับความจริง จึงห้ามเขาบวชไม่ได้ บางรายบวชไประยะหนึ่ง จึงมีการแสดงออกเป็นบัณเฑาะก์ หมายถึง ผู้ที่มีเครื่องหมายของบุรุษหรือสตรีเพศขาดตกบกพร่องไป อาตมาเคยพบเห็นสามเณร ที่มีการแสดงออกเป็นบัณเฑาะก์ เมื่อถึงห้วงเวลาต้องอุปสมบท หรือบวชเป็นพระภิกษุ
เราต้องระงับการอุปสมบท ให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อน จึงยอมรับได้ ส่วนกรณีพระภิกษุจำวัดในเขต อ.โชคชัย นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดในการปกครอง แสดงออกไม่เหมาะสม เมื่อมีภาพปรากฏชัดเจน การสืบหาตัวคงไม่ยากนัก ขณะนี้อาตมา ได้ประสานให้พระที่รับผิดชอบการปกครอง เขต อ.โชคชัย ฯ รายงานความคืบหน้า และเร่งดำเนินการสืบหาพระรูปนี้แล้ว" พระราชวิมลโมลี กล่าว

 

 

 

 

 

 

4 มีนาคม 2555


แจ้งจับอดีต 'เจ้าอาวาส' วัดลพบุรี มารศาสนาแฝงตัวอยู่ในคราบผ้าเหลือง อ้างว่าไปจำพรรษา วัดอื่น แต่ที่ไหนได้ความจริงออกมาเช่าห้องอยู่กับสีกา แล้วเที่ยวโทรศัพท์ตุ๋นเอาเงินทำบุญจากลูกศิษย์และญาติโยม ทั้งยังประกาศตัวเป็น 'จอมขมังเวท-หมอเสน่ห์ลงอาคม' หลอกล่อหญิงสาวหลายราย รวมถึงแม่บ้านหอพักมาข่มขืนกระทำชำเรา

เมื่อเวลา 19.30. น. วันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.กมลรัตน์ พาน้อย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุจากนางน้อย (นามสมมติ) อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้านหอพักในพื้นที่ อ.คลองหลวง ให้ดำเนินคดีกับนายสุนทรนเรศ ผันใจ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 2 ต.หนองหว้า อ.เขาฉกรรจ์ จ. สระแก้ว หลังหลอกลวงว่าเป็นจอมขมังเวท มีวิชาอาคม แต่งตัวเป็นฤาษี มาเช่าห้องพักเลขที่ 201 ของหอพักที่ตนทำงานอยู่แล้วหลอกลวงข่มขืนกระทำชำเรา

สอบสวนนางน้อย ให้การว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2555 ขณะกำลังทำความสะอาดทางเดินหอพักชั้นสอง นายสุนทรนเรศเดินมาเจอและทักว่าตนกำลังมีเคราะห์ เพราะมีไฝขึ้นผิดที่ ดวงอาจถึงฆาต พร้อมกับบอกให้เข้ามาในห้องเพื่อทำพิธี มีขั้นตอนให้ตนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วนั่งสมาธิอยู่ประมาณ 10 นาที จากนั้นนายสุนทรนเรศสั่งให้นอนลง ใช้ก้านพลูชุบน้ำหมากเขียนอยู่บนร่างกายตนไปมา เมื่อสบโอกาสจึงขึ้นมาคร่อมและลงมือข่มขืน อ้างว่าเป็นขั้นตอนของอาจารย์ ตนพยายามขัดขืนแต่ไม่เป็นผลจนนายสุนทรนเรศสำเร็จความใคร่ ทั้งยังหลอกให้มาทำพิธีทั้งหมด 4 ครั้งจึงจะหายดี กระทั่งครั้งที่สี่ประมาณกลางเดือนก.พ. ถูกนายสุนทรนเรศกระทำชำเราอีก ตนเห็นว่าถูกหลอกเหมือนกับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่มาทำพิธีก่อนหน้านี้จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่สภ.คลองหลวง

จากการสอบสวนของตำรวจพบด้วยว่า ระหว่างมาพักอยู่ในหอพักแห่งนี้ นายสุนทรนเรศมีพฤติกรรมทำตัวเป็นหมอเสน่ห์ลงอาคม มีเหยื่อที่เป็นหญิงสาวมาเข้าหาเป็นจำนวนมาก

วันเดียวกัน ที่สภ.คลองหลวง พระต้อย สุจิณโณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพิทักษ์ไทยสุขเจริญ ต.นิคมลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และลูกศิษย์ เดินทางเข้าแจ้งความว่า นายสุนทรนเรศเคยบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพิทักษ์ไทยสุขเจริญ มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าอาวาส ใช้ชื่อพระอาจารย์สุนทร สุนทโร แต่ออกจากวัดมาเมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. 2555 และหลอกลูกศิษย์ลูกหาว่ายังเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ยังไม่ได้ลาสิกขา อ้างว่าได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอื่น

อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านจำนวนมากมาบอกว่าพระอาจารย์สุนทรอยู่กินกับสีกาและยังติดต่อทางโทรศัพท์มาขอเงินชาวบ้าน อ้างว่าเชิญทำบุญ ทำให้วัดเสียชื่อเสียงจึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดี และพนักงานสอบสวนไปขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดธัญบุรีแล้ว

 

 

รวบหนุ่มขมังเวทย์หลอกทำ "พิธีตัดไฝ" อ้างชอบช่วยคนแต่ไม่ได้ข่มขืน

เมื่อเวลา 07.00.น.วันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.กมลรัตน์ พาน้อย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ประสานขอกำลังจากพ.ต.ต.วิสิษฐ์ มะอักษร สว.สส.สภ.คลองหลวง นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมนายสุนทรนเรศ ผันใจ อายุ 46 ปี หรืออดีตพระอาจารย์สุนทร  สุนทโร ที่ห้องพักเลขที่ 210 อพาร์ทเม็นท์ย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาโดยใช้กำลังบังคับขู่เข็นให้เสื่อมเสียอิสรภาพ

 

โดยผู้เสียหายชื่อนางน้อย(นามสมมติ) อายุ 40ปี อาชีพแม่บ้านหอพัก แจ้งความว่าถูกผู้ต้องหาข่มขืนอ้างว่าเป็นจอมขมังเวทย์มีวิชาอาคมแล้วทำพีธีสะเดาะเคราะห์ให้ ขณะตนกำลังทำความสะอาดทางเดินหอพัก

 

นางน้อยเล่าว่า นายสุนทรนเรศทักว่ากำลังมีเคราะห์ เพราะมีไฝขึ้นผิดที่ ดวงอาจถึงฆาต พร้อมกับบอกให้เข้ามาในห้องเพื่อทำพิธี มีขั้นตอนให้ตนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วนั่งสมาธิอยู่ประมาณ 10 นาที แล้วลงมือข่มขืน อ้างว่าเป็นขั้นตอนของอาจารย์ ทั้งยังหลอกให้มาทำพิธีทั้งหมด 4 ครั้งแล้วข่มขู่อีกว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใครหรือแจ้งความเพราะถ่ายคลิปขณะก่อเหตุไว้ด้วย แต่ตนกลัวจะถูกไล่ออกจากงานจึงเดินทางมาแจ้งความ

 

และเป็นจังหวะเดียวกันที่พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากพระต้อย สุจิณโณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพิทักษ์ไทยสุขเจริญ ต.นิคมลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และลูกศิษย์ ว่า นายสุนทรนเรศเคยบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพิทักษ์ไทยสุขเจริญ มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าอาวาส ชอบทำพิธีกรรมแปลกๆ ต่อมาได้ออกจากวัดมาเมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. 2555 และเกรงว่าจะไปหลอกลวงลูกศิษย์ลูกหาว่ายังเป็นเจ้าอาวาสอยู่

 

จากการสอบสวน นายสุนทรนเรศ ให้การว่าตนไม่รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยืนยันว่าไม่ได้ลงมือข่มขืนตามที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้แต่ยอมรับว่าได้ทำพิธีตัดใฝให้กับผู้เสียหายจริงตามความเชื่อที่ร่ำเรียนตามอาจารย์เพราะตนชอบช่วยเหลือคนและวันเกิดเหตุไม่ได้ถอดเสื้อผ้าผู้เสียหายด้วย แค่นำใบก้านพลูชุบน้ำหมากเขียนอยู่บนขาเท่านั้นไม่ได้เรียกร้องเงินทองใดๆ ซึ่งหลังจากสอบปากคำเสร็จทางพนักงานสอบสวนได้คุมตัวส่งฟ้องศาลตามพยานหลักฐานต่อไป

 

 

 

 

13 มิถุนายน 2555 ข่าวสด

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. พ.ต.อ.วิสุทธิ์ พุ่มจันทร์ ผกก.มภ.สันทราย จ.เชียงใหม่

พ.ต.ท.พิฑูรย์ พัฒนชัย สว.สส ร.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา ร่วมกันจับกุมพระหยาด กตธมฺโม หรือนายหยาด ชัยสามหมอ อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 34 ม.6 ต.หนองขาม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ และนางขวัญใจ กองมีพอก หรือนางทิพวัลย์ ภูมี อายุ 38 ปี ชีพราหมณ์ บ้านเลขที่ 69 หมู่เดียวกัน พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กฉ-5407 ชัยภูมิ บริเวณสถานีขนส่งอาเขต จ.เชียงใหม่


 จากการตรวจค้นภายในรถพบซองผ้าป่าจำนวนมาก
 
เงินสดจากการบริจาคจำนวนหนึ่งในบาตรของพระหยาด และพบสายวัตถุมงคลจำนวนมาก พระเครื่อง บาตรพระ ย่ามสะพายสีเหลือง หนังสือใบสุทธิของพระหยาด สมุดบันทึกการตระเวนบิณฑบาตตามจุดต่างๆ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของศรัทธาญาติโยม


 พ.ต.อ.วิสุทธิ์เผยว่า ทั้งคู่มีพฤติกรรมเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ช่วงเช้าจะขับรถยนต์ออกตระเวนตามจุดต่างๆ เพื่อบิณฑบาตและออกเรี่ยไร เมื่อบิณฑบาตเสร็จจะเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที แล้วจะขับรถไปพักผ่อนตามจุดต่างๆ โดยทั้งสองจะไม่ไปจำพรรษาที่วัด บางครั้งจะปักกลดตามป่าละเมาะ กระทั่งมีชาวบ้านที่เคยทำบุญเห็นพฤติกรรมจึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยการหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ทำบุญตักบาตร โดยใช้เครื่องแบบพระสงฆ์บังหน้าในการกระทำความผิด เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว


 

 

 

 

 

 


15 ก.ค.2555 ข่าวสด

 

 

 จับพระโหด บุกดักต่อยเหยื่อสาวถึงหน้าบ้าน แค้นไม่ยอมตกเป็นทาสบำเรอกามเหมือนในอดีต ขณะที่ฝ่ายหญิงสารภาพเริ่มรู้จักกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตเมื่อหลายปีก่อน แต่ขณะนั้นไม่รู้ว่าเป็นพระ จนเมื่อรู้ความจริงพยายามขอเลิก แต่มารศาสนารายนี้ไม่ยอม ทั้งยังข่มขู่ว่าจะแฉคลิปลับสัมพันธ์สวาทถ้าไม่ทำตามคำสั่ง



เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.อ.สุชาติ จันทสิงห์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี สาขารัตนาธิเบศร์ รับแจ้งจากตำรวจชุมชนว่าเพิ่งปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างพระประสิทธิ์ สุทธิโก กับหญิงสาวคนหนึ่ง เหตุเกิดบริเวณสวนหย่อมประชานิเวศน์ ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงสั่งให้นำตัวคู่กรณีมาพบพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าเมื่อมาถึงโรงพัก พระประสิทธิ์ สุทธิโก แสดงอาการอาละวาดด่าทอตำรวจอย่างหนัก จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันล็อกตัวพระประสิทธิ์เข้าไปสงบสติอารมณ์ภายในห้องสอบสวน ส่วนคู่กรณีของพระประสิทธิ์ ทราบชื่อ น.ส.กอล์ฟ (นามสมมติ) สตรีรูปร่างท้วม อายุ 26 ปี อยู่ในสภาพเบ้าตาซ้ายเขียวช้ำ ให้การตำรวจว่า รู้จักพระประสิทธิ์ หรือพระโจ้ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่ปี 2551 แต่ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นพระ และค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์จนสนิทสนมกันขั้นลึกซึ้ง กระทั่งปี 2552 จึงรู้ว่ามีสถานะเป็นพระบวชอยู่ที่ฉะเชิงเทรา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าอยู่วัดไหน



น.ส.กอล์ฟให้การต่อไปว่า หลังจากรู้ว่าคนที่คบอยู่และมีอะไรกันเป็นพระจึงบอกเลิก แต่พระประสิทธิ์ไม่ยอมและขู่ว่ามีคลิปวิดีโอภาพลับที่แอบถ่ายตนไว้ ถ้าเลิกกันจะเอาคลิปประจานด้วยการมาบอกให้แม่ตนรู้ ตนกลัวว่าแม่จะเสียใจจึงต้องยอมพระประสิทธิ์เรื่อยมา ล่าสุดช่วงเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาถูกบังคับให้ไปหลับนอนกับพระประสิทธิ์อีก และทุกครั้งจะเป็นคนเอาเสื้อผ้าไปให้เปลี่ยนตามปั๊มน้ำมัน หลังจากนั้นพระประสิทธิ์จะพาไปเปิดห้องตามโรงแรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ  น.ส.กอล์ฟกล่าวว่า พระประสิทธิ์มีอุปนิสัยเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าหากว่าขัดใจจะลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกาย ก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันโทรศัพท์มาหาเพื่อให้ออกไปพบเหมือนเดิม แต่ตนไม่ยอม จึงขู่จะมาหาตนที่บ้านเพื่อบอกกับแม่ว่ามีอะไรกัน แต่ไม่คิดว่าจะมาจริงๆ จากนั้นขณะกำลังจะเข้าบ้านกับพี่สาวก็ต้องตกใจเมื่อเห็นพระประสิทธิ์ยืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว พร้อมกับเดินเข้ามาฉุดกระชากและเกิดการโต้เถียงกันจนพระประสิทธิ์โมโหชกเข้าที่เบ้าตาตน 1 ครั้ง ก่อนที่ญาติๆ จะวิ่งไปตามตำรวจชุมชนให้มาควบคุมตัวและนำตัวส่งโรงพัก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างอยู่ในห้องสอบสวนพระประสิทธิ์ถลกจีวรมาคลุมศีรษะปิดหน้าปิดตาโดยตลอดเพื่อไม่ให้บันทึกภาพ และให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับน.ส.กอล์ฟ เพียงแค่รู้จักกันเท่านั้น แต่ยอมรับว่าทำร้ายร่างกายจริง เนื่องจากโมโห เจ้าหน้าที่จึงเปรียบเทียบปรับ 400 บาทในข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนที่พระประสิทธิ์จะรีบใช้จีวรคลุมศีรษะเดินออกจากโรงพักและเรียกรถแท็กซี่กลับไป


 

 

 

 

ตร.คุมตัวพระนั่งเมา ค้นย่ามเจอรูปโป๊ อึ้งพูดจาจีบนักข่าวสาว

 เมื่อเวลา 00.23 น. วันที่ 24 ส.ค.55 ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า ที่ตู้พักสายตรวจบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ด.ต.พนม ศรีประไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้บางพระ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งท่าทางคล้ายเมาสุรา ใบหน้าแดงก่ำ นั่งตรงบันไดทางเดินขึ้นลงสะพานลอยคนข้าม คอเขาบางพระในช่วงกลางคืน จึงไปตรวจสอบพร้อมตำรวจอาสาตู้บางพระ พบพระรูปหนึ่งอยู่ในอาการมึนเมานั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นลงสะพานลอยและขวดเหล้าวางอยู่ข้างๆ ตัว จึงนำตัวมาที่ตู้ก็ทราบชื่อคือ พระรำไพ ชโยภาโธ อายุ 49 ปี ที่บวชมาจากวัดตะโปทารามบางพระ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 54

 

 เบื้องต้นทราบว่า พระรำไพจะมาจำวัดอยู่ที่วัดวิเวการามบางพระ แต่พระภายในวัดทนกับพฤติกรรมไม่ไหว จึงไม่อยากให้อยู่ในวัด พระรำไพจึงเดินมาหาซื้อเหล้าแล้วมานั่งดื่มที่สะพานลอยจนเริ่มมึนเมา แล้วมีชาวบ้านผ่านมาพบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบแล้วนำตัวมาสอบสวนดังกล่าว ซึ่งตรวจสอบภายในย่ามยังพบซองผ้าป่า หนังซื้อใบ้หวย รูปภาพลามก และปลัดขิกไม้ขนาดใหญ่ 4 อันที่พระรำไพบอกว่าได้ทำขึ้นมาเองไว้ขายให้กับผู้ต้องการในราคาอันละ 3,000-5,000 บาท

 

 โดยระหว่างการสอบสวนพระรำไพยังพูดจาวกวนไปมาไม่สำรวมในการเป็นพระพร้อมทั้งยังใช้วาจาแบบเชิงจีบสาวกับผู้สื่อข่าวหญิงที่กำลังสอบถามข้อมูลด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สอบถามไปยังพระผู้ใหญ่และเห็นว่าจะเป็นการเสื่อมเสียถึงพระพุทธศาสนากับการกระทำของพระรำไพ จึงควบคุมตัวก่อนที่ตู้เพื่อให้หายจากอาการมึนเมาแล้วจึงจะได้นำตัวพระรำไพไปให้พระผู้ใหญ่ในวัดหลวงบางพระทำการสึกออกจากการเป็นพระ

 

 

 

 

 

 

 

 ตร.มุกดาหารจับสึกเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์-ผงะค้นกุฏิเจอทั้งชุดชั้นใน หนังโป๊ จู๋เทียม เหล้านอก กระสุนปืน!

วันที่ 6 กย.55  ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.พิชิต ศรีวรรณา สวป. สภ.ป่าไร่ ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.ท.สาคร ชมวีระ ร.ต.ต.ธำรงสวัสดิ์ ตั้งดำรงวัฒน์ รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้านกำนันในพื้นที่ นำหมายค้นของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค208/2555 ลงวันที่ 5 กย.55 เข้าทำการตรวจค้นกุฏิเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากประชาชนถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมหลายประการของพระครูสังฆรักษ์ ธีระปัญโญ (หลวงพ่อสมบูรณ์) หรือนายธีระยุทธ ศิริพฤกษ์ อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าวในเชิงลึก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานแวดล้อมทุกฝ่าย ก่อนจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายค้นเพื่อทำการตรวจสอบให้ชัดแจ้ง

ภายหลังการเข้าตรวจค้นกุฏิของพระครูสังฆรักษ์ธีระปัญโญโดยมีประชาชนในพื้นที่เดินทางมามุงดูการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ผลการตรวจค้นในกุฏิของเจ้าอาวาสวัดเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับตะลึงเมื่อพบภาพลับที่พระครูได้ถ่ายเก็บไว้ในอิริยาบถที่ล้วนแต่เป็นภาพอนาจารทั้งสิ้น ภายในกุฏิยังพบเสื้อผ้าของผู้หญิง ประกอบด้วย กางเกงในจำนวน 3 ตัว, ยกทรง, ชุดนอน, กระเป่าเครื่องสำอาง และยังพบซีดีโป๊ หนังสือภาพโป๊ อวัยวะเพศชายเทียม กล่องถุงยางอนามัย  สุราต่างประเทศและสุราไทยจำนวน 17 ขวด

นอกจากนี้ยังพบซองบรรจุกระสุนปืน.45 พร้อมกระสุนปืน.45 จำนวน 10 นัดและกระสุนปืน.38 จำนวน 7 นัด ที่สำคัญยังพบเด็กหญิงอายุประมาณ 4-5 ปี จำนวน 3 คน อยู่รวมในกุฏิอีกด้วย และภายในตู้เย็นขนาดใหญ่พบอาหารจำนวนมากถูกแช่เย็นไว้มากมาย และในโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องเจ้าหน้าที่พบภาพพระครูกับหญิงสาวในสภาพเปลือยกายในท่าต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.หว้านใหญ่ พร้อมกับนำตัวไปให้เจ้าคณะอำเภอหว้านใหญ่ทำการสึก พร้อมตั้งข้อกล่าวหามีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบถามชาวบ้านหลายคนที่มามุงดูเหตุการณ์กล่าวว่ารู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากพระครูสังฆรักษ์ธีระปัญโญมีลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาให้ความเคารพนับถือเป็นที่รู้จักทั่วไป ทั้งยังเป็นพระที่ใฝ่หาความรู้ด้านพัฒนารูปหนึ่งที่มีการกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านเสมอ ที่สำคัญท่านมีความเชี่ยวชาญด้านพิธีสะเดาะเคราะห์ ปลุกเสก เสริมดวง แก้บนต่างๆ ไม่คิดว่าจะสร้างเหตุการณ์ไม่คาดคิดและสะเทือนวงการพระพุทธศาสนา หรือการกระทำที่ผ่านมาเป็นการลวงโลกสร้างศรัทธาให้เกิดแก่ตน เพื่อปกป้องความผิดที่ได้กระทำอยู่

 

 

 

 

ตร.บุกจับเจ้าอาวาสวัดวัดเขาชีจรรย์ สัตหีบ ชำเราด.ญ.วัย11 ในกุฎิ เจ้าคณะอำเภอสั่งสอบด่วน

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง.ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.ฐปนัธ ชญาณพัฒน์ สว.สส.สภ.สัตหีบ พร้อมกำลังชุดสืบสวนฯ นำกำลังเข้าควบคุมตัว พระอธิการวินัย จิรสีโล อายุ 61 ปี เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบจ.ชลบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ จ.600/2555 ในข้อหากระทำความผิดฐาน กระทำชำเราแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาตนเอง โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
 
 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์ พระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ เข้าพบพระครูทัสนีย คุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เพื่อทำการสึก แต่ได้รับการปฎิเสธ เนื่องจาก พระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ เป็นถึงระดับเจ้าอาวาสและคดียังไม่ถึงที่สุด ขณะนี้ยังถือว่าบริสุทธิ์อยู่ ในเบื้องต้นทางเจ้าคณะอำเภอสัตหีบ ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนวินัยสงฆ์แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องนิมนต์เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวไปสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา ในเบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอให้การในชั้นศาลก่อนที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จะได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวออกไป   

          

 พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ กล่าว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมาได้มีผู้ปกครองนำเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี มีบ้านพักอยู่ใกล้บริเวณวัดดังกล่าว เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ว่าได้ถูกพระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ กระทำชำเราลูกสาวของตนด้วยการพยายามเข้ามากอดจูบ โดยในวันนั้น พระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ ได้เรียกเด็กหญิงเอ อายุ 11 ปี เข้ามาในกุฎิก่อนจะกอดจูบและได้ใช้นิ้วมือสอดใส่เข้าไปในอวัยเพศ จนลูกสาวมีท่าที่เปลี่ยนไป มีอาการซึมเศร้า จึงได้พยายามสอบถามจนทราบว่า ถูกพระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ กระทำชำเรา ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ทำหนังสือหมายเรียกไปจำนวน 2 ครั้งแล้ว แต่ พระอธิการวินัย จิรสีโล เจ้าอาวาสวัดเขาชีจรรย์ ไม่มาตามนัดจึงได้ขออนุมัติหมายจับดังกล่าว







โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง