ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เราทำงานเพื่อสังคม ประชาชน
dot
dot
ที่นี่ ชัยบาดาล เว็บไซต์เพื่อประชาชน
dot
dot
พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์ สารากรบริรักษ์
dot
dot
งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล
dot
dot
" รองแจ๊ด " JAD ลำนารายณ์
dot
dot
CHAIBADAN POLICE STATION
dot
bulletคดีประจำพื้นที่ - จุดล่อแหลม
bulletสถานที่สำคัญอำเภอชัยบาดาล
bulletลำนารายณ์ = ชัยบาดาล
bulletTHAI MARSHALS
bulletLEADERSHIP
bulletRANK & POSITION
bulletHUMAN RIGHTS
bulletMIRANDA RIGHTS
dot
28th PM
dot
bulletFOR ALL WE KNOW
bulletพล.อ.เปรม กับ นายกฯ
bulletย้ายจัดคนให้เหมาะกับงาน
bulletนานาทัศนะหลังเลือกตั้ง54
bulletอาชญากรรมข้ามชาติ
dot
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
dot
ตรวจสอบแผ่นดินไหวที่นี่
bulletน้ำท่วม ฟ้องรัฐ หน่วยงาน
dot
ค้ายาเสพติด ทรยศต่อชาติ ตายลูกเดียว
dot
bulletพลังแผ่นดินชนะยาเสพติด
bulletPSE : ซูโดอีเฟดรีน
bulletโจอันซิน ราชายาเสพติด
bulletนายพล นะเคามวย (นะคะมุย)
bulletพันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ
bulletภาพ 70 ไร่
bulletกลุ่มเครือข่ายอาหลง
bulletนายอุสมาน สะแลแมง
bulletนโยบายจัดระเบียบสังคม
bulletKING ROMAN OF LAOS
bulletแจ้งเบาะแสยาเสพติด
dot
มูลนิธิ ปวีณา เพื่อเด็กและสตรี
dot
bulletมูลนิธิ ปวีณา ช่วยท่านได้
dot
MOST WANTED
dot
bulletซุ้มมือปืนรับจ้าง
bulletมือปืนเปิดใจ
bulletโฉมหน้า 75 มือปืน
bulletติดตามสถานการณ์มือปืน
bulletคดีมือปืนถูกถล่ม 2 ศพ
bulletคดีนายพัน คำกอง
dot
SNIPER
dot
bulletทำความรู้จักสไนเปอร์
bulletคดีสังหาร เสธ.แดง
bulletคดีข่มขู่ยิงบ้าน/รถหัวคะแนน
bulletการค้นรถ-ผู้ติดตามผู้สมัคร
bullet10 พระกาฬสไนเปอร์
bulletตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง
bullet แนวคิด - ข้อเสนอแนะ
bulletฮ. ผบ.พล.ร.9 ตก
bulletคดีฆ่า ทัศน์กมล โอบอ้อม
bulletคดี พ.ต.ท.ล่าสัตว์แก่งกระจาน
dot
คดีฆ่า ทำร้ายนักการเมือง
dot
bulletคดีฆ่า สว.วรวิทย์ ลพบุรี
bulletคดี สว.แม่ฮ่องสอนทำปืนลั่น
bulletคดีฆ่า ส.ส.กอบกุล
bulletคดีลอบสังหาร ส.ส.ประชา
bulletคดีลอบสังหารนายสนธิ (ลิ้ม)
bulletคดีลอบสังหาร คาร์บอมบ์
bulletคดียิง ผู้สมัคร ส.ส. / ส.อบจ.
bulletคดียิงปลัด อบจ.ปทุมธานี
bulletคดีฆ่านายก อบจ.นครสวรรค์
bulletคดีฆ่านายก อบจ.แพร่
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.สุพรรณบุรี
bulletคดีฆ่าอดีต สจ.กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่าผู้สมัคร สจ.นครนายก
bulletคดีฆ่า สจ.เต็ง ปากน้ำโพ
bulletคดีฆ่า สจ.กาญจนดิษฐ์
bulletคดี สจ.ดวลปืนอดีตตำรวจ
bulletคดีฆ่า สจ.เลาขวัญ
bulletคดีฆ่ากำนันบ่อกวางทอง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.อุทัย
bulletคดีฆ่ากำนันดุ่ย อ.สองพี่น้อง
bulletคดีฆ่ากำนัน ต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่าอดีต กำนันเผือก
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่มา โพธาราม
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านศรีมหาโพธิ
bulletคดีฆ่า ผญบ.แม่ฟ้าหลวง
bulletคดีฆ่า ผญบ.หนองกลางนา
bulletคดีฆ่าผู้ใหญ่บ้านรางเกลือ
bulletคดียิง ผญบ.หินกอง ราชุบรี
bulletคดีฆ่า ปธ.สภา ต.ม่วงยาย
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภาบางปลากด
bulletคดีฆ่า รอง ปธ.สภา ดอนพุด
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ส.ส.สุชาติ
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน เสธ หนั่น
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน ปชป.
bulletคดีฆ่าหัวคะแนน กรุงเก่า
bulletคดีฆ่าหัวคะแนนอี้แทนคุณ
bulletคดียิงหัวคะแนนเพื่อไทย
bulletคดียิงนายก ทต.หันคา ชัยนาท
bulletคดีฆ่านายกฯ บางบัวทอง
bulletคดีฆ่านายกฯ วัดประดู่
bulletคดีฆ่านายกฯ ทน.สงขลา
bulletคดีฆ่านายกฯ ดอนขมิ้น
bulletคดีฆ่านายกฯ ท่าช้างคล้อง
bulletคดียิงรองนายก ทต.บางละมุง
bulletคดียิงนายก เจ้าพระยาสุรศักดิ์
bulletคดียิงนายก อบต.พระแก้ว
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ ทต.นาสีทอง
bulletคดีฆ่ารองนายก ทม.ควนลัง
bulletคดีฆ่ารองนายกฯ เนินขาม
bulletคดีฆ่าสาว อบต.บ้านนา
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.หญิง
bulletคดีฆ่าอดีตนายก อบต.ห้วยยอด
bulletคดีฆ่านายก อบต.โผงเผง
bulletคดีฆ่านายก อบต.ทุ่งคอก
bulletคดีฆ่านายก อบต.นาเหนือ
bulletคดีฆ่านายก อบต.แพรกษาใหม่
bulletคดีฆ่านายก อบต.ไผ่ขวาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านเล่า
bulletคดีฆ่านายก อบต.ด่านเกวียน
bulletคดีฆ่านายก อบต.ตำหรุ
bulletคดีฆ่านายก อบต.ดอนใหญ่
bulletคดีฆ่านายก อบต.พะโต๊ะ
bulletคดีฆ่านายก อบต.บึงทองหลาง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ้านไร่
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังด้ง
bulletคดีฆ่านายก อบต.บุ่งหวาย
bulletคดีฆ่านายก อบต.วังไก่เถื่อน
bulletคดีฆ่านายก อบต.หาดทรายขาว
bulletคดีฆ่านายก อบต.บ่อรัง
bulletคดีฆ่านายก อบต.แม่ใส
dot
คดีเกี่ยวกับตำรวจ
dot
bulletคดียิง ร.ต.ท.สภ.เมืองระยอง
bulletคดีฆ่า ร.ต.ต. ตรวจค้นยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.กร ล่อซื้อยาบ้า
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา
bulletคดีฆ่า ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ดาวเรือง
bulletคดีฆ่า 2 ตำรวจราชบุรี
bulletคดี จ.อ.ทหารเรือ ฆ่า ตร.
bulletคดีแก็งท่าอิฐถล่มอาก้าตำรวจ
bulletคดีรุมฆ่าตำรวจสุทธิสาร
bulletคดีตำรวจฆ่าหนุ่มเงินกู้
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า น.อ.ทหารเรือ
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า กิ๊กทหาร
bulletคดีเสธ.น็อตฆ่าตำรวจ
bulletคดีฆ่าจ๊อดกองปราบ
bulletคดีเสี่ยคลั่งฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ผจก.ร้านโอเกะฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดีฆ่า สวป.อุทัย
bulletคดีฆ่าอดีต สวป.บ้านไร่
bulletคดีฆ่า สวญ.มารวิชัย
bulletคดีฆ่า ผกก.สภ.ไทรงาม
bulletคดีฆ่า รอง ผบก.น.9
bulletคดีฆ่า-เผา พลตำรวจตรี
bulletคดี ส.ต.ต.ตัดแขนสาวโอเกะ
bulletคดีอดีตตำรวจวีโก้ยิงปืนใส่รถ
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นร้านทอง
bulletคดี ร.ต.อ.ปล้นทรัพย์ คูคต
bulletคดีผู้กองณัฎฐ์ อุ้มยัดยาบ้า
bulletคดี พ.ต.อ.ตบถีบ สาวโคโยตี้
bulletคดี ส.ต.ต.ฆ่า ร.ต.ท.
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ต.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ส.ท.ทหาร
bulletคดี ส.ต.อ.ฆ่า ร.ต.อ.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.
bulletคดี จ.ส.ต.ฆ่า จ.ส.ต.กาฬสินธุ์
bulletคดี ด.ต.ยิงเจ๊หมวยในบ่อน
bulletคดี ด.ต.ฆ่าเมียพยาบาล
bulletคดี ด.ต.ฆ่าผัวกิ๊ก
bulletคดีตำรวจสกลฆ่าวิศวกร
bulletคดี สวป. ฆ่าปลัดอำเภอ
bulletคดี ด.ต.ฆ่า สวป./ ตร. 7 ศพ
bulletคดี ตชด.คลั่งฆ่า 6 ศพ พัทลุง
bulletคดี ตชด.เครียดฆ่า 3 ศพ อุบล
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่ายกครัว 4 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่าตำรวจ 2 ศพ
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า พงส.สบ.3
bulletคดี ร.ต.ท.ฆ่า รอง ผกก.บางยี่ขัน
bulletคดี ร.ต.อ. ฆ่า ด.ต. สภ.พนม
bulletคดี ร.ต.อ.ฆ่า รอง ผบช.ภ.8
bulletคดี สวป.ฆ่า ผกก.ศรีสำโรง
dot
คดี ปล้น ฆ่า อุ้มเรียกค่าไถ่
dot
bulletคดีเรียกค่าไถ่หมอนวดไทยใหญ่
bulletคดีอุ้มสาวใหญ่เรียกค่าไถ่
bulletคดีอุ้มเสี่ยอะไหล่รถใช้หนี้
bulletคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ส.ไม้อัด
bulletคดีอุ้มรีดหลานรองนายกฯ
bulletคดีอุ้มน้องชายเสี่ยเต้นท์รถ
bulletคดีอุ้มเสี่ยเต้นท์รถเรียกค่าไถ่
bulletคดีแก็งอุ้มฆ่า กาญจน-ชลบุรี
bulletคดีปล้น อุ้ม เรียกค่าไถ่ชลบุรี
bulletคดีเรียกค่าไถ่หนี้หวย ชลบุรี
bulletแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่หาดใหญ่
bulletคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการระยอง
bulletคดีอุ้มฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีอุ้มฆ่าเมียเก่านักร้องดัง
bulletคดีชิงทรัพย์อุ้มฆ่า ชัยบาดาล
bulletคดีอุ้มฆ่า สันทราย ช.ม.
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าไม้ ปักธงชัย
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ประเวศ
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยคาร์แคร์ ชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยรีสอร์ท สระบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่้ย นาตยาออร์คิด
bulletคดีฆ่าเสี่ยค้าเพชรพลอย
bulletคดีฆ่าเสี่ยมหาสารคาม
bulletคดีฆ่าเสี่ยโอ้เพนียดลพบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยแป๊ปรถตู้ประจวบ
bulletคดีฆ่าเสี่ยฮุยขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าขอนแก่น
bulletคดีฆ่าเสี่ยคอกม้าชลบุรี
bulletคดีฆ่าเสี่ยเชียงกงบางพลี
bulletคดีฆ่าเสี่ยกาแฟลาวิต้า
bulletคดีฆ่าเสี่ยเจ้าของอู่รถ
bulletคดีฆ่าเสี่ยเต้นท์รถเชียงราย
bulletคดีฆ่าเสี่ยขายปุ๋ยอ่างทอง
bulletคดียิงเสี่ยค้าข้าวสุพรรณ
bulletคดียิงเสี่ย FIRATEL สงขลา
bulletคดียิงเสี่ยยี่ปั้วสลากคาเบนซ์
bulletคดีฆ่าเสี่ยเฟอร์นิเจอร์ หาดใหญ่
dot
ภัยประจำวัน
dot
bulletคดี แก๊งตกทอง
bulletคดีแก็งลักตู้เซฟ
bulletคดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ
bulletภัยแก็งทุบกระจกรถ
bulletคดีรีดเอาทรัพย์ 338
bulletคดีวิ่งราวทรัพย์ 336
bulletคดีชิงทรัพย์พยายามฆ่าน้องอีฟ
bulletคดีดูด "สาวนมสลบ"
bulletคดีล่อลวง-ลูกสาวหาย
bulletคดีฉุดสาวที่ลานจอดรถห้างดัง
bulletคดี น.ศ.สาวหายตัวลึกลับ
bulletคดี พล.ต.ยิงนักข่าวลูก พล.ท.
bulletคดีพลเมืองดีฆ่าโจรชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าเพราะขับรถปาดหน้า
bulletคดีฆ่าเพราะชนแล้วหนี
bulletคดีขับรถยิงกัปตันการบินไทย
bulletคดีขี้ยาฆ่าชิงรถหนีตำรวจ
bulletระวังภัยจากแก็งช็อตไฟฟ้า
bulletคดีรีด กำธร ดาวเงิน
bulletคดีหนุ่มห้าวสาวเหี้ยม
bulletคดี แก็ง 7 เสือ
bulletคดี แก็ง 8 เซียน
bulletเด็ก 2 ขวบ ตายปริศนา?
bulletคดีโจรกรรมพระพุทธรูป
bulletคดีลักตัดเศียรพระ
bulletคดีเณรแอ จอมขมังเวทย์
bulletคดีฐิตินาถกับพระปราโมทย์
bulletคดีหลวงพ่อยิงหลวงพี่ดับ
bulletคดีพระเกษมดูหมิ่นศาสนา
dot
แฟ้มอาชญากรรม
dot
bulletคดีหมอฆ่าเมียนวลฉวี
bulletคดีฆ่า SHERRY ANN
bulletคดีฆ่าศยามล ลาภก่อเกียรติ
bulletคดีคืนบาปที่พรหมพิราม
bulletคดีฆ่าหมอนิชรี มะกรสาร
bulletคดีหมอเสริม ฆ่าเจนจิรา
bulletคดีฆ่าหมอผัสพร บุญเกษมสันติ
bulletคดีฆ่าเหยื่อศัลยกรรมไบโอ
bulletคดีหมอจ้างฆ่าเมียทันตแพทย์
bulletคดีฆ่าผู้พิพากษา / โกโหลน
bulletคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขันธ์
bulletคดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND
bulletคดีสังหาร แคล้ว ธนิกุล
bulletคดีฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ
bulletคดีฆ่าแสงชัย สุนทรวัฒน์
bulletคดีฆ่าผู้ว่า ปรีณะ ฯ ยโสธร
bulletคดีฆ่าแขวนคอ 5 ศพ
bulletคดีฆ่านักธุรกิจไฮโซสุนัทที
bulletคดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน
bulletคดีฆ่า ฐรดา ทองเจือ กทม.
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนี ดอยสะเก็ด
bulletคดีฆ่าเศรษฐีนีเมืองนนท์
bulletคดีฆ่า ผจก.ภูเก็ต อาคาเดีย
bulletคดีฆ่า ม.จ.ฐิติพันธุ์ ยุคล
bulletคดีฆ่าแม่ ส.ส.คมคาย
bulletคดีจ้างวานฆ่าองคมนตรี
bulletคดีจ้างวานฆ่า ปธ.ศาลฎีกา
bulletคดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ
bulletคดีฆ่าเมียอัยการ ราชบุรี
bulletคดีฆ่าอาจารย์ ม.เกษตร
bulletคดีฆ่า ดร.พรนพ ลำพูน
bulletคดีฆ่า อดีต รมช.เกษตรฯ
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางหมอแมว
bulletคดีฆ่าเผานั่งยางอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเผาสาวเคเบิ้ล นครปฐม
bulletคดีฆ่าเผาสาว ซี 5 ที่ดิน
bulletคดีฆ่าเผาเฉือนจิ๋มพริตตี้
bulletคดีฆ่าเผาหนุ่ม ชะอำ
bulletคดีฆ่าเผา / แย๊ค หนองโรง
bulletคดีฆ่าแกนนำต้านถ่านหิน
bulletคดีฆ่าจำเลยแกนนำถ่านหิน
bulletคดีฆ่าชินธรตลาดน้ำอโยธยา
dot
อาชญากรรม
dot
bulletคดีฆ่า 2 ศพ กาแฟบ้านไร่
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ตา หลาน
bulletคดีฆ่า 2 ศพ พ่อตาแม่ยาย
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก ขอนแก่น
bulletคดีฆ่า 2 ศพ ผอ. เมีย โคราช
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ บางพลี
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แยกไฟแดง รบ.
bulletคดีฆ่า 2 ศพ เฒ่าถ้ำมอง
bulletคดีฆ่า 2 ศพ แม่ลูก สุพรรณฯ
bulletคดีฆ่า 2 ศพ อาม่า ลูกสาว
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นศ.อุบลฯ
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ปวส. กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ไอ้แบ็งก์
bulletคดีฆ่า 3 ศพสาว สงขลา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พ่อแม่พี่
bulletคดีฆ่า 3 ศพ แม่ลูกหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ เมียยายหลาน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กรุงเก่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ กบินทร์บุรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่า 3 ศพ พะเยา
bulletคดีฆ่า 3 ศพ บางระจัน
bulletคดีฆ่า 3 ศพ ตะกั่วป่า
bulletคดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว โคกสลุง
bulletคดีฆ่า 4 ศพยกครัว อุดรฯ
bulletคดีฆ่า 5 ศพ ยกครัวเมียเก่า
bulletคดีฆ่า 5 ศพเสี่ยเฟอร์นิเจอร์
bulletคดีฆ่า 5 ศพ สระบุรี
bulletคดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ แก่งคอย
bulletคดีฆ่า 5 ศพโอเกะ สระแก้ว
bulletคดีฆ่าสาวทอม วังน้ำเย็น
bulletคดีฆ่าสาวท้อง ที่จันทบุรี
bulletคดีฆ่าแทงสาว ม.6 28 แผล
bulletคดีฆ่าสาวทอมติดดี้
bulletคดีฆ่าสาวโอเกะคาแมนชั่น
bulletคดีฆ่านางแบบสาวศศิธร
bulletคดีฆ่าทุบหัวสาวท็อปเจริญ
bulletคดีฆ่าสาวเชียร์เบียร์บางมด
bulletคดีฆ่าสาวแขวงแสมดำ
bulletคดีพยายามฆ่าสาวบีเอ็ม
bulletคดีฆ่าโหดสาวใหญ่ อปพร.
bulletคดีฆ่าสาวหมกห้องร้างบางพลี
bulletคดีฆ่าสาวหมกส้วม บ่อทอง
bulletคดีฆ่าสาวลูกเพชร โพธาราม
bulletคดีฆ่าสาว C7 รพ.สกลนคร
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์ครูสาว ระยอง
bulletคดีชนพยายามฆ่าหมอมุก
bulletคดีครููผู้ช่วยฆ่าพ่อค้าข้าวแกง
bulletคดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร
bulletคดีฆ่า ผอ.วิทยาลัยการอาชีพ
bulletคดีฆ่า ผอ.รพ.อ่างทอง
bulletคดีหลานฆ่าปาดคอลุง
bulletคดีพ่อฆ่าลูก 5 ขวบ
bulletคดีลูกทรพีฆ่าพ่อตำรวจ
bulletคดีลูกฆ่าพ่อ นครสวรรค์
bulletคดีลูกฆ่าตัดหัวพ่อ บุรีรัมย์
bulletคดีลูกคลั่ง ฆ่าแม่วัย 75 ปี
bulletคดีลูกเมายาบ้าฆ่าแม่
bulletคดียิงพี่-น้องฝาแฝด
bulletคดีเมียฆ่าผัวหวังประกัน
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยค้าเหล็ก
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัวเสี่ยรับเหมา
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ด.ต.
bulletคดีเมียรักจ้างฆ่าผัว ส.ห.
bulletคดีเมียรักฆ่าผัว จ.ส.ต.
bulletคดีผัวจ้างฆ่าเมียสาวปกครอง
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีชู้
bulletคดีฆ่าเมียเพราะมีกิ๊ก
bulletคดีผู้ช่วยสัสดีฆ่าเมียเก่า
bulletคดีฆ่ารักสามเส้าเราสามคน
bulletคดีเสี่ยเล้าหมูฆ่าหนุ่มเสื้อวิน
bulletคดีฆ่าแม่สาวฐานกีดกัน
bulletคดีฆ่าปาดคอ หั่นจู๋
bulletคดีถล่มอาก้าสาวค้าเพชร
bulletคดีถล่ม ฉุยท่าชนะ
bulletคดีสะใภ้ร้านทองฆ่าพ่อผัว
bulletคดี ฆ่าเกย์ใหญ่
bulletคดียิงน้องโตมี่
bulletคดียิงพลาดถูกน้องฟลุ๊กตาย
bulletคดีฆ่าน้องเบิร์ด ยายฆ่าหลาน
bulletคดีฆ่าตัดตอน กาฬสินธุ์
bulletคดีฆ่าโหดแม่เฒ่า 71 สระบุรี
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าเซเว่นอยุธยา
bulletคดีฆ่า เต่า ท่าทราย
bulletคดีฆ่าหนุ่ม ดูโฮม
bulletคดีฆ่าดุ่ย บ้านกรวย
bulletคดีฆ่าวิศวกร ซีพี คาแท๊กซี่
bulletคดีปลัดฆ่าสัสดีตะโหมด
bulletคดีฆ่า จ่าฉัตร ปากน้ำ
bulletคดี อส.ฆ่า ปลัดฯจว.เลย
bulletคดี C7 ยิง C8
bulletคดีฆ่า เอ๋ อินไซด์ ภูเก็ต
bulletคดีฆ่า จ๊ะเอ๋ ลานสกา
bulletคดีฆ่าเจ๊กหลีพันล้านชัยภูมิ
bulletคดีฆ่าแยกไฟแดงอ่างทอง
bulletคดีฆ่าเพราะเงิน 1.80 บาท
bulletคดีฆ่าในร้านเกม เพชรบุรี
bulletคดีฆ่าตัดคอหมกไร่สับปะรด
bulletคดีฆ่ายัดถังโบกปูน สระบุรี
bulletคดีฆ่าร่างทรงแม่อุมาเทวี
bulletคดีฆ่าเมียตำรวจอุทัย
bulletคดีฆ่าพนักงานขายสุราหัวหิน
dot
คดีชีวิตร่างกายเพศ
dot
bulletคดีครูข่มขืนศิษย์แลกเกรด
bulletคดีกระทำชำเราเด็ก
bulletคดีพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง
bulletคดีปล้นข่มขืนสาว พัทยา
bulletคดีข่มขืนถ่ายคลิป นศ.สงขลา
bulletคดีข่มขืนตำรวจหญิง ยะลา
bulletคดีข่มขืน ม.2 สมุทรปราการ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 46 บางละมุง
bulletคดีฆ่าข่มขืนนักเรียน ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนเผาสาว ม.4
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาวรอป้ายรถเมล์
bulletคดีฆ่าข่มขืน ผอ.อ้อย
bulletคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 8 ขวบ
bulletคดีฆ่าข่มขืนสาว 17 ภูเก็ต
bulletคดีฆ่าข่มขืนแหกคุกทหาร
bulletคดีฆ่าเปลือยชายครูซี 8
bulletคดีฆ่าเปลือยยัดท่อ นครชัยศรี
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาวอนุบาล
bulletคดีฆ่าเปลือยครูสาว นครไทย
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ปวช.
bulletคดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา
bulletคดีฆ่าเปลือยสาว ป.โท เชียงใหม่
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊บาร์เบียร์ ช.ม.
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวลำปาง
bulletคดีฆ่าเปลือยเจ๊กี สอยดาว
bulletคดีฆ่าเปลือยสาวประกัน
bulletคดีฆ่าหมกศพสาว ม.5
bulletคดีฆ่าหมกศพอพาร์ตเม้นต์
bulletคดีฆ่าฝังศพสาวมูเซอ
bulletคดีฆ่าหั่นศพน้องโช
bulletคดีฆ่าหั่นศพพี่สาว
bulletคดีฆ่าหั่นศพที่อุดร
bulletคดีฆ่าบีบคอสาวแบงก์ ป.โท
bulletคดีฆ่าปาดคอ สาว.ปวส.
bulletคดีฆ่าปาดคอ นักศึกษาปี 4
bulletคดีฆ่าปาดคอร้านโอเกะ
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียน้อย
bulletคดีฆ่าปาดคอเมียโยนศพทิ้งน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวนิตยสาร
bulletคดีฆ่าปาดคอสาว ม.รังสิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเกษมบัณฑิต
bulletคดีฆ่าปาดคอเภสัชกรสาว
bulletคดีฆ่าปาดคอแม่ซาร่า ปาทาน
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวปากน้ำ
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวชิงทรัพย์
bulletคดีฆ่าปาดคอพนักงานบัญชี
bulletคดีฆ่าปาดคอสาวใหญ่ สกลนคร
bulletคดีฆ่ารัดคอ นศ.ราชภัฏ ปทุมธานี
bulletคดีฆ่าชิงทรัพย์สาวโนโวเทล
dot
แฟ้มคดีดัง
dot
bulletตำนาน "ซีอุย แซ่อึ้ง"
bulletตำนาน "ตี๋ใหญ่"
bulletตำนาน เจ้าพ่อไบคาน
bulletเด็ดหัวจ้าวพ่อ 2546
bulletตำนานรัก ครู - ศิษย์
bulletคดีครูฆ่าศิษย์ ยิงตัวตาย
bulletคดีโจด่านช้าง
bulletคดีบ่อนชัชเตาปูน
bulletคดีบ่อน ป.ประตูน้ำ
bulletคดีบ่อนเปลือยอกสายไหม
bulletคดีสาวถูกอนาจารบนโรงพัก
bulletคดีแทงนักเรียนเซ็นโยเซฟ
bulletผู้ประกาศข่าวกิ๊บแทงอ๊อฟ
dot
คดีร้อนล่าสุด
dot
bulletคดีร้านสะดวกปล้น 24 ช.ม.
bulletคดีปล้นเพชร ลำปาง
bulletคดีฆ่าหนุ่มหน้าสถานฑูตจีน
bulletคดีแม่ชำแหละต้มเครื่องในลูก
bulletคดีฆ่ายัดท้ายรถ วังจันทร์
bulletคดีฆ่ากลางงานศพ ชลบุรี
bulletคดีฆ่ายัดตู้เก็บของ
bulletคดี ปีเตอร์ แมรี่ ตายไทย
bulletคดีฆ่าเผา ร.ท.หนองบัวลำภู
bulletคดีฆ่านาย KOMAPOB ANDREI
dot
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย SMS
dot
dot
accident / interchange
dot
bulletรวมเรื่องภัยรถตู้โดยสาร
bulletรวมเรื่องรถตกทางต่างระดับ
bulletคดีเบนซ์น้องมายด์ตกรัชวิภา
bulletคดี FERRARI ชน ตร.ทองหล่อ
bulletคดี TOYOTA ตกประชานุกูล
bulletคดีสาวขับเชฟโรเลตตกชั้น 5
bulletคดี VIOS ย้อนศร ประสานงา
bulletคดี MINI COOPER ชนแล้วหนี
bulletคดี P0RSCHE ชนขาดสองท่อน
bulletคดี PORSCHE กำนันชนท้าย
bulletคดีแพรวา 9 ศพ TOLLWAY
bulletคดีแท็กซี่ชนรถตู้ตำรวจป่าโมก
bulletรถตู้ตำรวจตกทางด่วน
bulletคดีกิ๊ฟซ่า เมาไม่ขับ
dot
เรื่องของตำรวจไทย
dot
dot
คดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ / นักท่องเที่ยวต่างชาติ
dot
bulletคดีอุ้มฆ่า มูฮัมหมัด อัลลูไวรี่
bulletคดีฆ่า โทโมโกะ คาวาชิตะ
bulletคดีฆ่า เมงูมิ อาวาจิ
bulletคดีฆ่า แบรนด์ บีโร
bulletคดีฆ่าข่มขืน เอลิซาเบท ฮอร์ตัน
bulletคดีฆ่าเผา โจแอน มาเชเดอร์
bulletคดีฆ่า คริสตี้ ซาราโจนส์
bulletคดีฆ่า อาดัม เจฟฟรี่ ลอยด์
bulletคดีฆ่า มิเชล อลิซาเบธ ภูเก็ต
bulletฆ่าทุบหัวชาวเนเธอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ไมเคิล เรย์มอนด์
bulletคดีฆ่าไมเคิล วันสเลย์
bulletคดีฆ่า เรมอน จอห์น ไฮด์
bulletคดี เอ๋ พัชรา แวงวรรณ
bulletคดีเยอรมันโหดฆ่ากิ๊กไทย
bulletคดีฆ่าชาวอังกฤษเมียไทย
bulletคดีหมวยโซ กุเรื่องถูกข่มขืน
bulletคดีหนุ่มสวีเดนฆ่าหนุ่มไทย
bulletคดีรีดค่าบริการชาวรัสเซีย
bulletฝรั่งตายคู่คารังสิตอพาร์ทเมนท์
bulletคดีทำร้ายหญิงสวิสเซอร์แลนด์
bulletคดีฆ่า ออสวาล์ด เฮนริช ดูเวล
bulletคดีปล้นข่มขืนสองสาวรัสเซีย
bulletคดีฆ่า 2 สาวรัสเซีย พัทยา
bulletคดีรุมโทรม นศ. INDIA
bulletคดี STEPHEN DAVID ASHTON
bulletคดี BENNY BENHAM
bulletคดี WALTER BAU
bulletคดีฆ่า RICHARD A WALKER
bulletคดีสองพี่น้อง BELANGER
bulletคดี CHOI SE YONG
bulletคดี EVIL MAN FROM KRABI
bulletคดี NICOLE FITZSIMONS สมุย
bulletคดีฆ่า PETER REISZ ภูเก็ต
bulletคดีรุมโทรม AMANDA NAPOLI
bulletคดีสังหารหมู่ CENTURY 16
bulletคดีสังหารหมู่ BESLAN
bulletคดีสังหารหมู่ ERFURT
bulletคดีสังหารหมู่ SANDY HOOK
bulletคดีสังหารหมู่ VIRGINIA TECH
bulletคดีสังหารหมู่ DUNBLANE
bulletคดีสังหารหมู่ COLUMBINE
bulletคดีสังหารหมู่ ALBERTVILLE
bulletคดีสังหารหมู่ NORWAY
bulletคดีสังหารหมู่ CANADA
bulletคดีสังหารหมู่ BELGIUM
dot
เรื่องที่น่ารู้
dot
bulletคดี มานิตย์ - โอ๋ สืบ 6
bulletคดีศึกษา สุนัย มโนมัยอุดม
bulletคดีลักทรัพย์บ้านแพนเค๊ก
bulletคดีลักทรัพย์ใบเตย อาร์สยาม
bulletคดีปล้นจับอก เอม เจษยา
bulletอุทธาหรณ์คดีแด๊ก บิ๊กแอส
bulletคดีอาจารย์นิติฯทำร้ายสาวทอม
bulletบทเรียนซ้ำชั้น นก เชิญยิ้ม
bulletคดียาชาลี เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม
bulletคดีศึกษาอาจารย์ เปรตกู้
bulletคดีเก่ง เมธัส แหกด่านตำรวจ
bulletคดีศึกษา ยึดทรัพย์ชูวิทย์
bulletคดีฟ้องกลับตำรวจจับยาบ้า
bulletคดีนางแบบสาวทำแท้ง
bulletคดีข่มขืน / ค้าประเวณีเด็ก
bulletฟ้องแพ่งผู้ปกครองเยาวชน
bulletฎีกาฟ้องหมอทำคลอดตาย
ระวังแก็งคอลเซนเตอร์
dot
รวมเรื่องตำรวจ
dot
bulletรวมเรื่องตำรวจฆ่าตัวตาย
bulletรวมเรื่องตำรวจจับตำรวจ
bulletรวมเรื่องร้องเรียน-บุกโรงพัก
bulletรวมเรื่องตำรวจถูกเด้ง
bulletแค่สอบตำรวจ ก็โกงแล้ว
bulletคดีตำรวจยิงห้อง ผกก.พัทยา
bulletหมอแอร์ กับ ภัยแท๊กซี่
bulletคดีบ่อน เด้ง ผกก.สภ.พัทยา
bulletคดีโทรศัพท์หลอกลวง
bulletคดีลูกรองผู้ว่าทำร้ายตำรวจ
bulletเด็กทำผิดกฎหมาย
bulletคดีมโนสาเร่
bulletคดี ดูหมิ่น-หมิ่นประมาท
bulletคดีควักจู๋โชว์สาวผิดอะไร?
bulletภาระจำยอม
bulletเหตุแห่งการฟ้องหย่า
dot
ตำรวจฟ้องผู้บังคับบัญชา
dot
bulletวันนั้น ตำรวจ วันนี้
bulletพล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช
bulletคดีงัดบ้าน ผบก. ชูรัตน์ ปานเหง้า
bulletพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
bulletเด้ง ศรีวราห์ รรท.ผบช.ภ.1
bulletคดีโกวิท ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดีเสรีพิศุทธ์ ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ
bulletคดี พล.ต.ท.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผกก.ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletคดี ผบช.ภ.2 ฟ้อง ผบ.ตร.
bulletพงส.ฟ้อง นายกฯ ผบ.ตร.
bulletคดี ดาบตำรวจฟ้อง ผบ.ตร.
dot
สุสาน เมื่อสิ้นยศ และอำนาจ
dot
bulletทำเนียบ - ปลด ผบ.ตร.
bulletผบ.ตร.คนที่ 6-7 ( 2551-53 )
bulletอาถรรพ์ ผบ.ตร.คนที่ 7
bulletผบ.ตร.คนที่ 9 - 10 ( 2554 )
bulletกระแสข่าวเปลี่ยน ผบ.ตร.
bulletL'ETAT DE POLICE
bulletการเลือกตั้ง ผบ.ตร.
bulletโครงสร้าง ตร.ใหม่
bulletสถานีตำรวจทั่วประเทศ
bulletรรท. / ปรท.
bulletผู้ช่วยพนักงานสอบสวน
bulletเพื่อนรัก หักเหลี่ยม โหด
bullet396 โรงพักทดแทนไหจู๋
bulletจุดจบสารวัตรลูกครึ่ง
dot
ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชฯ ตำรวจ
dot
bulletด.ต.53 สละสิทธิ์ยศยิงตัวตาย
bulletประมูลซื้อ+ขาย ตำแหน่งยศ?
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2555
bulletฉายา สตช.ส่งท้ายปี 2554
bulletตำรวจพิมพ์นักวิ่ง
bulletการครองยศตำรวจ
bulletเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตำรวจ
bulletสิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
bulletวินัยตำรวจ
bulletจริยธรรม / จรรยาบรรณ
bulletกฎ ก.ตร.47 (ร้องทุกข์)
bulletศาลปกครองเพิกถอนแต่งตั้ง
bulletศาลปกครอง/โยกย้าย
bulletพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย
dot
อาชญากรรมศึกษา CRIMINAL
dot
bulletชันสูตรพลิกศพ
dot
โทษประหารชีวิต
dot
โทษประหารชีวิต
bulletศพ MUMMY
bulletสภาพหลังการตาย
bullet49 วัน หลังความตาย
bulletคดีฝัง 169 ศพที่ระยอง
bulletคดีสัปเหร่อวัดไผ่เงิน
bulletวิสามัญฆาตกรรม
bulletคนสาบสูญ
bulletซ้อมการตาย
bulletคนหาย / ศพนิรนาม
bulletคู่มือการตาย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยธ.
ศูนย์ข้อมูลคนหาย
ยศ ชื่อ สกุล ที่ทำงาน เบอร์โทร ตำรวจ
dot
ไร้จุดหมาย
dot
bulletยิง ฟัน แทง ไม่เข้า
bulletคำที่มักเขียนผิด
bulletขโมย กับ ขมาย
bulletรถป้ายแดง
bulletคดีถ่าย CLIP BLACKMAIL
bulletคู่มือสำหรับประชาชน
dot
จับผิดตัว / จับตัวจริงได้
dot
bulletคดีดีด ช๊อตไข่ผู้ต้องหา
bulletคดีสู้ความกับแพะ ?
bulletคดีโจรพี่น้องฝาแฝด
bulletจับผิดตัว รื้อฟื้นคดีอาญา
bulletพระราชทานอภัยโทษ 2555
bulletกฎหมายเช็กบิลคนจน
bulletค่าตอบแทน ค่าทดแทน
bulletใบแดงแจ้งโทษ / ข้าวแดง
bulletปล่อยชั่วคราว/ประกันตัว
dot
ภาคเบ็ดเตล็ด
dot
bulletคดีฆ่าหน้า JUNO CLUB
bulletคดีฆ่าหน้าแสกนผับ
bulletคดีฆ่าหน้าผับโรงเหล้านนท
bulletคดีฆ่าบ้านตะวันผับ ระยอง
bulletคดียิงสระบุรี ตาย นครปฐม
bulletคดีวัยรุ่นกราดยิง โพธาราม
bulletคดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ
bulletประโยชน์ของ IMEI
bulletเครื่องจับเท็จจับโกหก
bulletประโยชน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง
bulletรู้ไว้ ดีกว่า ไม่รู้??
bulletกล้องส่องตรวจจับความเร็ว
bulletคดียิงปืนขึ้นฟ้าแต่มีคนตาย
bulletรถบรรทุกแบกน้ำหนัก
bulletคดีแหกห้องขังโรงพัก อุดรฯ
bulletคดีนักโทษแหกคุกเขาบิน
bulletคุกนรกตะรุเตา
bulletคุก ALCATRAZ
dot
ONE STOP SERVICE CENTRE
dot
bulletโรงพักเพื่อประชาชน ?
dot
WEBSITE - BOARD
dot
dot
มีทุกข์ อย่าคิดคนเดียว
dot
dot
dot
dot
ฝนตก ผมมีร่มให้ครับ
dot
ถาม ตอบ ได้ที่นี่
dot
ABOUT ME
dot
dot
CBD.SOCIETY
dot
bulletPHOTO GALLERY
dot
แจ้งเบาะแสอาชญากรรม
dot
dot
รองแจ๊ด 089-4415585
dot
dot
LAMNARAI 15130

dot
สภาทนายความ
bulletทนายความ-ผู้ต้องหา
bulletคดีอุ้มฆ่าทนายสมชาย
bulletคดีฆ่าทนายเดี่ยว สุราษฎร์
bulletคดีฆ่าทนายความโคราช
bulletคดี ด.ต.ฆ่าทนาย เสี่ย 2 ศพ
bulletคดีฆ่าทนายความ มวกเหล็ก
bulletคดีฆ่าทนายความ ปราจีนฯ
bulletคดีฆ่าทนายความ อุดรฯ
bulletทนายความแจ้งจับ รอง ผกก.
bulletคดีแทงทนายความ กทม.
bulletคดีตีหัวทนายเสรีพิศุทธ์
bulletคดีตีหัวทนาย ราเมศ ปชป.
bulletคดีฝรั่งหึงฆ่าโหดทนาย กทม.
bulletคดีฆ่าทนายความ เมืองคอน
bulletคดีเอกยุทธ รุมตึบโอเกะซิตี้
dot
BANNERS LINK
dot
INTERPOL BANGKOK
สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง
กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
http://www.lapdonline.org/
ข้อมูลส่วนราชการไทย
กระทรวง ICT
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กองบัญชาการศึกษา
กองทะเบียนพล สตช.
norsorpor.com
อ่านข่าว
ท่องเที่ยวทั่วโลก
ท่องเที่ยวทั่วไทย
ท่องเที่ยวชัยบาดาล
dot
บทส่งท้าย
dot
dot
รวมเรื่องที่กำลังจะผ่านไป
dot
bulletลูกผู้สมัคร ส.ส.ค้ายาฯ
dot
CLIP VDO
dot




คดีเพชรซาอุ BLUE DIAMOND

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์ 

เพชรซาอุ หรือ บลูไดมอน

 

เป็นคดีใหญ่โต โด่งดังมาก  และยังเป็นปัญหาที่มืดมนมาจนปัจจุบันนี้ เพราะยังไร้ร่องรอย เพชร BLUE DIAMOND ว่า อยู่ที่ไหน? ไม่มีใครไขปริศนานี้ได้

ตัวอย่าง เพชรสีตามธรรมชาติเป็นเพชรหายากกว่าเพชรสีขาวทั่วไป  และสีที่หายากที่สุดคือสีฟ้า
เพชรสีฟ้าสดเม็ดนี้คือ เพชร Hope ที่มีข่าวเล่าลือว่าเป็นเพชรอาถรรพณ์  ใครได้ไปครอบครองก็จะวิบัติหายนะกันมาหลายเจ้าของปัจจุบัน อยู่ที่สถาบันสมิธโซเนียน ในนิวยอร์ก 
รูปพรรณของเพชรซาอุ ที่กำลังตามหากัน ยังไม่ทราบรูปพรรณที่แน่ชัด แต่ก็คงหนีไม่พ้นลักษณะใกล้เคียงนี้

คดีดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงเหตุการณ์ ฆาตกรรม สองแม่ลูกศรีธนะขันธุ์ ผมรับราชการอยู่ที่ สภ.อ.เมืองสระบุรี เหตุเกิดที่ อ.แก่งคอย จว.สระบุรี และต่อมาส่งผลให้นายตำรวจใหญ่ ต้องหมดอนาคต รวมทั้งเพื่อนร่วมรุ่นของผม

ตัวละครในเรื่อง ผมคุ้นเคยชื่อเสียง และรู้จักหลายคน นับแต่ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ นายตำรวจที่ดังมากสำหรับพื้นที่ จว.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.โสภณ สะวิคามิน เคยเป็นนายที่อยุธยา ที่ผมรับราชการอยู่นาน 12 ปี พ.ต.ท.พันธุ์ศักดิ์ มงคลศิลป์ เพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกัน พ.ต.ท.ธานี สีดอกบวบ เพื่อนอบรมหลักสูตร ตร. ด้วยกัน รวมทั้ง นายติ๋ง นิรุต เจ้าของบางกะโลที่กวีวิลล่า อ.สระแก้ว ก็เป็นเพื่อนสมัยมัธยม หลังจากเกิดเหตุในคดีดังกล่าวไม่นาน ผมไปพบนายติ๋ง ที่บังกะโล เข้าพักผ่อนในห้อง ภายหลังจึงทราบว่า เป็นห้องพักห้องที่ สองแม่ลูกถูกนำตัวมาขังไว้ ฯลฯ

ลองมาศึกษาดู

โจรกรรมเพชรหลายร้อยล้าน

แทบไม่น่าเชื่อว่าแรงงานไร้ฝีมือ เรียนจบ ม.3 จากโรงเรียนเล็กๆ ใน อ.เถิน จ.ลำปาง จะเป็นต้นเหตุทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียที่มีมายาวนาน

เมื่อกว่า 30 ปีแล้วคนไทยนิยมหนีความแร้นแค้นไปขุดทองในประเทศซาอุดีอาระเบีย "เกรียงไกร เตชะโม่ง" เด็กหนุ่มจากหมู่บ้านแม่ปะหลวง หมู่ 1 ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น หลังจากเรียนจบ ม.3 ก็ควักเงิน 2 หมื่นบาทให้นายหน้าในจังหวัดส่งตัวไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย  เกรียงไกรถูกส่งไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือในบริษัทรับจ้างทำความสะอาดแห่งหนึ่ง ที่รับจ้างทำความสะอาดพระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บินซาฮัด อับดุลลาซิส กษัตริย์ซาอุฯ ตั้งอยู่ชานเมืองหลวงบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ภายในมีอาคารหลายหลัง มีห้องต่างๆ กว่า 100 ห้อง และมีรั้วสูงกว่า 3 เมตร ล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แทบทุกห้องประดับประดาด้วยอัญมณีมีค่า

 

 

 

 

เพชรนิลจินดา แหวน นาฬิกา วางเกลื่อนกลาดตามตู้โชว์ โต๊ะแต่งตัว แม้แต่ตู้เซฟก็มีกุญแจเสียบคาไว้ เพราะซาอุฯ เป็นประเทศมุสลิมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด มีการลงโทษผู้ทำผิดรุนแรง คดีอาชญากรรมโดยเฉพาะลักทรัพย์จึงไม่มีให้เห็น แต่สำหรับเกรียงไกรแล้วความหละหลวมที่ว่านี้เปิดโอกาสให้เขาลงมือลักทรัพย์สินของกษัตริย์ซาอุฯ ได้โดยง่าย

 

เกรียงไกรฉวยโอกาสขณะกษัตริย์ไฟซาลและมเหสีแปรพระราชฐานไปพักผ่อนในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเดือนธันวาคม 2532 เป็นเวลา 15 วัน พระราชวังจึงปลอดคน มีเพียงแม่บ้านคอยทำหน้าที่เปิดปิดประตูอาคารในพระราชวังเท่านั้น  ระหว่างนี้บริษัทรับจ้างทำความสะอาดที่เกรียงไกรทำงานอยู่ ถูกเรียกเข้าไปทำความสะอาดพอดี เขาเข้าไปทำงานกับเพื่อนแรงงานชาวไทย 4-5 คน ชาวฟิลิปปินส์และศรีลังกาอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีหัวหน้างานชาวฟิลิปปินส์คอยควบคุมการเซ็นชื่อเบิกเงินค่าแรงทุกเช้า-เย็น และมีรถรับ-ส่งเป็นประจำทุกวัน   เกรียงไกรดูลาดเลาอยู่ 2 วันเต็ม เช้าวันที่สาม จึงนำกระสอบปุ๋ยติดตัวไปด้วย โดยออกอุบายขออนุญาตหัวหน้างานเดินทางไป-กลับเอง พร้อมทั้งขอเซ็นชื่อในสมุดบันทึกการทำงานเช้า-เย็นในคราวเดียว ทุกวันหลังเลิกงาน แทนที่จะกลับที่พักเกรียงไกรกลับซุกตัวอยู่ในพระราชวัง เพื่อหาโอกาสหยิบฉวยอัญมณีและทรัพย์สินมีค่า โดยซุกตัวอยู่ในพระราชวังนานถึง 7 คืน เลือกหยิบเพชรและเครื่องประดับใส่กระสอบปุ๋ยจนเต็ม แล้วเหวี่ยงออกนอกกำแพงนำกลับที่พัก

 

                         

 

ก่อนหน้านี้เกรียงไกรทำงานอยู่ที่ซาอุฯ นานถึง 7 ปี ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนได้ตามลำพัง รู้ทางหนีทีไล่ รวมทั้งจุดอ่อนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และคุ้นเคยกับวิธีส่งสิ่งของกลับประเทศไทย ด้วยบริการขนส่งพัสดุทางอากาศ  เกรียงไกรบรรจุอัญมณีลงกล่องกระดาษปะปนกับเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัว โดยไว้ด้านล่างทั้งหมด 4 กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ 90 กิโลกรัม โดยไม่พิถีพิถันในการบรรจุ จ่าหน้าซองด้วยลายมือขยุกขยิก เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่  ก่อนที่กษัตริย์ซาอุฯ จะเสด็จกลับพระราชวัง เกรียงไกรก็หนีกลับประเทศไทยก่อนแล้ว ทั้งที่เหลือเวลาทำงานตามสัญญาอีก 2 เดือน เมื่อถึงดอนเมืองก็ไปติดต่อรับพัสดุทางอากาศที่ส่งมาก่อนล่วงหน้า โดยจ่ายเงินไป 7,000 บาทแลกกับความสะดวกในการนำกล่องออกจากสนามบิน  เกรียงไกรไม่มีความรู้เรื่องอัญมณี รู้เพียงว่าหากเป็นเพชรจริงจะแข็ง จึงตรวจสอบโดยใช้ของแข็งทุบ เม็ดไหนไม่แตกก็นำไปขายให้แหล่งรับซื้อใน จ.ลำปาง ในราคาถูกๆ ได้เงินสดมาประมาณ 5 ล้านบาท แต่ขายยังไม่ทันหมดความก็มาแตกเสียก่อน เมื่อกษัตริย์ไฟซาลทรงทราบว่าทรัพย์สินภายในพระราชวังหายไป

 

ทางการซาอุดีอาระเบียเรียกบริษัทรับทำความสะอาดพระราชวังมาสอบสวน กระทั่งทราบว่าหัวขโมยคือ "เกรียงไกร เตชะโม่ง" แรงงานชาวไทยที่หนีกลับประเทศแล้ว จึงประสานให้ทางการไทยส่งตัวไปรับโทษ และทวงคืนอัญมณีทั้งหมดที่แรงงานไทยรายนี้ขโมยมา โดยในช่วงนั้นซาอุฯ ห้ามไม่ให้คนในประเทศเดินทางมาไทย และเข้มงวดแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศของเขา

 

 

เกรียงไกรทราบเรื่องการถูกตามล่าจากเพื่อนแรงงานที่ข่มขู่ขอส่วนแบ่ง เขาจึงมอบอัญมณีให้ไปส่วนหนึ่งปิดปาก ก่อนจะหนีเข้าป่าด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าพม่า ด้วยความเสียดายทรัพย์สินเขาจึงนำใส่ถุงพลาสติกแล้วฝังดินไว้ใกล้ๆ บ้าน พร้อมทั้งพกยาไซยาไนต์ติดตัวไว้ฆ่าตัวตายหากจนมุมตำรวจ โดยระยะแรกที่เข้าป่ามีลูกหาบติดตามดูแล แต่นานวันเข้าผู้ติดตามทนความลำบากไม่ไหวก็แยกตัวออกมา

 พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น สั่งการให้ พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ รอง ผบช.ก. เจ้าของฉายา "สิงห์เหนือ" ซึ่งกำกับดูแลกองปราบปราม จัดทีมไล่ล่าเกรียงไกรโดยมี พ.ต.ท.เจษฎากร นะภีตภัทร และ ร.ต.อ.จีรวัฒน์ แท่งทอง (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นกำลังสำคัญ

 

หนึ่งเดือนต่อมาเกรียงไกรก็ถูกจับภายในโรงแรมเล็กๆ ใน อ.แม่สอด ที่เขาเช่าพักอยู่กับหญิงรายหนึ่ง แต่ทางการไทยไม่ได้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ซาอุฯ เพราะเห็นว่าโทษที่จะได้รับคือประหารชีวิต ซึ่งเป็นโทษที่สูงเกินไป  เกรียงไกรถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ระวางโทษจำคุก 1-7 ปี เขาให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษ และติดคุกจริงไม่ถึง 5 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้เกรียงไกรได้รับอิสรภาพมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่สัมพันธภาพระหว่างไทยกับซาอุฯ ถึงจุดต่ำสุด และยิ่งตอกย้ำเมื่อ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รมว.ต่างประเทศ ไปเยือนซาอุฯ เพื่อฟื้นสัมพันธ์ แต่ต้องผิดหวังเพราะซาอุฯ กล่าวหาว่าไทยเอาเพชรปลอมไปคืนแถมคืนให้ไม่ครบ โดยเฉพาะ "บลูไดมอนด์" เพชรประจำราชวงศ์ก็ยังไม่ได้คืน

 

 

ปฏิบัติการติดตาม "บลูไดมอนด์" ในไทยจึงเกิดขึ้น โดยนายโมฮัมหมัด ซาอิค โคจา อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ถึงกับว่าจ้างชุดสืบสวนพิเศษแกะรอยตามหาเพชรอย่างลับๆ ควบคู่ไปกับการทำงานของตำรวจยุคที่มี พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ เป็นอธิบดี

 

 

เกรียงไกรให้การในทำนองว่าบลูไดมอนด์น่าจะอยู่ในมือของ "สันติ ศรีธนะขัณฑ์" เจ้าของร้านเพชรสันติมณี ย่านเจริญกรุง จนกลายเป็นที่มาของคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ และเป็นการปิดตำนาน 2 ตำรวจมือปราบ เจ้าของฉายาสิงห์เหนือและเสือใต้ 

 

ชีวิตหลังพ้นโทษของ "เกรียงไกร เตชะโม่ง" ไม่แตกต่างจากอดีตนักโทษคนอื่นๆ เขาไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของสังคม และขาดความมั่นใจในการเผชิญชีวิตนอกห้องขัง

 หลังพ้นโทษไม่นานเกรียงไกรเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่น อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆ ใน อ.เถิน จ.ลำปาง กับภรรยา ส่วนลูกชายเข้ามาขายแรงงานใน กทม.นานๆ จึงกลับไปเยี่ยมสักครั้ง สองสามีภรรยาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและปฏิเสธที่จะรื้อฟื้นความทรงจำหนหลัง

 

 "ณรงค์ อินต๊ะพันธ์" นายก อบต.แม่ปะ ซึ่งคุ้นเคยกับเกรียงไกรดีบอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่าแม้จะพ้นโทษมานานแล้ว แต่เกรียงไกรยังคงเก็บตัวอยู่เฉพาะภายในบ้านพัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ทุกครั้งที่หมู่บ้านมีงานก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

ทุกวันนี้เกรียงไกรมีรถกระบะเก่าๆ อยู่ 1 คัน วิ่งรับจ้างขนทรายไปส่งตามสถานที่ก่อสร้าง นอกจากทำนาในที่ดินของตัวเองที่มีอยู่ประมาณ 10 ไร่ ฐานะพอกินพอใช้ หาเช้ากินค่ำ ไม่แตกต่างจากชาวบ้านแม่ปะหลวงรายอื่นๆ

 "เขาไม่สนทนากับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะกับนักข่าวหากพบหน้าจะเดินหนีทันที เคยถามเขาเหมือนกันว่าหนีหน้าคนอื่นทำไม เขาบอกว่าไม่อยากคุยด้วยเพราะนักข่าวชอบถามแต่เรื่องเดิมๆ ที่ตัวเขาอยากลืม"

 

ในช่วงที่ทำการสืบสวนการโจรกรรมเพชรซาอุฯภาคสอง พล.ต.ต.อังกูร ผู้เขียนทำหน้าที่รับ-ส่งตัวนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ซึ่งต้องโทษตามคำพิพากษาอยู่ที่เรือนจำจังหวัดอยุธยา ใกล้จะพ้นโทษ (นายเกรียงไกร ถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ระวางโทษ 1 ถึง 7 ปี ศาลยกโทษขึ้นมาในอัตราสูงสุด แต่นายเกรียงไกรรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง) ตอนเช้าประมาณ 09.00 น. จะไปรับตัวนายเกรียงไกรที่เรือนจำอยุธยา แล้วพาตัวไปสอบสวนที่ บชก. ถนนอังรีดูนังส์ กทม. โดยมี จนท.ราชทัณฑ์คุมตัวมาด้วย ผมมีโอกาสใกล้ชิดนายเกรียงไกร นั่งติดกันในรถช่วงที่เดินทางประมาณ 4-5 วัน เรื่องรายละเอียดต่างๆเล่าสู่กันฟัง ไม่มีผลทางคดีเพราะคดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว


ลักษณะของนายเกรียงไกรเป็นคนบุคลิกหลุกหลิก ไม่นิ่ง เหมือนหวาดระแวงตลอดเวลา นัยน์ตาล่อกแล่ก ความรู้สึกไว ตอบสนองทันทีเมื่อมีเสียงเรียก เหมือนคนไม่เคยไว้ใจใคร การพูดจาลักษณะใช้ความคิด คือคิดคำนึงก่อนพูด เชื่อถือไม่ค่อยได้ ที่นิ้วกลางมือซ้ายฝังแม่เหล็กไว้ในนิ้วเพื่อใช้ในการต้มตุ๋นในการเล่นการพนันไฮโลบ่งบอกว่าเขาเป็นอาชญากรตัวยง


 

นายเกรียงไกรเดินทางเข้าไปขายแรงงานในประเทศซาอุฯ เช่นเดียวกับผู้ขายแรงงานอื่นๆ เป็นพวก Unskill Labour( แรงงานไร้ฝีมือ) ทำงานอยู่ในบริษัทรับทำความสะอาดแห่งหนึ่งในซาอุฯ ซึ่งในบริษัทดังกล่าวนี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 4-5 คน แล้วยังมีคนฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ร่วมทำงานในบริษัทเดียวกัน

ช่วงเกิดเหตุ บริษัทรับทำความสะอาดที่นายเกรียงไกรทำงาน ได้ไปรับจ้างทำความสะอาดวังของกษัตริย์ไฟซาล บินซาฮัด อับดุลลาซีส วังดังกล่าวอยู่นอกเมือง เนื้อที่วังประมาณ 10 ไร่เศษ ภายในมีอาคารหลายหลัง เป็นที่ประทับของกษัตริย์ มเหสี มีห้องรับแขก ห้องรับรอง นับได้เป็นร้อยห้อง ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงประมาณ 3 เมตรทั้งสี่ด้าน ในช่วงที่บริษัทรับจ้างทำความสะอาดนั้น กษัตริย์ไฟซาล และมเหสี แปรพระราชฐานไปพักร้อนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนประมาณ 15 วัน ในวังดังกล่าวจะมีเพียงแม่บ้านคนดูแลความเรียบร้อยประจำตึก คอยเปิดกุญแจตึกและตู้เก็บของให้คนงานทำความสะอาด และการทำความสะอาดดังกล่าวนี้ คนงานทุกคนจะเดินทางไปทำงานโดยรถปิคอัพของบริษัท เช้าไปส่งเย็นรับกลับ มีการเซ็นชื่อเข้าทำงานและเซ็นกลับเพื่อเป็นการเช็คสอบว่าใครมาทำงานบ้าง ใครไม่มาบ้าง จะได้คิดค่าจ้างแรงงานได้ถูก หัวหน้าคนงานที่ถือสมุดคุมรายชื่อคนทำงานเป็นชาวฟิลิปปินส์

 

 


สิ่งที่ควรทราบคือ ประเทศซาอุเป็นประเทศมุสลิม จะไม่เลี้ยงสุนัข และเป็นประเทศที่กฎหมายแรงมาก คดีลักทรัพย์จะไม่ค่อยมี เพราะกฎหมายลงโทษหนักและทารุณ เช่น คดีลักทรัพย์ ผู้กระทำผิดจะต้องถูกตัดมือ การลงโทษที่รุนแรงทำให้คดีลักทรัพย์ไม่ค่อยเกิด แต่ในสายตานายเกรียงไกรกลับมองเห็นว่า มันเป็นเรื่องล่อใจเสียเหลือเกิน

นายเกรียงไกรเป็นคนฉลาดแกมโกง ไปทำงานครั้งแรกที่วังดังกล่าวก็เห็นช่องทางโจรกรรม เพราะมองเห็นเพชรนิลจินดาอัญมณีของมีค่า แหวน นาฬิกา วางเกลื่อนกลาด ตามตู้โชว์โต๊ะแต่งตัว แม้แต่ตู้เซฟก็ยังมีกุญแจเสียบคาทิ้งไว้ ไม่มีการล๊อค

การลงชื่อทำงานและลงชื่อกลับในเวลาเดียวกัน (เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกรียงไกรโจรกรรมทรัพย์สินในวังได้สำเร็จ)

ตอนเช้าคนงานผู้ใดจะไปทำงานต้องลงชื่อในบัญชีการทำงานที่ผู้ควบคุม ผู้ควบคุมเป็นชาวฟิลลิปปินส์จะเดินทางไปส่งคนงานที่วังและรับคนงานกลับทุกครั้ง นายเกรียงไกรมองเห็นช่องทาง คือมีคนงานฟิลิปปินส์บางคน“อู้งาน” ขอกลับก่อนที่รถของบริษัทยังไม่มารับกลับ โดยรู้กับคนควบคุมเซ็นชื่อมาทำงานพร้อมเซ็นกลับไว้พร้อมกัน ทำงานไปได้สักพักก็โดดงานหนี แต่หลักฐานแสดงว่ามีการทำงานตามปกติ เวลาเดียวกันนายเกรียงไกรก็พบว่าแม่บ้านที่มาเปิดบ้านให้ทำความสะอาด บางวันก็ไม่ได้มาปิด มาเช็คห้อง บางวันก็ไม่มาเลย เพราะเจ้านายไม่อยู่ และคิดว่าคงไม่มีใครกล้าลองดี

นายเกรียงไกรดูลาดเลา 2 วัน วันที่ 3 นำกระสอบปุ๋ยติดตัวไปด้วย

เที่ยงของวันที่สองที่นายเกรียงไกรเข้าไปทำความสะอาดที่วังแห่งนี้ ก็เริ่มวางแผนทันที โดยในวันที่สามนายเกรียงไกรเริ่มนำกระสอบแบบกระสอบปุ๋ย ทบห่อให้เล็กติดตัวไปโดยไม่ให้ใครรู้ แล้วก็เซ็นชื่อไปทำงานพร้อมเซ็นชื่อกลับไว้ในสมุดหัวหน้างาน พร้อมกับบอกหัวหน้าว่าจะขอเดินทางมาทำงานเองและกลับเอง ดังนั้นทุกวันนายเกรียงไกรก็จะมาทำงาน โดยโผล่เข้ามาทางไหนไม่มีใครรู้ เพราะตึกมีหลายหลัง หลายทางเข้าออก ทุกเช้าก็จะมาเซ็นชื่อทำงานพร้อมกับเซ็นชื่อกลับไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้วนายเกรียงไกรมิได้เดินทางออกจากวังไปไหนเลย พอหมดเวลาทำงานแต่ละวันก็จะซุกตัวอยู่ในห้องในบริเวณตึกที่เห็นว่ามิดชิดไม่มีการตรวจสอบ พอคนงานกลับหมด แม่บ้านไปแล้ว นายเกรียงไกรก็ออกจากที่ซ่อนเที่ยวค้นหาของมีค่า โดยใช้เวลาเก็บของมีค่าทั้งสิ้น 7 คืน (7 ครั้ง) และแล้วของมีค่าทั้งหมดถูกรวบรวมใส่ถุงปุ๋ย เหวี่ยงออกนอกกำแพงในเวลากลางคืน แล้วนายเกรียงไกรปีนกำแพงวังออกมา นำของมีค่ากลับที่พัก

ประเด็นเรื่องของมีค่านั้นจริงหรือเก๊ เกิดได้หลายทาง 1. นายเกรียงไกรเก็บของมีค่าตามตู้โชว์ ตามลิ้นชัก ตามตู้เซฟที่กุญแจตู้เซฟคาไว้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าที่มาของสิ่งของในตู้โชว์ อาจจะเป็นของสวยๆงามๆมีของไม่แท้บ้างก็ได้

ตอนที่ตำรวจติดตามเอาสิ่งของที่ถูกโจรกรรมกลับคืนจากแหล่งรับซื้อ มีร้านรับซื้อบางรายรู้ว่าสิ่งของที่ตนรับชื้อไว้เป็นของที่ถูกโจรกรรม ก็รีบนำเอาไปคืนเจ้าหน้าที่ เวลาคืนก็ต้องการคืนให้ครบ แต่อาจจะมีบางชิ้น บางส่วน แกะของจริงเอาไปขาย หาคืนแบบทันทีทันใดไม่ได้ ก็หาของปลอมยัดไส้เข้าไป ก็อาจจะเป็นได้ ส่วนของมีค่าที่ส่งคืนไม่ครบนั้น จนบัดนี้ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าอยู่ที่ใคร?

 

นายเกรียงไกรเคยทำงานอยู่ซาอุมาเป็นเวลา 7 ปี รู้ลู่ทาง ทางหนีทีไล่ จุดอ่อน จุดแข็ง ของการปฏิบัติงานของ จนท.ในประเทศซาอุฯ ถนนหนทางต่างๆสามารถเดินทางไปไหน มาไหนคนเดียวคล่องแคล่ว และคุ้นเคยกับการส่งของกลับเมืองไทยโดยการบรรจุหีบห่อ เคยส่งของกลับเมืองไทยมาก่อนแล้วหลายครั้ง

บรรจุอัญมณีลงกล่องกระดาษ 4 กล่อง คราวนี้ก็เช่นกัน สิ่งของมีค่าที่หยิบฉวยมาจากวังกษัตริย์ไฟซาลถูกลำเลียงใส่กล่องกระดาษแข็ง ผสมเสื้อผ้าของใช้ปะปนไป โดยของใช้ที่ไม่ค่อยมีค่าอยู่ด้านบน หีบห่อก็ไม่ได้ทำให้สวยงาม การเขียนจ่าหน้าก็เขียนด้วยลายมือเหมือนคนไม่มีการศึกษา จำนวน 4 กล่อง การกระทำดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์ผิด สิ่งของบรรจุหีบห่อ 4 หีบ น้ำหนักรวม 90 กก. ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเพชรอัญมณีหนักถึง 90 กก. แต่เป็นน้ำหนักรวม เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ประมาณการว่าน่าจะเป็นอัญมณีครึ่งๆ น่าจะใกล้เคียงความจริง นายเกรียงไกรเป็นคนฉลาดรู้ว่ากษัตริย์ไฟซาล จะเสด็จกลับวังภายใน 15 วัน ฉะนั้นก่อนครบกำหนดที่เจ้าชายไฟซาลจะเสด็จกลับวัง นายเกรียงไกรก็เดินทางกลับเมืองไทย โดยส่งสิ่งของทางพัสดุภัณฑ์ทางอากาศไปก่อน นายเกรียงไกรเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาทำงานที่ซาอุถึง 2 เดือน

ติดต่อรับของพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ

เมื่อนายเกรียงไกรเดินทางถึง กทม.แล้ว ก็ไปติดต่อรับสิ่งของพัสดุภัณฑ์จากศุลกากร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่นายเกรียงไกรเคยทำในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรของไทย ก็เคยตรวจของนายเกรียงไกรมาก่อนแล้ว ซึ่งส่วนมากคนไปทำงานตะวันออกกลางมักจะนำสิ่งของที่ตนใช้อยู่ที่ต่างประเทศกลับติดตัวมา ไม่ค่อยมีราคาค่างวด มีการเสียเงินใต้โต๊ะกันบ้างเล็กๆน้อยๆ กล่องหรือหีบห่อละ 7 พันบาท ส่วนคราวนี้นายเกรียงไกรบอกว่ารู้สึกเสียวๆเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรสุ่มเปิด 1 กล่องโดยเอามือหยิบสิ่งของที่อยู่ตอนบนๆขึ้นมา ซึ่งเป็นเสื้อผ้า ถ้าหากล้วงลึกลงไปอีกฝ่ามือเดียวก็จะถึงอัญมณีทันที นายเกรียงไกรจ่ายค่าผ่านด่านศุลกากร คิดราคาแบบเหมาจ่าย สิ่งของต่างๆรวม 4กล่องกระดาษจ่ายเพียง 7 พันบาท

 

 


กษัตริย์ไฟซาลเสด็จกลับ ทางด้านกษัตริย์ไฟซาลกลับจากพักร้อนมาที่วัง ก็ยังไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะข้าวของมีค่ามีจำนวนมาก และการหยิบฉวยของนายเกรียงไกร เลือกหยิบบางชิ้นไม่ให้ผิดปกติ

 

นาฬิกาที่ใช้ดูทิศเวลาละหมาด
กรรมย่อมเห็นผลทันตา กษัตริย์ไฟซาลเมื่อเสด็จกลับมาถึงวังก็จะทำพิธีละหมาด การละหมาดของกษัตริย์เคร่งครัดมากคือการเลือกทิศ ซึ่งจะต้องหันหน้าไปทาง “ไบตุ้ลเลาะห์” หรือตรงตำแหน่งที่ประดิษฐ์สถานหินศักดิ์สิทธิ์ (กะบ้า) การบอกทิศที่ถูกต้องจำเป็นต้องใช้นาฬิกาเรือนหนึ่งซึ่งมิตรกษัตริย์อีกเมืองหนึ่งประทานมา โดยนาฬิกาเรือนดังกล่าวมีเข็มชี้บอกทิศทางที่นั่งทำพิธีละหมาด กษัตริย์ไฟซาลหานาฬิกาเรือนดังกล่าวไม่พบ จึงเกิดเอะใจตรวจดูทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีค่า พบว่าเพชรอัญมณีหายไป
เรียกบริษัททำความสะอาดสอบ การตรวจสอบการสอบสวนเกิดขึ้น บริษัทที่รับจ้างทำความสะอาดถูกเรียกตัวสอบ พนักงานทำความสะอาดทุกคนถูกสอบสวนครียดอย่างละเอียดหลายวัน การตรวจค้นตัว ค้นที่พักมีการกระทำโดยถี่ถ้วน คนงานทุกคนถูกกักตัวไว้สอบหลายวัน


คนงานไทยที่ทำงานอยู่ซาอุฯรู้เรื่องคาดการณ์ถูกมีคนงานไทยคนหนึ่งที่ทำงานและพักด้วยกันกับนายเกรียงไกรถูกสอบสวน คนงานไทยผู้นี้รู้ทันทีว่านายเกรียงไกรต้องเป็นคนร้ายแน่ ทันทีที่ทางการซาอุฯปล่อยตัวออกมาคนงานผู้นี้ก็รีบเดินทางกลับประเทศไทยแล้วตรงไปหานายเกรียงไกรทันที

คนงานไทย Blackmail การ Black mail เกิดขึ้น คนงานดังกล่าวถึงตัวนายเกรียงไกรก่อนทางการไทยจะได้ข่าว คนงานดังกล่าวขู่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับตัวนายเกรียงไกรส่งไปดำเนินคดีที่ซาอุฯ ของมีค่าที่นายเกรียงไกรโจรกรรมมาจึงถูกแบ่งให้นัก Black mail นี้ไปบางส่วนทันที นายเกรียงไกรรู้ทันทีว่าภัยจะมาถึงตัว แต่ยังใจเย็น เพราะทางการไทยยังไม่รู้ เพชรอัญมณีของมีค่า ถูกลำเลียงขายไปที่แหล่งรับซื้อที่ลำปาง ทั้งคนขายและคนรับซื้อก็ไม่เคยเห็นของมีค่าชนิดใหญ่ๆ โตๆเช่นนี้มาก่อน แยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นของจริงหรือของปลอม ทำนองไก่ได้พลอย ตัวอย่าง สร้อยเพชร 1 เส้นมีเพชรหลายเม็ด น้ำหนักเพชรรวม 15 กะรัต นายเกรียงไกรขายไปเพียง 500 บาท คนรับซื้อที่ลำปางนำไปขายต่อที่ จ.พิษณุโลก คนรับซื้อของที่ จ.พิษณุโลกตาถึง นำไปขายร้านเพชรแถวหัวเม็ด (เยาวราช)ได้ราคาถึง 7 ล้านบาท

 

 

 

 

ดูเพชรไม่เป็น ใช้ของแข็งทุบเป็นการพิสูจน์

 

น่าสงสารนายเกรียงไกรมากที่ไม่มีปัญญาดูเพชร แต่พอมีความรู้อยู่บ้างว่าเพชรมีความแข็งแกร่งกว่าโลหะใด นายเกรียงไกรจึงเอาค้อนบ้าง ก้อนหินบ้าง ทุบที่อัญมณี เม็ดไหนทุบไม่แตกก็เชื่อว่าเป็นเพชร เก็บไปขาย พวกตัวเรือน เครื่องประดับที่เป็นโลหะ ถูกเอามาทุบรวมกันแล้วนำไปขายตามน้ำหนัก ราคาถูกๆ ได้เงินสดไป 5 ล้านบาท แบ่งนำฝากบัญชีไว้ในชื่อพ่อ ชื่อแม่ 1.3 ล้านบาท หลบหนีขอตายไม่ยอมถูกจับของมีค่าถูกลำเลียงมาทุบขายไม่ทันหมด ข่าวเรื่องการติดตามจับกุมมาถึงเมืองไทย ประกอบกับถูกเพื่อนขู่ว่า เมื่อถูกส่งดำเนินคดีที่ซาอุฯ ต้องถูกแขวนคอแน่ นายเกรียงไกรร่ำลาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ขอไปตายดาบหน้า พร้อมหาซื้อไซยาไน้ทติดตัวไปด้วย ระหว่างหนีถ้าจวนตัวเห็นว่าจะถูกจับกุมจะกินไซยาไน้ทฆ่าตัวตายทันที

เพชรส่วนหนึ่งฝังดิน
ถึงแม้จะจวนตัว นายเกรียงไกรก็ยังเป็นห่วงทรัพย์สิน โดยรวบรวมของมีค่าใส่ถุงพลาสติกแล้วฝังดินโดยไม่ให้ใครรู้จะเป็นฝ่ายติดต่อกลับญาติพี่น้องเป็นห่วงแต่นายกรียงไกรบอกว่าสามารถเอาตัวรอดได้ และบอกด้วยว่าหากจำเป็นหรือเดือดร้อน จะเป็นผู้ติดต่อมาหาญาติเองญาติๆไม่ต้องติดต่อไปหาเขาเดินป่าตอนแรกๆ มีลูกหาบนายเกรียงไกรมุ่งหน้าเดินป่าไปทาง อ.แม่สอด มุ่งเข้าสู่แดนพม่า ขั้นแรกมีคนตามไปดูแลด้วย เป็นคาราวาน พอนานๆเข้าคนที่ติดตามทนลำบากไม่ไหวหนีกลับหมด


ทีมล่านำโดย พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ พ.ต.ท.เจษฎากร นะภีตภัทร ร.ต.อ.จีรวัฒน์ แท่งทอง และลูกน้องซึ่งเป็นตำรวจกองปราบอีกหลายคน แบ่งกำลังติดตามเป็น 5 สาย ญาติพี่น้องนายเกรียงไกร ถูกเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ข้อมูลเกี่ยวกับนายเกรียงไกร ถูกคายออกมา ไม่มีใครรู้ว่านายเกรียงไกรหลบหนีไปที่ใด แต่ที่รู้แน่ๆคือนายเกรียงไกรไม่ยอมให้จับเป็น ไม่ได้หมายว่าจะต่อสู้ แต่จะชิงกินยาฆ่าตัวตายก่อนถูกจับ

แบ่งกำลัง 5 สายกำลังทั้ง 5 สายถูกสั่งให้ออกล่าสกัดกั้นการหลบหนี ใช้เวลาอยูประมาณ 1 เดือนก็สามารถจับกุมผู้ร่วมมือ ผู้ที่ช่วยจำหน่ายทรัพย์ ช่วยพาหลบหนีได้ 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมลักทรัพย์หรือรับของโจรกำลังส่วนหนึ่งติดตามหาทรัพย์สินที่นายเกรียงไกรขาย จากนายเกรียงไกรไปยังพ่อค้าทองที่ลำปาง จากลำปางไปยังพ่อค้าทองที่ จ.พิษณุโลก จากพิษณุโลกสู่ร้านค้าเพชร “สันติมณี” ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ กทม. ของนายสันติ-นางดาราวดี ศรีธนขันธ์ ทีมล่าหาตัวติดตามหานายเกรียงไกรอย่างไม่ลดละ ต้องปีนเขาข้ามป่าข้ามทุ่ง แต่ไม่พบร่องรอย จึงต้องกลับมาวิเคราะห์แผนใหม่ ว่านายเกรียงไกรไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในป่าได้อย่างแน่นอน เพราะนายเกรียงไกรชอบความสะดวกสบาย และจากการสืบเสาะข้อมูลทราบว่า นายเกรียงไกรชอบผู้หญิงมาก ดังนั้นการที่จะหลบอยู่ในป่าคงอยู่นานไม่ได้

 

ชุดที่1 เฝ้าการเคลื่อนไหวของญาติ กำลังส่วนหนึ่งถูกวางซุ่มดูความเคลื่อนไหวของญาติ ในช่วงเกิดเหตุนั้นระบบการสื่อสารไม่เจริญเหมือนปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือไม่มี การติดต่อสื่อสารจะใช้จดหมายกับโทรเลข เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ในเขตพื้นที่ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ถูกประสานให้ร่วมมือทันที เวลาล่วงเลยเป็นเดือน ไม่มีจดหมายติดต่อไปยังพ่อแม่ พี่น้องของนายเกรียงไกรเลย มีแต่จดหมายถึงกำนันประมาณ 2 ครั้งล็อคกำนัน จม.ถึงกำนัน ล็อคทันที ชุดสืบสวนใช้ไหวพริบ เรียกกำนันไปสอบสวนขอดูจดหมาย ปรากฏว่าเป็นจดหมายของนายเกรียงไกรเขียนถึงพ่อแม่ ให้ธนาณัติส่งเงินไปให้ระบุชื่อผู้รับเป็นผู้หญิงอยู่ที่แม่สอดจ.ตากผู้หญิงที่นายเกรียงไกรบอกให้ส่งเงินไปให้ต้องมีความเชื่อมโยงกับนายเกรียงไกร การติดตามหาตัวหญิงผู้ที่จะรับธนาณัติเริ่มต้นขึ้น ทีมงานสืบสวนเดาไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องเป็นหญิงขายบริการ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบตามซ่องโสเภณีที่แม่สอดทุกแห่ง พบหญิงดังกล่าวและถูกดึงตัวมาสอบอย่างลับๆ รู้ที่พักของนายเกรียงไกรว่าอยู่ที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในแม่สอด

การวางแผนจับกุมนายเกรียงไกรต้องรอบคอบรัดกุม ไม่ใช่กลัวจะต่อสู้หรือหลบหนี แต่ต้องคิดให้รอบคอบว่าทำอย่างไรจึงจะจับตัวได้เป็นๆ ป้องกันไม่ให้ดื่มยาฆ่าตัวตาย วางแผนเสร็จเรียบร้อย ตำรวจนอกเครื่องแบบนำโดย พ.ต.ท.เจษฎากร นะภีตภัทรกับพวก ให้หญิงแฟนนายเกรียงไกรนำหน้าเคาะประตูห้องพักโรงแรม ตำรวจต้องหลบตัวต่ำและอยู่ห่างๆเพราะประตูห้องพักมีกล้องตาแมวมองจากด้านในออกมาได้ เมื่อสิ้นเสียงเคาะประตูสักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงถอดกลอนประตูดังแกร๊ก ชุดปฏิบัติงานรู้หน้าที่เริ่มปฏิบัติการทันที คนหนึ่งที่ร่างใหญ่กระแทกประตู ปรากฏว่าติดโซ่ แต่ตำรวจเตรียมการณ์ไว้ก่อนแล้ว คือเพิ่มแรงกระแทกเต็มที่ หมุดที่ยึดโซ่ขาด ประตูเปิดออก พ.ต.ท.เจษฎากรพุ่งหลาวบกเข้าใส่ร่างคนซึ่งมีอยู่คนเดียว จะเป็นใครไม่ได้นอกจากนายเกรียงไกรมือข้างหนึ่งของ พ.ต.ท.เจษฎากรปิดปากนายเกรียงไกร อีกมือหนึ่งคว้าจับแขนเกรียงไกรไว้ และเป็นจริงตามคาด ยาชนิดหนึ่งไม่ได้พิสูจน์ทราบเป็นยาอะไร อยู่ในมือขวาของนายเกรียงไกร แต่ถูก พ.ต.ท.เจษฎากรจับไว้ได้ ตำรวจอื่นๆมาช่วย จับกุมนายเกรียงไกรได้สำเร็จ นายเกรียงไกรถูกดำเนินคดีในประเทศไทยในข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน นายเกรียงไกรรับสารภาพ ศาลได้พิพากษาตัดสินจำคุก คดีถึงที่สุดและปัจจุบันพ้นโทษแล้ว

 

หลังจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ชาว จ.ลำปาง ขโมยเพชรจากพระราชวังของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียหนีกลับประเทศไทย รัฐบาลไทยถูกทางการซาอุดีอาระเบียกดดันอย่างหนัก

ทั้งการขอให้ส่งนายเกรียงไกรกลับไปรับโทษในประเทศซาอุฯ รวมทั้งการติดตามเพชร "บลูไดมอนด์" เพชรประจำราชวงศ์ ที่กษัตริย์ไฟซาลต้องการคืนมากที่สุด

 

และด้วยเพชรเม็ดนี้นี่เองที่นำมาสู่การปิดฉากชีวิตราชการของ 2 ตำรวจมือปราบชื่อดังอย่าง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เจ้าของฉายา "สิงห์เหนือ" ขณะที่ พล.ต.ท.โสภณ สะวิคามิน เจ้าของฉายา "เสือใต้" ก็พลอยติดร่างแห ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับเรื่องดังกล่าว ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี แต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง เพราะไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวพันถึง

 รัฐบาลไทยถูกทางการซาอุดีอาระเบียกดดันอย่างหนัก จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น เร่งติดตามหาเพชรซาอุฯ อย่างเร่งด่วน จึงเป็นที่มาของการตั้งคณะตำรวจชุดเฉพาะกิจติดตามหาเพชรซาอุฯ โดยมี พล.ต.อ.ชาญ รัตนธรรม รองอธิบดีกรมตำรวจเป็นหัวหน้า โดยมีมือปราบพระกาฬเจ้าของฉายาสิงห์เหนือ-เสือใต้ พล.ต.ท.ชลอ และ พล.ต.ท.โสภณ รวมอยู่ด้วย

 หลังจากนั้นไม่นาน พล.ต.ท.ชลอ ให้ลูกน้องพานายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เจ้าของร้านเพชร "สันติมณี" ย่านสะพานเหล็ก ซึ่งนายเกรียงไกรระบุว่ารับซื้อเพชรที่ขโมยมาหลายรายการไปกักตัวไว้ที่คุ้มพระลอ จ.ตาก เพื่อเค้นหาเพชร "บลูไดมอนด์" ที่สงสัยว่านายสันติยังคงเก็บไว้ แต่ไม่เป็นผลและต้องรีบปล่อยตัวนายสันติออกมา เพราะนางดาราวดี ภรรยาของนายสันติเข้าขอความช่วยเหลือจากนายอารี วงศ์อารยะ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

 จากนั้นเป็นต้นมา นายสันติถูกลูกน้องของ พล.ต.ท.ชลอ ติดตาม เพื่อหาโอกาสพาตัวไปสอบถามเรื่องเพชรอีกหลายครั้ง แต่นายสันติได้รับการช่วยเหลือจากทหารที่จัดชุดมาคุ้มกัน จึงหลุดรอดไปได้ทุกครั้ง

 

 

 กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม 2537 นางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ภรรยาและบุตรของนายสันติถูกคนร้ายลักพาตัวไประหว่างเดินทางออกจากบ้านพักในหมู่บ้านมัณฑนา ย่านตลิ่งชัน เพื่อไปหานายสันติ ที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด

 นายสันติตามหาภรรยาและลูกอยู่ 5 วัน แต่ไม่มีความคืบหน้า แม้จะขอความช่วยเหลือไปยัง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.มหาดไทยในขณะนั้นแล้วก็ตาม จึงโทรศัพท์ไปหา พล.ต.ท.ชลอ และนัดพูดคุยกันที่โรงแรมไฮแอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว ทันทีที่พบหน้า พล.ต.ท.ชลอ ถามนายสันติว่าแจ้งความหรือยัง เมื่อทราบว่ายังไม่ได้แจ้งความก็รับอาสาจะช่วยติดตามตัวให้ โดยต้องมีค่าใช้จ่าย และยังขอหมายเลขวิทยุติดตามตัวของนายสันติไว้ เพื่อความสะดวกในการติดต่อ

 นายสันติไปขอความช่วยเหลือจากนายสุนทร ไชยอนันต์สุจริต เจ้าของโรงแรมบูรพา เพื่อนสนิทเพื่อขอยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการติดตามหาภรรยา และเย็นวันที่ 8 กรกฎาคม 2537 ก็มีคนร้ายโทรศัพท์มาหานายสุนทร เพื่อให้แจ้งนายสันติให้นำเงินค่าไถ่จำนวน 3 ล้านบาท โดยนัดหมายให้นำเงินไปวางไว้ที่หน้าหลักกิโลเมตร บนถนนสายหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ในคืนวันที่ 11 กรกฎาคม 2537 แต่หลังจากนายสุนทร และนายโชติชัย เชาว์นิธิ เพื่อนสนิทอีกรายนำเงินไปวางไว้ตามที่คนร้ายต้องการแล้ว ปรากฏว่า นางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ก็ไม่ได้รับการปล่อยตัวแต่อย่างใด

 หลังจากนั้นอีก 2 วัน พล.ต.ท.ชลอนัดหมายให้นายสันติไปพบที่โรงแรมแอร์พอร์ต และแจ้งให้นายสันติทราบว่า คนร้ายนัดให้ไปเจรจาที่ปั๊มน้ำมันโมบิล ใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่นายสันติขอให้ พล.ต.ท.ชลอ เจรจาแทน ซึ่ง พล.ต.ท.ชลอ รับปาก ก่อนจะแยกย้ายกัน

 กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.ท.ชลอนัดนายสันติให้ไปพบอีกครั้งที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยแจ้งให้ทราบว่าคนร้ายนำตัวบุตรและภรรยานายสันติมาอยู่ในพื้นที่ อ.หินกอง จ.สระบุรี และได้เรียกเงินเพิ่มอีก 4 ล้านบาท นายสันติเจรจาต่อรองเหลือ 1 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ท.ชลอ รับปากจะเจรจาให้

 ต่อมาวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ท.ชลอเรียกนายสันติไปพบอีกครั้ง ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค โดยกำชับไม่ให้แจ้งความ เพราะไม่เช่นนั้นบุตรและภรรยาอาจถูกฆ่าตาย และยืนยันว่าอีก 2-3 วัน นายสันติจะได้บุตรและภรรยาคืน แต่ไม่เป็นดังนั้น เมื่อเช้าวันที่ 1 สิงหาคม 2537 มีคนพบนางดาราวดีและ ด.ช.เสรี เสียชีวิตอยู่ภายในรถเบนซ์ ทะเบียน 8ฉ-3237 ซึ่งตกอยู่ข้างทางริมถนนมิตรภาพ พื้นที่หมู่ 2 ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

 พนักงานสอบสวน สภ.อ.แก่งคอย ระบุถึงสาเหตุการตายของบุคคลทั้งสองว่า เกิดจากอุบัติเหตุ โดยมี ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจ ยืนยันสาเหตุการตาย แต่ นพ.พรชัย สุธีรคุณ แพทย์ผู้ตรวจศพคัดค้าน และระบุสาเหตุการตายของคนทั้งสองว่าเป็นฆาตกรรม

 ข้อกังขาดังกล่าวนำมาสู่การรื้อคดีใหม่ โดย พล.ต.อ.ประทิน ได้มอบหมายให้กองปราบปรามยุคที่มี พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ เป็นผู้บังคับการ รับผิดชอบคลี่คลายคดี กระทั่งนำมาสู่การจับกุมพล.ต.ท.ชลอ และพวก รวมทั้ง พล.ต.ท.โสภณ ด้วย

 ถุงกระดาษโชคดีที่ภายในมีบิลค่าที่พัก "บังกะโลกวีวิลล่า" ใน จ.สระแก้ว เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ชุดสืบสวนกองปราบปรามแกะรอยติดตามจับกุม พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ จ.ส.ต.ยงค์ กล่ำนาค ด.ต.สมนึก เวชศรี นายวีระชัย พลทิแสง นายนิคม มนต์ศิริ นายสำราญ แจ่มจำรัส นายสมหมาย พุดเทศ และนายสุภาพ ช่างสาย หลังจากพนักงานบังกะโลดังกล่าวให้การว่า ทั้งหมดจับผู้ตายทั้งสองมาคุมขังไว้ภายในห้องพักของบังกะโล

 ต่อมา พ.ต.ท.พันศักดิ์รับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.ชลอ ให้จับตัวนางดาราวดีและ ด.ช.เสรี ไปกักตัวไว้ เพื่อบีบให้นายสันติให้ความร่วมมือในการติดตามเพชรซาอุฯ แต่นายสันติไปร้องเรียนผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จึงต้องจัดฉากเป็นการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ และเกรงว่า หากปล่อยตัวทั้งสองไปความลับจะแตก จึงจำเป็นต้องฆ่าทิ้ง โดย ด.ต.สมคิด เป็นผู้ใช้ท่อนเหล็กตีทั้งสองจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปใส่ไว้ในรถเบนซ์ของผู้ตาย ก่อนจะจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ

 ต่อมาพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้จับกุม พล.ต.ท.โสภณ เนื่องจากสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับเรื่องดังกล่าว เพราะ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ได้ชื่อว่าเป็นคนสนิทของมือปราบเจ้าของฉายาเสือใต้ผู้นี้ แต่เมื่อเรื่องถึงชั้นศาลก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า พล.ต.ท.โสภณ จะมีส่วนเกี่ยวข้อง ศาลจึงสั่งยกฟ้อง

 ขณะที่ พล.ต.ท.ชลอ ดิ้นไม่หลุด เพราะมีพยานหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะรายงานการใช้โทรศัพท์ของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ที่มีการติดต่อ พล.ต.ท.ชลอ ขณะเกิดเหตุหลายครั้ง รวมทั้งคำสารภาพของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ ที่ให้การซัดทอดว่า พล.ต.ท.ชลอ เป็นผู้สั่งการ

 หลังจากนั้น พล.ต.ท.ชลอ ถูกจับกุมดำเนินคดี ปิดฉากชีวิตนายตำรวจมือปราบเจ้าของฉายาสิงห์เหนือ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง พล.ต.ท.ชลอ ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลได้พิพากษาไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2549 โดยเปลี่ยนคำพิพากษาเป็นประหารชีวิต ขณะนี้ พล.ต.ท.ชลออยู่ระหว่างการยื่นฎีกา และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรม

.................................

 

แกะรอยจาก "ผ้าอนามัย" ปมสงสัยนักสืบชั้นเซียน

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เล่าถึงที่มาของการรับหน้าที่ไขปริศนาคดีดังว่า "ช่วงที่เข้ามารับทำคดีนี้ยังดำรงตำแหน่ง ผบก.ป. โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รอง อ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด เนื่องจากนายสันติ เข้ามาร้องเรียนที่กองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมว่า ภรรยาและลูกเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังจากหายตัวไปนานเกือบ 1 เดือน และเชื่อว่าการเสียชีวิตน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเพชรซาอุฯ อย่างแน่นอน"

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ เล่าว่า เมื่อเข้าไปตรวจสอบสภาพศพ และลักษณะของรถที่ถูกชน ณ ที่เกิดเหตุ พบว่ามีข้อพิรุธหลายประการที่บ่งชี้ว่าคดีนี้ "ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา" เพราะแรงกระแทกจากการชน ไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งนับว่าโชคดีอย่างมากที่รถคันนั้นไม่ได้พุ่งชนเข้ากลางลำจนเกิดไฟลุกไหม้ทำลายหลักฐานไปเสียหมด และยิ่งมีผลการชันสูตรยืนยันในภายหลังว่า บาดแผลของศพมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ จึงมีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่าน่าจะเป็นเหตุ "ฆาตกรรมอำพราง"

นอกจากนี้ ผลการผ่าพิสูจน์กระเพาะอาหารของนางดาราวดียังพบว่า อาหารในกระเพาะยังไม่ย่อยจนหมด แสดงว่ากลุ่มคนร้ายต้องลงมือกับเหยื่อ หลังจากขับรถมานานประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะปกติคนเราจะใช้เวลาย่อยอาหารนาน 2-3 ชั่วโมง และเมื่อคำนวณตามระยะทางการขับรถแล้ว เชื่อว่าจุดที่คนร้ายควบคุมตัวสองแม่ลูกน่าจะมีรัศมีไม่เกิน 200 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ

แต่หลักฐานที่ถือว่า เป็นเบาะแสชิ้นสำคัญที่สุด คือ "ผ้าอนามัย" ซึ่งถูกทิ้งไว้ภายในรถ เนื่องจากผ้าอนามัยทั้ง 2 ห่อที่พบนั้นติดป้ายสถานที่ซื้อต่างกัน โดยห่อแรกซื้อจากห้างเซ็นทรัลในกรุงเทพฯ แต่อีกห่อหนึ่งประทับตราเอสพี พลาซ่า ซึ่งยังไม่ทราบว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดไหน

หลักฐานชิ้นนี้สอดคล้องกับคำให้การของนายสันติ ที่ระบุว่า ลูกเมียหายไปนาน 1 เดือน และช่วงที่หายตัวไป ภรรยามีประจำเดือนด้วยจึงเป็นไปได้ว่า ช่วงเวลาระหว่างที่คนร้ายกักตัวตรงกับ วันครบรอบการมีประจำเดือนอีกครั้งของเธอพอดี คนร้ายจึงออกไปซื้อมาให้เพิ่มอีก 1 ห่อ

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ บอกว่า เมื่อไขปริศนาข้อนี้ได้แล้วจึงสั่งการให้ทีมสืบสวน กระจายกำลังออกค้นหาเบาะแสจาก "ร้านเอสพี" ที่ปรากฏบนกล่องผ้าอนามัย จนพบว่า ร้านนี้ตั้งอยู่ใน จ.สระแก้ว ซึ่งมีรัศมีห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 กิโลเมตร ตามที่คาดการณ์ไว้

จากนั้นจึงพบว่า บังกะโล "กวี วิลล่า" ที่อยู่ห่างจากมินิมาร์ทแห่งนี้ประมาณ 200 เมตร เป็นจุดต้องสงสัยมากที่สุดจึงได้มีการสอบปากคำพนักงานที่อยู่ในบังกะโลจนทราบว่า "มีกลุ่มชายฉกรรจ์พาหญิงวัยกลางคนและเด็กผู้ชาย 1 คน ลักษณะใกล้เคียงกับสองแม่ลูกมาพักไว้นาน 1 เดือน"

ต่อมาชุดสืบสวนจึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายวีระชัยและนายสมหมาย ทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่คอยดูแลนางดาราวดีและ ด.ช.เสรี ระหว่างนำตัวมากักขังในบังกะโล โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการเป็นตัวประกันแลกกับเพชรซาอุฯ ที่นายสันติเก็บเอาไว้

แต่เมื่อนานวันเข้า นายสันติกลับไม่ยอมเอาเพชรมาคืนตามแผน และเห็นว่าหากปล่อยตัวสองแม่ลูกไป จะกลายเป็นพยานสำคัญชี้ตัวให้จับกุม ในภายหลังจึงตัดสินใจฆ่าทิ้งด้วยการอำพรางคดีว่า เป็นอุบัติเหตุ ทั้งยังสารภาพอีกว่า ด.ต.สมคิด มนต์ศิริ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ เป็นผู้ลงมือสังหารเองทั้งหมด

ส่วนผู้บงการ คือ พ.ต.ท.พันศักดิ์ และในเวลาต่อมา พ.ต.ท.พันศักดิ์ ก็ให้การซัดทอดถึง พล.ต.ท.ชลอ ในที่สุด

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ เล่าด้วยว่า "การทำคดีนี้ทำให้รู้ว่า กฎแห่งกรรมมีจริง เพราะมีเรื่องเหลือเชื่อที่ผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งหลบหนีเข้าไปอยู่ประเทศลาว แต่กลับต้องซมซานเข้ามามอบตัวโดยบอกว่า ทนไม่ไหวแล้ว เพราะระหว่างที่หลบหนีจะได้ยินเสียงวิญญาณเด็กมากระซิบข้างหูตลอดเวลาจนแทบคลั่ง ส่วนผู้ต้องหาอีกรายก็เข้ามามอบตัวที่ สน.โชคชัย โดยให้เหตุผลในทำนองเดียวกัน"

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ ให้ข้อคิดว่า "การทำงานในครั้งนั้นแม้จะมีความลำบากใจอยู่บ้าง เพราะผู้ต้องหาเป็นตำรวจด้วยกันเอง แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ ไม่สามารถละเว้นได้ ที่สำคัญ เมื่อพยานหลักฐานปรากฏชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามนั้น โดยไม่เลือกปฏิบัติ"

 

16 ตุลาคม 2552 

 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์สั่งประหารชีวิต “ชลอ เกิดเทศ” อุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ฐานเป็นตัวการสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เจ้าตัวน้ำตาคลอเบ้า สีหน้าเศร้าหมอง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือยอมรับคำตัดสิน เจ้าหน้าที่คุมตัวเตรียมส่งไปยังเรือนจำบางขวาง นนทบุรีต่อไป
       
       วันนี้ (16 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญา ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 และนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ, พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีต สว.สส.สภ.อ.เมือง ปราจีนบุรี (ขณะนั้น), จ.ส.ต.ยงค์ กล่ำนาค อดีตผบ.หมู่ สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี (เสียชีวิต), ด.ต.สมนึก เวชศรี อดีต ผบ.หมู่ สภ.อ.สระแก้ว, นายวีระชัย พลทิแสง, นายนิคม หรือ ป๊อด มนต์ศิริ, นายสำราญ แจ่มจำรัส หรือ ฉายา พงษ์ ปากกว้าง, นายสมหมาย พุดเทศ (เสียชีวิต) และ นายสุภาพ ช่างสาย (เสียชีวิต) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ และความผิดอื่นรวม 9 ข้อหา
       
       โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2545 ให้จำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยอีก 3 คน คือ พ.ต.ท.พันศักดิ์ จำเลยที่ 2, นายนิคม จำเลยที่ 6 และนายสำราญ จำเลยที่ 7 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาให้จำคุก จ.ส.ต.ยงค์ จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 4 ปี ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ส่วนจำเลยที่ 4 ด.ต.สมนึก พิพากษายกฟ้อง สำหรับ นายวีระชัย จำเลยที่ 5 และ นายสมหมาย จำเลยที่ 8 ให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ต่อมาโจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษ ขณะที่จำเลยที่ 1, 2, 6 และ 7 อุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง เนื่องจากไม่ได้กระทำผิด จำเลยยื่นอุทธรณ์
       
       ต่อมาวันที่ 3 มี.ค.2549 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1, 2, 6 และ 7 ฟังไม่ขึ้นเชื่อว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานเป็นตัวการสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อาญา ม. 83 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และมีความผิดฐานเป็นตัวการสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย
       
       จึงพิพากษาแก้ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 สถานเดียว ส่วนจำเลยที่ 2, 6 และ 7 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
       
       และในวันนี้ (16 ต.ค.) ศาลอาญา ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาพิพากษา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าฎีกาของจำเลยพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ฟังไม่ขึ้น ไม่มีหลักฐานอ้างอิงที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำมาและสามารถหักล้างได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ สั่งประหารชีวิต พล.ต.ท.ชลอ
       
       อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ พล.ต.ท.ชลอ อยู่ภายในห้องพิจารณาได้ยืนนิ่งสภาพเหมือนปลงตก มีใบหน้าที่เรียบเฉยยอมรับสภาพ และภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ พล.ต.ท.ชลอ เดินออกจากห้องพิจารณาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง น้ำตาคลอเบ้า และได้พูดสั้น ๆ ว่ายอมรับคำตัดสินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวกลับไปยังเรือนจำคลองเปรม และเมื่อคดีเด็ดขาดเช่นนี้แล้วก็จะควบคุมตัว พล.ต.ท.ชลอไปยังเรือนจำบางขวาง นนทบุรีต่อไป ด้านนายปรอย พุ่มหมันทนายความ เปิดเผยว่าจะดำเนินการยื่นถวายฎีกาภายใน 60 วันอย่างแน่นอน และต้องกลับไปปรึกษากับพล.ต.ท.ชลอ ลูกความก่อน
       
       สำหรับคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2537 ระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างเช้าวันที่ 2 ก.ค.-1 ส.ค.2537 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาเพชรและทรัพย์สินมีค่าของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อับดุลอาซิซ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่นายเกรียงไกร เตชะโม่ง อดีตคนงานไทยที่เข้าไปทำงาน ได้ลักเพชรและนำเข้ามาในประเทศไทย ได้สืบสวนแล้วเชื่อว่า นายสันติ เจ้าของร้านเพชรชื่อดัง รู้ว่าเพชรอยู่ที่ใด แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ออกหมายเรียกตัวนายสันติมาสอบสวน แต่กลับร่วมกับจำเลยที่ 5-9 ลักพาตัว ภรรยาและบุตรชายของนายสันติไปจากบ้านพักย่านตลิ่งชัน และนำตัวไปกักขังไว้ที่บังกะโล “กวีวิลล่า” อ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี แล้วใช้ของแข็งตีที่ศีรษะ และร่างกายของทั้งสองหลายแห่งจนถึงแก่ความตาย ก่อนจะลักทรัพย์สิน รวมมูลค่า 560,000 บาทไป จากนั้นนำร่างผู้ตายทิ้งไว้ในรถยนต์เบนซ์ของนางดาราวดี แล้วขับรถมาจอดทิ้งไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้านริมบึง ถ.มิตรภาพ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ชน เพื่ออำพรางคดีว่าถึงแก่ความตายเนื่องจากอุบัติเหตุเพื่อปกปิดความผิดของพวกจำเลยดังกล่าว

 

คดีอุ้มฆ่าโหดแม่-ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ปิดตำนานเพชรซาอุ ฎีกาประหาร"ชลอ เกิดเทศ"ทำเอาเจ้าตัวน้ำตาคลอเบ้า ท่ามกลางลูกน้องเก่าทึ่ไปร่วมลุ้นฟังคำพิพากษา ขณะเดียวกันยืนยันฎีกาลดโทษประหารต่อไป

ชื่อ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ

วันเกิด 18 สิงหาคม 2481

ประวัติครอบครัว สมรสครั้งแรกกับ สุรางค์ สกุลเดิม พลทรัพย์ (หย่า) มีบุตร-ธิดา 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน
ชื่อบุตร-ธิดา
- 1.นาย ชอบรบ เกิดเทศ (เสียชีวิต)
- 2. นายชนม์ยืน เกิดเทศ (ศึกษาคณะสถาปัตย์ ฯ วิทยาลัยรังสิต)
- 3. น.ส.กุมาริภา เกิดเทศ

สมรสใหม่กับ มิเชล รัสเซล (ครูสอนภาษาอังกฤษ ร.ร.นายร้อยตำรวจสามพราน) ซึ่งมีบุตรติดมา 2 คน

การศึกษา และดูงาน

- โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่นที่ 15
- โรงเรียนเตรียมทหาร
- มัธยมศึกษา โรงเรียนอำนวยศิลป์

การทำงาน

- 7 พฤษภาคม 2534 ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ (ออกจากราชการ 9 ก.ย. 2537)
- 19 กุมภาพันธ์ 2534 ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ (ทำหน้าที่ชุมชนและมวลชนสัมพันธ์)
- 1 ตุลาคม 2532 รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- 2 ตุลาคม 2530 ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา
- 2 ตุลาคม 2529 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3
- ผู้บังคับการตำรวจภูธร 8 พิษณุโลก
- รองผู้บังคับการ กองปราบปราม
- กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- นายร้อยตำรวจตรี จ.พังงา, หนองคาย, อยุธยา, สระบุรี และลพบุรี

 

5 ม.ค.2554
 
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ วานนี้ (4 ม.ค.) พ.ต.อ.ณรัชย์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกรณีการติดตามเครื่องเพชรของประเทศซาอุฯที่ถูกขโมยไปว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับความไว้วางใจจากประเทศซาอุฯและรัฐบาลให้ดูแลรับผิดชอบคดีเพชรหายนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยังได้ของกลางไม่ครบถ้วน ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับซาอุฯ ล่าสุดพบของกลางอีกเป็นจำนวน 5 ชิ้น เช่น สร้อยข้อมือทอง 18 เค ลักษณะสายสร้อยทับกัน สร้อยคอถักทรงกลม ตรงกลางมีจี้เป็นรูปตราสัญลักษณ์คล้ายตราแผ่นดินของซาอุฯ และเครื่องประดับที่ทำจากมรกต ทั้งนี้ได้ส่งมอบให้ทางการเอกอัคราชทูตซาอุฯได้ดูแล้ว ท่านบอกเพียงแต่ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นทรัพย์สินที่สูญหายไปจากซาอุดีอาระเบีย ต้องให้ทาง DSI ตรวจสอบอีกครั้ง

 

 

พ.ต.อ.ณรัชย์ กล่าวว่าของกลางทั้ง 5 ชิ้นได้เก็บไว้ที่ตู้นิรภัยของธนาคาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสหากจะมีการนำออกไป เพราะหากการที่จะทำพิธีมอบคืนนั้นต้องเป็นเพชรที่มีมูลค่าสูง(Blue Diamond) และมีปริมาณที่มากพอ ในขณะที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ได้ทุ่มเททั้งงบประมาณ เวลา และเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะได้นำของกลางมาคืนให้กับซาอุฯและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย ซาอุฯ
" ใครที่ครอบครองเพชรซาอุฯหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง หากต้องการจะส่งเพชรคืนสามารถส่งพัสดุมาได้ที่ DSI และไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะทำการใดๆ เพราะคดีขาดอายุความแล้ว ถึงแม้ว่าท่านครอบครองไว้ก็ไม่สามารถทำให้รวยเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามหากเรานำไปคืนแก่เจ้าของเขา ทางซาอุฯอาจจะอนุญาตให้คนไทยเข้าไปทำงาน นำเงินกลับเข้าประเทศ หรือปล่อยวีซ่าให้คนซาอุฯ มาเที่ยวประเทศไทย เป็นการสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมหาศาล แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือศักดิ์ศรีของคนไทย ที่จะไม่ให้ใครต่อว่าเราได้ว่าเป็นคนขี้โกง"
ด้านนายนาบิล แอชรี (Mr.Nabil H.N. Ashri) อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เพชรกลับคืนสู่ประเทศ แต่ก็ไม่อยากจะเรียกร้องอะไร ส่วนรายละเอียดอื่นๆสอบถาม DSI

ภาพจากทวิตเตอร์ @preecha_cr ภาพสร้อย1ใน5ชิ้น ที่เป็นไปได้สูงที่จะเป็นทรัพย์สินที่สูญหายไปจากซาอุฯ
สร้อยคอถักทรงกลม ตรงกลางมีจี้เป็นรูปตราสัญลักษณ์คล้ายตราแผ่นดินของซาอุฯ

 

 

 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 20 ปี "พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ" อดีต ผบ.ประจำกรมตำรวจยักยอกของกลางเพชรซาอุฯ-เรียกรับสินบน แก้ลงโทษลูกน้องโดนคุกทั่วหน้า
       
       วันนี้ (9 ก.พ.55) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 เป็นโจทก์ฟ้องพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ พ.ต.อ.ประเสริฐ จันทราพิพัฒน์ ผู้กำกับการตำรวจม้า กองบังคับการตำรวจสายตรวจ (ยศขณะนั้น) , พ.ต.ต.ธานี สีดอกบวบ สารวัตร กก.กาฬสินธุ์ (หลบหนีการดำเนินคดี) ,ร.ต.อ.ฤทธิศาสตร์ แก้วเดช รอง สว.สส.สภ.อ.บ้านตาก จ.ตาก ,ด.ต.เท่ง ติ๊บปะละวงศ์ ผบ.หมู่ สภ.อ.เถิน จ.ลำปาง ,จ.ส.ต.สนิท กาวิชา ผบ.หมู่ สภ.อ.เถิน , จ.ส.ต.เสวก หรือส่วย กันทะมา สังกัด ผ.5 กก.2 ป. และนายสุรจิต หรือแดงหงอก ชัยศิริ (เสียชีวิตเมื่อปี 2547) เป็นจำเลยที่ 1-8 ตามลำดับในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ,ร่วมกันเบียดบังยักยอกทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนเองโดยทุจริตและความผิดอื่นๆหลายข้อหา
       
       โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2536 สรุปว่าพวกจำเลยซึ่งเป็นคณะพนักงานสอบสวนสืบหาเครื่องเพชรมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ของเจ้าชายไฟซาล ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งถูกนายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานไทยขโมยกลับประเทศไทยมาและนำมาขายให้กับนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เสี่ยเจ้าของร้านเพชร “สันติมณี” โดยระหว่างสืบสวนสอบสวนคดีพวกจำเลยทั้งหมดได้เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาหลายครั้งจำนวน 3 ล้านบาท ,จำนวน 6.6 แสนบาท และจำนวน 1.2 ล้านบาทเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีผู้ต้องหาในคดีรับของโจร และยังได้ร่วมกันยักยอกเพชรและทรัพย์สินของกลางหลายรายการ เช่น นาฬิกาข้อมือฝังเพชรยี่ห้อโชปาร์ด ,นาฬิกายี่ห้อบูเช่กิรอด ,อัญมณีแดงรูปดอกลำดวน 5 แฉก สร้อยเพชร สร้อยคอทองคำฝังเพชร จี้เพชร ต่างหู และอื่น ๆ ไปโดยมิชอบไม่นำส่งคืนให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งในชั้นพิจารณาคดีจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
       
       ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2549 โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 83 ซึ่งพฤติการณ์จำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างวาระกันให้ลงโทษทุกกระทงความผิดให้จำคุก 2 กระทงๆ ละ 10 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 20 ปี จำเลยที่ 4 จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เบียดบังทรัพย์เป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ให้จำคุก 7 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและคำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้เป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2,5,6,7 เนื่องจากพยานโจทก์ยังไม่เพียงพอ และให้คืนทรัพย์สินของกลาง 9 รายการและเงินจำนวน 200,000 บาทแก่ผู้มีสิทธิ์ ต่อมาโจทก์-จำเลยยื่นอุทธรณ์
       
       ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่าคำเบิกความและพยานหลักฐานโจทก์จำเลยในชั้นนำสืบแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2533 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคณะพนักงานสอบสวนสืบหาเพชรของเจ้าชายไฟซาล ได้ให้ลูกน้องไปรับเงินจำนวน 3 ล้านบาทจากนายสุรศักดิ์ ศิริกุล ผู้ต้องหาคดีรับของโจรที่รับซื้อเพชรของกลางจากนายเกรียงไกร ซึ่งขโมยมาจากวังเจ้าชายไฟซาล โดยไม่นำเงินดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนเป็นของกลางและไม่จับกุมนายสุรศักดิ์ ดำเนินคดีข้อหารับของโจร จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของตัวเองโดยทุจริตแลกกับการไม่ดำเนินคดีนายสุรศักดิ์ ฐานรับของโจร อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
       
       มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เรียกรับเงินจำนวน 6.6 แสนบาทจากผู้ต้องหาหรือไม่ เห็นว่าฝ่ายโจทก์มีนายนิคม เตชะโม่ง ญาตินายเกรียงไกร ให้การในชั้นสอบสวนว่า ได้พาจำเลยที่ 2 ไปรับเงินจำนวน 6.6 แสนบาทจากพันจ่าอากาศเอกคนหนึ่งซึ่งนายเกรียงไกรได้นำเงินไปฝากไว้ ที่จ.เชียงใหม่ โดยพันจ่าอากาศเอกคนดังกล่าวคืนเงินให้ในทันที เนื่องจากนายนิคม บอกว่านายเกรียงไกรถูกจับกุมแล้วและจำเลยที่ 2 เป็นตำรวจมาเอาของกลางคืน
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ภายหลังนายนิคม จะกลับคำให้การในชั้นศาล แต่คำเบิกความในชั้นสอบสวนน่าเชื่อถือกว่าเพราะพนักงานสอบสวนได้สอบถามพยานทุกครั้ง ซึ่งพยานยืนยันตามคำให้การเดิมมาโดยตลอดก่อนมาเปลี่ยนคำให้การในชั้นศาล ดังนั้นศาลเห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ติดตามทรัพย์สินของเจ้าชายไฟซาลคืน แต่กลับไม่นำของกลางดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวน เชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์สินเป็นของตนเองโดยทุจริต
       
       คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 8 (เสียชีวิตแล้ว) เรียกรับเงินจำนวน 1.2 ล้านหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีนายนิคมเป็นพยานให้การในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 8 ได้เรียกรับเงินดังกล่าว แต่นายนิคมหาได้จำนวน 1 ล้านบาทแล้วนำไปมอบให้กับ จำเลยที่ 1 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง
       
       ต่อมาภายหลัง จำเลยที่ 7 ได้มารับเงินที่เหลืออีก 2 แสนบาทไป ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 7 และ 8 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดด้วยนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย เห็นว่าจำเลยที่ 7 และ 8 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์เพื่อกระทำการใดหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งหน้าที่
       
       ส่วนจำเลยที่ 4 ทางนำสืบได้ความจากพยานโจทก์ว่ารับทรัพย์สินของกลางจากนายนิคม ที่มาเรียกไปคืนนางสวย เสาวนีย์ ที่นายเกรียงไกรนำมาทรัพย์สินของกลางหลายรายการมาฝาก ประกอบกับหลักฐานที่พนักงานสอบสวนได้ไปตรวจค้นบ้านจำเลยที่ 4 พบของกลางในคดี เชื่อว่าจำเลยที่ 4 ยึดทรัพย์สินของกลางมาจริง แต่ไม่นำส่งพนักงานสอบสวนจึงมีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์สินเป็นของตนเอง
       
       คดีประเด็นสุดท้ายที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 5 และ จำเลยที่ 6 กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเรียกรับเงินจำนวน 2 แสน บาทหรือไม่เห็น จำเลยที่ 5-6 เบิกความรับว่ารับเงินจากนายนิคม ที่เบิกจากธนาคารจำนวน 2 แสนบาทไว้จริง แต่ปฎิเสธไม่ทราบว่าเป็นเงินของกลาง และภายหลังได้นำเงินส่งพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 5-6 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมต้องทราบว่านายนิคมเป็นผู้ต้องหาคดีรับของโจร แต่กลับไม่จับกุมดำเนินคดีตั้งแต่แรก จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 5-6 รับเงินไว้เป็นค่าตอบแทนแลกกลับการไม่ดำเนินคดีผู้ต้องหาที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอลงโทษจำเลยที่ 5-6 นั้น ไม่ต้องด้วยศาลอุทธรณ์
       
       ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เบียดบังทรัพย์เป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 5, 6 และ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.149 ประกอบ ม.83 ลงโทษจำคุกเป็นเวลาคนละ 7 ปี แต่จำเลยที่ 5 และ 6 นำเงินของกลางจำนวน 2 แสนบาทมาคืน มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าสำหรับคดีนี้ในศาลชั้นต้นใช้เวลาสืบโจทก์-จำเลยนานกว่า 13 ปีเนื่องจากเอกสารในคดีมีจำนวนมาก และต้องส่งประเด็นไปสืบตามศาลต่าง ๆ รวมทั้งการติดตามพยาน ในศาลอุทธรณ์อีก 6 ปี รวมเป็นเวลากว่า 19 ปี โดยคดีนี้เป็นคดีแรกที่ยื่นฟ้องพล.ต.ท.ชลอ กับพวก ในสำนวนคดีเพชรซาอุฯ จนต่อมามีการฟ้อง พล.ต.ท.ชลอ กับพวก คดีอุ้มฆ่านางดาราวดี และด.ช.เสรี ภรรยาและบุตรชายของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เสี่ยเจ้าของร้านเพชร “สันติมณี”ที่รับซื้อเพชรมาจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ที่เป็นผู้ขโมยเพชรมาจากวังเจ้าชายไฟซาล ซึ่งคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์โดยวิธีนำศพทั้งสองไปไว้บนรถแล้วให้รถสิบล้อวิ่งทับอำพรางเป็นอุบัติเหตุนั้น คดีถึงที่สุดแล้วโดยศาลฎีกาพิพากษาให้ประหารชีวิต พล.ต.ท.ชลอ ส่วนนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกในความผิดฐานรับของโจร เป็นเวลา 3 ปี คดีสิ้นสุดแล้วเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชลอ ยังถูกถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2553 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษประหารชีวิตในคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลาด้วย


 

วันที่ 3 ก.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ทำหนังสือขอส่งตัวพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ มารักษาที่ร.พ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือกระดูกกดทับเส้นประสาทบริเวณลำคอ ขณะนี้พักรักษาตัวด้วยการทำกายภาพ บำบัดมาแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ต้องรอแพทย์ตรวจอาการและยังไม่ได้มีกำหนดการส่งตัวกลับไปแต่อย่างใด โดยจะพักฟื้นอยู่ภายในห้อง 1018 ชั้นที่ 10 หอผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9 มีเจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางบางขวาง 2 นายคอยดูแลในห้อง และมีตำรวจสน.ปทุม วัน 1 นายเฝ้าหน้าห้อง

 

 

 

 

 

 


"ป๋าลอ"เปิดใจรอวันพ้นคุก-เหตุสุขภาพทรุดอยากใช้ชีวิตบั้นปลายกับครอบครัว

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.56 ที่เรือนจำกลางบางขวาง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายวสันต์ สิงคเสลิต ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง เปิดโครงการ เรือนจำสีขาวž และโครงการ พบครอบครัวใกล้ชิดž เพื่อให้นักโทษชั้นดีที่เป็นสมาชิกโครงการได้พบครอบครัวแบบใกล้ชิด

 พ.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า วัตถุประสงค์โครงการเรือนจำสีขาวต้องการขจัดปัญหาการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ โดยเฉพาะยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ ที่ผ่านมาให้นโยบายการทำเรือนจำสีขาวกับเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศทั้ง 143 แห่ง ซึ่งมีเรือนจำประกาศเข้าร่วมโครงการแล้ว 66 แห่ง

 ยอมรับว่าการทำเรือนจำขนาดใหญ่ให้เป็นสีขาวถือเป็นเรื่องยาก ทั้งเรื่องจำนวนผู้ต้องขังและโทษที่รุนแรง จึงเห็นควรปรับนโยบายเพิ่มเติมด้วยการดึงเจ้าหน้าที่เข้ามามีส่วนรับผิดชอบกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการทำงานโดยผบ.เรือนจำกลางบางขวางเสนอให้นำผู้ต้องขังและญาติมาร่วมเป็นเครือข่ายด้วยการปฏิบัติตัว พร้อมแนะนำเพื่อนให้ร่วมเป็นสมาชิกโครงการ โดยผู้ต้องขังที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการจะได้รับสิทธิพิเศษในการพิจารณาพักโทษ การขอพระราชทานอภัยโทษ และได้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดŽ พ.ต.อ.สุชาติกล่าว 
      
 ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า เรือนจำบางขวางเป็นเรือนจำที่มีจุดอ่อนเรื่องโครงสร้าง เพราะเป็นเรือนจำเก่าแก่ ขณะที่นักโทษที่ถูกคุมขังเป็นนักโทษรายสำคัญและต้องโทษสูง การจัดทำเป็นเรือนจำสีขาวถือเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเรือนจำบางขวางจึงเสนอให้นำเจ้าหน้าที่และญาติผู้ต้องขังเข้าเป็นสมาชิกโครงการ โดยคุกบางขวางนำร่องโครงการสีขาวจากเรือนนอนผู้ต้องขังเป็นแห่งแรก จากนั้นขยายไปในแต่ละแดน ล่าสุดมีผู้ต้องขังแต่ละแดนประกาศตัวเป็นนักโทษสีขาว ประมาณ 600 คน จากผู้ต้องขังทั้งหมด 3,800 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ยกเว้นนักโทษแดน 10 ซึ่งเป็นแดนควบคุมพิเศษ

 ด้านนายวสันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับนักโทษรายสำคัญและกระทำผิดในเรือนจำซ้ำซาก มาตรการหลังจากนี้จะสุ่มตรวจปัสสาวะ ซึ่งจัดซื้อชุดตรวจสารเสพติดมาแล้ว 16,000 ชุด และต้องเพิ่มความเข้มข้นในการหาข่าว รวมถึงการริเริ่มโปรแกรมปรับพฤติกรรม โดยนำหลักศาสนาและจิตอาสาเข้ามาช่วย นอกจากนี้ เรือนจำจะจัดแยกนักโทษที่เข้าร่วมโครงการเป็นนักโทษสีขาวออกจากนักโทษอื่นๆ และจับตากลุ่มที่ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อเข้มงวดตรวจสอบให้มากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายหลังการประกาศเป็นเรือนจำสีขาว ซึ่งมีผู้ต้องขังและญาติผู้ต้องขังที่สมัครใจเป็นสมาชิกเข้าร่วมด้วย โดยผู้ต้องขังและญาติได้รับสิทธิพิเศษด้วยการเข้าเยี่ยมแบบใกล้ชิด ซึ่งมีผู้ต้องขังเป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่มีสิทธิรวม 38 ราย เจ้าหน้าที่ได้จัดโต๊ะเก้าอี้แยกเป็นชุด เพื่อให้ญาติและผู้ต้องขังได้พูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกัน โดยจำนวนนี้มี นช.ชลอ เกิดเทศ หรือป๋าลอ นักโทษคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ที่ต่อเนื่องจากคดีขโมยเพชรซาอุฯ รวมอยู่ด้วย โดยญาตินำพิซซ่า ไก่ย่าง และข้าวเหนียวมาร่วมรับประทานอย่างใกล้ชิด

 นอกจากนี้ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ นักโทษคดีฆ่าพญ.ผัสพร ซึ่งเป็นภรรยา รับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรี ในส่วนของผู้ต้องขังรายอื่นเมื่อมีโอกาสพบญาติต่างตรงเข้าสวมกอดและดีใจจนร้องไห้ บางรายติดคุกตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ ไม่มีโอกาสสัมผัสหรือแตะต้องร่างกายลูก ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่จะได้พบหน้าและได้สวมกอดลูกเป็นครั้งแรก 

 ด้าน นช.ชลอ กล่าวว่า ปัจจุบันมีอายุ 75 ปี ถูกคุมขังมานาน 18 ปี คาดว่าจะมีสิทธิได้รับการปล่อยตัวจากการพักการลงโทษ เนื่องจากจัดเป็นนักโทษชราที่มีอายุเกิน 70 ปี ซึ่งจัดอยู่ในข่ายสามารถพักการลงโทษจำคุกได้ พร้อมทั้งยังมีปัญหาสุขภาพ โดยป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกต้นคอเคลื่อน ต้องนั่งรถเข็นมานาน 2 เดือนเต็ม เดินนานๆ ก็ปวดหัวเข่า ข้อมือบวม ตอนนี้รอแต่วันพ้นโทษ หวังจะมีชีวิตอิสระอีกครั้ง เพราะอยากออกไปใช้ชีวิตบั้นปลายข้างนอก ส่วนการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ตนและครอบครัวสมัครใจเอง เพราะเห็นด้วยกับการทำให้เรือนจำเป็นสีขาว

 ต่อมา พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวถึงการยื่นเรื่องพักการลงโทษของนช.ชลอว่า สำหรับการยื่นเรื่องขอพักการลงโทษในปีนี้ ไม่มีชื่อของนช.ชลอ เนื่องจากคดีความที่ติดตัวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ จนศาลสั่งประหารชีวิตและลดโทษมาเป็นจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์การยื่นขอพักการลงโทษ 


 







โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน : ด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา งานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล

Online Users < Jad Sarakorn

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง