ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




ปปช./ปปง.2542 article

 

กฎหมายฟอกเงิน

กฎหมายฟอกเงิน

 

คำว่า “ฟอก” หมายถึง “ทำให้สะอาดหมดจด” ดั้งนั้น พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 คือกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทำให้เงินสะอาดหมดจด หมายความว่า ทำเงินสกปรกให้สะอาดหมดจดนั่นเอง เมื่อพิจารณาตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฟอกเงิน  โดยพิจารณาจากเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้คือ   เนื่องจากผู้ประกอบอาชญากรรม    ซึ่งกระทำความผิดกฎหมายบางประการได้นำเงิน หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้น  มากระทำการในรูปแบบต่าง ๆ อันเป็นการฟอกเงิน     เพื่อนำเงินหรือทรัพย์สินนั้นไปใช้ประโยชน์ในการกระทำความผิดต่อไปได้อีก   เพื่อเป็นการตัดวงจรประกอบอาชญากรรม  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้  เงินหรือทรัพย์สินสกปรกนั้นกฎหมายฟอกเงินกำหนดไว้  คือ

   

ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด   หมายความว่า

1. เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน หรือจากการสนับสนุนหรือช่วยเหลือการกระทำความผิดมูลฐาน       เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่าย  จ่าย โอน  ด้วยประการใด    ซึ่งเงินหรือทรัพย์สินตามข้อ 1.   หรือดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินตามข้อ 1.  การที่อาชญากรได้เงินหรือทรัพย์สินจากการกระทำความผิด  และนำเงินหรือทรัพย์สินนั้นไปใช้ในการกระทำความผิดต่อไปอีก  ต้องเป็นเรื่องที่ผู้กระทำได้กระทำความผิดอาญาในเบื้องต้น ซึ่งมี 11  ประการ     คือ 

 

1.    ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด  

2.  ความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาโดยเฉพาะเกี่ยวกับหญิงและเด็ก  เพื่อการอนาจารหรือ การค้าประเวณี 

3.  ความผิดเดี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน 

4.   ความผิดเกี่ยวกับการยักยอก  หรือฉ้อโกง หรือฉ้อโกงตามกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันการเงิน

5.  ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ  หรือต่อหน้าที่ยุติธรรม  ตามประมวลกฎหมายอาญา   หรือต่อตำแหน่งในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ   

6.   ความผิดเกี่ยวกับการกรรโชก   หรือรีดเอาทรัพย์ที่กระทำโดยอ้างอั้งยี่  หรือซ่องโจร   

7.   ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบ  หรือผิดต่อกฎหมายศุลกากร 

8.  ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

9.  ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

10 . ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และ

11  ความผิดเกี่ยวกับการพนัน///.

 

นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ฉบับใหม่ที่แก้ไขเมื่อปี 2551 ได้เพิ่มมูลฐานความผิดเรื่องการพนันเข้ามา หากเป็นเจ้ามือการพนันรายใหญ่ หรือโต๊ะบอลที่มีผู้เล่นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป และมีวงเงินมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ถือว่าเป็นบ่อนใหญ่ เข้าข่ายความผิดตาม มูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน ปปง.สามารถเข้าดำเนินคดี ยึด อายัด หรือริบทรัพย์เจ้าของบ่อนพนันรายใหญ่ได้

 

ทั้งนี้ จะทำให้การปราบปรามเจ้ามือหวยใต้ดิน เจ้ามือโต๊ะบอล และเจ้ามือบ่อนรายใหญ่มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยไม่ต้องไปใช้มาตรการอื่น อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้บังคับใช้เฉพาะกับบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับกาสิโนที่ถูกกฎหมาย

 

นายจรัญ กล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่ของ ปปง.ยังเพิ่มอำนาจจับกุมให้เจ้าหน้าที่ ปปง. จากเดิมเมื่อตรวจสอบพบการกระทำผิดต้องประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าจับกุม ทำให้ไม่ทันการณ์ แต่กฎหมายใหม่ ปปง.เข้าจับกุมได้ทันที หากพบว่ามีการฟอกเงิน

 

อย่างไรก็ตาม นายจรัญ ได้กล่าวถึงการเพิ่มอำนาจให้ ปปง. ระหว่างการบรรยายในโครงการฝึกอบรมพนักงานธุรกรรม และเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อปรับการทำงาน หลังจากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2551

 

 

 

ปัญหาของกฎหมายฟอกเงิน

โดย มีชัย ฤชุพันธุ์

ตอนที่ ๑

สาระสำคัญบางประการของกฎหมาย

 

ขณะนี้ผู้คนทุกวงการ กำลังสนใจเหตุการณ์เกี่ยวกับการที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของบุคคลหลากหลายอาชีพ มีการวิพากษ์วิจารณ์และเกิดความหวาดหวั่นกันอย่างแพร่หลาย ในอำนาจและการใช้อำนาจของ ปปง. การวิพากษ์วิจารณ์ หรือความวิตกกังวลต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงินกันบ้างตามสมควร ก็อาจวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่คลาดเคลื่อน หรือวิตกกังวลเกินไป หรือน้อยกว่าที่ควรจะเป็นได้ เพื่อให้ต้องด้วยหลักกาลามสูตร จึงคิดว่าน่าจะลองสรุป เพื่อให้เห็นภาพรวมของกฎหมายไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน แต่ต้องขอออกตัวเสียก่อนว่า สิ่งที่จะบอกเล่าต่อไปนี้ เป็นการบอกเล่าในภาษาง่ายๆ เพื่อให้คนทั่วไป (ที่ไม่ใช่นักกฎหมาย) พออ่านเข้าใจ และได้ใจความตามสมควร โดยไม่ล่วงลึกลงไปในปัญหาข้อกฎหมาย หรือรายละเอียดของกฎหมาย จนทำให้เข้าใจยาก เว้นแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาเฉพาะหน้า ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

 

๑. ความผิดฐานฟอกเงิน คืออะไร

ความผิดฐานฟอกเงินได้แก่ การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

 

(๑) โอน รับโอน หรือ เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่ชอบ คือ เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ

(๒) กระทำด้วยประการใดเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎเกณฑ์ใน (๑) นั้น ฟังดูก็น่าอุ่นใจ คือ ถ้าบังเอิญเราไปรับโอนทรัพย์สินที่ใครเขาได้มาโดยการกระทำความผิดมูลฐาน โดยเรามิได้มีเจตนาจะซุกซ่อนหรือปกปิดหรือช่วยเหลือใคร ก็ไม่น่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินได้ แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าเราไปรับโอนมาเราจะถูกสงสัยได้ และเมื่อถูกสงสัยก็จะถูกตรวจสอบทรัพย์สิน หรือตั้งข้อหาว่ากระทำผิดฐานฟอกเงินได้ อเมริกาเคยทำกับนักการเมืองไทยมาสองสามรายแล้ว เพราะเหตุที่ไปซื้อทรัพย์สินจากคนที่เขาสงสัยว่ามีส่วนในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพย์ติด

 

๒. ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด คืออะไร

ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้แก่ทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

 

(๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐาน หรือ สนับสนุนหรือช่วยเหลือการกระทำความผิดมูลฐาน

(๒) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่าย จ่าย โอน ด้วยประการใดซึ่งเงินหรือทรัพย์สินตาม (๑)

(๓) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินตาม (๑) หรือ (๒)

 

ทรัพย์สินตาม (๑) (๒) (๓) จะจำหน่าย จ่าย โอน หรือเปลี่ยนสภาพไปกี่ครั้ง และไม่ว่าจะอยู่ในความครอบครองหรือโอนไปเป็นของผู้ใด การที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ว่าจะโอนทรัพย์สินกันไปกี่ทอด ก็ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้กฎหมายค่อนข้างจะน่ากลัว เช่นถ้าเราไปซื้อบ้านของใครที่สร้างด้วยเงินจากการกระทำความผิดมูลฐาน แม้บ้านนั้นจะถูกโอนกันมากี่ทอด จนผู้ซื้อรายสุดท้ายไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเป็นคนสร้างคนแรก ก็ยังอาจถูกสงสัยโดยมีเหตุอันควรได้

 

๓. ความผิดมูลฐาน ได้แก่ความผิดอะไรบ้าง

 

ความผิดมูลฐาน มี ๑๑ ประการ ดังต่อไปนี้

 

(๑) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพย์ติด

(๒) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ในส่วนที่เกี่ยวกับการเป็นธุระจัดหา

(๓) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน

(๔) ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงธนาคารหรือสถาบันการเงินหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

(๕) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

(๖) ความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกหรือรีดเอาทรัพย์ โดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร

(๗) ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร

(๘) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

(๙)  ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

(๑๐)  ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และ

(๑๑)  ความผิดเกี่ยวกับการพนัน

 

๔. มาตรการในการติดตามการฟอกเงิน

 

เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดตามการฟอกเงิน กฎหมายจึงกำหนดให้สถาบันการเงิน และสำนักงานที่ดิน ต้องรายงานการทำธุรกรรม (ซึ่งรวมถึงการฝากหรือถอนเงิน ) ต่อ สำนักงาน ปปง. ในกรณีดังต่อไปนี้

 

กรณีสถาบันการเงิน

(๑) ธุรกรรมที่มีเงินสดตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป

(๒) ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินมีมูลค่าเกินห้าล้านบาทขึ้นไป

(๓) ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

 

กรณีสำนักงานที่ดิน

เมื่อมีกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้

 

(๑) เมื่อมีการชำระเงินสดเกินสามล้านบาทขึ้นไป

(๒) เมื่ออสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าเกินห้าล้านบาทขึ้นไป (เว้นแต่กรณีโอนให้ทายาทโดยธรรม)

(๓) เมื่อเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

 

๕. อะไรคือ “ธุรกรรม”

 

“ธุรกรรม” คือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรม สัญญา หรือการดำเนินการใดกับผู้อื่น ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ซึ่งรวมความว่า อะไร ๆ ที่ทำกับคนอื่นเกี่ยวกับการเงิน ธุรกิจ หรือทรัพย์สิน ล้วนเป็นธุรกรรมทั้งนั้น

 

๖. องค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

ปปง.มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นรองประธาน มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น อัยการสูงสุด ผบ.ตร. เลขาธิการ ปปส. ฯลฯ ๑๒ คน มีประธานสมาคมธนาคารไทย และ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๙ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเลขาธิการ ปปง.เป็นกรรมการและเลขานุการ (รวมทั้งหมด ๒๕ คน)

 

คณะกรรมการ ปปง. มิได้มีอำนาจอะไร นอกจากการเสนอแนะและวางระเบียบรวมทั้งการติดตามประเมินผลงาน ในการดำเนินการจริง ๆ จะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งมีเลขาธิการ ปปง. เป็นประธาน และผู้ซึ่งคณะกรรมการ ปปง.แต่งตั้งอีก ๔ คน

 

๗. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรม

 

อำนาจหน้าที่ที่สำคัญของคณะกรรมการธุรกรรม มี ๓ ประการ คือ

 

๑. ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

๒. ยับยั้งการทำธุรกรรม ในกรณี ต่อไปนี้

 

(๑) เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าธุรกรรมใดเกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ในกรณีนี้เพียงแต่มีเหตุอันควรสงสัย ก็มีอำนาจยับยั้งได้ไม่เกิน ๓ วัน ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน เลขาธิการก็อาจยับยั้งไปก่อนแล้วจึงรายงานคณะกรรมการธุรกรรมก็ได้

(๒) มีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าธุรกรรมใดเกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ในกรณีต้องมีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ ก็จะมีอำนาจยับยั้งได้ไม่เกินสิบวันทำการ

 

๓. สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวไม่เกิน ๙๐ วัน ถ้าในการตรวจสอบรายงานและข้อมูลแล้ว มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในกรณีเร่งด่วน เลขาธิการสั่งยึดหรืออายัดไปก่อนแล้วรายงานคณะกรรมการธุรกรรมได้

 

เมื่อสั่งยับยั้ง หรือยึดหรืออายัดแล้ว คณะกรรมการธุรกรรมต้องรายงานต่อคณะกรรมการ ปปง.

 

๗. อำนาจทั่วไปของเจ้าหน้าที่

 

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายนี้ กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากเลขาธิการ มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

 

(๑) เรียกให้บุคคลใด ๆ (รวมทั้งส่วนราชการและสถาบันการเงิน) มาให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจง ส่งบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานใดมาเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา

 

(๒) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการเก็บซุกซ่อนทรัพย์สิน เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือพยานหลักฐาน เพื่อตรวจค้น ติดตาม ตรวจสอบ ยึด อายัด ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน โดยไม่ต้องมีหมายค้นก็ได้ถ้ามีเหตุรีบด่วน

 

ข้อมูลที่ได้มา ถ้ามีลักษณะเป็นข้อมูลเฉพาะของบุคคลหรือหน่วยงานใด เลขาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บรักษา และใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้น

 

อำนาจดังกล่าวข้างต้น ดู ๆ ไปก็เหมือนเป็นอำนาจครอบจักรวาล แต่มีข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการ คือ

 

(๑) อำนาจเช่นว่านั้น มิใช่นึกอยากจะใช้ก็ใช้ได้ หากแต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ “เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย ปปง.” เท่านั้น ดังนั้น จะใช้อำนาจนี้เพื่อเก็บข้อมูลให้ใครต่อใคร แม้แต่หน่วยราชการก็ไม่ได้ และนึกจะใช้ก็ใช้ โดยไม่มีเหตุที่จะสงสัยว่ามีการกระทำความผิดมูลฐาน ก็ไม่ได้

 

(๒) เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ถ้าเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคล เลขาธิการต้องรับผิดชอบในการเก็บรักษา และรับผิดชอบในการใช้ประโยชน์ หากข้อมูลนั้นรั่วไหลไป หรือมีใครนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ชอบ ย่อมเป็นความรับผิดชอบของเลขาธิการ

 

๘. เกี่ยวกับสำนักงาน ปปง.

 

(๑) สำนักงาน ปปง. เป็นส่วนราชการ ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

 

(๒) เลขาธิการ ปปง. เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

 

(๓) เลขาธิการ ปปง. อยู่ในวาระคราวละ ๔ ปี เมื่อครบวาระแล้วจะแต่งตั้งใหม่อีกไม่ได้

 

(๔) คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อาจดำเนินการให้เลขาธิการออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระได้

 

(๕) สำนักงาน ปปง. ไม่ได้มีอำนาจอะไรเป็นพิเศษ นอกจากการดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรม คอยรับรายงานธุรกรรม แล้วรวบรวม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด (ดูมาตรา ๔๐)

 

อำนาจอย่างหนึ่งที่อาจทำให้สำนักงานเกิดความเข้าใจผิดในอำนาจของตนได้ คืออำนาจที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๐ (๓) ที่บัญญัติว่า “เก็บรวบรวม ติดตาม ตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์รายงานและข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรม” แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ดีจะพบว่า “การรวบรวม ติดตาม ตรวจสอบ” นั้น มิได้หมายความว่า สำนักงาน ปปง. จะเที่ยวได้มีหนังสือไปเรียกให้ใครต่อใครหรือธนาคารส่งรายงานเกี่ยวกับลูกค้ามาให้ได้ เพราะการรวบรวม ติดตาม หรือตรวจสอบดังกล่าว หมายถึงเฉพาะ การรวบรวม ติดตาม ตรวจสอบ บรรดาธุรกรรมที่สถาบันการเงินหรือเจ้าพนักงานที่ดินส่งมาให้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

 

อำนาจพิเศษของพนักงานเจ้าหน้าที่ ของ ปปง. ที่อาจกระทำได้โดยลำพังไม่ต้องผ่านคณะกรรมการ ปปง. หรือคณะกรรมการธุรกรรม มีอยู่บ้างก็จริง แต่ก็ตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

(๑) พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเลขาธิการมอบหมายเป็นหนังสือ มีอำนาจยื่นคำขอต่อศาลแพ่ง เพื่ออนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าถึงบัญชี ข้อมูลทางสื่อสาร หรือข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ แต่จะร้องขอต่อศาลได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อถือได้ว่าบัญชีลูกค้าของสถาบันการเงิน เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการสื่อสาร หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

 

(๒) เลขาธิการอาจส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ก็จำกัดเฉพาะทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรม หรือเลขาธิการ (ในกรณีเร่งด่วน) ได้สั่งยึดหรืออายัดไว้แล้วเท่านั้น

 

๙. กำหนดโทษ

 

(๑) ความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี หรือปรับตั้งแสองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลทำผิด จะมีโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท โดยกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล ต้องระวางโทษจำคุกเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น

 

(๒) ถ้าเป็นเจ้าพนักงาน สส. สว. สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ หรือกรรมการสถาบันการเงินฯลฯ เป็นผู้กระทำความผิดต้องรับโทษเป็น ๒ เท่า  

(๓) ถ้าเป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของ ปปง.กระทำความผิด ต้องรับโทษเป็น ๓ เท่า

(๔) ใครก็ตามทำให้คนอื่นล่วงรู้ข้อมูลที่เลขาธิการ ปปง.เก็บรักษาไว้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๕) ผู้ใดรู้หรืออาจรู้ความรับเกี่ยวการดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. ทำให้คนอื่นรู้หรืออาจรู้ความลับนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท เว้นแต่เป็นกรณีปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือตามกฎหมาย

 

ตอนที่ ๒

 

บทวิเคราะห์และความเห็น

 

ถ้ามองในแง่ของการกำราบปราบปรามการกระทำความผิดสำคัญ ๆ กฎหมายนี้ก็เป็นประโยชน์ และเป็นเครื่องมือในการติดตาม มิให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล หรือเสวยสุขจากทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดได้ แต่การกระทำให้เกิดผลดังกล่าวได้ ก็ต้องให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไว้ตามสมควร

การที่ต้องให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ไว้ตามสมควรดังกล่าว ย่อมเป็นอีกคมดาบหนึ่ง ที่อาจหันกลับมาเชือดเฉือนประชาชนผู้สุจริต หรือถูกใช้หรือถูกมองว่าใช้ไปในทางการเมืองได้ และเมื่อเกิดกรณีเช่นนั้นขึ้น ความเดือดร้อนย่อมเกิดขึ้นได้ทุกหย่อมหญ้า เพราะใครก็ตามที่ถูกสงสัยเข้า ย่อมเดือดร้อน และถ้าเรื่องเดินไปถึงขั้นมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และส่งฟ้องต่อศาลให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ก็กลับต้องมีหน้าที่พิสูจน์ความสุจริตของตน ซึ่งตรงกันข้ามกับหลักในการดำเนินคดีอาญาทั่ว ๆ ไป ที่ฝ่ายกล่าวหาจะต้องเป็นผู้พิสูจน์ให้ได้ความว่าผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงอยู่ ในกฎหมายได้กำหนดมาตรการบรรเทาความเสียหายไว้ ด้วยการให้ทุกอย่างปกปิดเป็นความลับ ใครจะนำไปเปิดเผยไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่มาตรการนี้ก็เป็นดาบสองคมอีกเช่นกัน เพราะเพียงแต่สื่อมวลชนนำรายชื่อของผู้ถูกสอบมาเปิดเผยอย่างที่ทำกันอยู่ ก็อาจกลายเป็นความผิดตามมาตรา ๖๖ อันมีโทษจำคุกถึง ๕ ปี แล้ว มาตรการในการบันเทาผลร้ายดังกล่าว จึงอาจกลายเป็นการปิดมิให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนมีช่องทางในการที่จะเรียกร้องหาความเป็นธรรมได้

 

การที่บ้านอื่นเมืองอื่นเขาสามารถมีกฎหมายทำนองนี้ได้ ก็เพราะระบบราชการ และระเบียบวินัยของผู้คนของเขา มีความมั่นคงเพียงพอ การกลั่นแกล้งกันหรือใช้อำนาจเกินเลยจึงเกิดได้ยาก แต่ในบ้านเรา ยังอยู่ห่างไกลนัก กฎหมายนี้จึงเป็นดาบสองคมในเกือบทุกเรื่อง จุดโหว่ที่อาจทำให้คมดาบอีกด้านหนึ่งมาบาดมือได้ น่าจะอยู่ที่สาระสำคัญดังต่อไปนี้

 

๑. สำนักงาน ปปง. เป็นส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี จึงอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เมื่อเกิดเหตุใด ๆ อันไม่พึงปรารถนาขึ้น ความรับผิดชอบในทางการเมืองจึงหลีกไม่พ้นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าว และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่ามีการใช้อำนาจทางการเมืองเข้ามาสั่งการ

๒. คณะกรรมการ ปปง. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย โดยมีภาคเอกชนรวมอยู่ด้วย แต่ก็มิได้มีอำนาจในการวางกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมและเลขาธิการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ ไว้ให้รัดกุม โดยประกาศให้คนทั่วไปทราบล่วงหน้า การใช้อำนาจและการดำเนินการใด ๆ จึงเป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการธุรกรรม เลขาธิการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไปย่อมไม่มีทางทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์การใช้อำนาจเท่าที่ควร

๓. กฎหมายนี้เป็นกฎหมายใหม่ การขยายความผิดมูลฐาน ให้ไกลออกไปจนครอบคลุมการดำเนินชีวิตปกติของประชาชน จึงเป็นลู่ทางในการนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนได้ง่าย ในทางที่ถูกที่ควร ควรต้องจำกัดความผิดที่สำคัญจริง ๆ ต่อเมื่อได้ทำงานไประยะหนึ่ง มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับและวางใจได้แล้ว หากมีความจำเป็นจึงค่อยขยายความผิดมูลฐานออกไป ณ ปัจจุบันผมก็ยังเห็นว่าความผิดมูลฐานควรจำกัดเฉพาะ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพย์ติด ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกในสถาบันการเงิน เท่านั้น หรือถ้าจะอยากให้คลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็อาจมีเพิ่มอีกความผิดหนึ่ง คือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในเรื่องนี้คงต้องยอมรับความจริงว่า ได้มีการขยายความผิดกันขึ้นในชั้นพิจารณาของวุฒิสภา โดยการสนับสนุนและผลักดันของสื่อมวลชนและองค์กรเอกชนในขณะนั้น จนสภาผู้แทนต้องคล้อยตาม นับตั้งแต่มีการผลักดันให้มีการร่างและเสนอกฎหมายนี้ต่อสภา ผมได้แสดงความไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด โดยเห็นว่ากฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติดมีบทบัญญัติทำนองนี้อยู่แล้ว หากขาดตกบกพร่องอย่างไรก็แก้ไขเพื่อให้มีอำนาจขึ้น เพื่อจักได้ใช้กับกรณียาเสพย์ติดไปพลางก่อน แต่ก็ถูกสื่อโจมตีไม่น้อยว่าเป็นผู้ขัดขวางกฎหมายนี้ ครั้นมาถึงวุฒิสภา มีการแปรญัตติให้ขยายความผิดมูลฐาน ผมก็ได้แต่บอกว่ายิ่งขยายมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นดาบสองคมมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็จนใจที่ไม่มีใครรับฟัง เพราะมีการสร้างกระแสจนทานไม่อยู่

 

๔. แม้ว่าการแต่งตั้งเลขาธิการจะกำหนดให้สภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ต้องให้ความเห็นชอบ แต่เมื่อเลขาธิการมีฐานะเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ จึงยากที่จะเกิดความอิสระได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาในระบบราชการ ตามลำดับชั้นขึ้นไป การที่กฎหมายกำหนดให้มีวาระอยู่เพียง ๔ ปี ถ้าเป็นคนที่ยังมีอายุราชการมากกว่า ๔ ปี ย่อมต้องทำงานด้วยความระมัดระวังมิให้ขัดต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุด เนื่องจากจะต้องหวั่นเกรงว่า เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปอยู่ในตำแหน่งราชการอื่นที่สำคัญ ส่วนการให้ความเห็นชอบของสภาทั้งสองนั้น ก็มิได้เป็นหลักประกันว่าจะมีการเลือกคนที่เข้มแข็งและเที่ยงธรรม ได้

 

๕. คณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งมีอำนาจและบทบาททุกประการในกฎหมายนี้ มีเลขาธิการ เป็นประธาน และกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการ ปปง.เป็นผู้แต่งตั้งอีก ๔ คน รวมเป็น ๕ คน การใช้อำนาจและดำเนินการใด ๆ จึงไม่มีการถ่วงดุลกัน เพราะเลขาธิการซึ่งสมควรเป็นผู้ปฏิบัติงานตามมติและอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของคณะกรรมการธุรกรรม มาเป็นประธานเสียแล้ว จึงเสมือนหนึ่งว่าเป็นการมอบอำนาจทั้งปวงให้แก่เลขาธิการ

 

๖. อำนาจทั้งปวงที่ให้ไว้แก่คณะกรรมการธุรกรรมก็ดี เลขาธิการก็ดี ให้ไว้อย่างกว้าง ๆ นอกจากจะทำให้มีการแปลความไปในทางที่มีอำนาจโดยไม่มีขอบเขตอันจำกัดแล้ว ยังขาดหลักเกณฑ์ของขบวนการในการใช้อำนาจที่จะทำให้คนภายนอกได้รับทราบด้วย การใช้อำนาจใด ๆ จึงเสี่ยงต่อการโต้แย้งว่าไม่เป็นธรรม หรืออาจถูกมองไปในทางที่ว่ามีการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้ ดังจะเห็นได้ว่า ในการใช้อำนาจตรวจสอบฐานะทางการเงิน ของบุคคลหลากหลายวงการในคราวนี้ สำนักงาน ปปง.อ้างว่า ตนมีอำนาจกระทำได้ตามมาตรา ๔๐ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีบทบัญญัติใด ๆ ในมาตราดังกล่าวมีความชัดแจ้งที่จะให้มีอำนาจเช่นว่านั้น เมื่อมีการใช้อำนาจตรวจสอบบุคคล ที่อยู่ในแวดวงสื่อมวลชน และองค์กรเอกชน จึงเกิดความตื่นตัว และตระหนกในอำนาจและคมดาบที่มีอยูในกฎหมาย ปปง. กันทั่วเมือง สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับสื่อและองค์กรเอกชน ย่อมมีหนทางในการที่จะทำให้เกิดความสนใจทุกวงการ ที่จะตรวจสอบความถูกต้องในการใช้อำนาจ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องประหลาดที่สื่อจะมองไปในทางที่ว่า มีการใช้อำนาจตามกฎหมายนี้เพื่อประโยชน์ในการกดดันสื่อ อันเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อ ซึ่งเมื่อมองในแง่มุมนั้นย่อมเป็นการยากที่คนทั่วไปที่มีใจเป็นธรรมจะรับได้ แม้ว่าสื่อบางรายจะมีการกระทำบางอย่างบางประการที่ไม่สมควร ก็เป็นเรื่องที่จะต้องหาลู่ทางในการดำเนินการให้มีการพัฒนามากขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่จะใช้อำนาจตามกฎหมาย ปปง. ไปกดดันให้เป็นไปตามที่ต้องการ และเมื่อถูกมองในแง่มุมดังกล่าวเสียแล้ว ฝ่ายการเมืองจึงย่อมยากที่จะหนีความรับผิดชอบไปได้

 

ดูเหมือนว่าประชาชนก็ดี สื่อมวลชนก็ดี องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะสภาทั้งสอง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็ดี ต่างล้วนมุ่งประเด็นไปที่จะหาข้อเท็จจริงว่า มีใครสั่งการให้กระทำในเรื่องนี้ ซึ่งไปในทางที่จะหาตัวผู้รับผิดชอบในทางการเมืองด้านเดียว จะมีใครได้นึกถึงบ้างหรือไม่ว่า เมื่อกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ มีช่องทางให้มีการใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์เดิม และสื่อหรือองค์กรเอกชนมิใช่เป็นรายแรกที่โดนเข้าเช่นนี้ ประชาชนทั่วไป ล้วนเคยผ่านประสบการณ์อย่างนี้กันมาก่อน แต่ไม่มีใครให้ความสนใจเท่าที่ควร เพียงลำพังการหาตัวผู้รับผิดนั้น เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ผลที่จะได้รับอย่างมากก็คือมีการดำเนินการกันทางการเมืองกันต่อไป แต่ความน่าหวาดหวั่นของกฎหมายจะยังคงมีอยู่โดยไม่ได้รับการเยียวยาองค์กรที่มีหน้าที่ในการผลักดันหรือตรากฎหมาย จะสมควรใช้เวลาเพื่อศึกษาว่าช่องโหว่ที่ทำให้มีการใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบของกฎหมายอยู่ที่ใด หรือไม่ จะสมควรดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนั้นเสีย มิให้มีช่องโหว่อยู่อีกต่อไป หรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ประชาชนทั่วๆ ไปมีหลักประกันว่าจะไม่ถูกใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกไม่ควร เกินเลยไปจากที่กฎหมายตั้งใจไว้ เพราะในที่สุดถ้ากฎหมายยังคงอยู่ในสภาพปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน สื่อมวลชน หรือผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ต่างล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ และวันหนึ่งอาจประสบกับเหตุการณ์ที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

ที่มา: http://www.meechaithailand.com/

 

แก้ไขกฎหมายฟอกเงิน ประสงค์ดี หรือ มีเบื้องหลัง 

 

 

โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:47 น.

 

 เป็นที่ยอมรับกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการฟอกเงิน เงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดจากการผลิตและค้ายาเสพติด ค้าหญิง ค้าเด็ก และค้าอาวุธ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านที่ล้อมรอบประเทศไทยอยู่ นอกจากนั้นปัญหาอาชญากรรมภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาองค์กรอาชญากรรมของผู้มีอิทธิพลและบุคคลที่มีสี ตลอดจนอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และการก่อการร้าย ต่างเกิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

 

ดูเสมือนหนึ่งว่ากฎหมายจะสามารถใช้บังคับได้เฉพาะบุคคลเพียงบางกลุ่มของประเทศเท่านั้น สิ่งที่เหมือนกันประการหนึ่งของอาชญากรรมทั้งหลายที่กล่าวมานี้คือ เงินได้จำนวนมากจากการก่ออาชญากรรม เงินได้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการคงอยู่ของอาชญากรรมทุกประเภท ด้วยเหตุนี้นานาประเทศต่างมีบทบัญญัติกฎหมายในการทำลายเงินได้เหล่านี้ ไม่ว่าเงินนั้นจะแปรสภาพ เปลี่ยนรูป ไปเพียงใดก็ตาม กฎหมายที่ว่านี้คือ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

 

ประเทศไทยได้เริ่มประกาศใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินใน พ.ศ. 2542 และถือได้ว่าเป็นกฎหมายที่ถูกต่อต้านโดยบุคคลบางกลุ่มมากที่สุด บุคคลประเภทนั้นได้แก่

 

-ข้าราชการและนักการเมืองผู้ทุจริตคอร์รัปชัน

 

-กลุ่มบุคคลที่อ้างเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่เบื้องหลังรับเงินสนับสนุนจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างกระแสมวลชนก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ

 

-องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีหลังฉากรับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศเพื่อก่อการร้ายในประเทศ

 

-ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยกระทำเป็นขบวนการ

 

-กลุ่มนักวิชาการขายตัว ซึ่งแสร้งทำว่าตนเป็นคนมีอุดมการณ์ แต่มีเหตุผลบางประการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และ

 

-กลุ่มของนักธุรกิจการเงิน ซึ่งดำเนินธุรกิจไม่สุจริต

 

หลังจากประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้แล้ว กระแสการต่อต้านก็ยังมีอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีการผลักดันให้มี ความผิดมูลฐาน มากขึ้น แต่ถูกคัดค้านมาโดยตลอด ความผิดมูลฐาน คือ ฐานความผิดที่นำไปสู่ การบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งปัจจุบันมีเพียง 11 ความผิดมูลฐาน

 

ได้แก่ (1) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (2) ความผิดเกี่ยวกับการค้าหญิง- ค้าเด็ก (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน (4) ความผิดเกี่ยวกับการยักยอก ฉ้อโกง ซึ่งกระทำลงโดยผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจสั่งการของสถาบันการเงิน (5) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม (6) ความผิดเกี่ยวกับกรรโชก รีดเอาทรัพย์โดยอ้างอำนาจอั้งยี่ ซ่องโจร (7) ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีภาษีศุลกากร (8) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย (9) ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง (10) ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และ (11) ความผิดเกี่ยวกับการพนัน

 

ก่อนหน้าที่จะมีการปฏิรูปการปกครอง ความผิดมูลฐานมีอยู่เพียงแค่ 10 ความผิดมูลฐาน เพื่อความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายเนื่องจากมีความผิดมูลฐานไม่เพียงพอ เพราะประเทศเพื่อนบ้านเช่น ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ ต่าง มีความผิดมูลฐานเป็นร้อยความผิดมูลฐานขึ้นไป สำนักงาน ปปง. จึงขอเสนอเพิ่มความผิดมูลฐานอีก 8 ความผิดมูลฐาน ซึ่งได้แก่ (1) ความผิดเกี่ยวกับการพนัน (2) ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (3) ความผิดเกี่ยวกับการกระทำไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (4) ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (5) ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายปริวรรตเงินตรา (6) ความผิดเกี่ยวกับการค้าอาวุธ (7) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงแรงงาน และ (8) ความผิดเกี่ยวกับสรรพสามิต บุหรี่เถื่อนและสุราเถื่อน

 

วิเคราะห์พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่2) พ.ศ. 2551 จึงได้รับการแก้ไขโดย สนช. พิจารณาแนวความคิดในการแก้ไขแล้วเห็นว่า คณะกรรมการผู้ดำเนินการแก้ไข ได้ยกเอาบุคคลผู้ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารของสำนักงาน ปปง. ขึ้นมาเป็นที่ตั้งแล้วพยายามแก้กฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจในการดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการแก้ไขกฎหมายของสนช. ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่2) พ.ศ. 2551 ซึ่งผ่านการแก้ไข และมีผลบังคับใช้แล้วมีข้อสังเกตดังนี้

 

1. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3 เกี่ยวกับความผิดมูลฐานในเรื่องความผิดมูลฐานนี้ ได้มีการเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมอีก 8 ความผิดมูลฐาน แต่ได้รับการพิจารณาให้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกเพียงมูลฐานเดียว คือ ความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เป็นความจริงที่ว่าการพนันเป็นปัญหาที่มีความสำคัญแต่การจะจัดให้มีการตั้งบ่อนการพนันภายใต้การควบคุมของกฎหมายเป็นเรื่องในอนาคต แต่ความผิดมูลฐานที่เสนอใหม่ และน่าจะได้รับการพิจารณามากกว่าความผิดเกี่ยวกับการพนันก็คือความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประเทศไทยได้พบกับปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว หลายคนได้เสนอความเห็นว่า หรืออาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมืองกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติความผิดมูลฐานนี้จึงถูกมองข้ามไป ส่วนความผิดมูลฐานอื่นที่เสนอไปล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาอาชญากรรมที่สำคัญของประเทศทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา

 

2. ได้มีการแก้ไข มาตรา 12 ในเรื่องคณะกรรมการธุรกรรม สำหรับบทบาทของคณะกรรมการธุรกรรมในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ถือได้ว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นด่านแรกที่ต้องบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน ในปัจจุบันคณะกรรมการธุรกรรมประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณคุณวุฒิในแต่ละสาขาอาชีพทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิจากตุลาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากอัยการ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเงิน และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโดยมีเลขาธิการเป็นประธาน และคณะกรรมการ ปปง. ซึ่งมีภาระหน้าที่การควบคุมดูแล การดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. เป็นผู้แต่งตั้งซึ่งนานาประเทศก็ได้ดำเนินการในลักษณะนี้ทั้งนั้น

 

แต่หลังจากผ่านการแก้ไขโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สนช. แล้วปรากฏว่า คณะกรรมการธุรกรรมมาจาก 1. ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม 2.ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 3. ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4.ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการอัยการ 5.เลขาธิการ ปปง.

 

จากโครงสร้างดังกล่าวถือว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสำนักงาน ปปง.โดยตรง เพราะแทนที่จะมีการกลั่นกรองสองชั้น คือ ผ่านการคัดเลือกในเบื้องต้น และคณะกรรมการ ปปง. พิจารณาความเหมาะสมในการแต่งตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่กลับให้การพิจารณาตกไปอยู่กับหน่วยงานที่เสนอชื่อเข้ามา นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งปกติจะเป็นองค์กรภายนอกที่คอยตรวจสอบการทำงานในด้านสิทธิมนุษยชน แต่กลับถูกให้เป็นหนึ่งในกรรมการธุรกรรมด้วย แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้ของผู้เสนอแก้ไขว่าอยู่ในวงจำกัดเพียงใด เพราะแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นต้นตำรับของการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็ยังไม่กล้าที่จะดำเนินการลักษณะนี้

 

นอกจากนี้ตามโครงสร้างของคณะกรรมการธุรกรรมแต่เดิมนั้นให้เลขาธิการเป็นประธาน แต่ตามกฎหมายที่มีการแก้ไขใหม่ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ เพียงแค่นี้ก็เห็นได้ชัดถึงเจตนารมณ์ ของผู้ขอแก้ไขได้แล้วว่ามีอยู่อย่างไร

 

3. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในเรื่องอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการในมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2551 โดยกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม แต่ในที่นี้จะขอวิเคราะห์กรณีตามมาตรา 37 ซึ่งบัญญัติว่า...รายงานการสั่งยับยั้งการทำธุรกรรมตาม มาตรา 35 และมาตรา 36 ต่อคณะกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการปปง. และคณะกรรมการป.ป.ช. ดังได้กล่าวมาแล้วว่าการฟอกเงินในปัจจุบันมีการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้ามีเทคโนโลยีเข้าช่วยด้วยแล้ว การกระทำความผิดอาจจะสำเร็จลงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ดังนั้นการยับยั้งธุรกรรมภายในเวลา 3วัน 10 วัน และ 90 วัน ต้องกระทำอย่างรวดเร็ว การกำหนดให้รายงานผลการยับยั้งไปยัง คณะกรรมการธุรกรรม และคณะกรรมการปปง. ก็เป็นวิธีที่กระทำกันอยู่ เพราะเป็นเรื่องภายในหน่วยงานเดียวกัน แต่การกำหนดให้รายงานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยนั้น แสดงให้เห็นถึงความอ่อนด้อยในประสบการณ์ทำงานของผู้เสนอขอให้แก้ไขอย่างแท้จริง เพราะภาระการทำงานของสองหน่วยงานนี้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

 

ภาระหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ช. ในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน ก็มีอย่างล้นเหลือ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเคยมีเรื่องค้างพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. นับเป็นหมื่นเรื่อง การที่จะไปเพิ่มภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีนัยที่จะมองได้ 2 ทางคือ ทางที่หนึ่งอาจเสนอไปด้วยความสุจริตใจ แต่มีความรอบรู้ในวงจำกัด หรือทางที่สอง ทำให้การทำงานของสำนักงาน ปปง. ต้องติดขัด และยากที่จะบังคับใช้กฎหมายต่อไปได้ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มก็ได้

 

บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อติชมด้วยความเป็นธรรม มิได้มุ่งที่จะเข้าข้างฝ่ายใดแต่ต้องการให้ผลงานการแก้ไขกฎหมายที่ออกมาสู่สาธารณะถูกมองอย่างชื่นชม แทนที่จะถูกมองอย่างลบหลู่ และอยากจะเตือนสตินักกฎหมายสายปฏิบัติ และสายวิชาการ ตลอดจนนักวิชาการอื่นด้วยว่า คนไทยไม่ได้โง่อย่างที่ท่านคิด

 

 

  

 

 

23 กรกฎาคม 2552

ประกาศในราชกิจจาฯแล้ว กฎหมายฟอกเงินของ ป.ป.ง. ฉบับแก้ไขใหม่ล่าสุด ระบุชัด  9 วิชาชีพต้องรายงานธุรกรรมต่อป.ป.ง. กรณีมีเงินสดเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือมีธุรกรรมอันควรสงสัย ทั้งขายเพชร ขายทอง เช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล นายหน้าอสังหาฯ ค้าของเก่า ฯลฯ

มีผลบังคับใช้ 22 ต.ค.2552

 

     ผู้สื่อข่าว ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า วันนี้ (  22 กรกฎาคม 2552 ) พระราชบัญญัติ  ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 3)  พ.ศ. 2552 ได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แล้ว

    สาระสำคัญของการแก้ไขพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ครั้งใหม่ล่าสุด คือ การกำหนดให้ ผู้ประกอบอาชีพ 9 ประเภท  มีหน้าที่ต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงานป.ป.ง.  ในกรณีเป็นธุรกรรมที่ใช้เงินสดมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือ เป็นธุรกรรมที่มีเหตุ อันควรสงสัย

 

ผู้ประกอบวิชาชีพ 9 ประเภท ประกอบด้วย

 

 (1) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดำเนินการ การให้คำแนะนำ หรือการเป็นที่ปรึกษาในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุนหรือการเคลื่อนย้ายเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินตามมาตรา 13

(2) ผู้ประกอบอาชีพค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ หรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณีเพชรพลอย หรือทองคำ

(3) ผู้ประกอบอาชีพค้าหรือให้เช่าซื้อรถยนต์

(4) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

(5) ผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

(6) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับหรือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(7) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(8) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หรือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(9) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์”

 

     ทั้งนี้ ผู้ประกอบอาชีพตาม (2) (3) (4) และ (5) ต้องเป็นนิติบุคคล เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยที่มีพยานหลักฐานอันสมควรว่ามีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ประกอบอาชีพตาม (2) (3) (4) และ (5) ที่มิได้เป็นนิติบุคคล ให้สำนักงานป.ป.ง.มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวรายงานการทำ ธุรกรรมต่อสำนักงาน

  นอกจากนี้ ยังแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพทั้ง 9 ประเภท  จัดให้ลูกค้าแสดงตนทุกครั้ง ก่อนการทำธุรกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องกำหนดมาตรการเพื่อขจัดอุปสรรคในการแสดงตน ของคนพิการหรือทุพพลภาพด้วย เว้นแต่ลูกค้าได้แสดงตนไว้ก่อนแล้ว

    ผู้ใด ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง”

    ทั้งนี้ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือ วันที่ 22 ตุลาคม 2552

 

transfer illegal money into legal money

พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน 2542


launder.pdf (228.25 KB 12.01.2009 17:31)

p2launder 2551.pdf (138.27 KB 12.01.2009 17:31)

 

ปราบปรามการทุจริต

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต 2542

corruptions.pdf (307.47 KB 12.01.2009 17:25)

 

อ่านคำพิพากษาศาลแพ่ง(วันที่ 27 เมษายน 2552-หมายเลขแดงที่ ปช.1/2552)ที่ให้ยกคำร้องคดีที่ขอให้ทรัพย์สินของ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลังตกเป็นของแผ่นดินเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ 49 ล้านบาทแล้ว รู้สึกเป็นห่วงว่าคดีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่า ร่ำรวยผิดปกติและอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)อาจจะมีปัญหาทำให้คดีต้องตกไปทั้งหมด เพราะคำพิพากษาให้เหตุผลในการยกคำร้องว่าขาดอายุความที่กำหนดไว้ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องจากทรัพย์สินที่มีการกล่าวหาว่า นายนิพัทธได้มาโดยมิชอบนั้น ได้มาระหว่างกันยายน 2538-พฤศจิกายน 2539  ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นสำนวนคดีดังกล่าวให้อัยการสูงสุดเมื่อพฤศจิกายน 2549 และยื่นคำร้องต่อศาลในปี 2550 ซึ่งเกินเวลา 10 ปี

 

".. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 น่าจะมิได้มีเจตนารฒณ์ในการให้การดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช.โดยให้การดำเนินการของคณะกรรมกรรคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ( ป.ป.ป.)ที่ทำมาแล้วเป็นอันใช้ได้โดยไม่มีการกำหนดเวลา เพียงแต่มิได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งเท่านั้น เมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความ การร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญยัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งฯซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปมาใช้บังคับโดยมีอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งฯมาตรา 193/30"คำพิพากษาส่วนหนึ่งระบุ

ด้วยความเคารพในคำพิพากษา มีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า การที่ศาลแพ่งนำเอาบทบัญญัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งฯซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปมาบังคับใช้  ขณะที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ฯซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความมุ่งหมายเฉพาะ(เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต)ไม่มีการกำหนดเรื่องอายุความ เป็นการใช้และตีความกฎหมายที่ถูกต้องหรือไม่

นอกจากนั้น ยังมีบทบัญญัติที่กำหนดให้การกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่า ร่ำรวยผิดปกติต้องกระทำในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือ"พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกินสองปี"(มาตรา 75 วรรคสอง)

ดังนั้น  ถ้า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ฯต้องการกำหนดระยะเวลาในเรื่องการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินไว้ก็ควรจะกำหนดอายุความไว้ด้วย เช่นเดียวกับกรณีที่ เมื่อ ป.ป.ช.มีมติยึดหรืออายัดทรัพย์สินผู้ถูกกล่าวหาไว้ชั่วคราว แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี(มาตรา 78 วรรคสอง) เหตุผลที่ไม่มีการกำหนดอายุความในเรื่องการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯนั้น น่าจะเป็นเพราะในกระบวนการที่จะไต่สวนเพื่อให้ได้พยานหลักฐานว่า เจ้าหน้าที่รัฐรายใดร่ำรวยผิดปกติหรือไม่  ไม่ใช่เรื่องง่าย  เอกสารหลักฐานอาจมีความซับซ้อน มีการซุกซ่อนทรัพย์สิน จึงต้องใช้เวลานานในการไต่สวน

ขณะเดียวกันกว่าจะมีการร้องเรียนกล่าวหาว่า ใครร่ำรวยผิดปกติ เวลาอาจผ่านไปหลายปี นับแต่เจ้าหน้าที่รัฐรายนั้นได้รับทรัพย์สินมาโดยมิชอบ  ทำให้กฎหมายฉบับนี้ยังเปิดช่องให้มีการกล่าวหาได้ แม้จะพ้นจากความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาแล้วถึง 2 ปี คดีนายนิพัทธนั้นเริ่มขึ้น เมื่อต้นปี 2541โดยมีการกล่าวหาว่า  รับสินบน 30 ล้านบาทจากบริษัท ซันเอสเตทในโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุตลาดหมอชิต ขณะเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์(แต่นายนิพัทธอ้างว่า ขายเหรียญ ร.5 )  ทำให้กระทรวงการคลังส่งเรื่องให้ ป.ป.ป.สอบสวน

เมื่อ ป.ป.ป.ชี้มูลว่า นายนิพัทธทุจริตต่อหน้าที่จึงส่งเรื่องกระทรวงการคลังลงโทษทางวินัยไล่ออกจากราชการ และส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาซึ่งมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแม้นายนิพัทธ์จะอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ. )แต่ อ.ก.พ.อุทธรณ์และร้องทุกข์มีมติให้ยกอุทธรณ์

ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจสั่งให้ ก.พ.ทบทวนมติของ อ.ก.พ.อุทธรณ์ฯ ซึ่งมีมติว่า นายนิพัทธมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง มีโทษเพียงลดขั้นเงินเดือนและให้กลับเข้ารับราชการ

ขณะที่ป.ป.ป.ยังคงสอบสวนนายนิพัทธในคดีร่ำรวยผิดปกติต่อไป จนมีการจัดตั้งป.ป.ช. ขึ้นในปี 2542  จึงโอนคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ซึ่งลงมติว่า นายนิพัทธร่ำรวยผิดปกติในที่สุดเมื่อปลายปี 2549(หลังจากเปลี่ยนแปลงกรรมการ ป.ป.ช.ไป2ชุด) แต่ศาลแพ่งเห็นว่า ขาดอายุความ จึงไม่มีการวินิจฉัยในประเด็นว่า นายนิพัทธร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ถึงบทสรุป เพราะนายปรีชา เลิศกมลมาศ เลขาธิการ ป.ป.ช.ยืนยันว่า ได้ประสานกับอัยการสูงสุดให้อุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์แล้ว คงกินเวลานานหลายปี

เมื่อถึงเวลานั้นจะได้รู้กันว่า กรรมมีจริงหรือไม่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 ป.ป.ช.คลอดระเบียบจ่ายสินบนผู้แจ้งเบาะแส จนท.รัฐรวยผิดปกติได้10%ของมูลค่าทรัพย์สิน แต่ไม่เกิน 10 ล้าน

วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓  ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่  ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบน พ.ศ. ๒๕๕๓
 

ระเบียบ ระบุว่า  โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบน สำหรับผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูก ตรวจสอบ รวมทั้งตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน กรณีที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ หรือการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดไว้
     

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ (๕) ประกอบมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ  รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

 

 

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบน พ.ศ. ๒๕๕๓”

 

 

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ( ๒๓  ตุลาคม ๒๕๕๓ )

 

ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับแก่การชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่กระทำก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

 

“ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน” หมายความว่า บุคคลผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ หรือของผู้ถูกตรวจสอบในการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นผลให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ หรือทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกตินั้นตกเป็นของแผ่นดินโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดของศาลและนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

“เงินสินบน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน

 

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาการตามระเบียบนี้

 

หมวด ๑
ข้อความทั่วไป

 

ข้อ ๕ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. จ่ายเงินสินบนจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินอุดหนุนหรือหมวดเงินอื่นที่จ่ายในลักษณะเงินอุดหนุน

 

 

ข้อ ๖ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน ต้องไม่เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน หรือเงินอื่นใดที่ส่วนราชการอื่นมีอำนาจจ่ายให้ได้ตามกฎหมาย และเป็นการจ่ายเงินในลักษณะเดียวกับระเบียบนี้

 

 

ข้อ ๗ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน ต้องไม่เป็นประธานกรรมการ กรรมการ อนุกรรมการพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่มีอำนาจหรือหน้าที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินหรือหนี้สิน

 

 

หมวด ๒
คณะกรรมการพิจารณาเงินสินบน

 

ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเงินสินบน ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ  ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งอีกห้าคน

 

 

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเงินสินบนต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานไม่อาจร่วมประชุมได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มได้อีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด

 

ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการพิจารณาเงินสินบน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(๑) พิจารณาจ่ายเงินสินบน
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้
(๓) วินิจฉัยกรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้รับเงินสินบน
(๔) เรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง และหรือส่งมอบเอกสารที่อยู่ในความครอบครอง
(๕) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อระงับหรือรอการจ่ายเงินสินบนทั้งหมดหรือบางส่วน
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

 

 

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการพิจารณาเงินสินบนได้รับค่าตอบแทนตามระเบียบคณะกรรมการป.ป.ช. ว่าด้วยค่าตอบแทนอนุกรรมการ

 

 

หมวด ๓
การชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง

 

 

ข้อ ๑๒ การชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกตรวจสอบ รวมทั้งตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
หรือผู้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง
(๒) ชื่อและที่อยู่ สถานที่ทำงาน หรือตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกตรวจสอบ
(๓) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกตรวจสอบ รวมทั้งตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ที่ชัดเจนเพียงพอ กรณีบุคคลผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ไม่ประสงค์จะแจ้งชื่อ และที่อยู่ ให้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกตรวจสอบที่ตนได้ให้ไว้ และต้องทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างน้อยสองคน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงชื่อกำกับไว้ แล้วส่งสำเนาให้แก่บุคคลผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง เก็บไว้หนึ่งฉบับหรือกรณีจำเป็นไม่สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ให้จัดทำข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกตรวจสอบ เป็นสองฉบับ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ไว้ทั้งสองฉบับแล้วจัดส่งมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหนึ่งฉบับ ส่วนอีกหนึ่งฉบับ ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำมาแสดงต่อคณะกรรมการพิจารณาเงินสินบนในการขอรับเงินสินบน  ตามข้อ ๑๕

 

ข้อ ๑๓ ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่นำมาแจ้งตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง (๓) ต้องเป็นสาระสำคัญ ของการตรวจสอบ ซึ่งหากไม่มีการแจ้งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเช่นว่านั้น จะไม่สามารถรู้หรือตรวจสอบ การร่ำรวยผิดปกติหรือทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติได้ และจะต้องไม่เป็นปกติวิสัยที่จะตรวจพบได้อยู่แล้ว

 

 

หมวด ๔
การจ่ายเงินสินบน

 

ส่วนที่ ๑
ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน

 

ข้อ ๑๔ บุคคลผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาหรือของผู้ถูกตรวจสอบ เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนต่อเมื่อการชี้ช่องแจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นผลให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ หรือทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกตินั้นตกเป็นของแผ่นดินโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดของศาลและนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. 
  

กรณีมีผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาหรือของผู้ถูกตรวจสอบตามวรรคหนึ่งหลายราย ให้คณะกรรมการพิจารณาเงินสินบนพิจารณาจ่ายเงินสินบนตามที่เห็นสมควร

 

ข้อ ๑๕ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนต้องยื่นหลักฐานตามข้อ ๑๒ เพื่อขอรับเงินสินบนภายใน กำหนดระยะเวลา ดังนี้

(๑) กรณีที่ผู้นั้นประสงค์ให้สำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งผลคำสั่งถึงที่สุดของศาลและได้ระบุ สถานที่ติดต่อไว้ ให้มาขอรับภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง
(๒) กรณีไม่ได้แจ้งความประสงค์ไว้ตาม (๑) ให้มาขอรับภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

 

 

ข้อ ๑๖ ในกรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนถึงแก่ความตาย ให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการ มรดกของผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินสินบนแทน ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๕

 

 

ส่วนที่ ๒
การจ่ายเงินสินบน

 

 

ข้อ ๑๗ การจ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน ให้จ่ายเมื่อทรัพย์สินที่เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติ หรือที่เพิ่มขึ้นผิดปกตินั้น หรือทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหากรณีบังคับเอากับทรัพย์สินดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดิน อันเป็นผลมาจากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยให้จ่ายในอัตราร้อยละสิบของมูลค่าทรัพย์สินที่นำส่งกระทรวงการคลังแต่ไม่เกินสิบล้านบาท

 

 

 

ข้อ ๑๘ การคำนวณมูลค่าทรัพย์สิน กรณีอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่มิใช่เงินฝากหรือเงินสด ให้จ่ายโดยคำนวณตามมูลค่าทรัพย์สินที่นำส่งกระทรวงการคลังอันเป็นผลมาจากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ตกเป็นของแผ่นดิน

 

 

ข้อ ๑๙ เงินสินบนให้จ่ายเฉพาะส่วนของทรัพย์สินหรือหนี้สินที่ได้มีการชี้ช่อง แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง และไม่อาจรู้ได้ตามปกติจากการไต่สวนหรือตรวจสอบการพิจารณาจ่ายเงินสินบนตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาจากข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ตามข้อ ๑๒

 

 

ข้อ ๒๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเงินสินบน พิจารณาจ่ายเงินสินบนในเรื่องใดแล้ว ให้รายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ  กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบให้มีการจ่ายเงินสินบนทั้งหมดหรือบางส่วนให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนต่อไป

 

 

ข้อ ๒๑ ในกรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน ผู้ชี้ช่อง แจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเห็นว่าการพิจารณาการจ่ายเงินสินบนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ถูกต้องเหมาะสม ให้มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาทบทวนอีกครั้ง การวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นที่สุด
           

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓  ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ  ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ


 

ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานว่า วันที่ 18 เมษายน 2554  ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.  2554 

   

 

ทั้งนี้  มาตรา 2  ระบุว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป( 19 เมษายน 2554 ) 

     

 

 

 เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด  9/2  กรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประจำจังหวัด ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับเป็นต้นไป

   

 

 

ก่อนหน้านี้ "มติชนออนไลน์" ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ สาระสำคัญของกฎหมายป.ป.ช. ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สิ่งใหม่ ๆ ที่อยู่ในร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ได้นำเสนอไปก็เป็นสิ่งที่ “น่ากลัว” ที่หลาย ๆ ฝ่ายต่างวิตกว่าจะเป็นดาบสองคมที่ไม่ใช่เฉพาะการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันแต่เพียงอย่างเดียวแต่เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับ ป.ป.ช. มากเกินไป

 

   

 

สำหรับ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  มาตรา 302 ได้บัญญัติให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542  มีผลใช้บังคับต่อไปโดยให้ถือว่าการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญโดยพระราชบัญญัติที่ได้ประกาศใช้บังคับในระหว่างวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.  2549  มีผลใช้บังคับเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญนี้ และให้ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดำเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายในหนึ่งปีนับแต่วัน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

  

 

และโดยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 250  (3) ได้กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงหรือข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไปร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม รวมทั้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือข้าราชการในระดับที่ต่ำกว่าที่ร่วมกระทำความผิดกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือที่กระทำความผิดในลักษณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควรดำเนินการด้วย

   

ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการไต่สวนเจ้าหน้าที่ของรัฐขึ้นใหม่ ประกอบกับ รัฐธรรมนูญยังได้เปลี่ยนแปลงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในหลายประการไม่ว่าจะเป็น เรื่องการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน เป็นต้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. บางประการโดยเฉพาะการตรวจสอบทรัพย์สิน
และหนี้สินและการบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้




กฎหมายใกล้ตัว LAWS FOR PEOPLE

คลีนิคปรึกษากฏหมาย article
ก.ม. เด็กใหม่ 22พ.ค.54 article
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 / แก้ไข ป.อาญา ฉบับที่ 19 น่าสนใจ article
พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 45
พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ article
พ.ร.บ.ภาพยนต์ และวิดีทัศน์ 2551 article
พ.ร.บ.การเล่นแชร์ 2534 article
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 article
พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ 2551 article
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 2550 article
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ 2546 article
พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 article
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ 2535 article
อำนาจสอบสวนฝ่ายปกครอง article
พ.ร.บ.ล้มละลาย 2483 article
ปปท.2551 article
พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง2551 article
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537 article
พ.ร.บ.ยาเสพติด 2522 article
วิธีพิจารณาคดีเยาวชน ครอบครัว article
พ.ร.บ.การพนัน 2478 article
แจ้งความคืบหน้าในการสอบสวนคดีอาญา
สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร article
ประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2477 article
พ.ร.บ.จราจร/ขนส่งทางบก 2522 article



โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง